"เ้า...เ้าคิดจะทำอะไร?"กวนจงที่เห็นดาบมาจ่ออยู่ที่คอพลันกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก
"เมื่อสักครู่ใครกันที่เอ่ยปากออกมาว่าอยากฆ่าข้า!"เทียนฉินยืนมองกวนจงที่นอนหมดสภาพอยู่อย่างเย้ยหยัน
"ข้า...ข้าผิดไปแล้วปล่อยข้าไปเถอะ!"กวนจงกล่าวอ้อนวอนเทียนฉินอย่างสิ้นศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย
"คนแบบเ้าอยู่ไปก็เท่านั้น!"
"ม่ายยยย!"
ฉั้วะ!
เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างสมเพชก่อนสะบัดวาดดาบในมือตัดหัวกวนจงอย่างรวดเร็ว เขาจะไม่ยอมอ่อนข้อให้กับคนที่้าจะฆ่าเขาอยู่แล้ว นี่คือสิ่งที่เทียนฉินยึดมั่นอยู่ในใจอีกอย่างหนึ่ง
หลังจากลงมือฆ่ากวนจงแล้ว เทียนฉินจึงก้มลงไปหยิบดาบในมือและเริ่มค้นหาสิ่งของที่ร่างของกวนจงทันที เขาเก็บผลึกบันทึกคะแนนมาถ่ายโอนข้อมูลก่อนจะหยิบแหวนมิติมาตรวจดู ภายในมีสิ่งของหลายอย่างคล้ายๆกับแหวนมิติของคนอื่น แต่ที่เทียนฉินสนใจคือมีแผ่นหยกอยู่สองแผ่นกับกระบี่อีกหนึ่งเล่ม
แผ่นหยกแรกคือแผนที่ที่เขาเห็นกวนจงถืออยู่ตอนที่พวกเขากำลังแอบซุ่มดู เมื่อใส่พลังปราณลงไปก็พลันปรากฎแผนภาพภูมิทัศน์ต่างๆ เทียนฉินสังเกตจุดสีแดงที่ทำตำหนิไว้จึงเข้าใจว่านี่คือจุดที่พวกเขาสามคนมุดเข้ามานี่เอง หลังจากตรวจดูแล้วว่าไม่มีจุดที่ทำตำหนิไว้อีกเขาจึงโยนทิ้งไปอย่างไม่ใยดี
แผ่นหยกที่สองมีรูปสัญลักษณ์อย่างหนึ่งอยู่ด้านหน้าผลึก เมื่อใส่พลังปราณลงกับพบว่าเป็ป้ายประจำตัวของตระกูลกวน เทียนฉินโยนแผ่นหยกนั้นทิ้งไปอีกครั้งแล้วจึงหยิบกระบี่ขึ้นมาดู
"หือ! อาวุธระดับสอง!"เทียนฉินแปลกใจนิดหน่อยที่กวนจงมีกระบี่ระดับสองเก็บไว้ในแหวนมิติ ทั้งที่ตอนสู้กันกวนจงกลับใช้ดาบระดับหนึ่งสู้กับเขาแทน
"หรือว่ามันจะถนัดใช้ดาบเหมือนอย่างข้า"เทียนฉินเอ่ยพึมพำเบาๆ ก่อนพลิกตัวกระบี่ไปมา
"นั่นอาวุธระดับสองหรอ?"เป็เหม่ยหลินที่เดินเข้ามาหาพร้อมเอ่ยอย่างใหลังจากที่เห็นกระบี่ในมือของเทียนฉิน
"อืม! เ้าอยากได้มั้ยละ!"เทียนฉินเงยหน้าขึ้นมา กล่าวอย่างยิ้มๆ
"อย่าล้อเล่นอย่างนั้นสิ! นี่มันอาวุธระดับสองเชียวนะ"เหม่ยหลินเอ่ยออกมาอีกครั้ง
"ไม่ได้ล้อเล่นข้าให้จริงๆ"เทียนฉินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะเอ่ยออกมาอีกประโยค
"แต่ข้าอยากบอกพวกเ้าไว้ก่อนว่าดาบเล่มที่อยู่ตรงนั้นข้า้ามัน!"
