“ฝ... ฝ่าาจะทำอะไรหรือเพคะ?”
เมื่อเห็นจูโฮ่วจ้าวโบกมือเรียก ใบหน้าของซ่างกวนไห่ถังก็แดงก่ำขึ้นมาทันทีหัวใจเต้นระรัวจนควบคุมไม่อยู่ นางเอ่ยถามออกมาอย่างตะกุกตะกักด้วยความตื่นตระหนก
“หึ ๆในห้องอาบน้ำนี้ มีเพียงข้ากับเ้าเท่านั้น... แล้วเ้าคิดว่า—ข้าอยากทำอะไรล่ะ?”
จูโฮ่วจ้าวยิ้มแ่ รอยยิ้มนั้นเจือความหยอกเย้าลึกซึ้งดวงตาแน่วแน่จ้องไปยังอีกฝ่ายราวจะกลืนกิน น้ำเสียงของเขาช้า... แต่กดดัน
“ฝ่าา...ได้โปรดอย่าบีบบังคับกันเลยเพคะ”
ซ่างกวนไห่ถังทนต่อสายตาของจูโฮ่วจ้าวไม่ไหว นางจึงเอ่ยเสียงแ่ราวเสียงยุงกระซิบ พร้อมกับก้มหน้านิ่ง ไม่กล้าสบตาอีกแม้เพียงเสี้ยววินาที
“หากเป็เช่นนั้นแม่นางซ่างกวนกลับไปเสียเถอะ ข้า...ไม่้าการคุ้มกันของเ้าอีกต่อไปแล้ว”
แม้จูโฮ่วจ้าวยังคงยิ้มบางๆ แต่เนื้อหาที่หลุดจากริมฝีปากนั้นเด็ดขาดดั่งคมมีดหากเ้าไม่พร้อมปรนนิบัติ เช่นนั้น...ก็จงถอยไปเสียั้แ่ต้น
“มะ...หมายความว่าอย่างไรเพคะ...”
ซ่างกวนไห่ถึงกับลังเล นางรู้ชัดว่าได้รับคำสั่งมาจากจูอู๋ซื่อหน้าที่ของนางคือทั้งปกป้อง...และจับตาดูจักรพรรดิหนุ่มผู้นี้
หากถูกส่งกลับไปมือเปล่าเช่นนี้... นางย่อมหลีกไม่พ้นการถูกตำหนิจากจูอู๋ซื่อแน่
แต่ในอีกด้านหนึ่ง... ทุกคราที่สายตาของนางสบเข้ากับจูโฮ่วจ้าวหัวใจของซ่างกวนไห่ถึงก็มักเต้นถี่รัวขึ้นโดยไม่อาจควบคุมได้
ความรู้สึกนี้—ไม่เคยเกิดขึ้นแม้ยามอยู่ใกล้ต้วนเทียนหย่าหรือกุยไห่อีเตา หากวันนี้นางตัดใจเดินจากไป...วันหน้าอาจไม่มีโอกาสได้พานพบชายผู้นี้อีกเลย
เมื่อทั้งหน้าที่และหัวใจผนวกรวมกันซ่างกวนไห่ถังจึงตัดสินใจแน่วแน่ — นางจะอยู่... จะอยู่ข้างกายจักรพรรดิหนุ่มผู้นี้ต่อไป
“ขอฝ่าาได้โปรด...สำรวมด้วยเพคะ...”
หลังจากตัดสินใจจะอยู่ต่อ ซ่างกวนไห่ถังก็ถอนหายใจแ่เบาเพื่อคลายความประหม่า
เสียงของนางเบาจนแทบกลืนหายไปในไออุ่นของห้องอาบน้ำใบหน้าแดงก่ำขณะก้าวอ้อมไปด้านหลัง เริ่มต้นบทบาทของผู้ปรนนิบัติด้วยสองมืออันสั่นไหว
ซ่า...
ซ่างกวนไห่ถังจุ่มผ้าขนหนูลงในน้ำอย่างเบามือ ก่อนจะค่อยๆเช็ดแผ่นหลังของจูโฮ่วจ้าวด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย
เมื่อเห็นนางยอมตอบสนองโดยไม่มีคำปฏิเสธ ริมฝีปากของจูโฮ่วจ้าวก็ปรากฏรอยยิ้มบางเบา— เป็รอยยิ้มของผู้ได้ชัยเหนือหัวใจคน
“ไห่ถัง…ปกติเ้าอาบน้ำ ถูอยู่ที่เดิมเพียงตำแหน่งเดียวหรือ? มิกลัวว่าิัจะถลอกไปหรือไร?”
