กลยุทธ์ที่ 10 กิลด์
พอคณะของพวกคุกกี้เคลื่อนผ่านทุ่งดอกไม้ที่สวยงามเรื่อยๆจนทำให้พวกเธอประหลาดใจ เสียงปริศนาก็ดังขึ้นเสียงคำรามของบางอย่างที่ทำให้ทุกคนใสิ่งที่ได้ยินคุกกี้คิดว่าต้องเป็มอนเตอร์ระดับสูงแน่นอนจึงสั่งให้พวกผู้เล่นมือใหม่อยู่ด้านหลังและตามหาจุดเริ่มต้นของเสียงนั้น
“โฮก!!คร้อกก!!! ”
พวกคุกกี้ที่มีระดับอยู่ที่ชั้นอัศวินรู้สึกหวั่นใจอย่างไม่เคยเป็เมื่อยิ่งเข้าใกล้จุดเกิดเสียงนั้นเรื่อยๆสายตาของทุกคนล่อกแล่ก มองหวาดระแวงไปทั่วใจนึงของคุกกี้คิดว่าอาจเป็กับดักของผู้เล่นที่เล่นเป็โจร จนกระทั่งพวกเขาเห็นหมีตัวนึงนอนกอดดาบส่งเสียงคำรามอยู่หมี? พอดูดีๆ นี่ไม่ใช่หมีแต่เป็คนและเสียงร้องดั่งสัตว์ประหลาดก็เกิดขึ้นมาจากชายในชุดหมีคนนี้นี่เอง
พอเพื่อนชายของเธอสังเกตเขาดีๆก็รู้ว่าเขาเป็ใครจึงพูดด้วยเสียงเอื่อยๆ
“...นี่มันเ้าผู้รับใช้ที่อยู่กับเ้าหนอนี้เีเมื่อวานนี้นี่”
“แล้วเขาไปอยู่ไหนแล้วล่ะ?”นักเวทหญิงเพื่อนของคุกกี้ใช้สกิลค้นหาตัวเขา ส่วนทวนยังคงคำราม(กรน) อยู่จนกระทั่งเพื่อนชายของคุกกี้เอาเท้าไปสะกิดเขา
“ถามเ้านี่ก็รู้เื่แล้ว”
สะกิดเบาๆทวนไม่ตื่นเขาจึงเผลอออกแรงไปอีกนิดนึง ทันใดนั้นเอง ดวงตาที่หลับสนิทของทวนก็โพล่งขึ้นมาอย่างกล้าแข็งพร้อมตัวที่ลุกพรวดจนเงาขนาดใหญ่ทาบทับร่างของชายที่สะกิดตนแล้วหมัดสุดกำลังก็ได้อัดมาที่ใบหน้าของเขาที่ยังคงตะลึงกับเงาสูงใหญ่ทำให้ลำตัวของเขาพุ่งแถไปกับทุ่งดอกไม้แล้วทวนก็ะโลั่นออกมาสุดเสียง
“ศัตรูบุก!!!!”
พวกคุกกี้ชักอาวุธขึ้นมาทันทีเมื่อพบกับจิตสังหารที่รุนแรง
“ระวังตัวไว้ดูเหมือนเ้านี่จะติดสถานะคลั่งแล้ว!! ” คุกกี้พูดขึ้นกับพวกของตนผู้เล่นใหม่ที่อยู่แนวหลังถึงกับอกสั่นขวัญแขวน
สถานะคลั่ง เป็สถานะที่เกิดได้จากกรณีที่มอนเตอร์ถูกกดดันอย่างหนักหรือไม่มีทางตอบโต้ผู้เล่นได้(ส่วนใหญ่เป็ประเภทไร้สมอง) เช่นในกรณีที่ถูกรุมและเอาคืนผู้เล่นไม่ได้เลยหรือไปยั่วต่อมอะไรบางอย่างของพวกมันซึ่งมีแตกต่างกันไปหากติดสถานะคลั่งพลังโจมตีและความรวดเร็วของพวกมันนั้นจะเพิ่มขึ้นมาระดับนึงทันทีคุกกี้จึงบอกให้พวกของเธอระวังตัวก่อนจะถูกเพื่อนนักเวทแย้งขึ้นมาว่า
“คุกกี้...ฉันไม่เคยได้ยินเลยนะว่าเคยมีผู้ติดตามติดสถานะคลั่งน่ะ...”
