ผู้คนภายในเมืองสุวรรณโคมคำ ยังคงใช้ชีวิตปกติเรียบง่าย แม้รู้ว่ามีศึกาทางเหนือ แต่ทุกคนก็หาได้ร้อนใจจนมิเป็อันทำมาหากิน เรือสินค้าจากต้นน้ำมีไม่มากเช่นทุกครา อาจเป็เพราะความไม่สงบที่กำลังเกิดขึ้นในพื้นที่ทางตอนเหนือ แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้ตลาดท่าน้ำหลวง ต้องถึงขั้นซบเซา คนจากเชียงลาว และชุมชนอื่น ยังคงข้ามมาหาซื้อข้าวของแลแลกเปลี่ยนสินค้ากันเช่นทุกวัน
เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวายมองดูเหล่าทาสที่กำลังซ่อมเสริมผนังกำแพงที่สึกกร่อนให้แข็งแรง บางจุดที่ต้องเสริมก่อใหม่ก็มีไม่น้อย กลุ่มสตรีที่เดินผ่านไปมาแถวนั้น เห็นองค์อินทร์ถวายที่งามราวแถนแดนฟ้า ก็พากันแอบเข้ามาเลียบเรียงเมียงมอง เดินผ่านไปมาพร้อมกับพยายามชายตามองไปยังองค์ราชบุตรรูปงาม ทั้งที่ตนก็หาได้มีการกิจใดให้ต้องเดินผ่าน แต่ก็พยายามวนมา ขอเพียงแค่พระองค์ได้เห็นตนสักคราก็พอใจ
“เ้าขุนอินทร์ถวาย จะเสด็จไปค่ายเสือดำหรือไม่ฝ่าพระบาท” ไอ้แสนเป็งเอ่ยถามขึ้น ทั้งที่งานตรงหน้ายังคามือ
“ไม่...วันนี้กูยังไม่ไป อีกประเดี๋ยวกูคิดว่าจะไปเฝ้าเ้าแม่ มีอันใดฤาไอ้แสนเป็ง”
“ไม่มีพระเ้าข้า ข้าพระองค์แค่รำคาญแม่ญิงหมู่นั้น เดินผ่านตรงนี้เป็หนที่ห้าแล้วหนา อันตัวข้าพเ้านั้นรู้ดีว่าอันตัวกูนี้เป็คนรูปงามหนักหนา แต่ตัวข้านั้นอายุอ่อนกว่าพระองค์ถึงสามปี หากจะแต่งงานเอาเมียออกเรือน คงมิบังควร ด้วยฝ่าพระบาทเปรียบได้ประหนึ่งดั่งเป็พี่ชาย น้องชายเช่นข้าพเ้าจะเอาเมียก่อน ดูจะผิดจารีตมิบังควร”
เ้าขุนอินทร์ถวายถอยหลังหนึ่งก้าว เพื่อให้พ้นเงาตัวไอ้แสนเป็งที่ยืนบังองค์อยู่ แล้วทรงชะเง้อมองไปยังกลุ่มแม่ญิงที่ไอ้แสนเป็งกล่าวถึง พอพวกนางเห็นพระองค์มองมา ก็พากันเขินอาย เ้าขุนอินทร์ถวายก็ทรงยิ้มหวานส่งตอบให้ ทำเอาเหล่าแม่ญิงทั้งกลุ่มถึงกลับเอียงอายทำสิ่งใดมิถูก เลยพากันรีบวิ่งหนีหายไปด้วยความขวยเขิน
“ไปแล้ว ไม่เห็นมีใครสักคน”
ไอ้แสนเป็งรีบหันหลังกลับไปมองในตำแหน่งเดิม พวกนางหายไปแล้วจริง ๆ ตรงนั้นเหลือเพียงแม่อุ๊ยเฒ่าชราสวมสร้อยลูกปัดดินเผา นั่งหลบแดดนมยานเคี้ยวหมากปากแดง และกำลังฉีกยิ้มหวานให้กับมันแทนหญิงงาม
ไอ้แสนเป็งสะดุ้ง รีบหันกลับมาจะสนทนาต่อด้วยเ้าขุนอินทร์ถวาย แต่พระองค์กลับเดินเลี่ยงหลบขึ้นไปทางหอคอยเสียแล้ว ทำให้ไอ้แสนเป็งต้องรีบวิ่งตาม ด้วยเกรงแม่อุ๊ยเฒ่าจะเข้าใจผิด คิดว่าตนสนใจนางผู้ชรา
พวกทาสช่วยกันขนอิฐดินกี่(อิฐมอญ) มาตั้งกองรวมกันไว้ด้านป้อมหอคอย ผู้เป็ช่างฝีมือก่ออิฐ ก็เร่งมือในส่วนของตน คนใดไร้ฝีมือก็ใช้แรงแทนกันไป เ้าขุนอินทร์ถวายที่กำลังเดินผ่านให้รู้สึกคิดสงสัย จึงหยุดยืนดูพวกมัน
