ชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 94 ล้วนเป็นคำโกหกด้วยปรารถนาดี

            อีกด้านหนึ่งฮวาเหยียนและมู่เสวียนเย่รีบเดินตามมู่เอ้าเทียนในใจของมู่เอ้าเทียนเต็มไปด้วยโทสะ ฝีเท้าของเขาจึงก้าวเดินรวดเร็วยิ่งหยวนเป่าน้อยเกาะอยู่บนร่างของเขา ท่าทางเรียบร้อยเชื่อฟัง

            “ท่านพ่อเจ้าคะ เดินให้ช้าลงหน่อยเถิด”

            ฮวาเหยียนตะโกนเรียกจากด้านหลัง ท่าทางกระตือรือร้นน้ำเสียงยังแฝงความออดอ้อนอยู่ในที

            โทสะที่เปี่ยมล้นในใจของมู่เอ้าเทียนถูกละเว้นเอาไว้ มิได้โหมขึ้นอีก เมื่อนั้นจึงหยุดก้าวเดินโดยไม่รู้ตัว

            ท่ามกลางแสงจันทราพร่ามัว บุตรสาวแสนล้ำค่าของเขายืนอยู่ที่นั่นด้วยดวงตาสดใสรื้นน้ำนางช่างงดงามนัก ในภวังค์นั้นบุตรสาวของเขางดงามเหมือนมารดาของนางฟูเหรินของเขามาก เจ้าของรูปร่างสง่างามยืนมองเขาด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจน้อยๆ

            “ท่านพ่อ ท่านยังโกรธอยู่หรือไม่?”

            ฮวาเหยียนเอ่ยปลอบ ทำให้จิตใจของเขาอ่อนลง

            มู่เอ้าเทียนจะยังโกรธอยู่ได้อย่างไร เขาถอนหายใจ“อาสะใภ้รองของเจ้าเลอะเลือนเกินไปแล้ว นางคิดแต่เรื่องการปีนกิ่งไม้สูง ไยนางไม่คิดบ้างว่าแต่งเป็นภรรยาเอกให้คนธรรมดายังดีกว่าแต่งเป็นอนุให้เหล่าขุนนางอวิ้นเอ๋อร์มีนิสัยอ่อนแอบอบบาง หากนางกลายเป็นชายารองเช่นนั้นอนาคตของนางจะสงบสุขได้อย่างไร? ถ้าบุรุษมีเมียสามอนุสี่ หลังเรือนดั่งสนามรบขนาดย่อม ผู้ที่เป็นถึงบุตรสาวของตระกูลมู่เหตุใดต้องแต่งไปเป็นอนุของผู้อื่นด้วยเล่า?”

            น้ำเสียงของมู่เอ้าเทียนเปี่ยมด้วยความเศร้าโศกที่มิอาจปกปิดได้

            “ท่านพ่อ ท่านอารองกับน้องหญิงอวิ้นเอ๋อร์ต้องเข้าใจเป็นแน่ ว่าท่านลำบากใจเพราะเจตนาดีเจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนใช้น้ำเสียงบางเบาปลอบโยนแต่ในในกลับสบถด่าหลิ่วซื่อผู้นั้นเสียแทบจะเอาเลือดสุนัขมารดหัว [1] ทำให้บิดาของนางโมโหจนเป็นเช่นนี้ ใจนางเจ็บเจียนตายแล้ว!

            แสงสีเข้มส่องประกายในดวงตาของฮวาเหยียน เรื่องที่เกิดขึ้นคืนนี้นางไม่มีทางละเว้นหลิ่วซื่อเป็นแน่

            “หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น”

            มู่เอ้าเทียนถอนหายใจ

            ฮวาเหยียนสังเกตว่าท่านพ่ออยู่ในอารมณ์ลึกล้ำ ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายแหงนหน้ามองท้องฟ้าปลายหางตาเขาคล้ายมีหยาดน้ำเกาะอยู่บางเบา นางตกใจนัก เกรงว่าท่านพ่อคงจะหวนคนึงถึงท่านแม่ที่นางไม่เคยเจอหน้ามาก่อนอีกแล้วเป็นแน่

