“ว่าไงน้ำขิง”
ผู้เป็ประมุขของบ้านหันไปถามย้ำกับบุตรสาวนอกสมรสของตน
“ตกลงค่ะแต่น้ำขิงจะทำทุกอย่างตามที่คุณท่าน้าก็ต่อเมื่อได้เงินสิบล้านมาอยู่ในมือแล้วเท่านั้น”
น้ำขิงกล่าวอย่างจริงจังก่อนจะหันหลังเดินออกไปจากที่ตรงนั้นด้วยท่าทางที่ทระนง
“จองหองพองขนนัก มันคิดว่ามันเป็ใครกัน”
นางวิภาวีเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันตามหลังหญิงสาวผู้เป็เสี้ยนหนามตำใจไปด้วยความหมั่นไส้สุดขีด นี่ถ้าไม่ติดที่ต้องพึ่งพาหล่อน นางคงตามไปกระชากร่างนั้นมาตบให้ล้มคว่ำไปแล้ว
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
หลังจบการพูดคุยในห้องรับแขกนั้นแล้วน้ำอ้อยก็ออกมาเดินตามหาบุตรสาว ก่อนจะมาพบว่านอนซบหน้าร้องไห้อยู่กับหมอนในห้องส่วนตัวนี่เอง
“น้ำขิง เป็อะไรไปลูก”
เธออุทานอย่างใพร้อมกับรีบเข้าไปนั่งลงข้างๆ ด้วยความห่วงใย เพราะปกติน้ำขิงไม่ใช่คนที่จะเสียน้ำตาง่ายๆนี่นะ
“น้ำขิงเสียใจค่ะแม่ ทำไมชีวิตของน้ำขิงถึงต้องเป็อย่างนี้ด้วยคะทำไมน้ำขิงถึงไม่มีโอกาสได้ลิขิตทางเดินชีวิตด้วยตัวของน้ำขิงเองบ้างเลย”
หญิงสาวกล่าวทั้งสะอื้นจนร่างบางสั่นไหว
“น้ำขิง ทำไมถึงพูดอย่างนั้นล่ะลูก ครั้งนี้น้ำขิงก็เป็คนเลือกเองไม่ใช่หรือ”
น้ำอ้อยกล่าวอย่างไม่ค่อยเข้าใจในความรู้สึกของลูกนัก แต่เธอก็วาดแขนไปโอบร่างของลูกไว้อย่างจะบอกให้รู้ว่าเธอนั้นรักและห่วงใยมากมายแค่ไหน
“เพราะน้ำขิงอยากไปจากที่นี่ไงคะแม่ น้ำขิงไม่อยากอยู่ที่นี่อีกแล้วและนี่มันก็เป็เหมือนโอกาสที่น้ำขิงจะได้ไปจากที่นี่ พร้อมๆกับได้ทดแทนบุญคุณของพวกเขาตามที่แม่เคยบอกย้ำกับน้ำขิงอยู่ทุกวันนั้นไปด้วย ต่อไปนี้น้ำขิงจะไม่มีอะไรที่เป็การติดค้างกับคนที่นี่อีกแล้ว แต่น้ำขิงก็ไม่ได้อยากจะไปแต่งงานกันใครที่ไม่รู้จักนั้นเลยสักนิด”
หญิงสาวกล่าวเมื่อลุกขึ้นมานั่ง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ สองแก้มอิ่มใสเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา
“โธ่ ลูกแม่ จะเปลี่ยนใจไหมลูก แม่จะไปบอกกับพวกเขาเอง”
น้ำอ้อยมองหน้าลูกแล้วก็รู้สึกสงสารจนจับใจ
“ไม่คะแม่ น้ำขิงตัดสินใจแล้ว และน้ำขิงก็คงจะไปไม่นานหรอก แม่เตรียมตัวไว้นะคะ แล้วน้ำขิงจะมารับแม่ไปอยู่ด้วย หลังจากนี้แล้วเราสองคนแม่ลูกจะได้อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขเสียที”
“น้ำขิงพูดอะไรกันลูก แม่ไม่เข้าใจ น้ำขิงพูดเหมือนไม่ได้กำลังจะไปแต่งงาน”
“แต่งได้ก็เลิกได้นี่คะแม่”
น้ำขิงกล่าว ั์ตาคู่สวยวาวโรจน์ขึ้นมาทีเดียว
“น้ำขิง ทำไมถึงคิดอะไรอย่างนั้นลูก”
น้ำอ้อยอุทานออกมาอย่างใ
“ก็มันจริงนี่คะแม่คิดเหรอว่าการแต่งงานด้วยเหตุผลอย่างนี้มันจะมีทางยั่งยืนไปได้ ทุกวันนี้แม่ก็เคยเห็นว่าบางคู่แต่งงานกันด้วยความรักและความตั้งใจแท้ๆก็ยังอยู่ด้วยกันได้ไม่นานเลย แล้วนับประสาอะไรกับอย่างกรณีของน้ำขิง”
กล่าวแล้วริมฝีปากอิ่มที่มีสีแดงเรื่ออยู่ตามธรรมชาตินั้นก็เหยียดยิ้มหยันออกมา ทำเอาผู้เป็แม่ที่เห็นถึงกับถอนใจเฮือกใหญ่
“แม่ไม่อยากให้น้ำขิงคิดอย่างนั้นเลยนะลูก เราเป็ผู้หญิงเดี๋ยวแต่งเดี๋ยวเลิกมันมีแต่ทางเสียหาย”
“บังเอิญน้ำขิงไม่ได้มีความคิดอย่างนั้นนี่ค่ะ หากแต่งแล้วต้องทุกข์ทรมานใจ น้ำขิงก็จะไม่ขอทนอยู่ต่อไปเด็ดขาด”
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
วันรุ่งขึ้นน้ำขิงก็ถูกนายเพิ่มพลกับนางวิภาวีเรียกเข้าไปในห้องทำงานเพื่อซักซ้อมความเข้าใจและสิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อต้องเดินทางไปแต่งงานแทนแพรวรุ้ง จนเมื่อเข้าใจกันดีแล้วหญิงสาวก็เดินออกมาพร้อมกับเช็คเงินสิบล้าน มองตัวเลขในกระดาษแผ่นนั้นแล้ว เธอก็อดที่จะยิ้มหยันออกมาอีกไม่ได้ เงินสิบล้านมันอาจจะเป็สิ่งที่คนส่วนใหญ่บนโลกนี้้า ซึ่งน้ำขิงเองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น แต่เธอก็ไม่ได้้ามันมากไปกว่าความรักจากคนเป็พ่อและความอบอุ่นในครอบครัวที่สมบูรณ์เลย แต่เมื่อเธอไม่อาจเรียกร้องสิ่งที่้านั้นได้ เธอก็เลยเรียกสิ่งนี้มาแทนเพื่อความสะใจ