“อ้าวเหรอ...”เธอหันไปพูดกับเพื่อนหญิงของเธอด้วยใบหน้าเอ๋อๆ ทำให้เพื่อนของเธอจะถอนหายใจขณะนั้นทวนก็คืนสติกลับมาเมื่อเห็นพวกเธอ
“พวกท่านคือเพื่อนของนายเรานี่....”
คุกกี้เออออไปทันที
“อ๋อใช่แล้วแล้วเ้านั่นไปไหนแล้วล่ะ พวกฉันเห็นนายอยู่แค่คนเดียว”
ทวนหันซ้ายหันขวาก่อนจะทำท่าทางเหมือนสติแตกแล้วะโขึ้นมาอีกครั้ง
“นายท่าน!!นายท่านอยู่ที่ไหนขอรับ!!!!? ” เขายังะโต่อไปเรื่อยๆจนคุกกี้กับพวกของเธอต้องเอามืออุดหู ก่อนพวกเธอจะไปหาตัวจักรพรรดิช่วยทวน
“ไปกันเตอะคุกคี้ไม่ใช่ตุระของเราแล้ว”เพื่อนชายของคุกกี้ที่เือาบปากพูดขึ้นมาก
คุกกี้ถอนหายใจเนืองๆออกมาจริงอย่างที่เพื่อนเธอว่าเธอไม่จำเป็ต้องไปสนใจคนที่เพิ่งรู้จักกันแม้แต่น้อยบุญคุณที่เคยมีก็แค่เื่เค้กไม่ได้ใหญ่หลวงอะไรแม้แต่น้อยก่อนเสียงเพื่อนผู้หญิงของเธอจะพูดขึ้นมาจนเธอผงะ
“คุกกี้เช็ดน้ำลายหน่อย”
“!!? ”
น่าเสียดายที่ทุ่งดอกไม้นี้ไม่มีมอนเตอร์ให้ล่าเหมือนครั้งก่อนพวกเธอจึงคิดจะย้ายสถานที่ไปยังที่อื่นขณะนั้นคุกกี้กลับเหลือบไปเห็นดอกไม้มากมายที่งอกอย่างผิดแปลกอย่างที่ไม่ควรเป็ที่นึงเหมือนๆ กับว่ามันนั้นงอกอยู่บริเวณดินรอบๆ โคนต้นไม้จนเกิดเป็พุ่ม มองดีๆเธอเริ่มสังเกตเห็นด้ามไม้โผล่ออกมา
‘พลั่ว?’ เธอคิดในใจจนความสงสัยได้ชักจูงเธอให้เข้าไปหาขณะที่ทุกคนกำลังเดินไปยังสถานที่ใหม่เมื่อเธอชะโงกหน้าเข้าไปใกล้มัน
“พรึ่บ”บางอย่างภายใต้ดอกไม้ก็เคลื่อนไหวออกมาอย่างรวดเร็วััที่แก้มของเธอพอเธอเริ่มมองดูดีๆ เ้าพุ่มดอกไม้นี้คือคนที่เธอตามหาอยู่นั่นเอง
สายตาที่ริบหรี่ของคนที่พึ่งตื่นจ้องเธอด้วยใบหน้าเรียบก่อนจะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างช้าๆ พร้อมกับมือที่ลูบไล้ใบหน้าของเธออย่างแ่เบาจนหยุดอยู่ที่นิ้วโป้งที่ได้กดลงไปที่แก้มของเธอจนยุบลงเผยให้เห็นเขี้ยวเล็กๆ ที่มุมแก้มชัดเจนรอยยิ้มของจักรพรรดิขยายกว้างขึ้นแต่แววตานั้นยังคงอยู่ระดับเดิม
“อ่า...จอมมารตัวน้อย”ทันใดนั้นใบหน้าที่แปลกใจของคุกกี้ก็แดงระเรือราวกับลูกตำลึงจนเธอรีบถอนตัวออกมาแล้วชี้ๆพูดไปที่จักรพรรดิ
