บทที่ 36
โรคระบาย
เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากด้านนอก ทหารภายในกองทัพเกราะดำเข้ามาถึงก็รายงานเรื่องสำคัญ หวงเจียวลู่ที่กำลังนั่งทำแผลหันไปมองขมวดคิ้ว
“ เจ้าพูดว่าอย่างไรนะ? ” แม่ทัพหนุ่มถามอย่างสงสัย ทหารผู้นี้ท่าทางร้อนรน มองเห็นแววตาของแม่ทัพหนุ่มที่เต็มไปด้วยความจริงจัง ทหารผู้นั้นตื่นตัวขึ้น
ทหารหนุ่มก้มศีรษะของตนเองและรายงานกับท่านแม่ทัพด้วยถ้อยคำที่ฉะฉาน “ เรียนท่านแม่ทัพในตอนนี้มีเรื่องส่งรายงานมาถึงกองทัพขอรับ ผู้คนจำนวนมากภายในเมืองไปรวมตัวกันอยู่ที่โรงหมอใจกลางเมืองเป็นจำนวนมาก ”
“ ข้าเข้าไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น รู้สึกว่าทุกคนภายในเมืองจะมีอาการเช่นเดียวกันนั่นคือพวกเขาปวดท้องแล้วไข้ขึ้นสูง ”
ทหารหนุ่มทำการรายงาน ยามนี้กลางดึกภายในเมือง เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ผู้ใดจะคาดคิดผู้คนภายในเมืองจะพบเจออาการป่วยเช่นเดียวกันนี่คือโรคระบาด
“ ท่านหมอบอกว่านี่อาจจะเป็นโรคระบาดขอรับแต่ว่าไม่ทราบว่าโรคระบาดชนิดนี้เป็นโรคระบาดอะไรกันแน่ ” ใบหน้าของทหารผู้นั้นที่รายงานออกมาเต็มไปด้วยความวิตก
ยามนี้เมืองแห่งนี้กำลังเกิดโรคระบาด ถ้าเกิดว่าพบเจอความวุ่นวายเช่นนี้เข้ามาไม่ใช่เพียงแค่เมืองทางตะวันออกแต่ว่ากองทัพเกราะดำที่ปักหลักอยู่ที่นี่ก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
แม้ว่าจะเป็นทหารผู้แข็งแกร่ง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานโรคภัยได้
หวงเจียวลู่รีบลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “ ส่งทหารบางส่วนมาดูแลที่สถานที่แห่งนี้เอาไว้ ”
หลังจากพูดจบแม่ทัพหนุ่มก็เดินออกไปด้านนอก ทหารผู้นั้นก้มศรีษะรับคำสั่ง
ไม่นานนักมีทหารประมาณห้าถึงหกคนมาเฝ้าบริเวณรอบรอบที่พักของซูฉี ทหารพวกนี้มาเฝ้าพื้นที่บริเวณรอบรอบเพื่อรักษาความปลอดภัยเผื่อว่าอาจจะมีมือสังหารที่ตรวจสอบยังไม่ละเอียดอยู่แถบนี้
ซูฉีนั่งอยู่ภายในบ้าน นางขบคิดในใจ ‘ ดูเหมือนว่าโรคระบาดจะเป็นสิ่งที่ผู้คนภายในยุคสมัยนี้หวัดกลัวที่สุดสินะ ’
‘ ภายในโลกยุคนี้ไม่มีวัคซีนไม่มียาต้านโรค เพราะแบบนั้นโรคระบาดที่ระบาดในวงกว้างจึงกลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุดสำหรับผู้คน ’
แม้ว่านี่จะเป็นโลกภายในนิยายแต่ว่ามันก็ถูกอ้างอิงมาจากโลกจริงๆ
ส่วนสิ่งที่ผู้คนมากมายต่างพากันหวาดกลัวมันก็คือโรคระบาด
เนื่องจากการแพทย์หรือว่าการรักษาภายในยุคสมัยนี้ยังไม่ก้าวหน้า มันจึงทำให้ผลกระทบจากโรคระบาดหนักกว่าภายในยุคสมัยของนางไม่รู้ต้องกี่เท่า
