พาร์ทของไอแลนด์
ชายโง่เง่าผู้เอาชีวิตมาทิ้งทะเล
ผมสูดลมหายใจเพื่อรับอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าอย่างสดชื่นแล้วมองไปยังทะเลที่สุดแสนจะกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาซึ่งในไม่ช้าดวงอาทิตย์ยามเช้าก็จะเริ่มส่งแสงสวยงามกระทบกับผืนน้ำส่องนำทางให้ทุกชีวิตตื่นลืมตาและพร้อมดำเนินชีวิตในเช้าวันใหม่พลันสายตาก็มองเห็นอะไรแวบ ๆ สีขาวที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างช้า ๆ ลงสู่ท้องละเลยามรุ่งอรุณ
“ไอ้ปื๊ด! ตามกูมา !”
ผมะโเสียงดังพร้อมทั้งวิ่งไปยังชายหาดแบบสุดแรงเกิดอย่างไม่ห่วงอะไรเมื่อมองเห็นผู้ชายคนหนึ่งกำลังเดินลงไปในทะเลจากระยะไกลแม้ฟ้าจะยังไม่สว่างมากนักแต่หมอนั่นใส่เสื้อสีขาวจึงสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนร่างสูงใหญ่เดินเชื่องช้าอย่างไร้จุดหมาย แม้ระยะทางจะไม่ไกลมากแต่ทรายพวกนี้ก็ทำให้วิ่งลำบากเอาการห่วงรองเท้าแตะก็ห่วง ห่วงไอติมแม่งก็ห่วงผมหันมองวัตถุทั้งสองอย่างในมือสลับไปมาอย่างลังเลโดยที่เท้ายังก้าวไปข้างหน้า
หันไปผืนนี้น้ำอีกทีก็พบว่าตอนนี้ระดับน้ำน่าจะถึงคอและเริ่มมาที่จมูกแล้วชายคนนั้นค่อย ๆ จมลงไปอย่างช้า ๆ ทีละน้อยและหายไปในทะเลในที่สุด ผมพยายามแหกปากะโอย่างสุดเสียงเท่าที่จะทำได้
“คุณครับคุณ อย่าคิดสั้นครับ !”
แต่ก็คงไร้ผลเพราะหมอนั่นหายไปในน้ำแล้วคนโง่อะไรจะเอาชีวิตมาทิ้งที่ทะเลแบบนี้ หลายคนดิ้นรนและต่อสู้เพื่อจะมีชีวิตอยู่แต่ไอ้บ้านี่กลับจะทิ้งมันไปอย่างง่ายดายงั้นเหรอ ไอ้บ้าเอ๊ย มึงมันบ้าาาาาา
“เดี๋ยวกูตามไปแป๊บนึง แฮ่ก! แฮ่ก !”
ไอ้เพื่อนรักะโพร้อมทั้งยืนพิงต้นมะพร้าวหายใจหอบอย่างเห็นได้ชัดหลังจากพยายามวิ่งตามได้สักพักอีกมือถือไอติมไว้แน่น มึงจะเก็บไว้บูชาบนหิ้งเหรอกูซื้อให้มึงแดกนะโว๊ย !
ตอนนี้ผมวิ่งมาถึงรอยต่อของเม็ดทรายน้อยใหญ่นับหลายล้านเม็ดกับน้ำทะเลสีฟ้าครามที่เคลื่อนไหวเป็จังหวะตามแรงลมการวิ่งบนทรายว่ายากแล้วการวิ่งในน้ำแม่งโคตรยากแถมยังเสียหลักเซไปเซมาบังคับทิศทางไม่ได้จนแทบล้มหัวทิ่มเลยยอมตัดใจทิ้งไอติมที่รักนักรักหนาในมือไปและสลัดรองเท้าหูหนีบคู่ใจทิ้งโดยไม่สนใจว่าจะเหยียบเปลือกหอยก้อนหินหรือเศษแก้วที่ฝังอยู่ในทรายยังไงซะการช่วยชีวิตคนก็สำคัญกว่าทุกอย่าง ถึงจะเป็ชีวิตของคนโง่ ๆอย่างไอ้บ้านั่นก็เถอะ
“คุณคุณอยู่ตรงไหน !”
