บทที่ 10 ตรอกกังนำ
แม้จะอยู่ใน่บ่ายของวันที่แดดร้อนจัด แต่ในตรอกแห่งนี้ก็มืดมากจนต้อง เปิดไฟส่องสว่างอยู่เกือยตลอดเวลา เพราะตรอกแห่งนี้จะได้รับแสงแดดแบบเต็มๆ ก็ต่อเมื่อตอนที่พระอาทิตย์ขึ้นเที่ยงวันเท่านั้น
มันถูกเรียกว่าตรอกกังนำ มีทางเดินลาดยางสีดำตัดเข้าไปในย่านที่เต็มไปด้วยร้านค้าและร้านอาหารข้างทางมากมาย ที่ถูกสร้างเป็ตึกแถวเรียกติดกันอยู่เรียงรายคล้ายตลาดนัดถนนคนเดินเชียงคานอะไรประมานนั้นแหละ แต่ละร้านก็ประดับประดาตกแต่งไปด้วยธงและหลอดไฟหลากสี
บางร้านก็มีหุ่นยนต์มาคอยยืนเรียกแขก ผู้คนเดินสวนกันหนาแน่นตลอดทั้งสองข้างทางประกอบกับร้านรถเข็นที่วางกินพื้นที่ถนนมาทำให้คนสามารถเดินสวนกันได้แค่ประมานสองถึงสามคนเท่านั้น มันจึงเลี่ยงไม่ได้เลยที่เวลาเดินสวนกันจะมีการโดนตัวกันบ้าง
ผมไม่รอช้ารีบเดินหลบแดดเข้าไปที่ตรอกนั้นทันที พุ่งตรงไปยังร้านขายน้ำที่อยู่ข้างทาง
“เอาชาเขียวเย็นขวดนึงครับ..” ผมกล่าวกับเ้าของร้านวัยกลางคนที่เต็มไปด้วยหนวดเครารุงรังที่ยืนประจำรถเข็นขายน้ำที่จอดอยู่ข้างทาง บนหัวของเขามีผ้าโพกหัวสีขาวคล้ายชาวอาหรับ และผ้าขนหนูพาดคอไว้เพื่อซับเหงื่อ
“ห้าสิบเครดิตครับ” เขากล่าวพร้อมกับยื่นแก้วกระบอกน้ำที่บรรจุชาเขียวเย็นขนาดหนึ่งลิตรมาให้ผมหนึ่งกระบอก
“อึกๆๆ..อ่าห์สดชื่นอย่างแรง..แบบนี่หน่อยสิจะได้มีแรงเดินต่อ” แม้รสชาตของมันจะไม่หวานเท่าน้ำผลไม้แต่ก็เรียกคืนความสดชื่นได้มากเลยทีเดียว
ทันทีที่ผมได้มันมา ก็เปิดฝาขวดดื่มทันที ก่อนจะเดินไปนั่งพักที่ม้านั่งที่ทำมาจากเศษเหล็กที่เป็ส่วนแขนของหุ่นยนต์ที่ตั้งประจำจุดเป็ระยะตลอดสองข้างทาง
ผมนั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้นแหละ ไม่ว่าโลกเก่าหรือโลกใหม่จิติญญาผมในโลกนี้ก็ชอบนั่งจ้องมองคนที่เดินไปมา มันคือความรู้สึกดีอีกชนิดหนึ่งที่ผมพอจะหาได้เมื่อได้จ้องมองความสุขของผู้คนที่เดินผ่านพวกนั้น
คนที่เดินผ่านมามีทั้งเด็กผู้ใหญ่คนแก่ สาวๆ สวยๆ เดินโฉบมาให้เห็นอยู่เป็ระยะ ทุกคนส่วนมากเดินมาตัวเปล่าในมือจะถือของกินพะรุงพะรัง มีบ้างบางคนที่มีอาวุธประจำตัวเป็พวกปืน หอก และดาบ ติดมาด้วย บางคนก็มีหุ่นยนต์เดินตามหลังมาสองถึงสามตัว
แต่ที่จะสะดุดตาที่สุดก็น่าจะเป็ตำรวจประจำเมืองที่ใส่ชุดเกราะและหมวกกันน็อคเต็มใบดูราวกับเป็หุ่นยนต์ไร้ความรู้สึก ความมันวาวของชุดเกราะและหมวกทรงกลมเข้ากับใบหน้าพวกนั้น มันทำให้ผมนึกถึงทหารที่ใส่ชุดเกราะสีดำจากเื่สตาร์วอร์ขึ้นมาทันที
พวกเขาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย อาวุธและชุดเกราะโทนสีน้ำเงินดำอันน่าเกรงขามจึงจำเป็ต้องดูดีมีราคากว่าของคนธรรมดามาก เพราะมันคืออาวุธเบต้าระดับเก้าสูงที่สุดแล้วที่จะหาซื้อได้ในเมืองสลัมแห่งนี้ เท่านั้นยังไม่พอยังมีโดรนเอไอติดอาวุธเบต้าระดับเก้าคอยบินคุ้มกันอีก
อาชญากรรมในเมืองแห่งนี้จึงแทบจะเป็ศูนย์ เพราะอาวุธขยะที่มีขายกันอยู่ตามท้องตลาดแทบจะไม่สามารถยิงทะลุเกราะเบต้าระดับเก้าได้เลย สูงสุดของระดับอาวุธที่หาเก็บกันได้ทั่วไปจากูเาไอร่อน ก็อยู่เพียงแค่อัลฟ่าระดับเก้าเท่านั้น ทุกคนในเมืองจึงไม่มีใครกล้าแหย่มกับเ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้เวลาตำรวจพวกนี้บอกให้ประชาชนยกมือขึ้นหรือสั่งให้ใครหมอบลงกับพื้นพวกเขาจึงได้พูดเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเพราะไม่มีใครกล้าขัดขืนนั่นเอง
ยกเว้นพวกฮันเตอร์ที่ออกล่าฆ่ามอนสเตอร์เก็บเกี่ยวผลึกรังสีเอาไปแลกเป็อาวุธในบาบิโลนชอป ร้านขายอาวุธระดับสูงที่ทุกคนที่มีผลึกรังสีสามารถเข้าถึงได้ผ่านกำไลข้อมือย่ออานุภาคที่ติดตัวมาั้แ่เกิด
จะว่าไปท่ามกลางการแบ่งชนชั้นที่ชัดเจนของอาณาจักรไบก้อนแห่งนี้ กำไลย่ออานุภาคสีทองที่อยู่ในมือผมนี้ ดูเหมือนเป็เพียงสิ่งเดียวที่ชาวบาบิโลนประทานมาให้แก่ทุกคนที่อยู่ในอาณาจักรได้ใช้กันอย่างเท่าเทียม
มันไม่มีขาย ทุกชีวิตของประชากรที่เกิดมาภายใต้เขตปกครองของบาบิโลนในมหาอาณาจักไบก้อนแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็ชาวสลัม ชาวซาเร็ม หรือแม้แต่ชาวบาบิโลนเองในอาณาจักรไบก้อน พวกเขาจะได้เป็ของขวัญวันเกิดคนละหนึ่งชิ้นเท่ากันและไม่สามารถใช้แทนกันได้ มันจะถูกส่งมาโดยอัตโนมัติจากฟากฟ้า เปล่งแสงจ้าสีทองเป็ชื่อของเ้าของราวกับพรของพระเ้าในยามค่ำคืน
แม้พวกซาเร็มที่อยู่ในกำแพงจะมองว่าพวกสลัมอย่างเราต่ำชั้นกว่าและสร้างกำแพงสูงเพื่อปิดกั้นพวกเราไว้ แต่ต่อให้พวกซาเร็มจะคิดว่ากำไลย่ออานุภาคนี้ไม่คู่ควรกับชนชั้นสลัมอย่างพวกเรามากแค่ไหน พวกเขาก็มิอาจปิดกั้นพรวิเศษข้อนี้จากชาวเมืองบาบิโลนที่ส่งสิ่งของล้ำยุคชื้นนี้มาให้พวกผมได้
“...” ช่างเป็ตรอกที่ครึกครื้นเสียจริงๆ นี่ขนาดยังไม่ถึงเวลาค่ำนะเนี้ย ก็มีคนมาเดินเยอะขนาดนี้แล้ว
ผมบ่นพึมพัมกับตัวเองก่อนจะให้ความสนใจไปที่เสียงเตือนข้อความเข้าที่หางคิ้วด้านซ้าย
ข้อความใหม่จากมิกิ..
