“ไป๋หลางจะออกมาคุยกับข้าสักประเดี๋ยวหนึ่ง”
เฟยหลงเอ่ยบอกไป๋หลางด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง
“มีอะไรยังงั้นขอรับท่านเ้าสำนัก”
ไป๋หลางเอ่ยถามด้วยความสงสัยเนื่องจากว่าพวกเขาทั้ง 4 คนนั้นก็สนิทกันมากพอสมควร แล้วพอที่จะคุยเื่ราวความลับต่างๆได้แต่ในขณะนี้ท่านเ้าสำนักกับเรียกเขาออกมาคุยตัวต่อตัว
ไม่เพียงเท่านั้นเฟยหลงได้ใช้ม่านพลังเพื่อไม่ให้ข้างนอกนั้นได้ยินเสียงที่พวกเขานั่งคุยกัน
“คืนนี้เ้ากับข้าจะต้องออกเดินทางไปยังดินแดนเทวะ”
เฟยหลงกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่จริงจังเขานั้นตัดสินใจแล้วที่จะปล่อยให้ลูกศิษย์ทั้งสองนั้นมาเชิญกับโลกภายนอกด้วยตนเอง
“จะทำแบบนี้จริงๆอย่างนั้นงั้นรึขอรับท่านเ้าสำนักพวกเขาทั้งสองคนนั้นยังเป็เด็กอยู่เลย”
ไป๋หลางเอ่ยขัดแย้งขึ้นมาโดยทันทีเนื่องเขาเป็ห่วงลูกศิษย์ทั้งสองของเขาแม้เขานั้นจะไม่ได้เป็อาจารย์ที่แท้จริงแต่เขาก็ฟูมฟักเลี้ยงดูทั้งสองด้วยมือเช่นเดียวกัน ความรักที่เขามีให้เหล่าลูกศิษย์ทั้งสองคนก็มีมากไม่ต่างจากเ้าสำนักเลย
“หากเ้านั้นรักเขาจริงเ้าจะต้องให้เขาไปเจอกับโลกภายนอกไม่ใช่ถูกทนุถนอมจากพวกเราทั้งสองคนเ้าก็รู้ว่าโลกภายนอกมันไม่ได้สวยงาม”
เฟยหลงกล่าวออกมานั้นล้วนเป็ความจริงโลกภายนอกที่พวกเขาทั้งสองคนไม่เคยอยู่เป็โลกที่แสนจะอันตรายต่อให้เป็ดินแดนปฐีดินแดนที่ต่ำต้อยมากที่สุดคนก็มมีการกดขี่ข่มเหงกันไม่ต่างจากดินแดนเทวะที่เหมือนสรวง์ทุกดินแดนล้วนโหดร้ายและทารุณมีทั้งคนดีและคนชั่วหากเขานั้นจะให้เด็กทั้งสองคนอยู่ในการปกครองของพวกเขาไปตลอดชีวิตพวกเขานั้นก็คงจะไม่มีประสบการณ์ของชีวิตเลย
“ท่านจะทำแบบนี้จริงๆนะขอรับท่านเ้าสำนัก”
ไป๋หลางเอ่ยออกมาและตอนนี้เขาเริ่มที่จะเข้าใจเจตนารมณ์ของเ้าสำนัก แม้จะยังเข้าใจไม่ถึง 10 ส่วนแต่เขาก็พอรู้ว่าท่านเ้าสำนัก้าจะสั่งสอนบทเรียนสุดท้ายกับเหล่าลูกศิษย์ของเขาอย่างไร
"เรานั้นจะไปยังดินแดนเทวะเพื่อเตรียมพร้อมอนาคตของพวกเขาทั้งสองคนนั่นคือการสร้างสำนักพวกเขาทั้งสองจะใช้เวลากี่ปีก็ตาม
ไป็หลางนั้นพยักหน้ากับคำพูดของเฟยหลงหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกง่วงนอนนิด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็รู้สึกได้โดยทันทีว่าเขานั้นได้กินอาหารที่เฟยหลงนั้นเป็คนทำ
"เราจะไปตอนนี้เลย แล้วตอนนี้เ้าคงรู้สึกง่วงนอนแล้วสินะ รับนี้ไปซะอย่าคลายนิทรา
หลังจากไป๋หลางได้รับยาในมือของเฟยหลงที่ส่งมาให้เขาก็รีบกินมันทันที และไม่นานร่างกายของเขาก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าและความง่วงนอนก็หายเป็ปลิดทิ้ง
และแล้วเฟยหลงก็ได้เขียพู่กันลงกระดาษไว้อย่างสวยงามซึ่งเป็ข้อความที่บอกเส้นทางในการเดินทางไปยังดินแดน
ศิษย์ข้าต่อจากนี้ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดเราถึงจะได้เจอกัน เ้าอาจจะใช้เวลาเพียง 10 หรือ 20 ปีถึงจะเดินทางไปถึงดินแดนเทวะ และบทเรียนสุดท้ายของพวกเ้านั้นก็คือการที่จะใช้ชีวิตอยู่ให้ได้ที่สำคัญมากที่สุดเ้าอย่าลืมวิถีการใช้ชีวิตที่ข้านั้นสั่งสอนไว้มันจะช่วยทำให้พ้นจากอุปสรรคและภัยอันตรายที่ไม่สมควรที่จะได้เจอมัน และสิ่งสำคัญพวกเ้าห้ามทำร้ายผู้อื่นโดยไม่จำ สิ่งที่ข้าสอนนั้นมันใช้ในการปกป้องตนเองและคนที่พวกเ้ารัก การเดินทางไปยังดินแดนเทวะนั้นยังต้องผ่านอุปสรรคทุกอย่างจะต้องใช้เวลาในการเดินทางอาจจะเจอมิตรสหายที่ดีหรืออาจจะเจอศัตรูที่เลวร้ายช้าก็ขอให้พวกเ้าทั้งสองนั้นผ่านมันไปได้อย่างราบรื่น ไม่ว่ายังไงเ้าทั้งสองก็คงยังต้องเจออุปสรรคอยู่ดีเพราะฉะนั้นรักษาตัวด้วยจาก