“ผนังตรงนี้มีปัญหาฤา เหตุในต้องเสริมความหนาอีกชั้น”
นายช่างผู้รับผิดชอบ หันมาเห็นคนถาม ที่เป็เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย ก็รีบลงมาจากนั่งร้าน ที่ต่อกันขึ้นจากไม้ไผ่ เพื่อหมอบกราบทูลรายงาน
“ไม่มีปัญหาพระเ้าข้า แต่เป็คำสั่งของท่านปาก[10]แก้วอิง ข้าพเ้าเป็เพียงนายช่าง มิกล้าขัดคำสั่ง”
“ปากแก้วอิงฤา เหตุใดกูมิเคยได้ยินชื่อมัน”
“ปากแก้วอิง ดูเหมือนจะเป็หัวหน้ากองช่างดูแลคุมแรงงานร้อยนาย ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้ง แลถ่ายโอนย้ายมาจากท้าวเสือฟ้าแห่งเมืองหนองแส เพิ่งย้ายมาประจำงานนี้ได้เพียงสองเดือนก่อนพระเ้าข้า” ไอ้แสนเป็งที่วิ่งตามมา ได้ยินเข้าพอดี จึงแจ้งรายงานต่อผู้เป็นาย
“ท้าวเสือฟ้า บิดาของเ้านางจันทร์แดงเช่นนั้นรึ คนผู้นี้หาได้มีความรู้หน้าที่ดูแลการงานโยธา แล้วเหตุใดถึงมีคนใต้อาณัติที่ส่งมาดูแลงานนี้ได้ แล้วคนเก่าเล่า ย้ายไปอยู่เสียหน่วยงานใด”
เ้าขุนอินทร์ถวายเอ่ยมิทันขาดคำ เสียงลั่นภายในตัวผนังก็ดังขึ้น นายช่างที่กำลังหมอบกราบเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเอาตัวเข้าขวางเ้าเหนือหัวเอาไว้ ผนังอิฐที่เพิ่งก่อใหม่ทั้งแถบ พากันทรุดตัวฉีกออกจากผนังเดิม ถล่มลงมาอย่างรวดเร็ว ไอ้แสนเป็งใช้ความเร็วเข้าดึงร่างเ้าขุนอินทร์ถวาย จนรอดพ้นอันตราย แต่นายช่างผู้มีหน้าที่ตรงนั้น แลเหล่าทาสที่ยืนอยู่ไม่ห่างกัน ต่างได้รับาเ็ตามเนื้อตัวหัวร้างข้างแตกกันไปตาม ๆ กัน เหล่าทหารคุมงาน เร่งรีบเข้ามาช่วยดึงเอาตัวคนเจ็บออกมาจากกองอิฐ แลปูนที่พังถล่มทั้งที่ยังมีฝุ่นผงตลบคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
“นี่มันเื่อันใดกัน! เพลาเร่งรีบเช่นนี้ ทำไมเกิดเหตุเยี่ยงนี้ขึ้นได้!...” เ้าขุนอินทร์ถวายเอ่ยขึ้นด้วยความเดือดดาล
ไอ้แสนเป็งเพ่งมองฝ่าฝุ่นผง จนเห็นอิฐก่อผนัง ที่สึกกร่อนจนแตกหักเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย จึงหยิบขึ้นมาให้เ้าขุนอินทร์ถวายได้ทรงทอดพระเนตร ถึงตัวการก่อปัญหา
“ฝ่าา อิฐพวกนี้มีปัญหา…”
“ใครดูแลเื่นี้ จงเร่งไปกุมตัวมันมาหากูบัดเดี๋ยวนี้ แลไปตามหมอยามา ดูแลคนเหล่านี้ให้ดี ต่อให้เป็ทาสก็ต้องดูแลรักษาให้หาย”
ทหารผู้คุมรับบัญชาแล้วเร่งจากไป ไม่นานไอ้แก้วอิงผู้ดำรงค์ตำแหน่งปากตามที่หัวหน้าช่างเอ่ยถึง ก็ถูกทหารคุมตัวเข้ามาหมอบกราบอยู่แทบบาทของเ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย
“มึงฤา ไอ้แก้วอิง!”