ผมยังะโออกไปแม้จะรู้ว่ามันคงไม่เป็ผลอะไรก็ตามคนจมหายไปในน้ำขนาดนั้นได้ยินก็คงแปลกแต่ยังไงก็ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย มือทั้งสองข้างพยายามแหวกสายน้ำไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ปากก็ร้องะโโหวกเหวกแต่สายตาอันแน่วแน่มันจดจำตำแหน่งที่ชายเสื้อขาวจมลงไปได้อย่างแม่นยำไม่มีทางพลาดแน่นอนเอาหัวปื๊ดเป็ประกันได้เลยถ้าผมทำพลาดอนุญาตให้เบิ๊ดกะโหลกมันได้โดยไม่จำกัดความแรงและจำนวนครั้งด้วย
แล้วก็ไม่เกินความสามารถอันเหนือขีดจำกัดของหนุ่มน้อยอัจฉริยะสติเฟื่องพูดไปก็จะหาว่าโม้คนตัวเล็กอย่างผมสามารถควานหาตัวไอ้บ้านั่นจนเจอในที่สุด แม้ร่างนั้นจะใหญ่โตกว่ามากแต่เพราะเคยฝึกทักษะการช่วยคนจมน้ำมาไม่นานเื่แค่นี้สบายมากอยู่แล้วไอ้การพยุงตัวในน้ำแล้วลากเข้าฝั่งน่ะไม่ค่อยยากลำบากเท่าไหร่แต่พอน้ำตื้นขึ้นจนจะถึงชายหาดถึงพอจะรู้น้ำหนักแท้จริงหมอนี่เป็คนตัวโตมากแล้วก็ตัวหนักมากด้วยเลยทำให้ลากร่างใหญ่โตนั้นมาได้ไม่ไกลนักเอาเป็ว่าให้พ้นจากน้ำก็น่าจะใช้ได้แล้วล่ะ ส่วนหลังจะโดนหอยโดนแก้วบาดก็ช่างมันเถอะไม่ใช่หลังกูนี่หว่า
“จะตายมั้ยวะ!?”
เพื่อนรักะโถามมาแต่ไกลเออ มึงช่วยกูได้เยอะมาก ตัวอย่างกะควายเสือกช้าอย่างกะสล็อต ไอ้เหี้ยปื๊ด
ชั่วโมงนี้แทบไม่สนใจอะไรนอกจากการช่วยชีวิตคนเอาไงดีวะคิดสิคิดไอ้แลนด์ คนจมน้ำ คนจมน้ำ คนจมน้ามม
ตั้งสติแล้วนึกถึงที่อาจารย์สอนสิวะนึกนึกนึก โอ๊ย ! ไอ้แลนด์มึงจะมาสติแตกตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด
ตึกๆ ตึก ๆ ตึก ๆ
หัวใจของผมเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมาโลดแล่นนอกทรวงอกแห้งๆ วินาทีนี้ความเป็ความตายถูกขีดไว้ข้างหน้า มือเล็กยกขึ้นมาทาบหน้าอกตัวเองเพื่อเรียกสติและความมั่นใจ
“ผายปอดแม่งเลยดีกว่า !”
จะมัวรอปรึกษาปื๊ดก็คงไม่ได้เื่ได้ราว คนบื้อ ๆอย่างมันคงคิดอะไรไม่ทันหรอกเอาแค่เคลื่อนที่เร็วกว่าสล็อตให้ได้ก่อนเหอะ ผมตัดสินใจกดหน้าผากเชยคางบีบจมูกอีกฝ่ายหนึ่งแล้วสูดหายใจให้ลึกที่สุดก่อนจะประกบปากเป่าลมเข้าไปให้ได้มากที่สุดฮึ๊บ !
