ใกล้ถึงเทศกาลสงกรานต์ บรรดาร้านนวดในตัวเมืองเชียงใหม่ต่างคึกคัก เพราะลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติ ต่างเข้ามานวดไม่ขาดสาย ซึ่งร้านกนกพรนวดเพื่อสุขภาพก็ไม่น้อยหน้า ลูกค้าทั้งจีน ฝรั่ง ผลัดเปลื่ยนหมุนเวียนกันมา ทำให้บรรดาหมอนวดทำงานกันพัลวัน แทบไม่มีเวลากินข้าวกันเลย หนึ่งในนั้นคือตาลหมอนวดนวดสาวฝีมือดี ผู้ที่สู้งานจนร้านปิด
"ตาลรับลูกค้าหน่อย "เจ๊พรเ้าของร้านส่งเสียงเรียก
"ค่ะ แต่ไม่ใช่คิวหนูนี่"ตาลหยุดคุยกับเจ๊พร
"ไม่ใช่ก็นวดไปเหอะ หมอนวดที่นี่มีแต่คนรวย"เจ๊พรประชดบรรดาหมอนวดที่เกี่ยงกัน เพราะเหนื่อยล้ามาทั้งวัน
"ค่ะ"ตาลรับคำแล้วเดินไปหาลูกค้าที่นั่งรอ
เมื่อตาลเดินไปถึงลูกค้าหนุ่มชาวจีน ก็ยกมือไหวพร้อมกล่าวทักทาย
"สวัสดีค่ะ"ตาลยิ้มให้ลูกค้าชาวจีน
"ผมนวดเท้าครับ"หนุ่มจีนพูดเป็ภาษาอังกฤษ
"เชิญไปที่เก้าอี้นวดเท้าค่ะ"ตาลเดินนำหน้าหนุ่มจีน และพามาที่เก้าอี้นวดเท้า
หนุ่มจีนนั่งลงและมองหน้าตาลพร้อมยิ้มให้ จึงทำให้ตาลรู้สึกเขิน เพราะหนุ่มจีนคนนี้หล่อหุ่นดีผิวขาวใส ตาลที่ว่าขาวยังดูหมองไปถนัดตา
ตาลยืนเขินชั่วครู่แต่นึกขึ้นได้ เธอจึงไปเตรียมอุปกรณ์การล้างเท้า ไม่นานนักตาลก็มาถึงและจัดการล้างเท้าหนุ่มจีน ในระหว่างล้างเท้าหนุ่มจีนก็ยังจ้องมองตาลไม่ละสายตา
หนุ่มจีนรู้สึกดีกับตาล เพราะว่าถ้าดึกมากเขามักถูกปฎิเสฐการนวด แต่ตาลกับกระตือลือล้นไม่มีอิดอ็อด
"ผมขอโทษด้วยนะครับที่มาดึกเกินไป"หนุ่มจีนจู่ๆก็พูดขึ้น
"ไม่เป็ไรค่ะ"ตาลเงยหน้าขึ้นพร้อมยิ้มให้
"คุณคงเหนื่อยมาก แต่ก็ยังนวดให้ผม"
"เป็หน้าที่ค่ะ"หลังจากนั้นตาลก็นำอ่างล้างเท้าไปเก็บ
พอตาลเดินออกไป หนุ่มจีนจึงหยิบโทรศัพท์มาดู ชั่วเวลาไม่นานนักตาลก็มานั่งเตรียมนวดเท้า ในตอนนี้หนุ่มจีนมัวแต่กดโทรศัพท์ เพื่อดูสถานที่ท่องเที่ยวในเขียงใหม่
ซึ่งในเวลานี้ ตาลก็ไม่ได้สนใจหนุ่มจีนแล้ว เพราะเธอเริ่มรู้สึกอ่อนเพลีย ตาลโหมงานมาั้แ่ต้นเดือนเมษายน จนถึงวันสงกรานต์ที่จะเริ่มพรุ่งนี้ ในขณะที่เธอเริ่มง่วงนอนก็ได้ยินเสียงหนุ่มจีน
"สงกรานต์จัดที่ไหนบ้างครับ"
"รอบคูเมืองค่ะ มีทุกทีเลย"ตาลรีบตอบ
"เอ่อ ขอนวดหนักๆได้มั้ยครับ" หนุ่มจีนรู้สึกว่าเบาไปหน่อย