“ทะทะ ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ละ!!? ” เสียงของเธอทำให้ขบวนหยุดลงหันมามองที่เธอเป็สายตาเดียวกัน
จักรพรรดิที่นึกว่าตัวเองอยู่ในความฝันตื่นขึ้นมาเต็มตาก่อนจะลุกมาเด็ดดอกไม้ที่ตัวออกทำให้เกิดภาพมนุษย์ดอกไม้สู่สายตาผู้คน
“อรุณสวัสดิ์ครับ”จักรพรรดิกล่าวทักทายปกติเธอที่ยังคงหน้าแดงอยู่ยังคงพูดตะกุกตะกักก่อนจะกลับมามีใบหน้าดังเดิมอย่างช้าๆ
“อ่าอะ อรุณสวัสดิ์” ทั้งๆ ที่จักรพรรดิก็ไม่ได้ดูแปลกไปจากเดิม ทำไมคุกกี้ถึงรู้สึกว่ามันแปลกไปพอสังเกตดูดีๆ พร้อมกับพวกเพื่อนของเธอความสงสัยจึงบังเกิดขึ้นเป็คำพูดสำหรับคุกกี้
“ทำไมระดับของนายถึงเลื่อนขึ้นมาเร็วแบบนี้?”
จักรพรรดิยิ้มๆก่อนจะใช้นิ้วชี้มาััที่ริมฝีปากของตน
“ความลับครับ...แต่ถ้าหากอยากรู้จริงๆล่ะก็แลกด้วยนี่หนึ่งครั้งครับ” จักรพรรดิเลื่อนตัวเข้ามาหาคุกกี้ที่ทำท่าทางสงสัยสุดขีดจนเธอเผลอเอนตัวไปด้านหลังนิ้วมือยังจ่อที่ริมฝีปากของตนเองอยู่ทว่าคราวนี้เขาจี้ย้ำๆไปที่มัน
รอยยิ้มกับการแสดงที่บ่งบอกถึงความปรารถนาแอบแฝงทำให้คุกกี้วางตัวไม่ถูกแต่ไม่นาน
“นายท่าน!!!!”
“อั๊ก!!?”
ทวนที่ตามหาตัวเขาอยู่ก็เข้าชาร์ตเขาสุดแรงด้วยความดีใจจนล้มตึงลงไปที่พื้นแถมยังกอดและใช้หัวถูๆตัวเขาราวกับเป็ของที่หวงแหนจนทำให้เขารู้สึกขยะแขยงปนทรมานอย่างถึงที่สุด
“ปล่อยนะเว้ย!!ฉันไม่นิยมตัวผู้! ไปไกลๆ เลย!!! ” จักรพรรดิทั้งถีบทั้งดันแต่ทวนก็ไม่ยอมออกไปจากตัวเขาสักที หากจะให้เขาเลือกยามนี้เขายากโดนหมีตะปบเสียมากกว่ามาเจออะไรแบบนี้
“ว๊ากกก!!!” จักรพรรดิร้องลั่นป่า
“...ขออภัยขอรับนายท่านข้าคิดว่าจะไม่ได้เจอนายท่านอีกต่อไปแล้ว” ทวนพูดพร้อมก้มหัวให้เขาจักรพรรดิที่มีหน้าเจื่อนๆ พูดส่งๆ ไปขณะที่ขอเดินตามพวกคุกกี้ไปล่ามอนเตอร์อีกครั้ง
“แต่ฉันคิดว่าตอนนี้ไม่มีนายอยู่จะดีมากนะ”
“....” ทวนได้แต่เงียบ