ไอ้บ้านี่หนวดเยอะชะมัดแถมแต่ละเส้นแม่งโคตรหนาและยาวอีกจนทิ่มปากคนช่วยชีวิตผมก็บ่นไปเรื่อยล่ะเพราะจะช่วยชีวิตคนทั้งทีมันก็ต้องถึงที่สุด ขอสารภาพว่าที่จริงแล้วนี่เป็การได้ปฏิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพจริงครั้งแรกหลังจากที่ศึกษาจากทฤษฏีและฝึกปฏิบัติกับพี่โรเบิร์ตหุ่น CPR* จำลองที่ห้องฝึกปฏิบัติที่มหาลัย(ไม่รู้ว่าใครเป็คนั้แ่รุ่นพี่ให้เรียกแบบนี้) ภาวนาให้ได้ผลทีเถอะเ้าพระคู๊ณ
ท่านครับอันนี้ขอเฉย ๆ นะ ไม่ได้บนเพราะงั้นถ้าไอ้หมอนี่มันเกิดรอดขึ้นมาผมขออนุญาตไม่แก้บนนะขอรับ
*(Cardiopulmonary resuscitation หรือหมายถึง การปฏิบัติการเพื่อช่วยฟื้นการทำงานของระบบไหลเวียนเืที่หยุดทำงานอย่างกะทันหันเพื่อให้หัวใจกลับมาเต้นเองได้ตามปกติ โดยไม่เกิดความพิการของสมอง)
แล้วมันก็ได้ผลจริงๆ ผู้ชายตัวโตสำลักน้ำใส่หน้าผมแทบจะทันทีพร้อมทั้งใช้แขนยันตัวเองขึ้นนั่งก่อนจะตั้งอกตั้งใจเห่า เอ๊ย สำลักอีกหลายระลอก ท่าทางไอ้โง่นี่คงแดกน้ำทะเลเข้าไปเยอะเอาการสงสัยร่างกายแม่งคง้าสารไอโอดีนจากน้ำทะเลดีนะที่หลบได้ทันไม่งั้นเปียกไปทั้งตัวแน่นอน
“เฮ้ย! รอดแล้ว ! รอดแล้ว !”
ผมเผลอะโเสียงดังพร้อมสวมกอดผู้ชายตัวโตแน่นด้วยความดีใจอย่างลืมตัวนึกขึ้นได้รีบดีดตัวออกมาทำไมถึงรู้ว่าตัวเองใจเริ่มสั่นคงเพราะตื่นเต้นและดีใจที่ได้ช่วยคนให้รอดตายเป็ครั้งแรก
ตึกๆ ตึก ๆ ตึก ๆ
“เชาะเชาะโก...”
ชายแปลกหน้าพึมพำเสียงเบาเลียริมฝีปากของตัวเองด้วยใบหน้าครุ่นคิดตลกชิบหาย บ่นว่าอะไรวะเบาชิบ ผมเลยขยับตัวเข้าไปใกล้ ๆ เพราะได้ยินไม่ชัดเผื่อบางทีหมอนี่จะพูดออกมาอีกครั้ง
นาทีนั้นร่างเล็กก็โดนดึงตัวไปกอด...แล้วประกบปากไม่เพียงเท่านั้นไอ้บ้านี่ยังใช้ลิ้นสอดเข้ามาเหมือน้าค้นหาอะไรสักอย่างข้างในแม้พยายามดันตัวออกอย่างเต็มที่แต่เพราะขนาดตัวที่ต่างกันและอ้อมแขนอันทรงพลังของเขาผมจึงสู้ไม่ไหวสุดท้ายก็เลยไม่ฝืน เริ่มเคลิ้ม เออ ช่างแม่งเหอะ
“มันอยากแดกชอคโกแลตมึงก็ให้มันแดกในปากเลยเหรอวะนี่ไอติมชอคโกแลต”
ไอ้ปื๊ดไม่รู้โผล่มาั้แ่เมื่อไหร่ส่งไอติมรสชอคโกแลตที่ถืออยู่ซึ่งมันแทบจะละลายไปหมดเหลือติดโคนเพียงหรอมแหรมให้
ผมทั้งใและเขินปะปนกันรีบผละออกจากผู้ชายตัวโตยื่นมือไปรับไอติมมาส่งต่อให้ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้ยังเช้าอยู่ ปื๊ดคงมองเห็นใบหน้าที่แดงก่ำของผมอย่างชัดเจนแม่งหน้าชาไปหมดแระกู
“นายเป็ใครทำไมมาฆ่าตัวตายตรงนี้ ?”