"ค่ะ"ตาลรับคำแล้วออกแรงเพิ่มอึก
หนุ่มจีนพยักหน้าแล้วก้มดูโทรศัพท์ต่อ ในความคิดของเขาในเวลานี้ อยากมีใครสักคนเดินเคียงข้างเล่นน้ำ ซึ่งเขาเดินทางมาคนเดียวจึงทำให้หนุ่มจีนเหงา แต่เขาก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไป
"แล้วบริเวณไหนคนเล่นน้ำเยอะครับ"
ในขณะนั้นตาลกำลังก้มหน้านวดเท้าอยู่ ก็ได้เงยหน้าขึ้นและสายตาทั้งสองได้ประสานกัน อย่างไม่ได้ตั้งใจ ตาลรู้สึกเขินจึงหลบตาต่ำลง
"ถ้าคนไปเยอะก็ประตูท่าแพค่ะ. ที่มีลานกว้างๆจะมีชาวต่างชาติไปเล่นเยอะ เพราะเป็ใจกลางเมืองค่ะ" ตาลก็ยังนวดเท้าอย่างขมักเขม่น
"ดีเลย พรุ่งนี้ผมจะได้ไปเที่ยว"หนุ่มจีนยิ้ม
"ค่ะ"
"ถ้าเป็กลางคืนล่ะครับ"
"กลางคืนก็มีที่เที่ยวปกติค่ะ เพราะสงกรานต์จะจัดกลางวัน"
ในขณะที่ตาลกำลังคุยกับหนุ่มจีน เจ๊พรแกล้งเดินผ่านแล้วพูดเสียงแ่เบา
"อย่าชวนลูกค้าคุย"เจ๊พรชำเลืองมองตาล แล้วเดินต่อไป และพูดทำนองเดียวกันกับหมอนวดอีกคน ที่กำลังชวนลูกค้าฝรั่งคุย
หลังจากนั้นตาลก็ตั้งหน้าตั้งตานวดเท้า ส่วนหนุ่มจีนก็เริ่มรู้สึกง่วง เพราะอ่อนเพลียจากการเดินทางเที่ยวในตัวเมือง เขาจึงหลับปล่อยกายปล่อยใจให้หลับพร้อมสายตา
ข่วงเวลานวดเท้าหนึ่งชั่วโมง มันแสนนานสำหรับตาล แต่หนุ่มจีนกับรู้สึกว่ามันเร็ว เมื่อตาลปลุกเขาให้ตื่น เขารู้สึกงัวเงียอยากนอนต่อ แต่ก็ต้องตัดใจ เขาจึงควักเงินในกระเป๋ายื่นให้ตาล
"ขอบคุณค่ะ"ตาลยกมือไหว้
"ถ้าผมมานวดอีก จะเลือกนวดกับคุณได้มั้ย"หนุ่มจีนติดใจการนวดของตาล รู้สึกสบายเท้าและขา เขาเลยอยากนวดกับตาลอีกครั้ง
"ได้ค่ะ"
"คุณชื่ออะไรครับ ถ้ามาจะได้บอกชื่อถูก"
"ตาลค่ะ"
"ตาล"หนุ่มจีนย้ำ
"ส่วนผม จางเว่ย"จางเว่ยยิ้มเห็นไรฟัน
"ค่ะ ยินดีที่รู้จัก"ตาบยิ้มตอบ
"บาย"จางเว่ยโบกมือแล้วเดินออกจากร้าน
ตาลยืนยิ้มชั่วครู่แล้วดูเงินที่มือ เธอคลี่ดูซึ่งเป็แยงก์ร้อยเงินหยวน ตาลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
"ยิ้มอะไรยะ"นรีเพื่อนสาวเดินเข้ามาหา
ตาลชูแบงก์ร้อยหยวนให้นรีดู
"ถึงว่ายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ทีแรกนึกว่าปิ้งบ่าวจีน"
"บ้า"ตาลอมยิ้ม