ในขบวนล่ามอนเตอร์ตอนนี้มีเื่ของจักรพรรดิกล่าวถึงไม่หยุดถึงเขาจะรั้งท้ายขบวนเขาก็ได้ยินทุกคนพูดถึงเื่ของตนจะไม่ให้พูดถึงได้ยังไงผู้เล่นมือใหม่บางคนมาที่นี่พร้อมกันกับเขาแต่ไม่เห็นเขาทำอะไรเลยแต่พอผ่านไปคืนนึงระดับของเขากลับเพิ่มสูงยิ่งกว่าพวกตนที่ล่ามอนเตอร์ตลอด่บ่ายเสียอีก
ที่สุดของความสงสัยนักเวทหญิงผมยาว คิ้วบางเรียว ปากเรียว จมูกเป็สันหน้าผากกว้างสวมที่คาดผมสีเหลือง ในชุดนักเวทสีส้มหมวกทรงแหลมมีไม้เท้ายาวๆ ในมือเพื่อนคุกกี้ ก็ได้เข้ามาคุยกับเขาที่ท้ายขบวนโดยมีสายตาคุกกี้ชำเลืองมองจากด้านหน้า
“ฉันชื่อ“กัลยา” จะเรียก “ยา” เฉยๆ ก็ได้เป็เพื่อนของคุกกี้เขานะ” เธอแนะนำตัวขึ้นมา
“ครับผมจักรพรรดิน่าจะรู้จักผมแล้วใช่ไหม”
เธอเข้าเื่ทันทีเพราะเื่ค่าประสบการณ์ถือว่าเป็เื่ใหญ่ของผู้เล่น
“นายรู้ใช่ไหมว่าฉันเข้ามาหานายทำไม?”เพราะเป็จุดเด่นและมีปมที่ผู้อื่นอยากค้นหาผู้คนถึงสนใจเมื่อวานเขาไม่ได้ทำอะไรเขาเลยถูกเมิน
ไม่จำเป็ที่เธอต้องพูดต่อเื่นี้สำหรับจักรพรรดิไม่ได้ถือว่าเป็ความลับ
เขาเล่าเื่ทั้งหมดออกมาอย่างคล่องปากกับยาด้วยท่าทางสนุกสนานเธอแทรกเป็บางครั้งสิ่งที่เขาเล่ามีเพียงแต่ความจริง แต่ก็ไม่ทั้งหมดเพราะหากพูดหมดไปตัวเขาจะเป็ภัยเื่ที่เขาไม่เล่ามีอยู่ 2 เื่หลักๆคือการที่เขาทำดาเมจไม่ได้กับเื่สกิลนักปราชญ์เพราะมันถือเป็ไม้ตายของเขาหากยาถามถึงว่าเขาต่อสู้ยังไงล่ะก็ เขามักจะโยนให้กับความสามารถของทวนเป็หลักและเสริมว่าเกมนี้มีระบบแนะนำแทนที่ผู้เล่นมือใหม่และเหล่าบอดี้การ์ดจะล่ามอนเตอร์เหมือนปกติพวกเขากลับเริ่มหยุดฟังสิ่งที่จักรพรรดิพูดวงน้ำชาจึงถูกตั้งขึ้นมาอีกครั้ง
“...ก็ประมาณนั้นครับ”จักรพรรดิพูดจบประโยค
“โม้แล้วทำแค่นั้นระดับจะเพิ่มขนาดนี้ได้ยังไง นายต้องมีสูตรโกงแน่ๆหรือไม่งั้นก็ให้ใครช่วย”เพื่อนชายของคุกกี้พูดขึ้นมาซึ่งจักรพรรดิรู้ชื่อเขาจากยาแล้วว่าชื่อ “เก่ง”อาชีพนักฆ่าในชุดนินจาดำสับขาวมีดาบสั้นเหน็บที่เอวหน้าตาพอไปวัดไปวาได้ไว้ผมยาวปรอยๆ มัดจุกด้านหลัง สิ่งที่เสียสำหรับเขาคือปาก