จูโฮ่วจ้าวเอ่ยหยอกเย้าเบาๆ เมื่อรู้สึกได้ว่านางมัวแต่ถูไหล่ของเขาซ้ำไปมาคล้ายกำลังหลบเลี่ยงบางสิ่งที่ซ่อนเร้นด้วยความเขินอาย
เมื่อได้ยินถ้อยคำของจูโฮ่วจ้าว ซ่างกวนไห่ถังถึงกับสะดุ้งเบาๆนางรีบเงยหน้าขึ้นอย่างใ… แล้วก็พบว่า — ผิวบริเวณหัวไหล่ของจูโฮ่วจ้าวนั้นเริ่มแดงเรื่อจริงๆ
นางเม้มริมฝีปาก แลบลิ้นขี้เล่นออกเล็กน้อยอย่างเขินอายก่อนจะเปลี่ยนตำแหน่งการถูอย่างรีบเร่ง ใบหน้าแดงระเรื่อดั่งกลีบผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ
“อืม...”เสียงครางเบา ๆ ของจูโฮ่วจ้าวหลุดออกมาอย่างผ่อนคลาย การได้ให้องครักษ์ลับระดับ ‘เสวียน’เช่นซ่างกวนไห่ถัง ปรนนิบัติเช่นนี้…
ทำให้จิตใจของเขารู้สึกราวกับอยู่กลางทุ่งบุปผาในยามเช้า
“ด้านหน้า...”
เสียงคำสั่งเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ หลังจากนางเช็ดด้านหลังจนสะอาด
ซ่างกวนไห่ถังเม้มริมฝีปากแน่น รวบรวมความกล้าอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวเดินมาด้านหน้าของจูโฮ่วจ้าว
แม้จะยังเว้นระยะไว้อย่างสุภาพ... แต่นางก็คิดในใจ— ไหน ๆ ก็ลงมือแล้ว เช่นนั้นก็ควรจะทำให้เสร็จสิ้นไปเลย นางจึงถอดรองเท้า แล้วก้าวลงสู่น้ำเดินช้า ๆ เข้ามาใกล้
ระลอกคลื่นในสระน้ำกระเพื่อมตามจังหวะก้าวของซ่างกวนไห่ถังส่งแรงกระทบเป็วง ๆ ไปยังตัวจูโฮ่วจ้าวอย่างแ่เบา
นางนั่งยองลงเบื้องหน้าช้าๆ เริ่มต้นเช็ดทำความสะอาดบริเวณอกของจูโฮ่วจ้าวด้วยมือนุ่มนวล
ทว่าในขณะนั้นเอง... ดวงตาของจักรพรรดิหนุ่มก็พลันลืมขึ้นโดยฉับพลัน!สายตาแน่วนิ่ง จ้องตรงไปยังหญิงสาวเบื้องหน้าทันที
“อ๊ะ!”
เมื่อรับรู้ถึงสายตาร้อนแรงของจูโฮ่วจ้าว ซ่างกวนไห่ถังถึงกับใจนสะดุ้งเฮือกร่างของนางเสียหลักลื่นไถลไปในอ่างโดยไม่ทันตั้งตัว
ทว่าภายในห้วงวินาทีอันฉับพลันนั้น — แขนแข็งแกร่งของจักรพรรดิหนุ่มกลับคว้าเอวบางของนางไว้ได้อย่างแม่นยำและเพียงออกแรงรั้งเบา ๆ ก็ฉุดร่างของนางเข้ามาแแ่ชิดอก...
จูโฮ่วจ้าวเปลือยท่อนบน เอนพิงอยู่ในอ่างน้ำ ส่วนซ่างกวนไห่ถัง…เสื้อผ้าของนางเปียกชุ่มแนบเนื้อ เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าอันงดงามเลือนรางอย่างไม่ตั้งใจ
ความร้อนจากเรือนกายบุรุษซึมซ่านออกมาอย่างชัดเจน...และมันมากพอจะทำให้นางรู้สึกเหมือนกำลังจะหลอมละลายทั้งร่าง ขาทั้งสองแทบไม่มีเรี่ยวแรงจะยืนอยู่ได้อีก
“เหตุใดถึงซุ่มซ่ามนักเล่า?”