"พระเ้าข้า…ข้า…เป็ข้าเอง"
ไอ้แก้วอิงเอาแต่หมอบกราบตัวสั่น แม้ประโยคที่เอ่ยถามจะเรียบเฉย แต่น้ำเสียงทรงอำนาจดั่งพญามัจจุราชนั่น ก็ทำให้มันแทบทิ้งร่างแล้วเอาิญญาแล่นหนีหาย
“อิฐนี่…มึงได้มาแต่ที่ใด…”
เ้าราชบุตรขุนอินทร์ถวาย โยนก้อนอิฐดินกี่ลงตรงหน้ามัน เพียงอิฐก้อนนั้นหล่นลงแตะพื้น มันก็แตกหักกระจัดกระจายออกจากกันอย่างง่ายดาย
“อิฐ…อิฐนี่ คือ…คือว่า…เอ่อ…”
“จะอ้ำอึ้งอันใดไอ้ฉิบหาย กูถาม มึงก็ตอบ มีอันใดให้แลดูยากเย็น พูดยากเสียจริงนะมึง หรือต้องให้กูเฆี่ยนไปถามไป ถึงจะอ้าปากตอบกูได้หาไอ้ไพร่…”
เ้าขุนอินทร์ถวาย ถึงกับคุมอารมณ์ไม่อยู่ ด้วยเหตุการณ์เมื่อครู่ หากไม่ใช่เพราะนายช่างผู้นั้น แลไอ้แสนเป็ง พระองค์เองก็คงต้องอันตรายจนเจ็บกายไปแล้ว
“ฝ่าพระบาท อิฐ…อิฐนี่ ข้าพระองค์ สั่งจากบ้านสบคาบพระเ้าข้า”
“ก็แค่นี้ เหตุใดถึงบอกกูมิได้”
“เดิมทีอิฐก่อกำแพงเมือง จะใช้อิฐจากบ้านทับม้า แลเหตุใดครานี้ ถึงเปลี่ยนไปใช้ของสบคาบ กำลังการสร้างของสบคาบทำได้น้อยกว่าช้ากว่ามิใช่ฤา มีเหตุผลใดถึงเปลี่ยนแหล่งอิฐ”
“เอ่อ…คือ…”
“เท่าที่กูรู้มา บ้านอิฐสบคาบ ราคาสูงกว่าแลทำก็ช้ากว่า แต่มึงกลับยังไปสั่งของมาจากที่นั่น แล้วมึงดู อิฐที่มึงได้มา ดินเหนียวยังแข็งแรงเสียกว่า เยี่ยงนี้มึงจะว่าอย่างไรหาไอ้แก้วอิง”
“ฝ่าพระบาท ข้าพเ้า มิรู้มาก่อน ว่าอิฐของบ้านสบคาบราคาสูงกว่า ข้าพเ้าเพียงรู้จักกันเป็การส่วนตัวกับพ่อหนานเฟือง เ้าของโรงอิฐนั่น จึงแค่อยากสนับสนุนพวกหมู่กัน มิคิดว่าจะเป็เช่นนี้ ฝ่าา ข้ากระหม่อมโง่เขลานัก พระองค์โปรดให้อภัยข้าน้อยเถิดหนา แล้วข้าพระองค์จะแก้ตัวใหม่ จะมิให้เกิดเื่เยี่ยงนี้ขึ้นมาอีก”
“แก้ตัวรึ มึงยังกล้าแก้ตัวรึไอ้แก้วอิง การศึกคาเมือง พี่น้องกูแลเพื่อนร่วมทัพ เป็ตายมิรู้ได้อยู่แดนเหนือเวียงชัย แต่มึงกลับทำตัวเยี่ยงปลวกมด กัดกินกำแพงเมืองกู หากครานี้กูอภัยในคนผิดเยี่ยงมึง ต่อไป มึงคงหาได้กัดกินแค่กำแพงเมือง แต่คงกัดกินเวียงแก้วหอคำหลวงกูด้วยเสียกระมัง ไป…จงไปนำตัวไอ้หนานเฟืองบ้านสบคาบมา การนี้กูจะเอาคนผิดให้ถึงตาย!”
คำพูดที่ออกจากโอษฐ์ ทำเอาทุกคนที่ได้ยินถึงกับขนลุกตัวสั่น ด้วยต่างรู้ดีถึงความเด็ดขาดในการปกครองของผู้เป็ราชบุตรเ้าขุนอินทร์ถวายผู้นี้เป็อย่างดี พระองค์ไม่เพียงแต่มีรูปกายงามสง่า แต่ความเด็ดขาดนั้น ก็ยังเหนือกว่าผู้เป็พระเชษฐาอยู่หลายเท่า ไอ้ปากผู้นี้ เพิ่งมาทำงานหน้าที่นี้ได้เพียงสองเดือน กลับก่อปัญหาใหญ่หลวง หากมันผิดจริง ไม่รู้ว่าจะรักษาหัวบนบ่าได้อีกหรือไม่
[10] ปาก เป็ตำแหน่งขุนนางล้านนา โดยมีการใช้ระบบ สิบ-ร้อย-พัน-หมื่น ซึ่งบอกถึงจำนวนไพร่ หรือจำนวนคนที่ขุนนางผู้นั้นดูแลปกครอง ปากเป็ตำแหน่งหัวหน้า มีคนในปกครอง 100 คน (เทียบกับนายร้อย)