ปรากฏการณ์บนท้องฟ้ายังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง ท้องฟ้าที่เคยเงียบสงบเหนือเมืองจงโจวกลับเต็มไปด้วยพลังอันน่าเกรงขามและลี้ลับ
ผู้คนในเมือง รวมถึงเหล่าผู้เล่นและกิลด์อื่นๆต่างมองขึ้นไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงและความสับสนวุ่นวาย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาเลยซักนิด
อาชีพอวาตาร์ของเทพเจ้า เป็นสิ่งที่อยู่เหนือกว่าความคาดฝันของผู้เล่นทุกคน ต่อให้อาชีพระดับตำนานจะถือว่าทรงพลังมากแค่ไหนก็ตาม
แต่ในสายตาของเหล่าผู้ครอบครองอวาตาร์เทพเจ้า มันก็ยังไม่อาจเทียบเท่าได้เลยแม้แต่น้อย การได้รับอวาตาร์ของเทพเจ้าคือการยืนอยู่บนจุดสูงสุดของพลังอาชีพทั้งมวล และสิ่งนี้กำลังเกิดขึ้นกับเด็กสาวที่ก่อนหน้านี้ถูกมองข้ามอย่างเยว่ซิน
ขณะเดียวกัน บนแท่นพิธีกรรมแห่งการเปลี่ยนอาชีพ เยว่ซินเองก็ยังไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้น เธอยืนตัวแข็งทื่อ นัยน์ตากลมโตของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ เสียงแจ้งเตือนที่ดังก้องในหัวของเธอยังคงสะท้อนกลับไปมา
“ฉันได้รับอาชีพอวาตาร์ของเทพเจ้า... เทพเจ้าเทียนเผิง?”
เธอพึมพำขึ้นภายในใจ ขณะที่สมองพยายามประมวลผลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตัวของเธอไม่เคยคิดฝันถึงการได้รับพลังเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย เธอเคยคิดว่าหากได้รับเพียงอาชีพธรรมดา มันก็เพียงพอที่จะช่วยให้เธอเลี้ยงดูแม่ที่กำลังลำบากและหาเลี้ยงครอบครัวได้แล้ว
แต่ตอนนี้ ตัวของเธอกลับได้รับพลังที่เหนือความคาดหมายไปไกลหลายพันเท่า ชีวิตของเธอกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์
ในตอนนั้นเอง เสียงของชายคนหนึ่งดังขึ้นในหัวของเธอ น้ำเสียงนั้นสงบนิ่งแต่ทรงพลัง ราวกับแฝงไว้ด้วยความเมตตาและอำนาจ
“ยัยเด็กน้อยเอ้ย.. ”
“หลังจากนี้ให้เจ้าไปหาผู้สืบทอดของพี่ใหญ่ซุนหงอคง เด็กที่ชื่อว่าอนาเธอร์เสีย..”
“หลังจากนั้นโชคชะตาจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง ไม่จำเป็นต้องลำบากอีกต่อไป”
เสียงนี้ทำให้เยว่ซินตกตะลึงเป็นอย่างมาก หัวใจของเธอเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความหวาดกลัว เหมือนอยู่ในห้วงความฝัน
ตัวของเธอเข้าใจทันทีว่าเสียงนี้ไม่ใช่เสียงธรรมดา แต่เป็นเสียงของเทพเจ้าเทียนเผิง ผู้มอบอาชีพอวาตาร์ให้กับเธอ
ทว่าเสียงนั้นยังไม่จบลงเพียงแค่นั้น
“แต่ก่อนที่ผู้สืบทอดของข้าจะไป เจ้าจะไปด้วยรูปลักษณ์ที่อ้วนกลมแบบนี้ไม่ได้...”
“เห็นแก่ที่พวกเราทั้งสองมีชะตาต้องกัน งั้นข้าจะช่วยเจ้าในเรื่องนี้ด้วยเลยแล้วกัน!”
ก่อนที่เยว่ซินจะได้ทันคิดถึงความหมายของคำพูดนั้น ร่างของเธอก็ถูกห่อหุ้มด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สาดส่องลงมาจากฟากฟ้า
แสงนั้นสว่างไสวจนผู้คนรอบข้างต้องหลับตาและเบือนหน้าหนี เสียงอุทานดังขึ้นทั่วลานพิธี
“เกิดอะไรขึ้นกับร่างของเยว่ซิน!?”