เหม่ยหลินหันมามองหน้าจงลู่อันคล้ายจะให้เขาเป็คนตัดสินใจ
จงลู่อันใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ไม่นานก็พยักหน้าให้เหม่ยหลินก่อนจะบอกกล่าวกับเทียนฉิน
"กระบี่เล่มนี้เมื่อเ้าเต็มใจให้พวกข้าก็ขอรับไว้ด้วยน้ำใจ ส่วนดาบเล่มนั้นถ้าเ้าจะสามารถนำมันออกมาได้ก็ถือเป็โชควาสนาของตัวเ้าเอง แต่ถ้าเ้าทำไม่สำเร็จ พวกข้าจะขอโอกาสลองดูบ้างได้หรือไม่"
เทียนฉินได้ยินดังนั้นก็พยักหน้าตอบรับแล้วโยนกระบี่มาให้เหม่ยหลินก่อนที่จะเหาะไปทางดาบนั้นอย่างรวดเร็ว
ในท่ามกลางสระลาวาอันร้อนระอุ เทียนฉินยืนมองด้ามดาบที่เสียบอยู่บนแท่นหินนั้นอย่างใจจดใจจ่อ เมื่อได้เข้ามาใกล้รังสีของตัวดาบที่แผ่ออกมานั้นช่างร้อนแรงดูน่ากลัวกว่าตอนที่ยืนมองดูอยู่ด้านนอก
เทียนฉินสูดหายใจเข้าเต็มปอดก่อนจะใช้สองมือกุมไว้ที่ด้ามดาบนั้น ทันทีที่มือเทียนฉินัักับด้ามดาบพลันเกิดนิมิตรขึ้นมาอีกครั้งเหมือนกับที่เทียนฉินัักับผลึกสีฟ้าอมเขียว
ภายในนิมิตรปรากฎชายวัยกลางคนรูปร่างสูงใหญ่ หน้าตาต่างปกคลุมไปด้วยหนวดเครารกรุงรัง เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็สีแดงเพลิงดูน่าเกรงขาม ่ท่อนแขนที่เปิดออกต่างมีกล้ามขึ้นเป็มัดเผยให้เห็นออกมา ชายคนนั้นหันมาจ้องมองเทียนฉินด้วยสายตาดุดันก่อนเอ่ยออกมาอย่างแปลกใจ
"นี่เ้าไม่แปลกใจที่ได้พบข้าเลยหรอ?"
"ผู้น้อยเทียนฉินคำนับผู้าุโ!"เทียนฉินไม่ตอบกลับแต่เลือกทำความเคารพแทน
"อืม!นับว่าเ้ายังมีมารยาทอยู่บ้าง"ชายวัยกลาวคนเอ่ยชมออกมาหลังจากเห็นท่าทางของเทียนฉิน
"เอาละ! ข้าไม่มีเวลามากนัก ในเมื่อข้ากับเ้ามีโชควาสนาต่อกันข้าก็จะไม่เอ่ยอะไรให้มากความ"
"ดาบที่เ้าได้ััตอนอยู่ด้านนอกนั้นมีชื่อว่า ดาบเพลิงสุริยา"
"มันเป็ดาบที่ข้าใช้ประจำั้แ่บรรลุระดับผันแปรจนถึงระดับหลุดพ้น"
"เมื่อเ้าได้มันแล้วจงเก็บรักษาเอาไว้ให้ดีและอย่านำไปใช้ในทางที่ผิดเป็อันขาด"
ชายวัยกลางคนนั้นหยุดจ้องมองเทียนฉินสักครู่ก่อนจะกล่าวต่อ
"และก่อนจากกันข้าจะมอบโชควาสนาให้กับเ้าอีกอย่างหนึ่ง ส่วนจะไขว่ขว้ามาได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่ที่ตัวเ้าเองเท่านั้น"
ทันทีที่ชายวัยกลางคนได้กล่าวจบพลันมีแสงพุ่งเข้ามาตรงกลางหว่างคิ้วของเทียนฉินอย่างไม่ทันตั้งตัว
ความทรงจำบางส่วนปรากฎขึ้นในหัวเทียนฉินอย่างต่อเนื่อง ทั้งเื่ราวการใช้ดาบฟาดฟันศัตรูนับไม่ถ้วนรวมถึงเส้นทางอีกทางที่เก็บความเข้าใจของแก่นแท้ธาตุไฟไว้อีกด้วย
ภายนอกจงลู่อันและเหม่ยหลินเห็นเทียนฉินหลับตายืนเอามือกุมดาบไว้ไม่ไหวติงต่างพากันประหลาดใจ
"เขาจะไม่เป็อะไรแน่นะ!"เหม่ยหลินหันมาถามจงลู่อันอย่างเป็ห่วง
"ไม่น่าจะมีอะไรร้ายแรงเกิดขึ้นกับเขาหรอก"จงลู่อันสบตาเหม่ยหลินก่อนกล่าวปลอบโยนออกมา
"หือ!"
ในขณะที่ทั้งสองพูดคุยอยู่นั้นเหม่ยหลินพลันสังเกตุเห็นอะไรบางอย่าง เป็กระแสเปลวเพลิงหลายสายต่างพุ่งออกมาจากสระลาวา แล้วม้วนตัววนรอบอยู่บริเวณแท่นหินอันนั้น เสียวหวีดร้องคำรามดังกึกก้องอยู่ภายในถ้ำจบแสบแก้วหู
ท่ามกลางกระแสเปลวเพลิงกลุ่มนั้นเทียนฉินยกดาบเพลิงสุริยาขึ้นมาดูก่อนวาดดาบไปข้างหน้าสุดแรง
ตู้ม!