ผมเอ่ยถามตรงๆ หลังจากเรียกสติกลับมาได้ ชายแปลกหน้ากินไอติมที่เหลือเพียงน้อยนิดไปจนหมดแล้วนั่งเหม่อปากคาบกระดาษห่อไอติมราวกับไอ้ตูบคาบกระดูกอาจจะเพราะยังเบลอจากการสำลักน้ำทะเลหรือไม่ก็คงงงกับเจตนาของพวกผม
“มันถามว่าเฮียจะมาตายห่าอะไรตรงนี้ ?” ปื๊ดพูดเสียงแข็งย้ำความหมายเดิมคราวนี้ได้ผลแฮะ
<...>
ชายแปลกหน้าไม่พูดอะไรแต่เงยหน้าสบตาเราสองคนด้วยท่าทางเหม่อลอย ก่อนก้มลงไปมองที่หาดทราย
“? ”
เขาใช้นิ้วมือขีดสัญลักษณ์เครื่องหมายปรัศนี บนพื้นทรายเปียกนั่น
“อะไรวะไส้เดือนหรอ?”
“กูเดานะ... น่าจะบอกว่าไม่รู้” ผมสันนิษฐานกับสิ่งที่เห็นเดายากชิบอะไรของมันวะ
“คนเหี้ยอะไรไม่รู้ว่าตัวเองมาตรงนี้ทำไม?” ไอ้เพื่อนรักหันมามองอย่างสงสัย แล้วกูจะรู้ไหมล่ะกูก็มาพร้อมมึง
“ความจำเสื่อม!”
คราวนี้มันะโเสียงดังชายแปลกหน้าเงยหน้าสบตาเป็นัย ผมเลยได้แต่ส่ายหัวอย่างปลงไม่ตก ถ้าความจำเสื่อมจริงนี่กูช็อกเลยนะนั่นไอ้เหี้ยอย่างกะพล็อตนิยาย
“เดี๋ยวกูไปซื้ออะไรมาให้กินดีกว่ามึงช่วยดูไว้ด้วยนะ อย่าให้ไปเป็ขยะในทะเลอีกก็แล้วกันคราวนี้อาจต้องให้กู้ภัยมาช่วยงม”
ผมแกล้งบ่นพึมพำปล่อยให้คนโง่กับคนบื้ออยู่เพียงลำพังอาจจะคุยกันรู้เื่ก็ได้ ไงล่ะทึ่งในไอเดียอ่ะดิ
“เออคงหิวแหละ หิวจนจะแดกมึงเลยล่ะกูเห็นนะว่าทำอะไรกันเมื่อกี๊”
ผมรีบหันขวับมองหน้ามันทันที
“มึงนี่แม่งก็ไร้สาระได้ตลอดจริง ๆ จะคิดเล็กคิดน้อยอะไรกับการผายปอด”
ผมส่ายหัวอย่างระอาอีกรอบคนห่าอะไรไม่รู้จักการ CPR มึงจะลากคนจมน้ำขึ้นฝั่งแล้วนั่งพนมมือสวดมนต์ให้เขาฟื้นขึ้นมาเหรอไงวะปัดโธ่ !
ผมรีบเดินไปหาอะไรให้ชายแปลกหน้ากินก่อนที่จะอาละวาดไล่จูบคนอื่นไปทั้งหาดหรือไม่ก็จูบไอ้ปื๊ด
“อันนี้ของเฮียป่ะ?”
