ตอนที่เก้า บทสุดท้ายของแสงสีฟ้า
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทำงานของเมโลดี้อย่างหนักอึ้ง มีเพียงเสียงสะอื้นแ่เบาของเอเดนและเมโลดี้เท่านั้นที่ยังคงดังก้องอยู่ในอากาศ แสงสีฟ้าอ่อนๆ จากคริสตัลเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานยังคงเรืองรองอยู่ ราวกับเป็พยานเงียบๆ ให้กับความจริงที่เพิ่งถูกเปิดเผย
ข้อความสุดท้ายจากลูน่า... คำพูดที่เต็มไปด้วยความรัก การให้อภัย และความปรารถนาที่จะให้เอเดนก้าวเดินต่อไป... มันคือสิ่งที่เอเดน้ามากที่สุดในชีวิตนี้ และมันก็มาถึงในวันที่เขาพร้อมที่จะรับฟังมันมากที่สุด
เอเดนยังคงนั่งนิ่ง ตัวแข็งทื่อ น้ำตาไหลอาบแก้มไม่หยุดหย่อน ความรู้สึกผิดที่กัดกินหัวใจของเขามานานหลายปีเริ่มจางหายไป ถูกแทนที่ด้วยความรักและความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เขาเข้าใจแล้วว่าลูน่าไม่ได้โทษเขา เธอรักเขามาก และ
เธอ้าให้เขามีความสุข
เมโลดี้มองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ เธอเอื้อมมือไปจับมือของเอเดนเบาๆ มือของเอเดนยังคงเย็นเฉียบและสั่นเทา
“ลูน่า... เธอรักคุณมากจริงๆ ค่ะคุณเอเดน”
เมโลดี้พูดเสียงแ่เบา น้ำตาไหลอาบแก้ม
“เธออยากให้คุณมีความสุข”
เอเดนพยักหน้าช้าๆ เขาเงยหน้าขึ้นมองเมโลดี้ ดวงตาของเขาแดงก่ำและบวมช้ำ แต่ก็มีความรู้สึกบางอย่างที่คล้ายกับความสงบปรากฏขึ้นในแววตาคู่นั้น
“ผม... ผมไม่รู้จะขอบคุณเธอได้อย่างไร” เอเดนพูดเสียงสั่น
“ผมคิดมาตลอดว่าผมเป็คนผิด เป็ผมที่ดูแลเธอไม่ดี เป็ผมที่ไม่ใส่ใจเธอให้มากกว่านี้ เป็ผมที่รู้เื่ของเธอช้าเกินไป... ผมโทษตัวเองมาตลอดชีวิต”
เมโลดี้ยิ้มเศร้าๆ “ลูน่าคงไม่อยากให้คุณโทษตัวเองหรอกค่ะ เธออยากให้คุณก้าวเดินต่อไป”
ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยกันอยู่นั้น ทันใดนั้นเอง แสงจากคริสตัลเสียงที่วางอยู่บนโต๊ะก็เริ่มสั่นไหว แสงสีฟ้าอ่อนๆ ที่เคยเรืองรองอย่างมั่นคง เริ่มกระพริบถี่ขึ้นเรื่อยๆ ราวกับกำลังจะดับลง
เอเดนและเมโลดี้มองไปยังคริสตัลเสียงด้วยความใ แสงสีฟ้าเริ่มสว่างวาบขึ้นมาอย่างรุนแรงอีกครั้ง สว่างจ้าจนพวกเขาต้องหรี่ตาลง แสงนั้นส่องประกายระยิบระยับราวกับมีดวงดาวนับล้านดวงกำลังเต้นระบำอยู่ภายใน
แล้วเสียง... เสียงเพลงกีตาร์ที่ไพเราะและเสียงฮัมเพลงที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันไม่ได้ดังแ่เบาเหมือนเมื่อก่อน แต่มันดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้อง ราวกับว่าลูน่ากำลังบรรเลงเพลงอยู่ตรงหน้าพวกเขา เสียงเพลงนั้นเต็มไปด้วยความสุข ความรัก และความหวังที่ไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็บทเพลงที่บริสุทธิ์และงดงามจนทำให้หัวใจของเอเดนและเมโลดี้รู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด
แต่ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็รู้สึกได้ถึงความเศร้าที่แฝงอยู่ในบทเพลงนั้น ราวกับว่ามันเป็บทเพลงแห่งการบอกลา บทเพลงสุดท้ายที่ลูน่า้าจะมอบให้พวกเขา
แสงจากคริสตัลเสียงเริ่มสว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะมองไม่เห็นตัวคริสตัล แล้วทันใดนั้นเอง...
“เพล้ง!”
เสียงแตกละเอียดดังก้องไปทั่วห้อง คริสตัลเสียงะเิออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อยนับไม่ถ้วน แสงสีฟ้าที่เคยสว่างจ้าดับวูบลงในพริบตา เหลือเพียงเศษผงละเอียดสีฟ้าอ่อนๆ ที่โปรยปรายลงบนโต๊ะทำงาน ราวกับละอองดาวที่ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าใส
เอเดนเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง เขามองไปยังเศษผงสีฟ้าที่เคยเป็คริสตัลเสียงด้วยความรู้สึกที่ว่างเปล่า หัวใจของเขาบีบรัดอย่างรุนแรงจนแทบหยุดเต้น
มันจบแล้ว...