หง เฟยหลง
หลังจากนั้นเฟยหลงและไป๋หลางก็เดินทางออกมาทิ้งไว้เพียงเศษกระดาษที่มีข้อความเขียนอยู่อย่างยาวเหยียด
เช้าวันต่อมาเ้าของอิสตรีที่มีรูปร่างสวยงามให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกับรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้องเนื่องจากว่าบรรยากาศที่เปลี่ยนไปกระดาษที่วางบนตรงโต๊ะที่มีไว้เขียนหนังสือมีหน้าของชายหนุ่มที่มีรูปร่างคงเข้มหล่อเหลานั่งอยู่พร้อมกับน้ำตาที่หยดลงมาบนกระดาษ
“ศิษย์พี่มีเื่อะไรเกิดขึ้นมาเหรอเ้าคะ”
ลี่อินเอ่ยถามเทียนต้าด้วยน้ำเสียงที่กังวลเนื่องจากว่านางนั้นั้แ่อยู่กับศิษย์พี่มามานไม่เคยจะเห็นเขามีน้ำตาหยดเลยแม้แต่ครั้งเดียว
“เขาจากพวกเราไปแล้ว”
เทียนต้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าที ตัวเขานั้นไร้ซึ่งอาจารย์คอยยึดเหนี่ยวและคอยหักห้ามมันทำให้จิตใจของเขานั้นรู้สึกนี้โลกรู้สึกผิดเบี้ยวควรจะทำให้เขาแล้วรู้สึกปั่นป่วนป่วนพร้อมกัน
“ใครอะไรใครจะไปอย่างนั้นรึเ้าค่ะ”
ลี่อินไม่พูดเปล่านางได้เดินไปหยิบแผ่นกระดาษซึ่งมีข้อความเขียนเรียงรายกันอยู่เต็มหน้าหลังจากนั้นนางอ่านมันได้ไม่นานแล้วเสียของนางเริ่มสั่นคลอ แล้วผลสุดท้ายนางก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าเทียนต้าด้วยซ้ำ
“ฮือๆๆ อึก..ท่านอาจารย์เขา ฮึกๆ..จากเราไปแล้วจริงๆหรือเ้าคะศิษย์พี่ ฮือๆๆ”
น้ำเสียงที่ ที่กำลังร้องไห้อย่างหนักเอ่ยถามเทียนต้าด้วยสีหน้าที่เ็ปอาจารย์ของพวกเขาทั้งสองคนนั้นเป็ผู้มีพระคุณสอนบทเรียนต่างๆมากมายอีกทั้งยังสอนการใช้ชีวิตแม้กระทั่งในตอนสุดท้ายก่อนที่เขาจะจากไปกันนั้นพวกเขายังคงสอนปรัชญาชีวิตในการดำเนินให้พวกศิษย์ตัวน้อยอย่างพวกเขาได้รับรู้
“เ้าก็รู้ว่าอาจารย์กับท่านรองเ้าสำนักไม่เคยล้อเล่นเอาล่ะข้าจะไม่ร้องไห้อีก ในเมื่อท่านอาจารย์อยู่ในแดนเทวะเขาไม่ได้สิ้นลมหายใจเสียหน่อยยังไงพวกเราก็มีโอกาสที่จะได้เจอท่านอาจารย์กับท่านรองเ้าสำนักอีกเป็แน่เพราะฉะนั้นเรามาทำให้ตัวเองแข็งแกร่งตามที่อาจารย์เขาบอกกันเถอะ”
ตอนนี้เทียนต้าได้เปลี่ยนจากความเสียใจให้กลายเป็แรงผลักดันมุ่งสู่ดินแดนเทวะเพื่อได้พบกับหน้าจารย์ของเขาอีกครั้งหนึ่งลี่อินน้ำไม่ได้พูดนางเพียงแค่พยักหน้าหลังจากนั้นนางก็ล้มฟุบลงไปนอนบนเตียงเนื่องด้วยความเสียใจต่างๆที่ถ่ายส่งเข้ามาภายในสมองนาง
ณ ดินแดนลึกลับแห่งหนึ่งต้นไม้สีเขียวชะอุ่มลำธารที่สวยงามมีร่างของชายหนุ่มสองคนพวกเขานั้นดุจดั่งเทพเซียน คนหนึ่งมีผมสีขาวเป็เอกลักษณ์สวมชุดสีขาวดูเป็ดั่งเทพเซียน ดาบในมือสองแสงสว่างประกายสวยงามและชายอีกคนหนึ่งผมสีดำสนิทในตาที่มองยากแท้หยั่ง ถึงสวมชุดสีดำถือกิ่งไม้อยู่ในมือข้างซ้ายอย่างองอาจ
วันเวลาล่วงลับพลากจากกัน ถึงกระนั้นก็ยังคงหวนคืนใหม่
จะสิบปียี่สิบปีจงรอไว้ รอจนให้เจอพบสุขอยู่พร้อมกัน