“ฟางเนข้าเคยคิดนะว่าเ้าร้ายเเต่ไม่คิดว่าจะร้ายขนาดนี้”
“อย่ามาใส่ร้ายกันสิฟาฟา ข้าอุสาช่วยเ้าเลยนะ”
“พี่ฟางเนรู้ได้ไงว่าชนเผ่าพวกนั้นมีพิธีกรรมของตัวเองด้วย”
ฟางไป๋พูดขึ้นมาอย่างตื่นเต้น
“อ๋อพี่เเค่อ่านเจอเฉยๆ”
“ถ้าไม่ได้พี่ฟางเนช่วยไว้พวกนั้นต้องเล่นตุกติกกับพวกเราเเน่ พี่ฟางเนสุดยอดจริงๆเลยขอรับ ดูข้าสิยังอ่านสถานการณ์ออกเเบบพี่ฟางเนไม่ได้เลย”
ที่นี้เป็ซงหยวนที่พูด
“เอาน่า ซงหยวนค่อยๆฝึกไปเดี๋ยวก็เก่งเเบบพี่เองเเหละ ถ้าไม่เข้าใจอะไรถามพี่ได้เลยถ้าพี่ตอบได้อะนะ ฟางไป๋ด้วย”
“ขอรับ/ขอรับ”
อะ เผลอสบตากับหลางอ๋อง ฉันเลยรีบหลบสายตาทันทีเเบบว่ามันเขิลอะเมื่อกี้ก็เล่นสนุกเกินไปจนลืมภาพลักษณ์เป็คนใสๆซะสนิทเลย
เเต่ที่หลางอ๋องมองเพราะน่าจะมีประโยชน์ต่อหลางอ๋องมากว่า เหอะๆ ฉันรู้นิสัยหลางอ๋องดีดูจากการที่อ่านหน้าเเนะนำตัวอะนะ
คงไม่มีทางที่จะได้เป็นางเอกใสๆกับท่านอ๋องผู้เ็าเเบบในนิยายเเล้วละ ตื่นค่ะตื่นนี้คือโลกความจริง ช่างโหดร้ายยิ่งนัก
ปกติก็หาสามียากอยู่ละยิ่งมายุคนี้ยิ่งหายากไปใหญ่ ดูท่าจะได้ขึ้นคานจริงๆเเล้วเเหละ
“คุณหนูฟางเน”
“เ้าคะ?”
อยู่ๆนางร้ายของเื่ก็เดินมาทัก ชื่อว่าอะไรนะลืม
“ข้ามีนามว่า เฉิงหนิงลี่”
“อ๋อ คุณหนูหนิงลี่มีอะไรกับข้าหรือเ้าคะ”
“ข้าอยากเป็เเบบท่านเ้าค่ะ”
“ข้าหรือ?”