"ร้านช่องไม่ยอมเก็บ คุยกันอย่างกับไม่ได้เจอกันเป็ปี"เจ๊พระโลั่นร้าน เพราะไม่มีลูกค้าแล้ว
"จร้า เจ๊พร คุยนิดคุยหน่อยก็ไม่ได้"นรีบ่นพึมพำ แล้วรีบเก็บร้านตามคำสั่งเจ๊พร
เมื่อทั้งสองสาวและหมอนวดคนอื่นเก็บร้านเสร็จจึงแยกย้ายกันกลับบ้าน ส่วนตาลกับนรียังไม่กลับ และได้ชวนกันไปกาดหลวง ซึ่งเป็ตลาดกลางคืนที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่
เมื่อทั้งคู่มาถึงกาดหลวง จึงรีบเดินไปร้านเสื้อผ้า ซึ่งมีนับสิบร้าน
"ตาลไปดูเสื้อลายดอกไม้กัน ตรงโน้นน่ะ"นรีรีบเดินนำหน้าตาลไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อมาถึงที่ร้านเสื้อผ้า สองสาวต่างเลือกเสื้อผ้าลายดอกคนละสองตัว
"พรุ่งนี้จะใส่ต้อนรับวันสงกรานต์ชะหน่อย"นรีกอดถุงเสื้อผ้าไว้แน่น
"ย่ะไม่เห่อเลยนะ"ตาลทำเสียงประชด
"ฉันไม่สวยเหมือนเธอนี่ จะใส่ชุดอะไรก็ดูดีไปหมด ฉันเลยต้องใส่อะไรที่มันสดุดตา"
ตาลจะเป็คนผิวขาวตัวไม่สูงมากนัก ส่วนนรีจะสูงกว่าผิวจะออกสีแทน ทั้งสองพึ่งมาสนิทกันปีเศษๆ นรีกับตาลไปเจอกันที่โรงเรียนสอนนวด พอเรียนจบก็ออกหางานพร้อมกัน และก็ได้ทำงานที่เดียวกัน ทั้งคู่ก็อายุไล่ๆกันประมาณยี่สิบปลายๆ
ในขณะที่สองสาวหยอกล้อและแซวกันอยู่นั้น ก็ได้มีชายหนุ่มเข้ามาทัก
"หวัดดีครับ "
สองสาวรีบเงยหน้าขึ้นมอง นรีนี้นคุ้นๆแต่ตาลจำได้เลย เขาคือจางเว่ยลูกค้าคนสุดท้ายของเธอ
"จำผมได้มั้ย"จางเว่ยยิ้มหวานใส่ตาล
"จำได้ค่ะ"
"ใคร"นรัพูดเบาๆข้างหูของตาล
"ก็ลูกค้าเมืีอกี้ไง ที่เป็คนจีนนะ"ตาลพูดเสียงเบาๆใส่นรี
"อ่อ บุพเพสันนิวาสจริงๆ"นรีเย้า
"บ้า พูดไปเรื่อย"ตาลศอกกลับเบาๆใส่ท้องนรี
"ผมดีใจจังที่เจอพวกคุณ"จางเว่ยยิ้มละห้อย
"มาได้ไงถึงกาดหลวง"ตาลพูดขึ้น
"ผมเดินมาเรื่อยๆไม่นึกว่าจะมาถึงทึ่นี้"
"ไกลมากนะน่ะจากร้านนวดมาถึงนี้"
"ใช่ ผมไม่รู้จะกลับถูกหรือเปล่า"จางเว่ยตีหน้าซื่อ
"ไม่เป็ไรเดี๋ยวตาลเดินไปส่ง"นรีพูดแทรกขึ้นมา
"ฉันจะเดินไปส่งได้ไงย่ะ โรงแรมเขาอยู่ตรงไหนก็ไม่รู้ ถ้าไกลฉันเดินไปไม่ไหวหรอก"ตาลหันมาตวาดนรี
"แหมล้อเล่น แค่อยากให้เพื่อนมีคู่"นรีหัวเราะ
"คู่บ้าคูบอซิ"นรียังเข็ดไม่หายกับรักครั้งที่ผ่านมา
จางเว่ยมีสีหน้าสงสัยว่าทั้งคู่คุยอะไรกัน เพราะอีกคนหัวเราะร่วน ส่วนตาลหน้านิ่สคิ้วขมวด