            หากท่านแม่ยังอยู่เรื่องราวเหล่านี้จะยังต้องให้ท่านพ่อเป็นกังวลอยู่อีกหรือ

            “ท่านพ่อ ท่านเป็นคนที่ถูกลิขิตให้ทำเรื่องยิ่งใหญ่ใจคนกว้างใหญ่ดุจใต้หล้า ไม่ควรถูกจำกัดอยู่แต่ในเรือน ดังนั้นหากในอนาคตมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับตระกูลของเรา ขอท่านโปรดบอกข้ามา ข้าจะจัดการให้เองเจ้าค่ะ อีกทั้งรอพี่สะใภ้ใหญ่แต่งเข้ามา ยามนั้นค่อยให้พี่สะใภ้จัดการ”

            ฮวาเหยียนกล่าว

            คำที่นางเอ่ยถึงสะใภ้ใหญ่ซึ่งใกล้จะแต่งเข้านี้ได้ใจมู่เอ้าเทียนไปเต็มๆ ที่สุดรอยยิ้มจึงปรากฏขึ้นบนใบหน้า ดวงตาของเขาหันเหไปทางร่างของมู่เสวียนเย่ “เย่เอ๋อร์ เจ้าเป็นเด็กที่มิเคยทำให้พ่อต้องกังวลใจมาโดยตลอดดังนั้นพ่อจึงใส่ใจเจ้าไม่มากพอ พ่อไม่รู้ว่าเจ้ากับแม่นางมู่เฉิงอินมีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน ต้องโทษที่พ่อประมาทเลินเล่อ เป็นพ่อไม่ดีเองวันพรุ่งพ่อจะหาคนดูฤกษ์งามยามดี แล้วไปตกลงกันให้เรียบร้อยที่จวนตระกูลมู่”

            ฮวาเหยียนและหยวนเป่าสบตากัน ไอ้หยา สิ่งใดควรเกิดก็ต้องเกิด

            มารดากับบุตรชายมองหน้ากัน แต่ทั้งคู่กลับไร้วาจาเอ่ย ทำเพียงกะพริบตา “ท่านแม่ ทำเช่นไรดีขอรับ?”

            “ลูกรัก ไม่ต้องเป็นห่วง แม่กำลังคิดหาวิธี...”

            ทางด้านมู่เสวียนเย่ที่ถูกเอ่ยนามถึงกับตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งไปตกลงกันให้เรียบร้อย? เงินที่ใช้ตกลงมีเสียที่ใดเล่า? เขากับแม่นางมู่ยังไม่เคยผ่านแม้แต่ขั้นตอนการผสมอักษรทั้งแปดเลย

            “ท่านพ่อ ข้ากับแม่นางมู่เพิ่งจะ...”

            “มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน”

            ไม่รอให้มู่เสวียนเย่พูดจบ ฮวาเหยียนก็เอ่ยแทรกขึ้นโดยพลัน

            “ความรักหนักกว่าทองพันชั่ง”

            หยวนเป่าเองก็เปิดปากกล่าวต่อทันที

            มู่เสวียนเย่ “...!”

            “ไม่ใช่เช่นนั้น ท่านพ่อ เรื่องของข้านั้นช่างเถิดขอรับ มิใช่เวลานี้พวกเราต้องรีบหาเงินใช้หนี้ให้น้องหญิงหรือ?”

            มู่เสวียนเย่กล่าว

            “อ้อ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เหยียนเอ๋อร์ยังมิได้บอกเจ้าหรือ?”

            “บอกอันใดหรือขอรับ?”

            สีหน้าของมู่เสวียนเย่ตกตะลึงเหตุใดคืนนี้เขาจึงมีภาพลวงตาว่าตนไม่อาจตามทันความคิดของท่านพ่อและน้องหญิงได้หรือว่าเกิดเรื่องใดที่เขาไม่รู้กัน?

            ไม่อาจไม่กล่าวว่า พี่ใหญ่ตระกูลมู่คือคนจริง!

            “เรื่องเงินได้รับการแก้ไขแล้วน้องหญิงของเจ้ากับหยวนเป่าน้อยมีโชคยิ่ง พวกเขาอาศัยอยู่ที่หุบเขามาก่อนย่อมได้รับหญ้าวิญญาณลึกลับมาไม่น้อยพวกมันถูกหออู๋หมิงกว้านซื้อไปราคาหนึ่งหมื่นตำลึงต่อต้นเมื่อรวมกับเงินในตระกูลมู่ของเราอีกราวห้าแสนตำลึงเช่นนั้นเงินที่ต้องคืนให้องค์รัชทายาทก็ถือว่าเพียงพอแล้ว”

