ภาคที่1 ตอนที่2 กำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่1 ท้องนภาอัสนีครวญครางอย่างยิ่งใหญ่พลังสวรรค์ถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของบุรุษหนุ่มนามเฟิงอี้เขาดูสงบแต่มีกลิ่นอายทรงอำนาจบางอย่างถูกปลดปล่อยออกมามันดูราวกับอำนาจแห่งเทพเจ้าแห่งการทำลายล้างภายในร่างกายของเฟิงอี้ชีพจรเส้นแรกได้ปรากฏขึ้นมันแสดงให้เห็นถึงว่าระดับของเขาได้เข้าสู่ระดับ กำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่1เวลาได้ค่อยๆล่วงเลยไปอย่างช้าๆแต่มันรวดเร็วมากสำหรับเฟิงอี้ผู้ที่กำลังจมอยู่กับห่วงการบ่มเพาะของเขา....เช้าตรู่ดวงตาของเฟิงอี้ได้เบิกขึ้นพร้อมกับประกายที่ดูสวยงามแต่ดูศักดิ์สิทธิ์น่าเกรงขามร่างกายของเฟิงอี้ได้แข็งแกร่งขั้นราวกับเป็นคนละคนกันเขาดูมีกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งขึ้นเขามองดูรอบๆก่อนที่จักก้าวเท้าออกไปอย่างมิต้องคิดอะไรเฟิงอี้เดินไปยังตำหนักของเขาที่มิได้ใหญ่โตหรือหรูหรามันคือตำหนักชู เป็นตำหนักที่ยอดแย่หรือตำนักที่เป็นอันดับสุดท้ายที่เป็นเกรดแย่เมื่อเทียบกับตำหนักอื่นๆของนางสนมหลายคน“องค์ชาย...”เฟิงอี้มองดูหญิงสาวรับใช้ที่กำลังมองมาทางเขาอย่างสงสัย“ท่านไปที่ใดมารึเจ้าคะ”นางมีใบหน้าขาวสะอาดแต่ก็เป็นเพียงหญิงสาวที่มิได้งดงามล่มเมืองนางเป็นหญิงสาวใบหน้าธรรมดาๆเท่านั้น“ใช่กงการเจ้าหรือ?”เฟิงอี้หรี่ตาและกล่าวออกมาด้วยท่าทางทรงอำนาจมันดูเฉยชาเป็นอย่างมากทำให้หญิงรับใช้เกิดความรู้สึกประหลาดและหวาดผวาขึ้นมาภายในใจองค์ชายผู้อ่อนแอผู้นี้เปลี่ยนไป....“เอ่อ...ขะ...ข้ามิบังอาจ....”นางราวกับกลายเป็นแมวน้อยได้ก้มหน้าป้องมือคุกเข่าลงอย่างรวดเร็ว“หึ!...”เฟิงอี้ส่งเสียงเฉยชาก่อนที่จักเดินจากไปโดยมิสนใจภายในตำหนักเฟิงอี้ได้เข้ามาเขาก็พบกับมารดาและหญิงรับใช้อีกหนึ่งคนในวันนี้เป็นวันที่เฟิงอี้จักต้องออกจากตำหนักของมารดาของเขาเนื่องจากถึงวัยแล้วองค์ชายมิควรอยู่วังหลัง“เจ้าหายไปที่ใดมารึ?”มารดาเฟิงอี้นางมีใบหน้างดงามมิน้อยสมกับเป็นนางสนมแห่งองค์จักรพรรดิแห่งต้าเหว่ย...“ข้าเพียงแค่มีปัญหาเพียงเล็กน้อยเสด็จแม่มิต้องใส่ใจ”เฟิงอี้กล่าวด้วยท่าทางสงบแม้เขาสัญญากับวิญญาณเก่าของร่างนี้ว่าจักดูแลสตรีผู้นี้ก็ตามแต่เขามิได้รู้สึกผูกมัดแต่อย่างใด“ปัญหา?เจ้าถูกองค์ชายผู้อื่นกลั่นแกล้งอีกแล้วหรือ?!”