ไม่นานนัก รถยนต์หรูสีดำเงาวับก็แล่นมาจอดนิ่งอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่งในย่านบ้านพักของนายทหารชั้นล่าง
เสียงเครื่องยนต์ดับลงท่ามกลางความเงียบงันของบรรยากาศรอบบ้านซ่งเฟยเหริน—หญิงสาวในชุดกระโปรงเข้ารูปสีเืหมู พร้อมรองเท้าส้นสูงสีแดงสดค่อยๆ ดันประตูรถเปิดออกแล้วก้าวลงมาอย่างสง่างามในทุกอิริยาบถ
เธอหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตูบ้านริมฝีปากทาลิปสติกแดงฉ่ำยกยิ้มบางๆดวงตาภายใต้แว่นกันแดดทรงหรูมองไปยังตัวบ้านไม้สองชั้นที่สงบเงียบจนน่าประหลาด
ทหารหนุ่มในเครื่องแบบซึ่งขับรถมาส่งเธอ รีบก้าวออกมายืนเคียงข้าง ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงลังเล
“คุณนายครับ…ดูท่าทางท่านผู้บัญชาการจะไม่อยู่ที่นี่”
ซ่งเฟยเหรินหันมามองเขาเล็กน้อยแววตาภายใต้แว่นมืดเจือความเ็า ก่อนจะปรายตาอย่างมีเลศนัยแล้วแค่นเสียงหัวเราะเบา ๆ
“ใครว่าฉันมาที่นี่เพื่อพบผู้บัญชาการหยางกันล่ะ?”
เสียงของเธอนุ่มลึก แฝงความเย้ยหยันและอำนาจในคราเดียวกัน
เธอหยุดเว้นจังหวะก่อนจะพูดต่อด้วยเสียงแ่ชัดเจน
“คนที่ฉันอยากเจอ…คือ ผู้หญิงที่อยู่ในบ้านหลังนั้นต่างหาก”
ทหารหนุ่มถึงกับชะงักไปเล็กน้อยเหงื่อผุดขึ้นตามไรผมราวกับรู้สึกถึงความร้อนระอุที่กำลังแผ่ซ่านอยู่ในตอนนี้
ขณะนั้นเอง เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบกับพื้นปูนหน้าบ้านก็ดังขึ้น
กึก… กึก… กึก…
เสียงยิ่งดังยิ่งเร้าอารมณ์ความกดดันที่แผ่กระจายไปทั่วบรรยากาศรอบตัว
ซ่งเฟยเหรินยกมือเรียวสวยขึ้นแล้วเคาะประตูเบา ๆ สามครั้ง
ก็อก ๆ ๆ
เธอไม่แม้แต่จะลังเลว่าจะมีใครเปิดหรือไม่
เพราะผู้หญิงอย่างเธอ…ไม่เคยถูกปฏิเสธ
ไม่นานนัก ประตูไม้บานใหญ่ก็ค่อย ๆเปิดออก
เสียงบานพับเก่าดังเอี๊ยดเบา ๆก่อนที่หญิงสาวร่างระหงคนหนึ่งจะก้าวออกมายืนตรงธรณีประตู
เธอไม่ได้สะสวยจนสะดุดตาหากแต่มีเสน่ห์บางอย่างที่ฉายชัดอยู่ในแววตา สงบ เยือกเย็น และแฝงความอ่อนหวานและดื้อรั้นไว้ลึกๆ
สายลมเย็นยามสายพัดชายผ้าม่านไหวพลิ้วคล้ายกับเป็สัญญาณแห่งการเผชิญหน้าระหว่าง “เมียหลวง” และ “เมียน้อย”
หญิงสาวในบ้านมองแขกตรงหน้าด้วยความสงสัยพลางเอ่ยเสียงสุภาพและหวานหู
“คุณมาหาใครคะ?”
ซ่งเฟยเหรินยกมือเรียวถอดแว่นกันแดดสีดำออกอย่างเชื่องช้าดวงตาคมกริบใต้ขนตาหนาหันไปมองใบหน้าของหญิงสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ั้แ่เส้นผมที่ถูกรวบเรียบง่ายไปจนถึงมือที่เปื้อนกลิ่นบ้านกลิ่นครัว
“ฉันมาพบ… ลั่วเหยียนเอ๋อ”
เพียงได้ยินชื่อนั้นหญิงสาวตรงหน้าก็ชะงักไปเล็กน้อย
เธอเงียบไปชั่วอึดใจก่อนจะถามกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่เต็มไปด้วยการตั้งรับ
“คุณเป็ใครคะ? แล้วมาพบฉันทำไม?”
ซ่งเฟยเหรินไม่ตอบในทันทีเธอเพียงยกยิ้มมุมปาก แล้วก้าวเท้าเข้าใกล้หนึ่งก้าว
เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นหินหน้าบ้านดังสะท้อนอยู่กลางบรรยากาศเงียบงัน
“ฉันคือ…คุณนายของท่านผู้บัญชาการหยางอวี้เหอ”
ราวกับสายฟ้าฟาดกลางใจลั่วเหยียนเอ๋อชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ริมฝีปากบางจะโค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม
แต่ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความยินดีหากแต่เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยการท้าทาย
“ตายจริง…” เธอพูดช้า ๆดวงตาหรี่ลงอย่างจงใจ
“ในที่สุดฉันก็ได้พบ… ‘คุณนาย’เสียที”
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล หากแต่ถูกเค้นให้คมกริบราวกับใบมีดคมที่พร้อมจะเฉือดเฉือน
ซ่งเฟยเหรินหรี่ตามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างระวัง
เธอดูไม่ใช่ผู้หญิงที่จะโง่เขลาหากแต่มีความร้ายกาจแฝงอยู่ในตัว! เธอพึมพำเบาๆในใจราวกับอ่านนิสัยของหญิงตรงหน้าได้อย่างเฉียบขาด