"ฉันหิวแล้วว่ะ หาอะไรกินกันเหอะ"นรีลูบท้องให้ตาลดู
"ย่ะแม่คุณดึกดื่นป่านนี้ยังจะกินอีก"
"ก็คนมันหิวนี่ "นรีพลางมองจางเว่ยที่ยืนงง
"เอ่อนี่เธอ ชวนบ่าวจีนไปด้วยซิ"นรีหันมามองตาล
"บ้าเหรอ จะชวนไปทำไม"
"สงสารแกคงเหงามาคนเดียว เราก็เทคแคร์ลูกค้าหน่อย"
"มันนอกเวลางานแล้ว"ตาลหน้าบึ้งนิดหน่อย
"เื่มากจริง จะนอกหรือในก็ช่างมัน"
นรีพูดจบก็หันไปทางจางเว่ยทันที
"พวกเราจะไปหาอะไรกินกัน คุณไปกินกับเรามั้ย"นรีถาม
"ไปครับ"จางเว่ยตอยทันที เพราะเขาก็อยากมีเพื่อนเป็คนไทย
"งั้นตามมา"
"เธอจะพาเข้าไปกินอะไร"ตาลจับแขนนรีแล้วถามทันที
"ขนมจีนไง ก็คนจีนต้องกินขนมจีน"นรีหัวเราะร่วนอีกครั้ง
"เธอก็รู้ว่าไม่ใช่ เขาจะกินได้ไง"
"เอาเหอะน่า ถ้ารักจะจีบสาวไทย ต้องหัดกินอาหารไทย"
"พูดไปเรื่อยอีกแล้ว"ตาลตีเบาๆที่แขนนรี
ทั้งสามเดินมาไม่ถึงนาทีก็ถึงร้านขนมจีน ซึ่งมีอยู่หลายร้าน นรีจึงเลือกร้านที่ไม่ค่อยมีคน ถ้าคนเยอะจะแออัดและร้อน
"เชิญนั่งค่ะ เอ๊ะขื่ออะไรบ่าวจีนเนี่ย"
"จางเว่ย"ตาลพูดแทรกทันที
"เชิญนั่งค่ะจางเว่ย"นรีรีบพูดทันที
จางเว่ยนั่งลงแล้วมองไปรอบๆ ซึ่งมีแต่ร้านขายขนมจีน และผู้คนก็เยอะมาก
"เอาขนมจีนน้ำยาสามจานค่ะ"นรีะโ
สักพักตาลก็ถือน้ำมาสามแก้ว ยื่นให้ตาลก่อน
"น้ำค่ะ"ตาลยื่นแก้วน้ำให้จางเว่ย แล้วเธอก็นั่งลงข้างๆ
จางเว่ยรู้ชอบ ในความเป็กันเองของสองสาว ที่ทำให้เขาคลายเหงาได้บ้าง โดยเฉพาะตาลที่รูปร่างหน้าตาสวยคล้ายสาวจีน เพียงแต่จะมีความคมและหวานกว่า ส่วนนรีเขารู้สึกชอบในความอารมณ์ขัน รูปร่างจะใหญ่กว่าตาลหน่อย ผิวสีแทน ส่วนหน้าตาจะคมกว่าตาลมาก ในระหว่างที่จางเว่ยกำลังคิดอะไรเพลิน แม่ค้าก็นำขนมจีนมาเสริฟให้
"กินเลยซิคะ"นรีพูดขึ้น
จางเว่ยยิ้ม และมองจานขนมจีนที่เป็เส้นสีขาว จะเหมือนเส้นหมี่บ้านเมืองเขาก็ไม่เชิง
"เอาผักใส่ด้วยซิคะ"นรีทำตัวอยา่างให้ดู
"ครับ"จางเวยหยิบแค่ถั่วงอกนิดหน่อย และเขาชำเลืองตาไปมองจานของนรี ที่มีสารพัดผักเต็มงาน
จางเว่ยคนให้เข้ากัน แล้วลองชิมช้อนแรก เมื่อรสชาติขนมจีนััลิ้นของเขา จางเว่ยถึงกับอึ้งรสชาติที่แปลก เพราะมีหลายรสในจานเดียว เขาจึงตักกินอีกครั้ง แต่คราวนี้รสเผ็ดเริ่มนำโด่ง เขาจึงรีบกลืนและดื่มน้ำตาม ซึ่งในขณะนั้นตาลได้มองเห็น อากัปกิริยาของจางเว่ยเธอจึงหยิบแค่บหมูให้จางเว่ย