ปื๊ดเดินไปหอบสิ่งของที่วางอยู่ไม่ไกลนักเดินเข้ามาถามชายแปลกหน้าด้วยความอยากรู้ตามประสาคนขี้เสือก
<...>
ไม่มีเสียงตอบแต่อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับเป็เชิงว่าใช่ก่อนรับของพวกนั้นมาถือไว้
“ผมรู้ว่าคนอย่างเฮียไม่ทำอะไรแบบนั้นหรอก”
มันนั่งลงกับพื้นทรายข้างๆ คู่สนทนาก่อนหันไปสบตาอย่างจริงใจ
“ไอ้แลนด์เป็คนแบบนี้ล่ะช่วยเหลือใครไปซะหมด เชื่อปะมันเคยเอาเงินซื้อข้าวเที่ยงของตัวเองไปซื้อข้าวให้คุณลุงที่มาเฝ้าเมียไปที่โรงบาลกินแล้วแม่งก็ทำแบบนั้นแทบทุกวัน”
ปื๊ดถอนหายใจยาวก่อนจะพูดต่อว่า
“แล้วมันก็ไม่ได้แดกข้าวเที่ยงเป็เวลา2 อาทิตย์”
<...>
ชายแปลกหน้าพยักหน้ารับรู้เขาชี้มือขวามาที่ผมซึ่งกำลังเดินหอบอาหารเช้ามาส่วนนิ้วชี้มือซ้ายขี้มายังปื๊ดแล้วนำนิ้วทั้งสองมาประกบกันเป็คำถาม
“ไม่ใช่แระผมเพื่อนมัน !” ไอ้หัวฟูปฏิเสธเสียงแข็ง
ชายแปลกหน้าตัวโตยกยิ้มขึ้นที่มุมปากมีอะไรน่าขำกันเหรอวะ
“อ่ะนี่ขนมปัง นมรสชอคโกแลตแล้วก็น้ำเปล่า”
มือเล็กยื่นของจากร้านสะดวกซื้อให้เมื่อมาถึง
“แล้วมึงไปโม้อะไรให้เขาฟัง?”
มันทำตาโตพร้อมกับส่ายหัวทันทีไอ้อาการแบบนี้แสดงว่าคงโม้ไปหลายเื่แล้ว ไอ้นี่เคยซ่อนพิรุธตัวเองได้เมื่อไหร่กัน
ชายแปลกหน้ารับของกินไปแล้วรีบจัดการอย่างไม่รีรอแสงสว่างจากเสาไฟสูงทำให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน เขาตัวโตและมากสูงกว่าปื๊ดแถมตัวหนากว่าอีกด้วยเสื้อยืดสีขาวที่ตอนนี้เปียกน้ำทะเลมันแนบเนื้อเผยให้เห็นถึงรูปร่างที่สมส่วนกล้ามเนื้อในแบบของผู้ชายที่ผมเคยใฝ่ฝันอยากจะมี เส้นผมเปียกน้ำทะเลมันทำให้ดูแปลกๆ ไม่เป็ทรง ใบหน้าคล้ำแบบชาวประมง หนวดเคราแทบจะเต็มหน้า ริมฝีปากบาง ๆ กำลังเคี้ยวไม่หยุดอวัยวะส่วนนั้นที่ประกบกับริมฝีปากของผม อ้าว ไหงคิดมาถึงเื่นี้ได้วะเนี่ย
คงเพราะมัวแต่พิจารณาลักษณะของชายแปลกหน้าที่เพิ่งช่วยชีวิตมาหมาดๆ พอหันมาดูของกินในถุงอีกทีปรากฏว่าทุกอย่างหายไปหมดแล้ว สาบานได้นะว่าไอ้ที่ทำเรียกว่า ...กิน...
“อึกอึก ... แค่ก !แค่ก ! ”
เพราะความรีบร้อนเลยทำให้สำลักออกมาจนได้
“ไม่ต้องรีบเดี๋ยวก็สำลักอีกหรอกตอนนี้ตาผมเป็คนผายปอดนะไม่ใช่น้องไอซ์แลนด์ผู้ใจดี๊...ดี”
ปื๊ดใส่สำเนียงให้ดูกวนตีนมากที่สุดในแบบของมันพร้อมทั้งทำปากจู๋ล้อเลียนผม
ชายแปลกหน้าไม่สนใจคำพูดแม้แต่น้อยไม่หันมองด้วยซ้ำแถมเอาน้ำเปล่ามาล้างหน้าอีกด้วยแสดงว่าท่าทางอิ่มแล้วยัดทั้งหมดเข้าไปได้ยังไงภายในเวลาเท่านี้ นี่ไปอดอยากมาจากไหนกันวะ
“กูว่าไม่ใช่ความจำเสื่อมหรอกกูว่าน่าจะเป็ใบ้ด้วยว่ะ”
ไอ้หัวฟูเดาจากการที่มันนั่งสังเกตสักพัก
“มึงดูละครหรืออ่านนิยายมากไปป่ะ?”