คริสตัลเสียง... สิ่งเดียวที่เชื่อมโยงเขากับลูน่า... สิ่งเดียวที่ทำให้เขายังคงรู้สึกว่าเธอยังอยู่กับเขา... บัดนี้ได้แตกสลายไปแล้ว
ความรู้สึกสูญเสียครั้งใหม่ถาโถมเข้ามาในใจของเอเดนอย่างรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ ที่เคยเป็ เขารู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียลูน่าไปอีกครั้ง สูญเสียความหวัง สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาเพิ่งจะค้นพบ
“ไม่จริง... ไม่จริง...” เอเดนพึมพำเสียงสั่น ร่างกายของเขาสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตาอย่างไม่ขาดสาย
เมโลดี้มองเอเดนด้วยความเ็ป เธอเข้าใจความรู้สึกของเขาดี เพราะเธอเองก็รู้สึกเหมือนกำลังสูญเสียพี่สาวไปอีกครั้งเช่นกัน คริสตัลเสียงนั้นเป็เหมือนตัวแทนของลูน่า เป็สิ่งสุดท้ายที่เชื่อมโยงพวกเขากับเธอ และบัดนี้มันก็ได้จากไปแล้ว
“คุณเอเดน...” เมโลดี้เรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เธอเดินเข้าไปหาเอเดนอย่างช้าๆ แล้วโอบกอดเขาไว้แน่น
เอเดนโผเข้ากอดเมโลดี้อย่างสุดแรงเกิด เขาซบหน้าลงกับไหล่ของเธอ ปล่อยให้เสียงสะอื้นไห้ที่เก็บกดไว้มานานะเิออกมาอย่างรุนแรง
“ลูน่า... เธอไปแล้ว... เธอไปแล้วจริงๆ ...”
เอเดนพูดเสียงสะอื้น
“ผม... ผมไม่เหลืออะไรแล้ว”
เมโลดี้กอดเอเดนไว้แน่น เธอใช้มือลูบไล้แผ่นหลังของเขาอย่างปลอบโยน น้ำตาของเธอเองก็ไหลอาบแก้มเช่นกัน
“ไม่นะคะคุณเอเดน คุณไม่ได้ไม่เหลืออะไรเลย” เมโลดี้พูดเสียงแ่
“ลูน่าไม่ได้จากไปไหน เธออยู่ในใจของคุณเสมอ เธออยู่ในบทเพลงของเธอ...”
เธอปล่อยให้เอเดนร้องไห้ระบายความรู้สึกออกมาอย่างเต็มที่ เธอรู้ว่านี่คือสิ่งที่เอเดน้ามากที่สุดในตอนนี้ การได้ปลดปล่อยความเ็ปที่เขากดทับไว้มานาน การได้ร้องไห้อย่างเต็มที่ในอ้อมกอดของใครสักคนที่เข้าใจความรู้สึกของเขา
เอเดนร้องไห้อยู่นานแสนนาน จนกระทั่งเสียงสะอื้นของเขาค่อยๆ แ่ลง และ เหลือเพียงเสียงหายใจที่สม่ำเสมอ ร่างกายของเขาอ่อนแรงลงในอ้อมกอดของเมโลดี้
เมโลดี้ยังคงกอดเขาไว้แน่น เธอรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเอเดน และความเชื่อมโยงบางอย่างที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมที่ก่อตัวขึ้นระหว่างพวกเขา ความเชื่อมโยงที่ผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยความรัก ความเ็ป และ
บทเพลงสุดท้ายของหัวใจของลูน่า
เธอรู้ว่าการแตกสลายของคริสตัลเสียงนั้นเป็เื่ที่เ็ป แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็สัญญาณของการเริ่มต้นใหม่ มันเป็เหมือนการบอกลาครั้งสุดท้ายจากลูน่า เพื่อให้เอเดนได้ก้าวเดินต่อไปในชีวิต โดยไม่ต้องยึดติดกับอดีตอีกต่อไป
เมโลดี้ค่อยๆ คลายอ้อมกอดออกช้าๆ เอเดนเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาของเขาแดงก่ำและบวมช้ำ แต่ก็มีความสงบปรากฏขึ้นในแววตาคู่นั้น
“ผม... ผมขอโทษครับ” เอเดนพูดเสียงแหบพร่า
“ผม... ผมควบคุมตัวเองไม่ได้”
เมโลดี้ยิ้มอ่อนโยน “ไม่เป็ไรหรอกค่ะคุณเอเดน การได้ร้องไห้ระบายความรู้สึกออกมา เป็สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณจะทำได้ในตอนนี้”
เอเดนมองไปยังเศษผงสีฟ้าที่เคยเป็คริสตัลเสียงบนโต๊ะทำงาน เขาเอื้อมมือไปหยิบเศษผงเ่าั้ขึ้นมาถือไว้ในฝ่ามืออย่างเบามือ มันเป็สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่จากคริสตัลเสียง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็เป็สัญลักษณ์ของความทรงจำที่สวยงามและบทเพลงสุดท้ายของหัวใจของลูน่า
เมโลดี้มองเอเดนด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความเข้าใจ และความหวัง เธอรู้ว่าเส้นทางการเยียวยาของเอเดนยังอีกยาวไกล แต่เธอก็พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา พร้อมที่จะเป็แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ให้กับเขา เพื่อช่วยให้เขาได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริง และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง
Alice คนชอบทะเล