ถ้าเกิดว่าภายในเมืองแห่งนี้เกิดโรคระบาดขึ้นมาจริงๆ นางก็จะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน
‘ เพิ่งตั้งหลักภายในเมืองแห่งนี้ได้ไม่นาน แล้วนี่มันอะไรกันซวยซ้ำซวยซ้อนเมื่อเกิดโรคระบาดภายในเมืองแห่งนี้เนี่ยนะ! ’
โชคชะตาช่างเล่นตลก นางเพิ่งอยู่ตัวภายในเมืองแห่งนี้แต่ว่าในตอนนี้กลับมีภัยเข้ามาถึงตัว สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดนางก็อาจจะป่วยเป็นโรคระบาดตายภายในสถานที่แห่งนี้
…
ยามวิกาลที่เงียบสงัด เมืองชายแดนตะวันออกกับเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ยามนี้ผู้คนจำนวนมากภายในเมืองมารวมตัวกันอยู่ที่โรงหมอ
เสียงโอดครวญแห่งความเจ็บปวดผู้คนมากมายมารวมตัวกันจนทะลักโรงหมอ แม่ทัพหนุ่มเดินทางมาถึง พบเห็นผู้คนมากมายกำลังวุ่นวาย
เสียงโอดครวญทีหลังขึ้นบริเวณรอบรอบท่าทางของผู้คนที่ล้มป่วยจากโรคระบาด หวงเจียวลู่มาเจอสถานการณ์แบบนี้เขาถึงกับขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากัน
“ นี่มันอะไรกันเหตุใดจึงเกิดเรื่องราวเช่นนี้ขึ้นมาได้? ทำไมอยู่อยู่ผู้คนจำนวนมากถึงล้มป่วยอย่างพร้อมเพียงกันแบบนี้? ” แม่ทัพหนุ่มต้องข้อสงสัย
สำหรับแม่ทัพหนุ่มผู้นี้แล้ว เขารู้ได้ในทันทีการที่ผู้คนมากมายป่วยพร้อมกันแบบนี้มันย่อมมีสาเหตุ ถ้าเกิดว่าไม่มีสาเหตุแล้วก็ผู้คนมากมายภายในเมืองคงจะไม่ลงป่วยพร้อมกันอย่างนี้
แม่ทัพหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้วยามนี้เต็มไปด้วยความสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่หวงเจียวลู่ก็รู้ดีในสถานการณ์แบบนี้ควรจะทำอะไรซักอย่าง “ สั่งการทหารใหม่ในกองทัพแบ่งกองกำลังมาดูแลภายในสถานที่แห่งนี้ จัดระเบียบแล้วก็ช่วยเหลือผู้คน ”
กองทัพเกาะดำเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งอันที่จริงแล้วมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องผู้คนภายในชายแดน ไม่จำเป็นว่าต้องใช้กล่องกำลังในการสู้รบเพียงอย่างเดียว
ถ้าเกิดว่าเกิดความวุ่นวายภายในเมืองเช่นนี้ กองกำลังเกราะดำก็จำเป็นจะต้องยื่นมือเข้าช่วย
กองทัพเกราะดำเข้ามาสยบสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยามนี้กระจายกำลังออกไปจัดแจงผู้คนที่อยู่บริเวณรอบรอบ
สิ่งที่ทำก็คือการก็จ่ายกำลังและก็ดูแลผู้ป่วย รวมไปถึงช่วยโรงหมอแห่งนี้ให้รับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
หวงเจียวลู่ก้าวเท้าเข้ามาภายในโรงหมอเห็นผู้คนนอนจนเต็มเตียง ส่งเสียงร้องโอดครวญไปมา แม่ทัพหนุ่มเดินตรงเข้าไปหาท่านหมอผู้ดูแล
ท่านหมอผู้นั้นก้มศีรษะเข้ารวแม่ทัพที่เดินเข้ามา
“ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหตุใดจึงเกิดเรื่องราวเช่นนี้ได้? เหตุใดผู้คนภายในเมืองจึงล้มป่วยอย่างพร้อมเพียงกันแบบนี้แล้วนี่มันโรคอะไรกัน? ”
“ เรียนท่านแม่ทัพสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นจากการที่คนภายในเมืองไปกินของบางอย่างเข้าไป ”
“ ของบางอย่างยังงั้นรึ? ”
“ ใช่แล้วขอรับของบางอย่าง แต่ว่าเขาไม่รู้ว่าเป็นของอะไร ของสิ่งนั้นน่าจะไม่เป็นผลดีกับร่างกาย หลังจากกินข้าวไปเมื่อกินของที่ผิดสำแดงร่างกายจึงออกมาเป็นแบบนี้ ”
“ แล้วมันจะแพร่กระจายเป็นวงกว้างหรือไม่? ” สิ่งที่แม่ทัพหนุ่มเป็นห่วงคือการแพร่กระจายในวงกว้าง เมืองแห่งนี้แม้ว่าจะเป็นเมืองชายแดนแต่ว่าก็มีคนอยู่อาศัยมากมาย
ถ้าเกิดว่าเกิดการแพร่กระจายในวงกว้างขึ้นมา ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคงจะหนักหนากว่าที่คิด
ไม่เพียงเท่านั้นกองทัพของมันก็อาจจะได้รับผลกระทบด้วยเช่นเดียวกัน
“ เรียนท่านแม่ทัพดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่โรคติดต่อที่สามารถติดต่อได้ง่ายได้ขนาดนั้นขอรับ แต่คล้ายคลึงว่าถ้าคนภายในเมืองไปกินของสิ่งนั้นเข้าร่างกายก็จะเกิดอาการแบบนี้ ”
“ ถือว่ายังโชคดีที่ผู้คนภายในเมืองไม่ได้เป็นทั้งหมดผู้คนส่วนใหญ่เป็น แต่ถ้าหาของสิ่งนั้นไม่เจอแล้วก็เกรงว่าภายในเมืองผู้คนทั้งเมืองคงจะ… ”
ท่านหมอผู้นี้แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวล สถานการณ์ในตอนนี้มันหนักหนากว่าที่เห็น
หวงเจียวลู่ก็รู้มองดูจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าเกิดว่าไม่สามารถหยุดสิ่งที่เกิดขึ้นได้ละก็ ผลกระทบจากสิ่งที่ตามมามันคงจะใหญ่หลวงอย่างแน่นอน
“ แล้วการรักษาและสามารถรักษาได้หรือไม่? ”
“ เรียนท่านแม่ทัพถ้าเกิดว่าพวกเราไม่พบเจอต้นตอของสาเหตุ ข้าเองก็ไม่กล้าจะรักษาเช่นเดียวกันขอรับ เพราะเกรงว่าถ้ารักสาไปแล้วจะทำให้ร่างกายของผู้ป่วยนั้นแย่ลง ”
“ สรุปแล้วที่เจ้าอยากจะพูดก็คือเจ้าอยากจะให้ข้าหาต้นตอของสาเหตุให้เจอสินะ ”
“ ใช่แล้วขอรับท่านแม่ทัพถ้าเกิดว่าไม่สามารถหาเจอแล้วก็ผลกระทบที่ตามมาคงจะใหญ่หลวงกว่าที่พวกเราคิดอย่างแน่นอน ”
“ เข้าใจแล้ว… ”
หวงเจียวลู่เดินออกไป แม่ทัพหนุ่มรู้ดีสถานการณ์ในยามนี้ยากลำบากกว่าที่คิด
“ กระจายกำลังออกไปค้นหาต้นตอของสาเหตุโรคระบาดที่เจอ ” แม่ทัพหนุ่มสั่งการกับกองทัพใต้บัญชา
ยามนี้เมืองชายแดนตะวันออกแห่งนี้กลายเป็นศูนย์กลางของโรคระบาดขนาดใหญ่ที่ไม่รู้ที่มาที่ไปแล้ว ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าต่อจากนี้สถานการณ์ในเมืองแห่งนี้จะเป็นอย่างไรต่อ
จบบท