ไม่นานเสียงก็แตกออกเป็ 2 ฝ่ายพวกที่เชื่อคิดจะทำอย่างจักรพรรดิบ้างเพราะพวกเขานั้นไม่ได้เก่งในการเล่นเกมและไม่ค่อยมีประสบการณ์ส่วนพวกที่ไม่เชื่อคือพวกที่เห็นว่ามันเป็แค่เื่ตลกและการหลบหนีของคนขี้ขลาด
วันนี้จักรพรรดิก็ทำเหมือนเมื่อวานวันต่อมาเขาก็ทำแบบเดิมซ้ำไปซ้ำมาจนออกจากเกมแล้วเข้ามาใหม่ จนเป็อาทิตย์ในเกมนี้ผู้เล่นสามารถล็อกเอาท์ที่กลางป่าได้หากทำให้เกิดเป็อาณาเขตปลอดภัยพร้อมเวลาหลับมีสิ่งกำบังรอบทิศสำหรับจักรพรรดิคือเต็นท์ และในขณะล็อกเอาท์ตัวละครของเราก็จะหายไปแต่พอจะเข้ามาเล่นเกมใหม่ต้องกลับมาที่เดิมที่ล็อกเอาท์ออกไปและโชคดีที่ในเกมนี้ไม่มีระบบสกปรกเพราะหากมีระบบนั้นเขาที่อยู่ในป่าตลอดไม่ได้ทั้งแปรงฟันอาบน้ำคงคุยกับเหล่าสาวๆไม่ได้อีกแน่
ที่นี่ทุกคนเห็นเขาจนชินตาแล้วมีพูดคุยด้วยเป็บางครั้ง เื่ใหญ่ๆ คือถามเกี่ยวกับสิ่งที่ตนเองสงสัยทำให้เขานั้นดูสนิทสนมกับพวกคุกกี้มากขึ้น
พออาทิตย์ที่2 น่าแปลกที่่นี้มีข้อความของเรส่งมาหาเขาเป็ระยะๆแทนที่จะดีใจเมื่อเจอแบบนี้จักรพรรดิกลับรู้สึกไม่อยากบุ่มบ่ามจึงเล่นตัวไปบ้าง
สุดท้ายเธอก็ตอบกลับมาโต้งๆว่า
(ไปตายซะ)
ในขณะที่เรตัดการโต้ตอบไปเขาก็ปิดหน้าต่างระบบแล้วหันไปพูดกับคุกกี้ที่มายืนอยู่ข้างตนใต้ต้นไม้ั้แ่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แทน
“คิดชื่อกิลด์เอาไว้รึยังครับ?”คุกกี้ทำหน้าเหวอทันทีที่ได้ยินแบบนั้น
“ยาบอกเหรอ?”คุกกี้ถามต่อ
“เปล่าผมก็แค่สันนิษฐานแต่พอคุณพูดออกมาแบบนั้นมันก็ยืนยันได้แล้วล่ะ”จักรพรรดิหัวเราะเบาๆ ออกมา กลับกันคุกกี้กลับกำหมัดแน่นยิ้มกระตุกแทน
“แปลว่ายังไม่ได้คิดชื่อสินะครับ”
สุดท้ายคุกกี้ก็ยอมรับขึ้นมาจนได้
“คิดสิ“ช็อกโกเฟรน” “สวีทช็อตเค้ก” “ดับเบิ้ลทูเค้ก” 3 ชื่อนี้อยู่ในการพิจารณาของฉันมาตั้งนานแล้ว”
“อาจจะหักหาญน้ำใจไปหน่อยแต่ผมคิดว่าพวกยาเขาไม่เอาชื่อพวกนั้นหรอก”
“!!? ” คุกกี้ถึงกับตัวแข็งทื่อที่ได้ยินแบบนั้นก่อนจะเงียบไปแต่ก็ไม่นานเมื่อเธอเริ่มพูดขึ้นมาต่อด้วยน้ำเสียงที่แ่ลงพร้อมตัวที่ทิ้งลงมานั่งข้างๆจักรพรรดิ
“ทำไมนายถึงรู้ว่าฉันคิดจะตั้งกิลด์?”
