เกตุแก้วยังคงนั่งทำงานที่เดิมบุญอิ่มยกสำรับข้าวแช่และน้ำดื่มเย็นๆ บรรจุอยู่ในขันสีเงินขนาดใหญ่ลอยดอกมะลิคลานเข่าเข้ามาตั้งเป็สำรับเล็กๆก่อนจะถอยกลับไปหาเกตุแก้วพร้อมทั้งกระซิบอะไรบางอย่างเกตุแก้วฟังบุญอิ่มแล้วพยักหน้าน้อยๆ อาการของทั้งสองคนหาได้พ้นสายตาคบกริบที่มองมาจากหอนั่งไม่
“ผู้ใหญ่ทางขุนวิชยาได้ฤกษ์แต่งมาแล้วเห็นทีคงจะมีงานเร็วๆนี้” คุณหลวงหนุ่มเอ่ยขึ้นแต่ตายังคงลอบมองไปที่เกตุแก้วบ่อยครั้งขุนวิชายากับลำเภาต่างก็เขินอายกับสิ่งที่คุณหลวงภัสดาบอกกล่าว แต่ก็แอบดีใจที่ความรักของทั้งคู่มีผู้ใหญ่สนับสนุนเห็นด้วย
“ทางกระผมจะจัดพิธีการขันหมากมารับน้องลำเภาอย่างสมเกียรติและขอสัญญาต่อหน้าคุณหลวงว่ากระผมจะดูแลน้องลำเภาเท่าชีวิตน้องลำเภาจะเป็เมียเดียวของกระผมตลอดไปขอรับ” ขุนวิชยาให้สัญญาอย่างมั่นใจด้วยความรักที่มีต่อลำเภามานานเขามั่นใจว่าจะรักและดูแลหล่อนโดยมิผิดสัญญาอย่างแน่นอนคุณหลวงภัสดาพยักหน้ารับอย่างเชื่อใจว่าขุนวิชยาจะสามารถดูแลและปกป้องน้องสาวเขาได้ดั่งที่ลั่นวาจาไว้เนื่องจากทางด้านคุณหลวงกับขุนวิชยาก็คุ้นกันมานานด้วยนิสัยส่วนตัวของขุนวิชยาก็มิใช่ไก่กาค่อนข้างเด็ดเดี่ยว มั่นคงและมีความยุติธรรมซึ่งข้อนี้ทางด้านคุณหลวงภัสดาเห็นมาตลอดและชื่นชมอยู่ไม่น้อย
“ฉันได้ยินอย่างนี้ก็เบาใจนัก”คุณหลวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน
“ลำเภาเ้ามีสิ่งใดขาดตกไปก็บอกพี่กับขุนวิชยาได้”ลำเภามองสบตาขุนวิชายาต่างก็เอียงอายซึ่งกันและกันเธอรู้สึกโชคดีที่ได้พบผู้ชายที่รักเธอจริง หญิงสาวมองคุณหลวงภัสดาผู้เป็พี่ชายสายตาฉายแววขอบคุณด้านผู้เป็พี่ชายมองตอบด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่นในหน้า
“คุณพี่เ้าคะ”ลำเภาเอ่ยขึ้นในที่สุด
“น้องขอเพียงอย่างเดียว...”หญิงสาวพูดเสียงอ้อมแอ้ม
“อะไรรึ?” คุณหลวงภัสดาถามทันทีขุนวิชยาที่นั่งอยู่ตรงนั้นก็ตั้งใจฟังเช่นกันว่าคนรัก้าสิ่งใด
“น้องขอให้พี่เกตุแก้วเป็เพื่อนเ้าสาวและอยู่กับน้องจนกระทั่งส่งตัวเข้าหอเ้าค่ะ”ลำเภาพูดในสิ่งที่ตนเอง้า
“ได้หรือไม่เ้าคะ?”ประโยคสุดท้ายคาดคั้นด้วย้าคำตอบประเดี๋ยวนั้น
ขุนวิชยายิ้มๆหล่อนดูดื้อรั้นอยู่แต่ไม่มากนัก กำลังน่าเอ็นดูสำหรับเขา หากหลวงภัสดาสงสัย
“อะไรกันสนิทสนมถึงขั้นเรียกพี่แล้วรึ?”ถามพลางชายสายตาไปมองผู้ที่ถูกพูดถึงแต่ก็ต้องชะงักเพราะเ้าหล่อนที่ถูกพูดถึงหายไปจากตรงนั้นเหลือเพียงบุญอิ่มที่นั่งง่วนอยู่กับงานตรงหน้าแทนที่‘ไปตอนไหน เร็วจริง’