ท่ามกลางสายตาที่จับจ้องและความเงียบงัน ไขมันที่เคยสะสมอยู่ทั่วร่างของเยว่ซินเริ่มเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอเริ่มเปลี่ยนแปลงในแบบที่ไม่มีใครคาดคิด
เส้นผมสีดำมันปลาบค่อยๆกลายเป็นปลายประกายดาวที่ยาวสยายลงไปถึงสะโพก ใบหน้าจ่ำม่ำกลายเป็นใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา ผิวที่เคยหยาบกร้านกลับเนียนละเอียดดุจแพรไหม
สิ่งที่ทำให้ทุกคนต้องอึ้งมากที่สุด คือรูปร่างของเธอที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ร่างอวบอ้วนที่เคยดูเทอะทะ บัดนี้กลับกลายเป็นรูปร่างที่สมส่วนและเย้ายวน ส่วนเว้าส่วนโค้งที่งดงามเผยออกมาอย่างเด่นชัด หน้าอกอันใหญ่โตสะท้อนแสงศักดิ์สิทธิ์เบื้องบน จนมันขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ
“นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หนึ่งในอาจารย์เอ่ยขึ้นอย่างไม่อยากเชื่อสายตา เยว่ซินที่เคยถูกดูถูกและล้อเลียน ตอนนี้ได้กลายเป็นหญิงสาวผู้เลอโฉมที่มีเสน่ห์และครอบครองพลังแห่งอวาตาร์ของเทพเจ้า
ทุกสายตาจับจ้องมองด้วยความตกตะลึง ราวกับพยายามยืนยันว่าเธอคือคนเดียวกันกับสาวร่างอ้วนที่พวกเขาเคยเห็นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน
เสียงกระซิบกระซาบและอุทานดังขึ้นจากทุกมุมของลานพิธี
“นี่คือเยว่ซินเหรอ?”
“มันเหลือเชื่อเกินไป!”
เยว่ซินในร่างใหม่ ก้าวลงจากแท่นศิลาอย่างสง่างาม ทุกย่างก้าวของเธอดูมั่นคงและเปี่ยมไปด้วยพลัง ท่ามกลางความเงียบงันในลานกว้าง
ภาพของเยว่ซินในร่างใหม่ยังคงตราตรึงอยู่ในสายตาของทุกคน และในตอนนี้เธอกลายเป็นศูนย์กลางของความสนใจไปอย่างสมบูรณ์
ความงดงามและรูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิงของเยว่ซิน ได้ทำให้บรรยากาศในลานพิธีกรรมเต็มไปด้วยความตกตะลึง
ทุกสายตาจับจ้องไปยังหญิงสาวผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกล้อเลียนและดูแคลน แต่บัดนี้ เธอกลับกลายเป็นจุดศูนย์กลางที่ทุกคนต้องยอมรับ
รูปลักษณ์ของเยว่ซินในตอนนี้สมบูรณ์แบบจนเกินคำบรรยาย เส้นผมสีดำปลายประกายดาวที่พริ้วไหวลงไปถึงสะโพก ร่างกายที่เต็มไปด้วยเสน่ห์และส่วนโค้งส่วนเว้าที่เย้ายวน ใบหน้าที่งดงามราวกับเทพธิดา และดวงตาสีม่วงครามที่เปล่งประกายราวกับอัญมณีล้ำค่า ทำให้เธอราวกับไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาอีกต่อไป
หนิงเอ๋อ ผู้ที่เคยเป็นศูนย์กลางของความสนใจมาตลอด บัดนี้ได้แต่ยืนกัดฟันแน่นด้วยความอิจฉา ใบหน้าที่เคยเปี่ยมไปด้วยความเย่อหยิ่งบิดเบี้ยวเล็กน้อย ดวงตาที่เคยมองเยว่ซินด้วยสายตาดูถูก บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความแค้นลุกโชน
“ยัยอ้วน.. ไม่สิ.. เยว่ซิน..”