“หากไม่คิดอะไรสิ่งที่พวกคุณทำอาจจะเป็แค่ธุรกิจแต่พอคิดดูดีๆ แล้วผมก็จับพิรุธได้หลายอย่างต่อสิ่งที่พวกคุณทำทั้งขยันทำงานนี้ทุกวัน ทั้งให้ข้อแนะนำแก่ผู้เล่นใหม่อย่างขันแข็งและผูกมิตรกับพวกนั้นอย่างดี สุดท้ายคือพวกคุณเองที่เอาแค่ 1 ส่วน 5 ของสิ่งที่พวกผู้เล่นมือใหม่หามาได้”
ยังไงเสีย 1 ใน5 ก็ถือว่าน้อยเกินไปจริงๆสำหรับพวกคุกกี้จะไปล่ามอนเตอร์กันเองได้ของเยอะพร้อมทั้งดีกว่านี้ก็ได้แท้ๆแต่พวกเธอกลับไม่ทำจักรพรรดิรู้ั้แ่วันแรกที่มาที่นี่กับพวกคุกกี้แล้วว่าพวกเขานั้นตั้งเป้าหมายยิ่งใหญ่กว่านั้น
“ผมไม่ถามคุณต่อหรอกนะครับว่าทำไมถึงคิดจะตั้งกิลด์แต่ขอบอกเอาไว้เลยว่าผมไม่คิดจะเข้ากิลด์คุณหรอก”
คุกกี้ถึงกับผงะก่อนจะทำหน้าจ๋อยเื่ราวของจักรพรรดิที่ระดับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนั้นแทนที่จะมีผู้เล่นมือใหม่มาขอคำปรึกษากับเขาทุกวันและมากมายจากเมืองเริ่มต้นที่มีแต่ผู้เล่นที่้าเพิ่มระดับของตัวเองเร็วๆแต่กลับมีแค่กลุ่มของคุกกี้ที่เวียนมาคุยกับเขาเท่านั้นนั่นบ่งบอกได้อย่างดีว่าพวกคุกกี้้ากักตัวเขาเอาไว้อยู่
แม้จะยังไม่ได้รับคำยืนยันจากใครแต่จักรพรรดิชิงพูดออกไปก่อนเสียแล้วเหตุผลที่จักรพรรดิไม่อยากเข้าร่วมเพราะในเกมนี้เขาไม่อยากมีข้อผูกมัดอยากมีอิสระเหมือนใครๆ ก็เท่านั้น
เกมนี้เงินสามารถแลกออกไปเป็เงินจริงๆได้และองค์กรที่จะหาเงินนั้นได้อย่างมั่นคงคือองค์กรที่เรียกว่ากิลด์ที่ผู้เล่นจำนวนนึงมารวมตัวกันเป็ปาร์ตี้ระยะยาวแค่คนจำนวน 4คนก็สามารถตั้งกิลด์ได้แล้วแล้วก็ต้องกรอกประวัติกับระบบของเกมถ้าไม่อย่างนั้นจะเรียกว่าเป็กิลด์มืด
กิลด์ในเกมนี้แม้จะไม่ต้องหาเควสทำก็จะมีเควสจัดหามาให้ทำเองเหมือนกับหน่วยงานที่คอยรับใช้ผู้คนในเกมและยิ่งทำเควสประสบความสำเร็จเยอะเท่าไหร่ความไว้วางใจต่อเอ็นพีซีหรือนายจ้างจะเพิ่มขึ้นนั่นรวมถึงเงินทองและอำนาจด้วย
“บอกไว้ก่อนผมไม่ชอบเื่ดราม่านะ”จักรพรรดิพูดเรียบๆ ออกมา
“ว่าแล้วว่านายคงเป็ลูกคนมีตังค์ถึงได้ปฏิเสธฉันทันที” สุดท้ายคุกกี้ก็ยอมตัดใจ
จักรพรรดิที่เห็นเช่นนั้นพูดตอบเธอไปตรงๆ
“...สำหรับผมเกมแค่สนุกก็พอแล้วนอกเหนือจากนั้นเป็แค่ผลพลอยได้”
คุกกี้เพียงจ้องมองใบหน้าของจักรพรรดิ