ดูละครอาจจะใช่แต่อ่านนิยายนี่ไม่แน่ั้แ่คบกันมาผมยังไม่มั่นใจเลยว่าไอ้นี่จะอ่านหนังสือออกไหม
“ก็กูถามอะไรก็ไม่ตอบไม่มีเสียงมีแต่พยักหน้าอย่างเดียวแถมชี้นี่ไปชี้มั่วหมด ไม่เชื่อลองคุยดูดิ”
ข้อสันนิษฐานของเพื่อนผมเริ่มจะมีน้ำหนักซะแล้วสิจากนั้นทั้งเราทั้งคู่ก็สวมบทพนักงานสอบสวนถามนั่นนี่สารพัดแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีเสียงซักแอะเล็ดลอดออกมาจากปากชายแปลกหน้าที่แสนจะหน้านิ่งคนนี้เลยหน้าแม่งโคตรนิ่งตาก็โคตรเหม่อจนเราเริ่มจะปักใจเชื่อแล้วว่น่าจะเป็อย่างที่สงสัยกันจริงๆ
“งั้นพาไปสถานีตำรวจกันดีกว่า”
ปื๊ดเสนอไอเดียที่คิดว่าจะตอบโจทย์ได้ที่สุดในขณะนี้คิดอะไรไม่ออกบอกพี่หรวดไว้ก่อน
<...>
ชายแปลกหน้าถึงกับส่ายหัวรัวๆ ด้วยสีหน้าเลิ่กลั่กอย่างมีพิรุธ
“ต่างด้าวป่าววะตาตี่ ๆ แบบนี้ด้วย”
ไม่พูดเปล่ามันเสือกใช้นิ้วมือไปดึงหางตาเขาเพื่อประกอบการคาดการของมันไอ้เ้าคนแปลกหน้าก็แม่งนั่งนิ่งให้ทำหน้าตาเฉย สรุปสองคนนี้น่าจะพอกันคนโง่กับคนบื้อเคมีช่างเข้ากันจริงๆ ยิ่งเดาก็ดูเหมือนจะเป็เื่ใหญ่ใหญ่เกินกว่าจะแค่เป็การช่วยคนที่จะพยายามฆ่าตัวตายซะแล้วสิ
“เดี๋ยวโดนจับแม่งซวยกว่าเดิมอีก”
ชักจะเริ่มเห็นใจหมอนี่เข้าแล้วสิความจำเสื่อม เป็ใบ้ หลบหนีเข้าเมือง แถมจะฆ่าตัวตายอีก ชีวิตแม่งรันทดชิบหาย
“แล้วจะเอาไงวะไม่เอาไปเลี้ยงนะมึงลำพังกูเองก็ยังเอาตัวแทบจะไม่รอด”
เอาไปเลี้ยงงั้นเหรอมึงพูดอย่างกับเขาเป็เม่นแคระหรือซูการ์ไรเดอร์งั้นแหละ
“จะเอาไงค่อยว่ากันแต่กูว่าไม่ควรปล่อยไว้ตรงนี้”
จู่ๆ ปื๊ดก็ทำตาโตเหมือนนึกอะไรออก แล้วก็พูดออกมาเสียงดัง
“เชี่ยแลนด์กูลืมล็อคประตูบ้านว่ะ !!”
ไม่รอช้าเราทั้งสองคนจึงรีบดึงแขนชายแปลกหน้าให้ลุกขึ้นแล้วลากขึ้นรถโดยสารเพื่อกลับบ้านให้เร็วที่สุด!
จะไม่รีบได้ไงก็เมื่อเดือนก่อนในหมู่บ้านเพิ่งถูกขโมยยกเค้าไปนี่หว่า
.....เ้าพระคู๊ณ ขอให้สิ่งดี ๆเข้ามาในชีวิตลูกช้างในสามวันเจ็ดวันทีเถอะ...