คุณหลวงภัสดานิ่วหน้าทันทีหล่อนหายไปไหนกันขณะที่ครุ่นคิดก็มองเห็นหน้าลำเภาผู้เป็น้องสาวที่จ้องรอคำตอบอย่างจดจ่อชายหนุ่มจึงนิ่งไปสักครู่
“พี่อนุญาตให้เกตุแก้วเป็เพื่อนเ้าสาวน้องได้”ผู้เป็พี่ชายให้คำตอบ ลำเภายิ้มทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่อยากฟังคุณหลวงภัสดาหันไปถามขุนวิชยา
“แล้วเพื่อนเ้าบ่าวล่ะเป็ใครกันท่านขุน?”และคำตอบที่ได้ก็ทำเอาคุณหลวงภัสดารู้สึกว่าตัวเองตัดสินใจพลาดที่อนุญาตให้เกตุแก้วไปเป็เพื่อนเ้าสาวของลำเภา
“คุณหลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์ขอรับเพราะทางบ้านกระผมสนิทกับทางรัชชาภักดิ์มาช้านาน”
.
.
ชาติปัจจุบัน...ในห้องทำงานของมินตราที่เปิดแอร์เย็นเฉียบ หญิงสาวลืมตาขึ้นช้าๆที่สำคัญไม่มีอาการสะลึมสะลือแม้แต่น้อย เธอนั่งสับสนกับความฝันเมื่อสักครู่
“คุณหลวงธรรมธรรัชชาภักดิ์”มินตราเอ่ยเบาๆ ขณะที่มินตรากำลังคิดถึงเื่ความฝัน เลขาฯของคุณการุญก็เคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามาพร้อมรายงานชัดถ้อยชัดคำ
“ท่านประธานเชิญคุณมินที่ห้องท่านบอกว่าด่วนค่ะ” มินตรายืดหลังตรงทันที
“ค่ะ มินจะไปเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”มินตรารับคำรู้สึกสงสัยว่าคุณพ่อมีอะไรด่วน หรือว่าจะเป็เื่งานคุณหลวงภัสดาที่อยู่ในห้องกับมินตรารู้สึกสังหรณ์ใจรีบไปที่ห้องของคุณการุญเช่นกัน
มินตราเข้ามาที่ห้องทำงานของผู้เป็พ่ออย่างรวดเร็วเมื่อเธอเปิดประตูเข้ามาภายในห้อง ก็พบว่าทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าทั้งคุณการุญคุณรัศมี พร้อมด้วยเรืองรินที่เพิ่งมาถึงก่อนหน้าเธอได้ไม่นานส่วนเมขลาและอธิปก็นั่งข้างกันอยู่บนโซฟารับแขกด้านคุณหลวงภัสดารีบเข้ามานั่งใกล้ๆ เมขลา สีหน้าฉายแววกังวล
“มีอะไรกันคะ?”มินตรามองหน้าทุกคนคุณการุญกวักมือเรียกผู้เป็ลูกสาวเข้ามานั่งด้วยกัน
“นั่นสิ อยู่ๆ พี่สาวเธอก็บอกว่ามีเื่สำคัญจะแจ้งให้ทุกคนทราบไม่รู้ว่ามีอะไรสำคัญนักหนา” คุณรัศมีโวยขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“รีบๆพูดธุระของเธอ ฉันมีธุระที่จะปรึกษากันภายในครอบครัว” คุณรัศมีเน้นประโยคหลังเพราะอยากจะสื่อให้ทั้งสองพี่น้องรู้ว่าเป็คนนอกมินตราสีหน้าสลดไปนิด ทว่าเมขลานอกจากจะไม่สลดเธอยังนิ่งฟังทุกคนด้วยอาการสงบสีหน้าเรียบเฉยก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงค่อนข้างชัดเจนแบบคนที่นำหน้าไปก่อนหลายก้าว