“เย็นนี้มารับฉันที่ประตูเมืองหน่อยนะ...พอดีรถมีปัญหานิดหน่อย เจอกัน หนึ่งทุ่มที่ประตูห้าเอสนะอย่าลืม”
เมื่อผมนึกถึงประโยคที่จะตอบ ข้อความก็ปรากฏขึ้น
“ครับ..” จากนั้นผมก็กดส่ง
จริงๆ เธอจะโทรวีดีโอคอลหาผมก็ได้ หรือจะส่งเป็ข้อความเสียงมาก็ได้ ผ่านทางกำไลย่ออานุภาคที่มีติดตัวกันอยู่ทุกคน
มันเป็ทั้งกระเป๋าเก็บของ เครื่องระบุตัวตนและเครื่องมือติดต่อสื่อสารในเวลาเดียวกัน แถมยังใช่ท่องโลกอินเทอร์เน็ตได้ด้วยนะ จะดูหนังฟังเพลง รวมจบครบที่เดียว ช่างสมกับเป็เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำสมคำล่ำลือของเมืองลอยฟ้าเสียจริงๆ หึหึหึ
เมื่อพักหายเหนื่อยเรียบร้อยแล้ว ผมก็ผละตัวลุกขึ้นจากม้านั่งแขนหุ่นยนต์ตัวนั้นก่อนจะเดินตรงไปยังร้านรับซื้ออะไหล่หุ่นยนต์ที่อยู่ถัดไปอีกประมานสามคูหา เพื่อขายชิปและเศษซากแผงวงจรที่พอจะใช้การได้ให้กับเ้าของร้าน เพราะไหน ๆ ตอนนี้ก็มีอลิตาแล้ว โปรเจคหุ่นนักรบที่ผมในโลกนี้สร้างค้างไว้ยังไม่เสร็จก็ไม่จำเป็อีกต่อไป ...
.พูดเหมือนเท่นะ แต่จริงๆ แค่ไม่มีเงินซื้อข้าวกินนะ อีกอย่างวันนี้เป็วันเกิดของมิกิ ทั้งตัวผมก่อนหน้าและตัวผมในตอนนี้คิดไว้เหมือนกัยว่าวันสำคัญของเธอแบบนี้ต้องซื้อของขวัญให้เธอซะหน่อย เพราะในความทรงจำของผมที่เกี่ยวกับเธอนั้นมันเต็มไปด้วยความรู้สึกดีๆ
“ทั้งหมดนี่ให้ได้สูงสุด ห้าพันเครดิตครับ” ลุงเ้าของร้านผมสั้นท่าทางใจดีกล่าวยิ้มด้วยน้ำเสียงสุภาพ
“อืม..”ผมคิดตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง
ราคานี้ไม่มากไม่น้อย แต่เอาวะ เน้นขายไว ดีกว่าเก็บไว้แล้วไม่เกิดประโยชน์
“ตกลงขายครับ”
“ฟิ้ว...” แสงสีขาวที่เกิดจากไอระเหยของแผ่นแสงที่ระบุจำนวนและชื่อของอุปกรณ์ชิ้นส่วนหุ่นยนต์ของผมไหลเข้าไปอยู่ในกำไลของลุงเ้าของร้าน พร้อมกับจำนวนเงินที่เพิ่มขึ้นในคลังเก็บของ
“..” ห้าพันสองร้อยเครดิต
“ขอบคุณครับ” ผมไม่ลืมที่จะกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินออกมา
ตอนนี้เป็เวลา “18.30 น ” ผมจึงตัดสินใจไปรอมิกิที่หน้าประตูห้าเอสเลย อย่างน้อยตรงนั้นก็น่าจะมีสาวๆ ให้ส่องคลายเครียดอยู่บ้าง
.
.
รถเวสป้าสีเหลืองของผมค่อยๆลอยเข้าไปใต้เงาดำของกำแพงที่ทอดยาวปกคลุมพื้นดินไปไกลหลายเมตร ยิ่งผมขับรถเข้าไปใกล้มันมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งตื่นตาตื่นใจกับขนาดที่อลังการงานสร้างของมันมากขึ้นเท่านั้น