            มู่เอ้าเทียนกล่าว ตอนที่พูดถึงเรื่องนี้น้ำเสียงของเขาไม่อาจปกปิดความตื่นเต้นไว้ได้เลย

            มู่เสวียนเย่มองฮวาเหยียนด้วยความตกใจเรื่องที่หออู๋หมิงได้รับหญ้าวิญญาณลึกลับมากกว่าหนึ่งร้อยต้นจากสตรีใต้หมวกงอบเป็นเรื่องที่โจษจันกันไปทั่วแคว้นต้าโจว แต่ผู้ใดจะคิดว่าคนผู้นั้นคือน้องสาวแท้ๆ ของตนเองเล่า? อีกทั้งเนื้อหาในข่าวลือยังผิดพลาด มิใช่ร้อยต้นแต่มากกว่าสองร้อยต้นหรือ?

            ว่ากันว่าเพียงช่วงสายวันเดียว สินค้าก็ถูกแย่งซื้อไปจนหมด

            มู่เสวียนเย่ตกใจจนมีท่าทีที่ไม่อาจตอบสนองกลับได้ชั่วครู่

            “ด้วยเหตุนี้ ตระกูลของเราจึงไม่ได้ขาดแคลนเงินทองในตอนนี้ วันพรุ่งพ่อจะไปจัดการให้เจ้า ไปก่อนค่อยเลือกวัน”

            มู่เอ้าเทียนที่ตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้วเปล่งเสียงออกมา

            “อย่า…”

            ได้ยินมู่เสวียนเย่เอ่ยปาก แต่ท้ายที่สุดเขากลับเปล่งเสียงได้เพียงคำเดียว

            “หืม?”

            มู่เอ้าเทียนมองลูกชายคนโตของตนอย่างไม่เข้าใจ จากนั้นจึงพบว่าบุตรชายผู้นี้ของเขาทำทีราวกับมีบางสิ่งยากเอ่ย เกิดอันใดขึ้นกัน?

            “เรื่องของข้ากับแม่นางมู่...” มิอาจเป็นจริงได้แล้ว...

            ในใจของมู่เสวียนเย่รู้สึกเกินรับไหวอยู่บ้างเขาคิดว่าตระกูลมู่กำลังจะล้มละลาย และไม่คาดคิดว่าจะสามารถกลับไปสู่จุดสูงสุดได้เพียงแต่จดหมายถูกส่งออกไปแล้ว เขายังจะกลับไปหานางได้อีกหรือ? ไม่ละอายแก่ใจหรือไร?

            ขณะที่มู่เสวียนเย่กำลังจะพูดความจริง ฮวาเหยียนก็กระโดดออกมาขัดจังหวะเขาด้วยการพูดอย่างรวดเร็ว

            “พี่ใหญ่ วันนี้มีสาวใช้ของตระกูลมู่นางหนึ่งนามว่าหลิงหลงนำของบางอย่างมามอบให้แก่ท่านบอกว่าเป็นของที่คุณหนูใหญ่ของนางตั้งใจมอบให้ท่าน ทีแรกมันถูกห่ออย่างประณีต ข้ามองแล้วรู้สึกแปลกใจจึงเปิดออก ท่านลองดูเถิด สาวใช้ผู้นั้นยังบอกอีกว่าพรุ่งนี้จะรอท่านที่โรงน้ำชาซินเยว่ห้องดอกโบตั๋นหากไม่พบก็ไม่กลับเจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนกล่าวพลางหยิบกุญแจสีทองอันเล็กออกมาจากอกของนาง สิ่งนี้คือของขวัญที่มู่เฉิงอินมอบให้นางสำหรับการพบกันครั้งแรก ทีแรกนางให้ท่านพ่อดูแล้ว ยามนี้ก็นำออกมาให้มู่เสวียนเย่ดูอีก

            ตัวแม่กุญแจสีทองมีขนาดเล็กและประณีต มันได้รับการดูแลอย่างดีมานานปี มองเพียงครั้งก็ทราบว่าเป็นสมบัติล้ำค่าของเหล่าสตรีซึ่งใช้พกติดกาย และหากมองให้ละเอียด มันยังสลักนามของแม่นางมู่ไว้อีกด้วย

            หูของมู่เสวียนเย่เปลี่ยนเป็นสีแดง กระทั่งแสงจันทร์ก็ไม่อาจช่วยซ่อนเอาไว้ได้

            ฮวาเหยียนรู้สึกว่านางช่างฉลาดล้ำใช้กุญแจทองอันเล็กมาหลอกท่านพ่อกับท่านพี่ได้ แน่นอนว่านี่เป็นคำโกหกที่เปี่ยมด้วยความปรารถนาดี

            ต่อมาก็รู้สึกว่าตนเองมีความสามารถในการทำนายอนาคต ช่วงสายของวันนี้ตอนนางเอ่ยคำลาและนัดพบกันใหม่ในวันพรุ่ง นี่ย่อมเป็นสถานที่นัดพบที่ดีที่สุดสำหรับพี่ใหญ่กับพี่หญิงมู่...

