บทที่ 8: สมรภูมิของคนอื่น
บนไหล่เขาที่มองเห็นทุกอย่าง หลี่เฟยได้กลายเป็ส่วนหนึ่งของเงามืดโดยสมบูรณ์
เขาหมอบราบลงกับพื้นดินเย็นๆ กลั้นหายใจ ควบคุมการเต้นของหัวใจให้ช้าลงจนแทบจะหยุดนิ่ง ในตอนนี้ เขาไม่ใช่มนุษย์... แต่เป็เพียงก้อนหินก้อนหนึ่ง เป็เพียงพยานผู้เงียบงันต่อการต่อสู้อันดุเดือดที่กำลังเกิดขึ้นเบื้องล่าง
สมรภูมินั้นไม่ใช่ของเขา... แต่อีกไม่นาน มันก็จะเป็
เบื้องล่างนั้น กลุ่มนักล่ามืออาชีพกำลังร่ายรำอยู่รอบคมเขี้ยวแห่งความตาย พวกเขาเคลื่อนไหวอย่างพร้อมเพรียงราวกับถูกฝึกฝนมาด้วยกันนับแรมปี
"ค่ายกลสี่ทิศา!" ชายผู้ถือโล่ที่าเ็ไปก่อนหน้านี้ะโสั่งการ เขาคือ 'ไค' หัวหน้าของกลุ่ม าแบนแขนของเขาไม่ได้ทำให้ความสุขุมเยือกเย็นลดลงเลยแม้แต่น้อย
"รับทราบ!"
ชายหนุ่มผู้ใช้ดาบสองคนนาม 'เฝิง' และ 'เหลียง' ขานรับพร้อมกัน พวกเขาแยกกันเข้าโจมตีจากสองด้าน บีบให้หมีอัสนีเขี้ยวทมิฬไม่สามารถมุ่งความสนใจไปที่จุดใดจุดหนึ่งได้
ส่วนหญิงสาวนักธนู 'หลิน' ก็ล่าถอยไปยังระยะที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น นางง้างคันธนูในมือ ลูกศรสามดอกถูกพาดขึ้นพร้อมกันในคราวเดียว ดวงตาของนางหรี่ลง จับจ้องไปยังเป้าหมายด้วยสมาธิอันแน่วแน่
หลี่เฟยเฝ้ามองการประสานงานของพวกเขาด้วยความสนใจในเชิงวิเคราะห์ "ค่ายกลที่น่าสนใจ... ชายร่างใหญ่เป็แกนกลางคอยรับการโจมตี ชายหนุ่มสองคนเป็หน่วยจู่โจมที่คอยสร้างความเสียหายและดึงความสนใจ ส่วนนักธนูคือหน่วยสนับสนุนระยะไกล... เป็รูปแบบพื้นฐานที่มั่นคง แต่ก็มีจุดอ่อน"
ความคิดของเขาวกกลับไปสู่การวางแผนยุทธวิธีในชีวิตก่อน... "จุดอ่อนของค่ายกลแบบนี้คือต้องพึ่งพาการทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ หากสมาชิกคนใดคนหนึ่งพลาดหรือถูกกำจัด... ค่ายกลทั้งหมดก็จะพังทลายลงทันที"
กรรรรซ์!
หมีอัสนีคำรามอย่างบ้าคลั่ง มันไม่สนใจดาบของเฝิงและเหลียงที่ฟันเข้าใส่แผ่นเกราะหนาของมันแล้วเกิดเพียงรอยขีดข่วนตื้นๆ มันมุ่งเป้าไปยังไค ผู้เป็หัวหน้าและเป็คนที่แข็งแกร่งที่สุด!
กรงเล็บสีดำทมิฬที่อาบไล้ไปด้วยสายฟ้าฟาดลงมาอย่างรุนแรง!
ไคคำรามลั่น เขาทุ่มพลังปราณทั้งหมดไปที่โล่เหล็ก เกิดเป็ม่านพลังสีเหลืองทองจางๆ ขึ้นมาป้องกัน
ตูม!