เธอพึมพำในใจ เสียงกระซิบแผ่วเบาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ เหล่านักเรียนหญิงหลายคนที่เคยล้อเลียนเยว่ซินก็มีปฏิกิริยาไม่ต่างกัน
พวกเธอรู้สึกเหมือนถูกความงดงามและความเปล่งประกายของเยว่ซินบดบังรัศมี
ความอิจฉาที่รุนแรงเริ่มกัดกินหัวใจของพวกเธอ ทำให้บรรยากาศรอบๆเต็มไปด้วยความตึงเครียดขึ้นอย่างมาก
ในขณะเดียวกัน นักเรียนชายทั้งหมดกลับมีปฏิกิริยาที่ตรงกันข้าม พวกเขาต่างจ้องมองเยว่ซินด้วยความหลงใหลและชื่นชม
ดวงตาหลายคู่ไม่อาจละสายตาจากรูปลักษณ์ที่เย้ายวนของเธอได้เลย
แม้แต่เหล่าอาจารย์ผู้สูงวัยเองก็ยังเผลอทำสีหน้าที่แฝงไปด้วยความหื่นกระหายอย่างไม่ตั้งใจ
ขณะที่พวกเขายังคงพูดคุยกันเกี่ยวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น สายตาก็อดที่จะเหลือบมองไปยังหน้าอกอันใหญ่โตที่ขยับขึ้นลงตามแรงหายใจ หรือเอวคอดและสะโพกกลมกลึงที่เผยให้เห็นผ่านชุดที่ดูหลวมโครกไม่ได้
“ฉะ..ฉะ..ฉัน...”
เยว่ซินที่เพิ่งเคยตกเป็นจุดสนใจแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตก็เริ่มทำอะไรไม่ถูก
เธอรู้สึกเหมือนทุกสายตาในลานพิธีกรรมกำลังจับจ้องมาที่เธอ เสียงกระซิบกระซาบและคำพูดจากนักเรียนชายที่แฝงไปด้วยความหลงใหลทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย มือของเธอกำแน่นเล็กน้อย พยายามซ่อนความประหม่า
ในตอนนั้นเอง เสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจของอาจารย์คนหนึ่งก็ดังขึ้น
เขาพลันได้สติก่อนใครเพื่อน
“อะแฮ่ม! พวกเธอทั้งหมดถอยออกไปซะ!”
เสียงนั้นทำให้บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความเงียบงันและความตึงเครียดพลันเปลี่ยนไป
นักเรียนหลายคนสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะรีบหลบสายตาไปในทันที
“ตอนนี้นักเรียนเยว่ซินไม่ใช่นักเรียนตัวอ้วนฉุอีกต่อไปแล้ว! เธอคือผู้เล่นที่มีอนาคตและศักยภาพอันไร้ที่สิ้นสุด!”
“อย่าได้ดูถูกเธออีกเป็นอันขาด!”
คำพูดของอาจารย์ทำให้นักเรียนหลายคนต้องกลืนน้ำลายด้วยความรู้สึกหลากหลาย
บางคนเริ่มรู้สึกผิดในสิ่งที่ตัวเองเคยทำกับเยว่ซิน ขณะที่บางคนยังคงเต็มไปด้วยความอิจฉา แต่ไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีก
เยว่ซินเงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ เธอรู้สึกซาบซึ้งในคำพูดเหล่านั้น แต่ยังคงไม่คุ้นชินกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เธอสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเอง
“เยว่ซิน เจ้าจะต้องเดินหน้าไปอย่างสง่างาม.. ละทิ้งอดีต! อย่าไปสนใจอนาคต!”
“แต่จงอยู่กับปัจจุบันณตอนนี้!”
เสียงของเทพเจ้าเทียนเผิงดังขึ้นในหัวของเธออีกครั้ง เสียงนั้นทำให้เธอรู้สึกสงบลงเล็กน้อย และเริ่มมองเห็นเป้าหมายในอนาคตของตัวเองที่ชัดเจนมากขึ้น ใบหน้าที่งดงามเริ่มเต็มไปด้วยจุดหมายที่ตั้งใจ
“เข้าใจแล้วคะท่านเทียนเผิง”