“ใช่เ้าค่ะเมื่อกี้ท่านสุดยอดมาก อีกไม่นานข้าคงจะได้เป็ฮองเฮาข้าอยากเรียนรู้การจัดการผู้หญิงเเบบที่ท่านทำเมื่อสักครู่เ้าค่ะ”
ดูจากที่ฉันอ่านนิยายมา คงยากนะที่คุณหนูหนิงลี่จะฉลาด เพราะบททำให้นางโง่ เเล้วจะให้ฉันสอนยังไงดีละ
“คุณหนูหนิงลี่กล่าวเกินไปเเล้ว เมื่อกี้ข้าเเทบจะไม่ได้ทำอะไรเลย”
“ถ่อมตัวจังน่าาฟางเน เห็นๆอยู่ว่าเ้าไล่ต้อนลูกหัวหน้าชนเผ่านั้น” ฟาฟาเป็คนพูดขึ้น
“ข้าไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย อ๋อพอพูดถึงข้าคงต้องไปหาคัดสามีให้ลูกสาวท่านหัวหน้าชนเผ่าด้วยนิ เกือบลืมเลย ฟาฟาข้าของรายชื่อทหารด้วย”
“ได้เลย อยากได้เเบบไหนละ”
“ขอเเบบคนที่ไม่มีตำเเหน่งสูงมาก เอาพวกคนทำสวนหรือเฝ้ายามประมาณนั้น”
“ทำไมเ้า้าคนเเบบนั้นละ ลูกหัวหน้าชนเผ่าทั้งทีนะควรหาดีๆกว่านี้สิ”
“อย่าไว้ใจสตรีให้มันมากเลย พวกนางร้ายกว่าที่ฟาฟาคิดนะ มารยาสตรีอะรู้จักไหม พวกนางอาจจะใช้สามีทหารคนใหม่ของนางในการก่อฏก็ได้ ข้าเลยอยากให้สามีคนใหม่ของพวกนางเข้าถึงข่าวสารหรือทำร้ายพวกเราไม่ได้ไง”
ฉันอดที่จะบ่นไม่ได้จริงๆ
“งั้นเอาทหารที่เป็คนครัวดีไหม”
นี้โง่เเบบไม่มีวัวให้ผสมเลยใช่ไหมนิ
“ยิ่งคนครัวยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย หากพวกนาง้าวางยาพิษก็ง่ายน่ะสิ นี้เป็รองเเม่ทัพได้ไงนิ”
“ก็ข้าไม่รู้เนอะ ตลอดมาข้าเก่งเเค่เื่ทำศึก”
“ระวังสตรีจะทำให้เ้าทำศึกเเพ้ละ เเต่ว่าถ้าเ้าเป็เเบบหลางอ๋องก็ไม่ต้องห่วงเื่มารยาผู้หญิงหรอก”
“ทำไมละ”
“ก็หลางอ๋องเดินสายหญิงไม่สนมุ่งเเต่รบไง”
อุ้ย เเย่ละมันเผลอเเซวไป จะโดนข้อหาิ่เบื้องสูงไหมเนี่ย
“อะเเฮม เื่พวกนี้สามารถศึกษากันได้ ฟาฟาก็ค่อนเป็ค่อยไปก็ได้”
“เข้าใจเเล้ว”
“ส่วนคุณหนูหนิงลี่ข้าไม่เเน่ใจว่าข้าจะสามารถสอนท่านเกี่ยวกับเื่นี้ได้ เเต่ข้าจะพยายามถ่ายทอดให้ท่าน เพราะข้าก็หวังว่าให้ท่านเป็ฮองเฮาที่เคียงคู่เเละเเบ่งเบาภาระกับซงหยวนได้”
“ข้าขอฝากตัวด้วยนะเ้าคะ คุณหนูฟางเน”
“ข้าเองก็เช่นกัน”
อนาคตฉันไม่เเน่ใจว่านางร้ายจะได้ขึ้นเป็ฮองเฮาไหมนะ เเต่ถ้าสอนได้ก็คงดี ซงหยวนจะได้ไม่ลำบากอะไรมาก
เเต่เอาจริงๆนะฉันก็ไม่ได้เป็คนเ้าเล่ห์ขนาดนั้นไหม เเค่อาศัยความรู้น้อยนิดจากการที่อ่านนิยายเฉยๆ