"กินนี้ก่อนซิค่ะ จะได้คลายเผ็ด"ตาลอมยิ้ม
"ขอบคุณครัย"จางเว่ยรีบกัดกินทันที และรสชาตืของแคบหมูถูกปากเขาอย่างมาก จางเว่ยจึงกินจนเกลี้ยงถุง โดยมีตาลหัวเราะนิดๆในความเดียงสาอาหารไทยของจางเว่ย
"อร่อยมากเลยครับ มีอีกมั้ย"
"มีซิ"ตาลยื่นให้อีกถุง
"อะไรของมันวะ ชวนมากินขนมจีน ดังติดใจแคบหมู"นรีพูดขึ้น
"ก็มันเผ็ดนี่ คนไม่เคยกิน"ตาลมองจางเว่ยแล้วอมยิ้ม
"อร่อยมั้ย จางเว่ย"นรีหันหน้ามาถาม
"อร่อยซิกินสองถุงเลย"จางเว่ยยิ้ม
"ไม่ใช่ ฉันหมายถึงขนมจีน"นรีหัวเราะร่วน
"อร่อยแต่เผ็ดมาก กินไม่ได้เลย"จางเว่ยตอบซื่อๆ
"ฉันขอโทษด้วยนะ นึกว่าคุณกินได้ วันหลังจะให้ตาลพากินแบบไม่เผ็ด" นรียื่นหน้าไปมองตาล
"มันเกี่ยวอะไรกับฉัน เ้ากี้เ้าการนักนะเราน่ะ"ตาลมองค้อน
"ไปครับ"จางเว่ยหันหน้ามามองตาลอย่างขอร้อง
"ค่ะ"ตาลรับปากไว้ก่อน เพราะจะปฎิเสฐก็ใช่ที
"ตัวดีอิ่มหรือยัง ทำตัวเป็แม่สื่อแม่ขัก"
"จร้า อิ่มแล้ว บ่นเป็ยายแก่ไปได้"
"วันนี้ฉันเลี้ยงเองนะ ได้ทิปเยอะ"หลังจากนั้นตาลก็เรียกแม่ค้ามาเก็บเงิน
เมื่อตาลกำลังจะหยิบเงินในกระเป๋า จางเว่ยรีบห้ามไว้
"ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมจ่ายเอง"
"ไม่เป็ไรค่ะ "
"อย่าเลย ถ้าคุณจ่ายผมจะรู้สึกไม่ดีครับ"จางเว่ยรีบหยิบเงินในกระเป๋า ยื่นให้แม่ค้าในทันที"
"เธอก็เื่มาก เขาอยากเลี้ยงก็ให้เขาเลี้ยงไปเหอะ "นรีพูดขึ้น
"เหมือนเอาเปรียบเขาน่ะ"
"เอาปงเอาเปรียบอะไร อย่าคิดมากเลย ให้เขารีบจ่าย เราจะได้ช้อปต่อกัน"
"อือ"ตาลพยักหน้า เพราะี้เีพูดต่อ
เมื่อจางเว่ยจ่ายค่าขนมมจีนและแคบหมูเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามจึงออกมาเดินดูของกินของใช้ต่อ จนเวลาล่วงเลยเกือบเที่ยงคืน
"นี่ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว เรากลับกันเถอะ"ตาลพูดไปหาวนอนไปด้วย
"เที่ยงคืนแล้วเหรอ ฉันลืมไปเลยว่ามีนัดกับเพื่อน ฉันต้องรีบไปแล้วนะ เธอก็ให้จางเว่ยไปส่งก็แล้วกัน"
"บ่ายจางเว่ย"นรีพูดจบวิ่งไปทันที
"เดี๋ยวก่อนจะไปไหน"ตาลกวักมือเรียกและะโ แต่ไม่ทันกาล นรีวิ่งไปจนลับตาแล้ว