หวู่เหลียงจิงกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วงบุตรนางแต่ก็มีความเกลียดชังแผ่ออกมาด้วยเล็กน้อยนางเกลียดผู้ที่ทำร้ายบุตรของนางแต่นางมิมีอำนาจที่จักทำสิ่งใดได้เสียงของนางส่งมิถึงสามีของนางหรือองค์จักรพรรดิแม้แต่น้อยแม้จักถึงองค์จักรพรรดิผู้น่าชังนั่นก็มิได้ใส่ใจนางเลย…..“เป็นเช่นนั้น...แต่ท่านมิต้องห่วงข้า...ข้าสบายดีมันเพียงการกลั่นแกล้งเล็กน้อย”เฟิงอี้กล่าวออกมาด้วยท่าทีสงบของเขาเช่นเคยก่อนที่จักคำนับนางและกล่าวลา“บุตรต้องขอกล่าวลา...ข้าต้องออกจากวังหลังแล้ว”เฟิงอี้กล่าวก่อนที่จักหันหลังและจักเดินออกจากตำหนักแห่งนี้“ช้าก่อน...”หวู่เหลียงจิงกล่าวขึ้นไล่หลังเฟิงอี้ก่อนที่นางจักบอกให้หญิงรับใช้ส่งห่อผ้าให้เฟิงอี้“สิ่งนี้แม่ได้หามาเพื่อช่วยเจ้า....”“มันคือโสมเบิกฟ้า ที่จักช่วยเจ้ากำจัดจุดตีบตันได้บางที......”เฟิงอี้รับห่อผ้าจากหญิงรับใช้ก่อนจักก้มหัวให้มารดาของเขาอีกครั้งและจากไป“เจ้าเปลี่ยนไป....เจ้าโตขึ้นแล้วบุตรข้า”นางมองดูเฟิงอี้ที่จากไปด้วยสายตาอ่อนโยน.....หลังจากเดินมาได้สักพักเฟิงอี้ก็ได้มองดูโสมเบิกฟ้าในถุงเขารับรู้ได้ถึงความรักจาก...มารดาโสมเบิกฟ้าอัดแน่นไปด้วยพลังสวรรค์ที่ค่อนข้างดีเฟิงอี้รับรู้ได้ว่ามารดาของเขาผู้นี้ต้องใช้เงินเบี้ยเลี้ยงต่อเดือนรวบรวมมาซื้ออย่างแน่นอนดูจากที่อาภรณ์ที่เรียบง่ายของนางที่แม้จักดูสวยงามแต่มิได้มีของตกแต่งมากนักเฟิงอี้เปิดปากของเขาและกล่าวออกมา”ข้าจักตอบแทนท่านคืนเป็นแสนเท่า”เขายิ้มอย่างเยือกเย็นก่อนที่จักหรี่ตามองไปยังชายขันทีที่กำลังเดินมาหาเขาอย่างมิรีบร้อนมินานขันทีผู้นั้นก็มาถึงตัวของเฟิงอี้“อ้อยอิ่ง..หึ!”เฟิงอี้เค้นเสียงเย็นที่เฉยชาออกมาและมองขันที่อย่างเคร่งขรึม“....เอ่อ....หืม!”ขันทีส่งเสียงราวกับว่ามิพอใจที่เฟิงอี้กล่าวตำหนิเขาผัวะ!ฝ่ามือแข็งแกร่งไร้ปราณีได้วาดผ่านใบหน้าของขันทีอย่างมิทันตั้งตัวขันทีเบิกตากว้างอย่างตกตะลึงร่างของขันทีล้มลงทันทีพร้อมกับโลหิตที่หลั่งไหลออกมาจากปาก“เป็นเพียงขี้ข้าอย่าได้เหิมเกริม!..หึ!”เฟิงอี้กกล่าวเสียงเย็นพร้อมกับแรงกดดันที่น่าหวาดผวาที่ปลดปล่อยออกมาอย่างมิตั้งใจขันทีกลายเป็นบ้าใบ้เขามีพลังฝึกตนระดับ กำเนิดเส้นชีพจรขั้นที่ 2 แต่ถูกองค์ชายไร้ค่าที่มิสามารถบ่มเพาะได้ตบจนโลหิตกลบปาก...เป็นไปได้อย่างไร?“ยังจักอ้อยอิ่ง....รีบพาข้าไปตำหนักใหม่!..”ผัวะ!ฝ่ามือได้ซ้ำรอยเดิมจนทำให้โลหิตของขันทีหลั่งไหลออกมามากมายยิ่งกว่าเดิมในใจของขันทีตอนนี้มิกล้าอ้อยอิ่งและหยิ่งผยองอีกต่อไป...ใครผู้ใดมันเป็นคนบอกว่านี่คือองค์ชายขยะไร้ค่ากัน!“ยังมิลุกขึ้นอีก!”ผัวะ! จบ...โปรดติดตามตอนต่อไป...R I Pขันที?!!