“ที่เรียกทุกคนมาก็ต้องมีเื่สำคัญที่จะแจ้งให้ทราบถ้าไม่มีเื่อะไรเมย์จะเรียกทุกคนมาทำไมไม่ทราบ..” เมขลาพูดพร้อมปรายตาไปทางคุณรัศมีอย่างไม่กลัวเกรงคุณรัศมีจี๊ดในคำพูดของนังเด็กอ่อนวัยกว่า แต่เธอไม่ยอมง่ายๆสบตาอีกฝ่ายแบบพร้อมรบเช่นกันเมขลาปรายสายตามองยิ้มเหยียดให้แบบเหนือชั้นไม่สะทกสะท้านกับสายตาของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อยจนคุณรัศมีอยากเดินเข้าไปตบลูกนังประไพคนนี้ให้คว่ำไปกับมือ กับความจองหองที่มันมี
“เมย์แค่อยากจะบอกทุกคนว่า...”พลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินกอดอกไปหยุดนิ่งที่มุมหนึ่งทุกคนมองตามร่างสูงระหงพร้อมรอฟังอย่างใจจดจ่อ
“เมย์ตกลงจะหมั้นกับคุณอธิปค่ะและฤกษ์หมั้นก็คือสิ้นเดือนนี้” ผู้ประกาศข่าวหยุดนิ่งประหนึ่งให้ทุกคนพักหายใจก่อนจะพูดต่อ
“ย้ำว่าแค่บอกนะคะไม่ได้ขอความคิดเห็นจากใครๆ ทั้งสิ้น” เมขลานิ่งไปนิดมองดูสีหน้าทุกคนที่ดูเหมือนจะอึ้งไปกับข่าวที่ได้รับฟังเมื่อสักครู่โดยเฉพาะเรืองริน ดูจะมีสีหน้าที่ซีดเผือดตะลึงงัน เหมือนตอนที่ดาด้ากลัวผีก็ไม่ปานหญิงสาวนึกสาใจไม่น้อยที่ได้เห็นอาการนั้นโดยเฉพาะจากแม่เลี้ยงและลูกสาวของเธอแต่ก็ต้องชะงักไปนิดเมื่อเธอหันไปสบตากับคุณหลวงภัสดาที่มีสีหน้าใไม่น้อยไปกว่าใครเมขลาสูดลมหายในนิดๆ คล้ายเรียกกำลังใจ
“เรารักกันค่ะ...”แม้จะรู้ว่าการโกหกมันไม่ดีแต่เมขลาจำเป็เพื่อคนที่เธอรักราวกับลูกในไส้พูดจบก็มองกวาดไปทั้งห้องด้วยสีหน้าเรียบไร้อาการใดๆด้านอธิปก็นั่งหน้านิ่งไม่สบตาใครโดยเฉพาะกับมินตราที่จ้องมองมาทางชายหนุ่มอย่างมีคำถามมากมายทุกคนนิ่งงันกันไป ไม่เว้นแม้แต่คุณการุญ แต่ผิดกับเรืองริน
“ไม่พี่อธิปจะหมั้นกับฉันไม่ใช่แกนังเมขลา แกมันทึกทักเอาเอง” เรืองรินโวยวายเสียงดังลั่นอย่างไม่ยอมรับในความผิดหวังนั้น
“ถามฝ่ายชายดูสิ”เมขลาโบ้ยไปทางอธิปด้วยความมั่นใจ ด้านชายหนุ่มนั่งนิ่งแต่แววตามีร่องรอยแห่งความกังวล เพียงอึดใจเขาก็ลุกขึ้นไปยืนเคียงข้างกับเมขลา