จางเว่ยยืนงงและอมยิ้มทันทีที่ตาลหันมา ตาลเขินนิดหน่อยที่ต้องอยู่กันสองคน
"คุณพักที่ไหนครับ"ตาลถาม
จางเว่ยจึงนำนามบัตรให้ดู ซึ่งเป็ทางเดียวกับห้องเช่าของตาล แต่ของตาลจะถึงก่อน ถ้าเดินมาจากร้านนวดของตาลก็จะไกล แต่ถ้าเดินจากที่กาดหลวงไปก็ไม่ไกลเท่าไร
"ไปทางเดียวกัน แต่ฉันถึงก่อน"ตาลคืนนามบัตรให้จางเว่ย
"เราเดินกันไปมั้ยผมอยากเดินชมเมืองเชียงใหม่ แต่ถ้าคุณเดินไม่ไหวขึ้นแท็กซี่กลับก็ได้ครับ"จางเว่ยมองหน้าของตาล
ตาลครุ่นคิดครู่หนึ่ง เพราะมันก็ไม่ได้ไกลมากแถมมีเพื่อนเดินอีก ไหนจะประหยัดเงิน และได้ตอบแทนค่าขนมจีน
"ค่ะ"ตาลพยักหน้าแล้วเดินนำหน้าจางเว่ย
จางเว่ยรีบก้าวเท้าให้ทันตาล เพื่อที่จะได้เดินเคียงคู่กัน
"เมืองเชียงใหม่สวยมากเลยครับ"
จางเว่ยมองไปรอบๆสองข้างทาง ที่มีแต่ชาวต่างชาติเดิน
"ค่ะ คนจีนเยอะนะ"
"ครับคนจีนชอบคนไทย รักเมืองไทย"จางเว่ยรีบหันหน้ามามองตาล แค่ไม่ทันเพราะตาลรีบหันหน้าไปอีกฝั่ง เธออมยิ้มนิดๆ
"แล้วจะอยู่ในเชียงใหม่กี่วันคะ"ตาลหันหน้ามาตรงๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นสายตาของจางเว่ย
"15วันครับ"จางเว่ยจ้องมองตาล ที่ยังไม่ยอมหันหน้ามา
"อยู่ในเชียงใหม่15วันเลยเหรอ"ตาลหันหน้ามาประจันกับสายตาจางเว่ยพอดี
"เปล่าแค่5วันแล้วจะไปเที่ยวทะเลต่อครับ"จางเว่ยอมยิ้มนิดๆ
ตาลหันหน้ากลับและเดินต่อไป และมองร้านค้าข้างทางที่ขายของที่ระลึก จางเว่ยก็เช่นกันมองตาลกับของที่ระลึกสลับกันไป ในระหว่างที่ทั้งสองกำลังเพลินสายตากับสินค้าหลากชนิด ก็ได้มีเด็กชาวดอยมายืนขวางหน้าเพื่อขายสินค้า
"พี่ครับช่วยซื้อกำไลหน่อยครับ ผมจะกลับบ้านแล้วยังขายไม่ได้เลย"เด็กดอยมีสีหน้าเศร้าสร้อย
ตาลยิ้มให้เด็กน้อยและมองไปที่จางเว่ย ซึ่ยืนนิ่งชั่วครู่และยิ้มให้เด็กดอย. หลังจากนั้นเขาก็จับกำไลเงินมาเลือกดู ส่วนตาลได้แค่มองจางเว่ยเลือกกำไร เพราะเธอไม่กล้าซื้อ ตาลรู้ดีว่ามันแพงเส้นหนึ่งหลักร้อยเชียว
"คุณว่าอันไหนสวย"จางเว่ยยื่นกำไลให้ตาลเลือก
ตาลครุ่นคิดชั่วครู่ เส้นแรกจะใหญ่หน่อย ส่วนอีกเส้นเล็กกว่าพอสมควร ด้วยตาลเป็ผู้หญิงเธอจึงชอบเส้นเล็ก
"เส้นนี้ค่ะ"ตาลชี้ไปที่เส้นเล็ก
"สองเส้นนี่เท่าไร"จางเว่ยถามเด็กดอย