จูโฮ่วจ้าวเอ่ยตำหนิอย่างอ่อนโยน แต่ในขณะเดียวกัน— ฝ่ามือของเขาก็ค่อย ๆ ลูบไล้ลงต่ำอย่างเชื่องช้า ประหนึ่งพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของนางจากสถานการณ์ในตอนนี้...
เมื่อฝ่ามือของจูโฮ่วจ้าวััลงยังจุดที่อ่อนไหวของซ่างกวนไห่ถังดวงตาของนางเบิกกว้างขึ้นทันที ร่างกายตึงเครียดราวกับถูกสายฟ้าช็อต
ความรู้สึกบางอย่างพลันแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เย็นวาบแต่กลับเร้าใจอย่างประหลาดทำให้นางรู้สึกร้อนวูบวาบและอ่อนแรงอย่างไม่อาจต้านทานได้...
และในห้วงลึกแห่งสตรีเพศของนางนั้น… ราวกับมีสายธารอุ่นซึมซ่านทีละหยาดอย่างเงียบงัน
ใบหน้าขาวผ่องของซ่างกวนไห่ถังกลายเป็สีชมพูระเรื่อดั่งผลแอปเปิลสุกเต็มที่ภายในใจทั้งตื่นตระหนก หวาดหวั่น และ...แอบมีความคาดหวังบางอย่างแฝงเร้น
เห็นปฏิกิริยาของนาง จูโฮ่วจ้าวก็ยิ้มบาง ๆ ขึ้นมาฝ่ามือของเขาลูบไล้ไปตามเรือนร่างของนางอย่างอ่อนโยน จังหวะััแต่ละส่วน ทำให้นางแทบควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่อยู่
ขณะนั้น ซ่างกวนไห่ถังหลับตาพริ้ม ขนตาสั่นระริกริมฝีปากเม้มแน่นราวกับกลัวว่าตนจะเผลอเปล่งเสียงออกมา ร่างทั้งร่างแนบชิดอยู่บนอกของจูโฮ่วจ้าวอย่างหมดเรี่ยวแรง
ทันใดนั้นเอง จูโฮ่วจ้าวก็ดึงมือกลับโดยไม่ให้สัญญาณใดๆในชั่วขณะนั้น ซ่างกวนไห่ถังรู้สึกราวกับหัวใจว่างโหวง ความรู้สึกบางสิ่งที่เพิ่งไหลเวียนกลับหยุดชะงักลงกะทันหัน
นางลืมตาขึ้นด้วยความฉงน จ้องมองบุรุษตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจแต่สิ่งที่ปรากฏต่อสายตา กลับเป็ใบหน้าของจูโฮ่วจ้าวซึ่งกำลังประดับไว้ด้วยรอยยิ้มอ่อนๆ อย่างยียวน
ซ่างกวนไห่ถังรู้สึกวาบร้อนขึ้นมาในอก ราวกับถูกดูิ่โดยไม่ตั้งใจความไม่พอใจแล่นผ่านแววตา ใบหน้างามขมวดมุ่นเล็กน้อย
ขณะที่นางพยายามจะขยับตัวออกห่างจากอ้อมแขนของจูโฮ่วจ้าวแต่ยังไม่ทันได้ขยับไปไหน ฝ่ามือของเขากลับประคองใบหน้าของนางไว้แแ่
ก่อนจะโน้มตัวลงมามอบจุมพิตอันรวดเร็ว โดยไม่เปิดโอกาสให้นางปฏิเสธ
"บูม!"
ในห้วงความคิดของซ่างกวนไห่ถัง คล้ายมีเสียงะเิดังขึ้นอย่างไม่คาดฝันความรู้สึกใหม่แปลกปลอม พุ่งพล่านเข้าครอบงำใจโดยไม่ทันตั้งตัว
จูโฮ่วจ้าวค่อย ๆ กดริมฝีปากลงแแ่ ละเมียดละไมแต่มั่นคงลึกซึ้งขึ้นทีละน้อย ส่วนซ่างกวนไห่ถัง
แม้จะยังไม่ชินกับััที่รุกรานจิตใจ แต่ไม่นานนักนางก็ตอบรับอย่างเก้ ๆ กัง ๆ ด้วยหัวใจที่ยังไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน
"ซ่า!"