เสียงปะทะดังสนั่นหวั่นไหว ไคถูกแรงกระแทกซัดจนถอยครูดไปกับพื้นเป็ทางยาว แต่เขาก็ยังยืนหยัดอยู่ได้สำเร็จ!
"ตอนนี้แหละ! หลิน!" เขาะโ
สิ้นเสียงของเขา หลินก็ปล่อยลูกศรทั้งสามดอกในมือออกไปทันที!
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
ลูกศรทั้งสามพุ่งแหวกอากาศราวกับดาวตกสามดวง แต่พวกมันไม่ได้เล็งไปที่จุดเดียวกัน สองดอกแรกพุ่งเข้าใส่ดวงตาของเ้าหมีเพื่อบังคับให้มันต้องหลบ ส่วนดอกที่สาม... ดอกที่อาบไปด้วยพลังปรานที่รุนแรงที่สุด... กลับเล็งไปที่าแเก่าบนขาหลังของมัน!
มันเป็การโจมตีที่ผ่านการคำนวณมาอย่างดีเยี่ยม!
เ้าหมีเบี่ยงหัวหลบลูกศรสองดอกแรกได้สำเร็จ แต่นั่นก็ทำให้มันเปิดช่องว่างให้ลูกศรดอกที่สามพุ่งเข้าเป้าได้อย่างจัง!
ฉึก!
ลูกศรพิเศษดอกนั้นเจาะทะลุหนังเหนียวๆ เข้าไปฝังลึกในาแเก่าของมันจนมิดด้าม!
"บูร๊อดดดดดดดดดด!"
เป็ครั้งแรกที่หมีอัสนีเขี้ยวทมิฬร้องโหยหวนออกมาด้วยความเ็ปอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงเพราะความโกรธอีกต่อไป ขาหลังข้างนั้นของมันถึงกับทรุดลงเล็กน้อย
"สำเร็จ!" เฝิงะโอย่างดีใจ
"อย่าเพิ่งได้ใจไป!" ไคตวาดเตือน "มันโกรธแล้ว! เตรียมรับมือ!"
คำเตือนของไคดังขึ้นพร้อมกับที่ร่างของเ้าหมีเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่!
ดวงตาสีแดงของมันแปรเปลี่ยนเป็สีแดงฉานราวกับเืสดๆ ขนทั่วทั้งร่างลุกชันขึ้นยิ่งกว่าเดิม และประกายไฟฟ้าสีฟ้าที่เคยวิ่งอยู่รอบตัวก็ทวีความรุนแรงขึ้นจนกลายเป็พายุสายฟ้าขนาดย่อมๆ ที่ห่อหุ้มร่างของมันเอาไว้!
มันเข้าสู่สภาวะบ้าคลั่งแล้ว!
"แย่แล้ว! มันจะใช้ 'คำรามอัสนีบาต'!" หลินร้องเสียงหลง ใบหน้าของนางซีดเผือด
หลี่เฟยที่ซ่อนตัวอยู่ถึงกับหรี่ตาลง... "จะใช้ท่าไม้ตายแล้วสินะ"
เ้าหมีอัสนีไม่ให้เวลาพวกนักล่าได้ตั้งตัว มันอ้าปากคำรามก้องสะท้านปฐี แต่คราวนี้มันไม่ใช่แค่เสียงคำราม...
เปรี้ยงงงงงงงงงงงงงง!
โดมสายฟ้าขนาดมหึมาแผ่ขยายออกมาจากร่างของมันเป็ศูนย์กลาง มันคือการโจมตีรอบทิศทางที่ไม่อาจหลบหลีกได้!