“ครับเราสองคนรักกัน เราตกลงจะหมั้นกันครับ” สิ้นคำตอบของอธิปิญญาของคุณหลวงภัสดาก็ส่งสายตาผิดหวังไปทางเมขลาทันทีส่วนมินตราสงสัยในท่าทีของพี่สาวและชายหนุ่มยิ่งนักเธอหันไปทางอธิปสายตามีแววตัดพ้อกรายๆ มินตราเองแปลกใจทำไมใจหายก็ไม่รู้ด้านอธิปเมื่อมองลึกเข้าไปในแววตาของมินตาายหนุ่มให้รู้สึกอยากยกเลิกแผนการทั้งหมดแต่ก็ต้องทำใจแข็งเพราะเห็นอยู่ทนโท่ว่าเรืองรินแสดงออกว่าก้าวร้าวเพียงใดหากตอนนี้คนที่อยู่ข้างเขาเป็มินตราไม่ใช่เมขลา มินตราจะรับมือจากเรืองรินได้หรือคิดดังนั้นจึงทำให้เขารู้สึกใจชื้นและเริ่มเชื่อในสิ่งที่เมขลาพูดบ้างแล้วที่อย่างน้อยก็ช่วยให้คนรักของเขาพ้นภัยจากความร้ายกาจของสองแม่ลูกนี้ไปได้ เรืองรินได้ฟังดังนั้นก็กรีดร้องขึ้นอย่างไม่เกรงใจใครพร้อมโวยวายอย่างบ้าคลั่ง
“กรี๊ดดดดดด พี่ธิปไม่จริง นังเมย์แกทำเสน่ห์ใส่พี่ธิปใช่ไหม รินไม่ยอมนะคะคุณแม่” เรืองรินไม่ได้พูดอย่างเดียวหากเธอเดินเข้าใส่เมขลาอย่างไม่เกรงกลัวใครพร้อมเอื้อมมือจะทำร้ายฝ่ายตรงข้ามอย่างเต็มที่แต่อธิปไหวตัวทันเขาเอาตัวเองเข้าปกป้องเมขลาทำให้โดนเรืองรินฟาดฝ่ามือใส่ใบหน้าอย่างเต็มแรง
“เพี้ยะ!!”ทุกคนตะลึงที่เรืองรินก้าวร้าวอย่างไม่มีคำว่ามารยาทเสียเลยส่วนเ้าตัวก็รู้สึกใที่ทำร้ายอธิปหากนั่นไม่ได้ทำให้เธอสำนึกผิดแต่อย่างใดกลับยิ่งทำให้เรืองรินรู้สึกไม่พอใจมากขึ้นและไม่ยอมหยุดการกระทำที่เกรี้ยวกราดนั้น เธอตรงดิ่งเข้าไปจะทำร้ายเมขลาอีกครั้งทว่าคุณหลวงภัสดาก็ไม่พอใจเช่นกันที่เรืองรินคิดจะทำร้ายเมขลาคุณหลวงคิดเพียงแต่ว่าแม่เกตุแก้วจะต้องไม่โดนทำร้ายอีกต่อไป หล่อนโดนใครๆทำร้ายมาเกินพอแล้ว ิญญาของชายหนุ่มรีบหายตัวจากตรงที่ยืนอยู่ แล้วมาปรากฏตัวด้านหน้าเมขลายืนกำบังหญิงสาวเอาไว้พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงอันทรงอำนาจทันที
“อีคนชั่วถอยออกไป!!”ฉับพลันร่างทั้งร่างของเรืองรินก็กระเด็นไปไกล ก่อนจะล้มลงไปเหมือนโดนใครมาผลักเธอออกไปอย่างแรงเรืองรินใไม่น้อย ด้านคุณรัศมีรีบเข้ามาประคองลูกสาวตัวเองคุณรัศมีมองไปรอบห้องด้วยแววตาที่สงสัยอะไรบางอย่างทางฝั่งของเมขลามองคุณหลวงภัสดารู้สึกอุ่นใจที่มีเขาคอยปกป้องคุ้มครองหากแต่คุณหลวงกลับขุ่นใจในสิ่งที่เมขลากำลังทำอยู่จึงไม่มองตอบและทำเป็เฉยเมยใส่หญิงสาว
“คุณเห็นหรือยัง” เมขลากระซิบกับอธิปเบาๆ
“ถ้าเป็ยัยมินจะรับมือกับเื่นี้ได้แค่ไหนโดยเฉพาะสองแม่ลูกนั่นร้ายด้วยกันทั้งคู่” อธิปพยักหน้าเห็นด้วยทันทีเขาเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งกับสิ่งที่เมขลาทำ ว่าเธอรักและ้าปกป้องน้องสาวแค่ไหนและได้เห็นเต็มตาว่าเรืองรินก้าวร้าวร้ายกาจเพียงใด...