“ไม่ต้องห่วงหรอกกิลด์ที่คุณสร้างจะต้องยิ่งใหญ่อย่างแน่นอนและคุณก็จะต้องเป็หัวหน้ากิลด์ที่ดีได้แน่”ว่าจบจักรพรรดิดึงมือคุกกี้ขึ้นมา
“พวกฉันยังไม่ได้เลือกเลยว่าใครจะเป็หัวหน้ากิลด์”
“จอมมารตัวน้อยฉายานี้สุดยอดออกนะครับบ่งบอกได้ถึงความแข็งแกร่งได้เป็อย่างดี” จักรพรรดิพูดลอยๆ
คุกกี้ที่ได้ยินพยายามแก้ต่างให้ตนเอง
“เดี๋ยวๆนั่นเป็ชื่อที่นายเรียกฉันตอนที่...ตอนที่...” เธอกลับพูดต่อไม่ได้เพราะหากพูดต่อเธอจะนึกถึงใบหน้าจักรพรรดิที่ยิ้มอย่างอบอุ่นให้ตน
“คุณไม่ชอบฉายาเก่าอยู่แล้วนี่”จักรพรรดิบิดี้เีแล้วเดินจากไป
มันก็จริงอย่างที่จักรพรรดิว่าการที่สาวน้อยอย่างเธอจะมีฉายาราวกับชายจับกังแบบนั้นมันไม่ได้ทำให้เธอปลื้มแม้แต่น้อยแต่ที่ไม่ปลื้มมากที่สุดก็คือเ้าผู้ชายที่เหมือนกับอ่านตัวเธอออกหมดนี่แหละ
ก่อนจะกลับไปเมืองเริ่มต้นจักรพรรดิก็ได้ส่งข้อความสุดท้ายเด้งมาเป็ข้อความให้กับคุกกี้ด้านในมีเนื้อความว่า
“ถึงยังไงเราก็เป็เพื่อนกันหากมีเื่อะไรบอกผมมาได้เลยครับเดี๋ยวผมจะบุกน้ำลุยไฟไปช่วยคุณเอง” แล้วต่อด้วย“จะยอบรับ” หรือ “ไม่ยอมรับ” จักรพรรดิเป็เพื่อนท้ายข้อความของเธอ
คุกกี้ยกมือสั้นๆเลื่อนไปที่หน้าต่างระบบแต่สุดท้ายก็กดยอมรับไป
“เก็บของทั้งหมดได้แล้วเราจะกลับเมืองกัน”
“กลับเมืองตอนนี้เลยเหรอขอรับนายท่าน” ทวนรู้สึกแปลกใจเพราะจักรพรรดิทำมันปุบปับ
การที่เขายังอยู่นี่จนถึงเวลาเมื่อครู่เพราะยังศึกษาสกิลและฝึกฝนมันอยู่แต่ตอนนี้พอแล้วเื่หลายเื่ก็เคลียร์ไปแล้วด้วยตอนนี้เขาอยากกลับเข้าเมืองนอนในห้องสบายๆ กินของดีๆ โดยครั้งนี้จ่ายตังค์มั่ง
ส่วนนึงเพราะระดับของเขากับทวนไม่เพิ่มมากขึ้นไปกว่านี้แล้วสาเหตุเกิดจากมอนเตอร์บริเวณนี้ระดับต่ำเกินไป
พอเขามาถึงหน้าประตูเมืองเริ่มต้นเท่านั้นล่ะใบหน้าที่ยิ้มแย้มของจักรพรรดิตลอดทางก็เปลี่ยนเป็นิ่งเรียบแล้วตั้งคำถามขึ้นมากับทวน
“ทวนนี่ใช่เมืองเดียวกับที่พวกเราออกมาเมื่อเกือบ 2 อาทิตย์ก่อนหรือเปล่า”
“ใช่ขอรับนายท่าน”กลับกันทวนกับรู้สึกประทับใจเพราะก่อนหน้าออกจากเมือง พวกทหารและสิ่งของต่างๆได้มีการพัฒนาด้วยเงินของจักรพรรดิและพอเห็นสิ่งที่เ้านายของตนมอบให้เมืองนี้แล้วเขายิ่งรู้สึกซึ้งในน้ำใจของนายตนเองเป็อย่างมากถึงกับแทบกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่เลยทีเดียว