เมื่อริมฝีปากของทั้งสองกันในจุมพิตร้อนแรงซ่างกวนไห่ถังในยามนี้ก็คล้ายปล่อยวางทุกสิ่งให้ถูกเก็บเกี่ยว นางหลับตาลงอย่างเชื่อใจและเปิดใจให้อีกฝ่ายเข้าถึงทุกห้วงอารมณ์
ท่าทีเช่นนี้—ยิ่งทำให้จูโฮ่วจ้าวหลงใหลจนแทบไม่อาจละสายตา
เขารู้ดีว่านางมิใช่หญิงธรรมดา แม้แต่พลังยุทธ์ก็มิใช่ระดับต่ำต้อย
ครั้นเรือนกายแแ่ขึ้นทุกที จูโฮ่วจ้าวก็เริ่มขับเคลื่อนเคล็ดวิชาหวงตี้เน่ยจิง ควบคุมการหมุนเวียนของกำลังภายในควบคู่ไปกับการฝึกฝนอย่างแยบยล
และผลลัพธ์ก็มิได้ทำให้ผิดหวัง — พลังยุทธ์ที่ได้รับจากซ่างกวนไห่ถังนั้นกลับยิ่งทวีขึ้นมากกว่าหญิงสาวคนอื่นก่อนหน้านี้หลายเท่า
ในขณะเดียวกัน ซ่างกวนไห่ถังก็ััได้ถึงกระแสพลังอ่อนโยนที่ไหลเวียนอยู่ในร่างพลังยุทธ์ในกายค่อย ๆ เพิ่มพูนขึ้นทีละน้อย
แม้รู้สึกแปลกใจอยู่บ้าง แต่กลับไม่ได้เอ่ยถามสิ่งใดหากกลับเลือก...ที่จะปล่อยใจและซึมซับความรู้สึกนั้นอย่างเงียบงัน
ม่านพิรุณแห่งรัตติกาลอันเร้าร้อนนั้นดำเนินต่อเนื่องยาวนานถึงหนึ่งชั่วยามเต็มแม้นางจะเป็ยอดฝีมือ แต่นี่คือครั้งแรกของนาง…
เมื่อความเหนื่อยล้าเริ่มก่อตัว ความอ่อนหวานก็แปรเปลี่ยนเป็เสียงวิงวอนเบาๆและในที่สุด นางก็ค่อย ๆ ซบหลับไปในอ้อมแขนของเขาอย่างแ่เบา
ส่วนจูโฮ่วจ้าว — กลับมิได้พักแม้เพียงชั่วอึดใจ
เขานั่งขัดสมาธิในทันที เริ่มฝึกฝนอย่างจริงจังจากแปดเส้นลมปราณหลักในร่าง ยังคงเหลือเพียง “เส้นเหรินม่าย” ที่ยังไม่อาจทะลวงได้
และตอนนี้เอง เขาก็ตั้งใจจะใช้โอกาสนี้... ทะลวงให้จงได้!
ภายในจิต กำลังภายในพวยพุ่งดังคลื่นสึนามิ มุ่งหน้ากระแทกสู่ด่านสุดท้ายอย่างไม่หยุดยั้ง...
“แกร๊ก!”
เสียงแตกเบา ๆ ดังสะท้อนจากภายในร่าง ภายใต้ความพยายามอันไม่ลดละของจูโฮ่วจ้าวในที่สุด… เส้นลมปราณสุดท้ายก็ถูกทะลวงจนเปิดออก
และในวินาทีนั้น เขารู้สึกได้ชัดเจน — กำลังภายในทั่วร่างประหนึ่งมหานทีที่พังเขื่อนทลายไหลทะลักเข้าสู่เส้น “เหรินม่าย” อย่างบ้าคลั่ง
เสริมแกร่งทุกชั้นของพลัง ขยายขอบเขตให้ใหญ่ยิ่งกว่าเดิมอย่างไม่หยุดยั้ง...
เมื่อลมปราณเส้นสุดท้ายเชื่อมสมบูรณ์ — ระดับพลังยุทธ์ของจูโฮ่วจ้าวก็ทะยานเข้าสู่ขอบเขต โฮ่วเทียนชั้นหนึ่ง ได้ในทันที!
แม้จะเป็เพียงโฮ่วเทียนชั้นหนึ่งขั้นต้น แต่นั่น… ก็แข็งแกร่งเหนือกว่ายอดฝีมือระดับ เหนือชั้นขั้นสูงสุดก่อนหน้านี้ ไปหลายเท่าตัวนัก!