"400ครับ"
"แพงไปมั้ยน้อง"ตาลเสียงเข้ม
"อ้าวพี่คนไทยเหรอ"เด็กดอยมีสีหน้าใ
"จ๊ะ ลดได้มั้ย"
"เต็มที่300ครับ"
จางเว่ยมองสองคนคุยกันด้วยความสงสัย
"300บาทค่ะ"ตาลหันมาบอก
"ครับ"ถึงจางเว่ยจะงงแต่ก็จ่ายให่เด็กสามร้อยบาท
"ขอบคุณครับ"เด็กดอยยกมือไหว้แล้วรีบวิ่งจากไป
ถึงจางเว่ยจะสงสัยแต่เขาก็ไม่ได้ใสใจเพราะมีเื่ให้น่าใส่ใจมากกว่า
"คุณชอบเส้นนี้ ผมให้คุณ"จางเว่ยยื่นสร้อยเส้นเล็กให้ตาล
"ไม่เป็ไรค่ะ คุณเก็บไว้เถอะค่ะ"ตาลมีสีหน้าใ
"ผมซื้อให้คุณ เพราะคุณมีน้ำใจกับผม ถึงพึ่งรู้จัก"
"รับไว้นะครับ ถ้าคุณไม่รับ ผมจะเสียใจมากเลยครับ"จางเว่ยตีหน้าเศร้า
ตาลครุ่นคิด ถ้ารับก็เหมือนเห็นแก่ได้ ถ้าไม่รับก็กลัวจางเว่ยเสียน้ำใจ
"รับไว้นะครับ"จางเว่ยพูดเสียงอ้อน
เมื่อจางเว่ยไม่เห็นตาลมีท่าทีจะรับ เขาจึงจับมือตาล แล้วนำสร้อยยัดเข้าไว้ในเมือของเธอ แล้วจางเว่ยก็จับมือของตาลให้กำไว้
"ผมถือว่าคุณรับไว้แล้วนะครับ"จางเว่ยยิ้ม
ตาลตีสีหน้าไม่ถูก เมื่อจางเว่ยจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว ตาลจึงตัดสินใจรับไว้
"ขอบคุณค่ะ"ตาลยิ้มแล้วเก็บกำไลใส่กระเป๋า
เช่นเดียวกับจางเว่ยก็นำกำไลใส่กระเป๋า แล้วรีบเดินตามตาล
"พรุ่งนี้คุณทำงานมั้ย"จางเว่ยถามตาล เพราะเห็นตาลไม่พูดอะไร
"ทำค่ะ"
"งั้นพรุ่งนี้ผมจองตัวคุณนะ"
"ค่ะ จะมากี่โมงค่ะ ร้านเปิดสิบโมงเช้า"
"สิบโมงครับ"จางเว่ยตอบแบบไม่คิดเลย
"ค่ะ"ตาลหันมายิ้ม
จางเว่ยรู้สึกมีความสุขที่ได้มีคู่เดินเคียงข้าง ถึงจะไม่ใข่คนรัก แต่ก็ทำให้เขาคลายเหงาไปได้พอสมควร
"ถึงที่พักของฉันแล้วค่ะ"ตาลชี้มือไปที่ห้องเช่าของเธอ ที่เป็ตึกสามชั้น
"ครับ"จางเว่ยพยักหน้าแล้วมองมาทางตาล
"คุณเดินตรงไปอีกหน่อย ก็จะถึงโรงแรมของคุณแล้ว"
"ขอบคุณนะครับสำหรับคืนดีดี" จางเว่ยมองหน้าตาลไม่กระพริบตา จนตาลรู้สึกเขิน
"พรุ่งนี้เจอกันนะครับ"จางเว่ยยิ้มหวานให้ตาลอีกครั้ง
"ค่ะบ่าย"ตาลยิ้มให้พร้อมโบกมือแล้วเดินเข้าไปในตึก
"บ่ายครับ"จางเว่ยโบกมือรับ และยืนจ้องมองตาลเดินเข้าไปในตึก จนลับตาเขาจึงเดินต่อไป เพื่อไปโรงแรมของเขา ในระหว่างเดินทางกลับ ใบหน้าของตาลก็ลอยมาไม่ขาดสาย เขาจึงอมยิ้มอย่างมีความสุข