หนึ่งคืนในตำนานซึ่งเงามืดครอบคลุมทั้ง์และแผ่นดิน แสงจันทร์ปกคลุมไปด้วยความมืดขณะที่เงาของปีศาจล้อมรอบตัว. โลกกำลังอยู่ในวันที่ต้องเผชิญกับความเป็ไปไม่ได้ ความสยองและความหวาดกลัวกำลังกระทบอย่างรุนแรงถล่มทลายความสงบของมนุษยชาติ.
ในเมืองเล็กๆ ที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ "ไซลลิสเทน" ความสิ้นหวังและความมืดครอบครัวเมืองได้กลายเป็เื่ปกติ. แต่วันหนึ่ง เื่ราวมืดมิดที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นดินส่งผลให้เสียงตะเกียงระหว่างทุกคืนเปลี่ยนเป็การร้องเพลงซึ่งเป็สิ่งที่ไม่คาดคิดได้.
ผู้คนในเมืองรู้สึกอุทานและหวาดกลัวอย่างไม่เคยมีมาก่อน. บ้านบ้านกลับกลายเป็บ้านผี มนุษย์สิ้นหวังต้องตื่นเต้นและกังวลกับความสังหรณ์แห่งความมืดที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างอึดอัดไปทั่วทุกมุมของเมือง.
ในระหว่างคืนหนึ่ง เสียงเรียกของเด็กหญิงจากที่หลงทางกลายเป็เสียงร้องไห้เข้าไปในใจของผู้คน. เสียงนั้นเหมือนมาจากตรอกนี้ แต่ก็เหมือนมาจากที่ไกลๆ เสียงร้องเรียกของเด็กหญิงคือเสียงร้องที่หวาดกลัวและสั่นคลอนใจได้ของคนที่ถูกหลอกลวงและถูกล่อไปในโลกอีกด้านหนึ่ง.
มากมายของคนในเมืองต้องเผชิญหน้ากับความสยองที่มาพร้อมกับเสียงร้องไห้นี้. บางคนพยายามหาข้อมูลและหาทางออก แต่การที่มีความอยากรู้และค้นคว้าของพวกเขากลับเปลี่ยนเป็การตามล่าด้วยความทุกข์ทรมานที่ไม่เคยลดลง.
สามเพื่อนที่กำลังวิ่งหนีมาถึงตรอกแห่งความมืด. ลมเย็นร้อนเป็เสียงกระหึ่มผ่านของเด็กชายเข้าไปในหูของพวกเขา ดังนั้นพวกเขาเ่าั้ตระหนักถึงเสียงร้องเด็กชายที่บอกให้พวกเขาออกมาจากตรอกนี้โดยด่วน. แต่เมื่อพวกเขาหันหน้ากลับไปในทิศทางเดียวกันที่พวกเขามา พวกเขากลับพบว่าทางออกไปไม่มีอยู่แล้ว.
ความกลัวและความหวาดกลัวกระตุกขึ้นมาภายในใจของพวกเขา. ทางออกสุดท้ายจึงเป็เื่เพียงแค่ฝันเพียงฝันแห่งความหวาดกลัว. สิ่งที่คนนี้้าคือจะต้องหาทางออกจากตรอกแห่งความมืดอันน่ากลัวให้ได้ แต่เื่ราวแห่งความมืดนั้นกลับอยู่ในหัวของพวกเขาได้เท่านั้น.
ก้าวไปข้างหน้า ก้าวต่อไป แต่ทุกครั้งที่พวกเขาคิดว่าพวกเขากำลังเป็เ้าของอนาคตของตัวเอง ทางออกนั้นกลับหายไปอีกครั้ง. ก้าวที่สอง ก้าวสาม และอีกครั้งที่สี่. พวกเขากลับพบกับการละเมิดที่ซ่อนอยู่ในรอยยิ้มของความมืด ความสงบและความอิ่มเอมของความมืดที่กำลังหลอกล่อพวกเขาเข้าไปในกับดักของความหวาดกลัว.
นาทีที่สุดท้ายพวกเขาสูญเสียตัวตนและเจริญเติบโตเป็สิ่งอย่างมืดมน ไม่มีใครรู้จักกันแล้ว ไม่มีใครรักกันแล้ว มีเพียงความมืดและความสังหรณ์ที่ทำให้หัวใจของพวกเขาเติบโตเป็อันตราย.
เมื่อมืดคร่ำ แสงจันทร์เพียงพอที่จะส่องแสงลงมาตรึงร่างเื่ราวที่ผ่านไป เสียงร้องไห้ของเด็กหญิงและเสียงร้องของเด็กชายกลับซ่อนอยู่ใต้เงามืดของความลืมและความสิ้นหวัง.
ไซลลิสเทนกลับกลายเป็เมืองที่ตามหาสิ่งที่สูญหายไป เสียงร้องไห้ที่มีกำลังที่ความมืดล้วนมากขึ้น และแสงสว่างที่อ่อนแสงขึ้นกว่าเดิม. ความมืดกำลังครอบคลุมอยู่ทั่วไปในไซลลิสเทน แต่รอยยิ้มที่เป็เครื่องหมายของความมืดอันทรงพลังกลับครอบคลุมในรอยยิ้มของความหวาดกลัวอย่างไม่สิ้นสุด.