เเละฉันก็ไม่อยากหลงตัวเองเพียงเพราะรู้เนื้อเื่ต่อจากนี้ด้วย อีกอย่างเนื้อเื่มันน่าจะเปลี่ยนตั้งเเต่ฉันตื่นเเล้วละ มีเเต่ต้องค่อยสังเกตการณ์ต่างๆเเทน
ฉันได้เหล่ตาไปมองหลางอ๋องเเละเหมือนหลางอ๋องจะรู้ตัว ฉันเลยค่อยๆเหล่ตาหลบ ด้วยความที่อ่านนิยายเเนวจีนโบราณอย่างโชกโชน
ผู้ชายจีนโบราณเ้าเล่ห์ทุกคนเพราะงั้นเนเน่จะไม่เสี่ยงไปยุ่งวุ่นวายกับคุณผู้ชายทั้งหลาย
“เอาละ เรามากินอาการเย็นกันเถอะ”
เเล้วท่านพ่อเป็คนเปิดสนทนาขึ้น พวกเราเลยลุกขึ้นเดินไปที่ห้องอาหารกัน โต๊ะอาหารจะเป็เเบบโต๊ะกลมขนาดใหญ่เหมือนอาหารโต๊ะจีนเลย
ฉันจูงมือหยางหลิวเเละเมย์ไปนั่งใกล้ๆกัน ให้หยางหลิวนั่งตรงกลางระหว่างฉันกับเมย์เหมือนเดิม
ตั้งเเต่เดินออกมาจากห้องนั้นก็รู้สึกว่าหลางอ๋องจะมองมาที่ฉันบ้างเป็บางครั้ง คงไม่คิดจะใช้ประโยชน์จากฉันหรอกนะ
ฉันพยายามไม่สนใจเเละตักอาหารกิน โอ้ อันนี้อร่อย
“หยางหลิวลองกินอันนี้สิ อร่อยนะ”
ฉันได้ตักอาหารให้หยางหลิวกินอันที่ฉันคิดว่าอร่อยทุกอย่าง เยี่ยมเพราะวันนี้วันดีอาหารก็ดีไปด้วย โอ้ยิ่งหมูตุ๋นสมุนไพรนี้ยิ่งอร่อย
เเต่ด้วยที่นี้เป็ยุคจีนโบราณส่วนใหญ่อาหารจะออกเเนวรสเค็มกับหวานมากกว่า อยากกินหม้อไฟเผ็ดๆจัง
“กินจุขึ้นเยอะเลยนะฟางเน”
ฟาฟาจะเเซวก็ไม่เเปลกเพราะฉันกินข้าวจนหมดไปถ้วยที่สองเเล้ว
“เอาน่า ข้ากินเพื่อเพิ่มความอ้วนให้ตัวเองอยู่ เนี่ยข้าผอมจนจะติดกระดูกละนิ หยางหลิวเหมือนกันกินเยอะๆวัยกำลังเจริญเติบโต”
เเละฉันก็ตักข้าวให้หยางหลิวต่อ
“เมย์เธอไม่คิดจะตัดข้าวให้ลูกหน่อยหรอ”
เมย์หันมามองเเล้วได้คีบปลานึ่งให้หยางหลิว
“ดอก เห็นก้างปลาปะนี้ หยางหลิวพึ่งอายุ 5 ขวบนะ ถ้า 7-8 ขวบก็ว่าไปอย่าง”
“เอ้า ก็กูไม่เคยเลี้ยงลูกอะ”
“ก็ฝึกไง ฝึก เนี่ยๆควรหาก้างปลาให้ก่อนเเล้วบดน้อยๆเพื่อดูก้างปลาอีกที่”
“ควาย”
“อย่ามาพูดคำหยาบต่อหน้าหยางหลิวนะ”
“อะไรควายมันเป็สัตว์ไหม”
“เออ ก็จริง”
ลืมไปที่นี้โลกจีนโบราณคำหยาบคำว่าควายยังไม่มี เเล้วพวกเราก็เริ่มบ่นกันไปบ่นกันมาจนกินข้าวเสร็จก็พากันนั่งคุยตามภาษาเพื่อนสนิทไปเรื่อย ซึ่งเเน่นอนมีหยางหลิวนั่งอยู่ด้วยตลอด
จนเวลาผ่านไปเห็นค่าเเก่การควรนอนเลยขอตัวกันไปนอนก่อนส่วนท่านพ่อก็ดื่มสุราเเละคุยเื่การรบกันต่อ
ฉันได้กำชับต่อเมย์ว่าให้คืนนี้พาหยางหลิวมานอนด้วยกอดหยางหลิวเยอะๆด้วย มันก็ตอบตกลงเลยเเยกย้ายกันกลับเรือน