            “นี่เป็นของที่แม่นางมู่มอบให้หรือ?”

            มู่เสวียนเย่ถาม

            เสียงทุ้มนั้นบางเบาอยู่เล็กน้อยราวกับว่าเขากำลังพยายามระงับความรู้สึกของตนเอง และยังมีความไม่เชื่อปะปนอยู่

            “เจ้าค่ะ”

            ฮวาเหยียนพยักหน้า ทว่าในใจกลับว่างเปล่า สีหน้าของนางใสซื่อยิ่ง ทั้งยังพยักหน้าขึ้นลงไม่หยุดเหมือนกลองป๋องแป๋ง

            “เจ้าเด็กคนนี้ แม่นางมู่กับพี่ใหญ่ของเจ้ามอบของขวัญแทนใจให้กันเจ้ากลับเปิดดูก่อนได้อย่างไร?”

            มู่เอ้าเทียนซึ่งอยู่อีกด้านคิดว่าตนมองต้นตอของปัญหานี้ออกแล้วเมื่อนั้นจึงกระซิบเสียงเบากับฮวาเหยียน น้ำเสียงเขาคล้ายโหดร้าย ทว่าความจริงกลับอ่อนโยนเป็นอย่างยิ่ง

            “ข้าเพียงอยากรู้ก็เท่านั้น ท่านพ่อ ท่านพี่ใหญ่ ข้ามิได้ตั้งใจนะเจ้าคะ ฮือท่านพี่ใหญ่อย่าโกรธน้องเลยนะเจ้าคะ”

            ฮวาเหยียนกะพริบตาปริบ ท่าทางน่ารักแสนเชื่อฟัง

            หยวนเป่าซุกหน้าลงบนไหล่ของมู่เอ้าเทียน เขาหัวเราะจนตัวสั่น ท่านแม่ ท่านอย่าทำตัวไร้เดียงสาได้หรือไม่!

            “เจ้าลูกคนนี้ พ่อกับพี่ใหญ่ของเจ้าจะโกรธเจ้าลงได้อย่างไร”

            มู่เอ้าเทียนยิ้ม

            มู่เสวียนเย่มึนงงเล็กน้อยทั้งยังคงถือแม่กุญแจสีทองอันเล็กไว้ในมือ เวลานี้จิตใจของเขาซับซ้อนวุ่นวายนัก หากเป็นเพราะจดหมายฉบับนั้นความสัมพันธ์ที่ขาดสะบั้นอย่างไรก็คงขาดอยู่เช่นเดิม แต่เมื่อกุญแจทองนี้ปรากฏ กลับทำให้เขารู้สึกผิดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนในหัวใจ

            “พี่ใหญ่ ยามซื่อ [2] วันพรุ่ง ที่โรงน้ำชาซินเยว่ห้องดอกโบตั๋นหากไม่พบก็ไม่กลับนะเจ้าคะ”

             

            เชิงอรรถ

            [1] เอาเลือดสุนัขมารดหัว 狗血淋头 (gǒu xuè lín tóu) หมายถึง โดนด่าจนเละมีเรื่องเล่าว่าสมัยก่อนเชื่อว่าคนไหนเป็นผู้ใช้มนตร์ดำ วิธีหยุดคือต้องเอาเลือดสุนัขมารดหัวพวกเขา เพราะเลือดสุนัขทำให้มนตร์ดำเสื่อม พวกเขาจึงทำอะไรต่อไม่ได้ ปัจจุบันใช้ในความหมายว่าถูกด่าเหมือนผู้ใช้มนตร์ดำที่โดนเลือดสุนัขรดหัว อึ้งจนทำอะไรต่อไม่ถูก

            [2] ยามซื่อ 巳时 (sìshí) หมายถึง ช่วงเวลา 11:00 –13:00 น.

     

    คล้ายกับเรื่องชู่ว์... พระชายา ท่านซ่อนสิ่งใดไว้บนคาน! [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390