หินหนึดที่อยู่ในสระลาวาต่างแบ่งแยกออกจากกันเป็ทางยาวเผยให้เห็นส่วนที่อยู่ลึกข้างในก่อนจะค่อยๆไหลกลับมารวมกันอีกครั้ง
"เป็ดาบที่ดีจริงๆ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับเอามืออีกข้างลูบไล้ััดาบไปมา
ตัวดาบมีลักษณะใหญ่ยาวปลายดาบโค้งงอเล็กน้อย ตรงตัวใบมีดสลักอักษรไว้อย่างชัดเจนว่าดาบเพลิงสุริยา ตัวด้ามถูกฝังไว้ด้วยผลึกสีแดงสามเม็ด จากที่เทียนฉินได้ถือไว้ดาบเล่มนี้ค่อนข้างมีน้ำหนักมาก แต่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับตัวเขาเท่าไรนักที่จะถือมัน
เมื่อพินิจพิเคราะห์จนสมใจแล้วเทียนฉินจึงเหาะกลับมาทางที่จงลู่อันกับเหม่ยหลินยืนอยู่
"ยินดีด้วย!"เหม่ยหลินเอ่ยบอกเทียนฉินด้วยรอยยิ้ม
"พวกเราไปกันเถอะ!"เทียนฉินเอ่ยชวนทั้งสองทันทีที่มาถึง
"จะไปแล้วหรอ?"เหม่ยหลินถามอย่างลังเล
"ที่นี่ไม่มีอะไรให้ค้นหาแล้ว ไปอีกเส้นทางกันดีกว่า"เทียนฉินเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
เหม่ยหลินหันมาสบตากับจงลู่อันเห็นเขาไม่เอ่ยอะไรจึงเลือกเดินตามเทียนฉินออกไปก่อนถามต่อด้วยความสงสัย
"เ้ารู้หรอว่าอีกทางมีอะไร?"
"อืม!"เทียนฉินเอ่ยอย่างขอไปที
"แล้วที่อืมนี่! มันคืออะไรเล่า!"เหม่ยหลินเอ่ยถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
"ความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟ!"เทียนฉินตอบพลางเดินไปพลาง
"หือ! แก่นแท้ธาตุไฟ!!"
ไม่เพียงแต่เหม่ยหลินที่ใแม้แต่จงลู่อันยังอดตกตะลึงไม่ได้เลย ความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟ จะมีเื่บังเอิญที่โชคดีขนาดนั้นเชียวหรือ?
"แล้วเ้ารู้ได้อย่างไรว่ามีความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟอยู่ทางนั้น?"เหม่ยหลินเอ่ยถามอีกรอบ
"แค่บังเอิญน่ะ"ยังเป็คำตอบเดิมที่เขาเคยตอบมาก่อน
"เชอะ!!"เหม่ยหลินสะบัดหน้าหนีอย่างไม่พอใจในคำตอบ
เทียนฉินเห็นท่าทางของเหม่ยหลินก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ พลางส่ายหัวแล้วจึงรีบก้าวเดินออกไป
เมื่อได้เข้ามาทางถ้ำอีกด้านนึงพวกเขาทั้งสามได้พบเจอกับิญญาอัคคีอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ิญญาอัคคีนั้นมีถึงแปดตัวด้วยกัน เทียนฉินกับพวกใช้เวลามากกว่าเดิมเล็กน้อยก่อนจะผ่านมาได้อย่างไม่ยากเย็น
เมื่อมาถึงสุดปลายทางเทียนฉินได้พบผลึกสีแดงวางเด่นอยู่บนแท่นหิน เส้นแสงสีเพลิงหลายสายต่างหมุนวนอยู่รอบๆอย่างสวยงาม
"นี่นะหรือผลึกแก่นแท้ธาตุไฟ!"เหม่ยหลินเอ่ยออกมาพร้อมกับเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
"พวกเรามาเริ่มทำความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟกันเลยเถอะ!"เทียนฉินเลือกที่นั่งใกล้ๆผลึกมุมหนึ่งก่อนเอ่ยบอกจงลู่อันกับเหม่ยหลิน
"แล้วพวกเราต้องทำอย่างไรบ้าง?"จงลู่อันเอ่ยถามอย่างใครรู้
"เพียงพวกเ้าัักับผลึกข้างหน้า จากนั้นความทรงจำที่ถูกทิ้งไว้ในผลึกนี้จะหลั่งไหลเข้าไปในหัวของพวกเ้าเอง"เทียนฉินหันมามองหน้าทั้งสองคนเห็นว่าเข้าใจดีแล้วจึงกล่าวต่อ
"หลังจากความทรงจำเข้าไปในหัวพวกเ้าแล้ว ทีนี้ก็ต้องดูว่าพวกเ้ามีความสามารถมากน้อยแค่ไหนที่จะความเข้าใจแก่นแท้ธาตุไฟได้
เมื่อทั้งสามเข้าใจตรงกันแล้วจึงยื่นมือออกไปัักับผลึกนั้นแล้วเข้าสู่สมาธิทันที
จบตอนที่ 20
*ปล*ดาบเพลิงอัคคี เปลี่ยนเป็ดาบเพลิงสุริยานะครับ #ขออภัยทุกท่านด้วยที่ได้เข้ามาอ่านแล้ว#