กลุ่มของไคพยายามรวบรวมพลังปราณทั้งหมดขึ้นมาป้องกันตัวอย่างสุดชีวิต
แต่พลังของพวกเขานั้น... ช่างอ่อนด้อยเหลือเกินเมื่อเทียบกับพลังแห่งธรรมชาติอันเกรี้ยวกราดของอสูรระดับสูง
คลื่นสายฟ้ากวาดผ่านทุกสิ่งทุกอย่างในรัศมีสามสิบเมตร ต้นไม้ถูกเผาจนไหม้เกรียม พื้นดินกลายเป็สีดำสนิท
ร่างของเหล่านักล่าถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศคนละทางราวกับใบไม้แห้งที่ถูกพายุพัดกระหน่ำ
ไคผู้เป็หัวหน้าซึ่งรับการโจมตีไปเต็มๆ นั้น โล่เหล็กในมือของเขาแตกกระจายเป็ชิ้นๆ เกราะหนังบนร่างไหม้เกรียมจนเห็นิัที่พุพองอยู่ข้างใต้ เขานอนแน่นิ่งจมกองเือยู่บนพื้น
เหลียง หนึ่งในผู้ใช้ดาบ ถูกคลื่นกระแทกซัดไปกระแทกกับโขดหินจนหมดสติไป
หลิน นักธนูสาว ใช้พลังเฮือกสุดท้ายสร้างม่านพลังขึ้นมาป้องกันได้ทันเวลา แต่นางก็ถูกซัดจนกระอักเืออกมาคำใหญ่ าเ็สาหัส
ส่วนเฝิง... ชายหนุ่มผู้ใช้ดาบที่ใจร้อนที่สุด... เขาอยู่ใกล้เ้าหมีมากเกินไป ร่างของเขาถูกสายฟ้าเผาไหม้จนดำเป็ตอตะโก ล้มลงเสียชีวิตคาที่อย่างน่าอนาถ
ค่ายกลสี่ทิศา... ได้พังทลายลงแล้ว
เพียงการโจมตีเดียว... กลุ่มนักล่ามืออาชีพที่เคยต่อสู้ได้อย่างสูสีก็ตกอยู่ในสภาพที่ใกล้จะล่มสลายโดยสมบูรณ์
เ้าหมีอัสนีเขี้ยวทมิฬเองก็ใช่ว่าจะไม่เป็อะไร... หลังจากการปลดปล่อยท่าไม้ตายที่รุนแรงขนาดนั้น ร่างกายของมันก็ดูอ่อนแรงลงอย่างเห็นได้ชัด พายุสายฟ้ารอบตัวจางหายไป เหลือเพียงประกายไฟเล็กๆ ที่วิ่งอยู่ตามเส้นขน มันหอบหายใจอย่างหนักหน่วง าแที่ขาหลังก็ดูจะฉกรรจ์ยิ่งกว่าเดิม
สถานการณ์ในตอนนี้... คือภาวะที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็อ่อนแอถึงขีดสุด
ไคและเหลียงหมดสติ... เฝิงเสียชีวิต... เหลือเพียงหลินที่ยังพอมีสติอยู่บ้าง แต่ก็าเ็สาหัสจนแทบจะขยับตัวไม่ได้
ส่วนเ้าหมี... ก็าเ็และเหนื่อยล้าจากการใช้พลังงานมหาศาล
หลี่เฟยเฝ้ามองภาพทั้งหมดนี้ด้วยหัวใจที่สงบนิ่งราวกับผืนน้ำในคืนเดือนดับ เขาไม่ได้รู้สึกสงสารหรือสมเพชกลุ่มนักล่าเลยแม้แต่น้อย
สำหรับเขา... พวกเขาเป็เพียงเครื่องมือ... เป็เพียงหมากตัวหนึ่งที่ช่วยบั่นทอนกำลังของเป้าหมายที่แท้จริงของเขาให้ลดลง
และตอนนี้... หมากตัวนั้นก็ได้ทำหน้าที่ของมันเสร็จสิ้นแล้ว
เขาขยับตัวอย่างช้าๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงบนไหล่เขา
ด้ามหอกไม้อัคคีเหล็กในมือให้ความรู้สึกเย็นเฉียบ... แต่หัวใจของเขานั้นเย็นเยียบยิ่งกว่า
นี่คือ่เวลาที่เขารอคอย... โอกาสทองที่แลกมาด้วยชีวิตของคนอื่น
รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของหลี่เฟยเป็ครั้งแรก... มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความสุข... แต่เป็รอยยิ้มของพญามัจจุราชที่กำลังจะออกเก็บเกี่ยวิญญา
"สมบูรณ์แบบ..."
เสียงของเขาแหบพร่าและเ็า
"...ถึงเวลาของข้าแล้ว"