จากกำแพงเตี้ยๆกลายเป็กำแพงสูงใหญ่ไม่ต่างจากเมืองหลวงที่จักรพรรดิเคยไปแถมยังมีการขุดลอกคูคลองไว้รอบด้านพร้อมด้านล่างยังมีไม้แหลมตั้งไว้บนเชิงเทินกำแพงยังมีปืนใหญ่อีกนับร้อยกระบอกที่ดูผ่านๆจักรพรรดิก็รู้ว่ามันนั้นเป็ไอเทมระดับ 5 ดาวขึ้นไป แค่ 2 อาทิตย์ทุกๆ อย่างมันเปลี่ยนแปลงไปเร็วจักรพรรดิรู้ชะตากรรมของตัวเองว่าจะเกิดอะไรขึ้นนับจากนี้
ยังไม่ได้เข้าเมืองใบหน้าภายใต้ฮู้ดที่คุ้นเคยก็สะกดหัวใจของเขาจนหยุดชะงัก
จากนิ่งเงียบเริ่มมายิ้มได้แล้วเดินอย่างอารมณ์ดีเข้าไปหาเธอ
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเร”
“เออไม่ได้เจอกันนาน”เหมือนเรจะบังตาเอาไว้ เบ็นที่อยู่ข้างๆเธอได้ยกปืนขึ้นมาจ่อที่ใต้คางของจักรพรรดิเป็การทักทายแทนเรที่เงียบขรึม
“ดูท่านายยังคงสบายดีนี่ไหนบอกว่าทำดาเมจไม่ได้ทำไม่ระดับนายถึงพุ่งพรวดขนาดนั้นแค่ 2 อาทิตย์เองว่ะห๊า!!! ” เบ็นเค้นเสียงปานจะกินเืกินเนื้อ
ตอนนั้นเองทวนที่อยู่ด้านหลังก็ชักดาบขึ้นมาพูดด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว
“ถอยออกมาจากนายข้า!!” เบ็นเหล่สายตามองทวนมือยังคงจับปืนเอาไว้อยู่แม้เอ็นพีซีหน้าประตูจะเห็นเหตุการณ์แต่ก็ต้องรอให้เกิดเหตุก่อนตามระบบที่ตั้งไว้
จักรพรรดิถอนหายใจออกมาเบาๆหันหน้ากลับไปพูดกับทวน
“ไม่ต้องห่วงคนพวกนี้เป็เพื่อนฉันเอง”
“ใครเป็เพื่อนนายฟะ”เบ็นยังคงย้ำความคิดของตนจักรพรรดิปัดปืนของเบ็นออกจากใบหน้าอย่างไม่ยีระก่อนจะเข้าไปหาทวน
“ฉันมีเื่ต้องคุยกับพวกนี้นิดหน่อยเดี๋ยวเราค่อยพบกันที่อาคารนักปราชญ์ตอน 6 โมงเย็นนะทวน”จักรพรรดิเอาของมากมายให้ทวนอีกแล้วพร้อมกับโน้ตที่เขาค่อยๆบรรจงเขียนยื่นให้ทวนว่า “เอาไปใช้หนี้”
เขาก็ไม่คิดจะถามอีกเลยแม้จะติดใจที่มีเขียนข้อความสุดท้ายว่า“เอาดอกคายิญญาไปให้ร้านน้ำหอม”
ทวนมองเบ็นเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินเข้าเมืองไปส่วนจักรพรรดิก็ตรงดิ่งไปหาเรแทนถึงจะโดนปืนของเบ็นขวางเอาไว้เหมือนเดิมก็ตาม
“ของสิ่งนั้นอยู่ที่ไหนพวกเราจำเป็ต้องเอามันกลับไปด่วน”ในที่สุดเรก็เริ่มพูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“....”