ภพสุดท้ายกลายเป็นเซียน

    เล่มที่2 ตอนที่51 แปดสำนัก

         ณ ใจกลางผืนแผ่นดินใหญ่ถูกล้อมไปด้วยหุบเขาลำเนาไพรอันเป็นที่ตั้งของสำนักปราบมารแปดสำนัก ผู้ฝึกตนในแต่ละสำนักพลันวิ่งกันให้วุ่นวายรายงานเรื่องราววิปลาสผิดแผลกแตกต่างไปจากสามวันก่อนให้ผู้อาวุโสในสำนักได้รับรู้


         เรื่องราวนี้เป็นเรื่องราวใหญ่โตอย่างแท้จริง เพราะมหาสมุทรรอบแผ่นดินใหญ่พลันเกิดเรื่องราวพิศวง ทั้งยังลุกลามขึ้นมาบนผืนดินมิหนำซ้ำฝูงวิหกใต้ผืนฟ้ายังมีท่าทางดุร้ายยิ่ง เหล่าวิหกล้วนจู่โจมมนุษย์ที่มันพบเห็นจนเกิดเป็นข่าวใหญ่ นอกจากนี้ยังมีสัตว์วิญญาณออกอาละวาดอยู่บ่อยครั้งจนแปดสำนักต้องส่งคนไปขับไล่หรือล่าสังหาร
         สำนักเป่ยเทียน(สวรรค์ทิศเหนือ)
         ภายในห้องเจ้าสำนัก เหล่าผู้อาวุโสนับสิบเข้ามารายงานเรื่องราวคนละเรื่องสองเรื่อง
         "ประมุข ทะเลใต้เกิดคลื่นมัจฉาบ้าคลั่งผู้คนได้ตกตายเป็นจำนวนมาก"
         "ประมุข ทะเลตะวันตกเกิดคลื่นพายุพัดพาจระเข้น้ำเค็มมาจากที่ใดมิอาจทราบ"
         "ประมุข ภูเขาไท่เทียนเหอปักษาเทวาออกอาละวาด"
         "รายงานด่วนท่านประมุข หมาป่าวิญญาณฝูงใหญ่กำลังมุ่งเข้ามาทางสำนักเป่ยเทียนของเรากับสำนักปิงลู่"
         "ท่านประมุข เหล่าสานุศิษย์มิอาจรั้งให้เหล่าสัตว์บ้าคลั่งมิให้บุกเข้าไปในเมืองได้"
         "ท่านประมุขรายงานด่วน! คนสอดแนมส่งข้อความลับมาบอกให้ส่งคนไปช่วยกำจัดสัตว์วิญญาณที่รุกรานเข้าไปยังเขตของมนุษย์ธรรมดา"
         ปัง!
         เจ้าสำนักทุบโต๊ะเสียงดังลั่นพลันกล่าวขึ้นในทันที
         "ผู้อาวุโสจิ่วไปไหน"น้ำเสียงดุดันกับใบหน้าคิ้วขมวดราวอารมณ์เสียผู้อาวุโสที่คิดจักกล่าวต่อจึงเงียบลงไป ความวุ่นวายจึงสงบลง ก่อนจะมีอาวุโสผู้หนึ่งกล่าวขึ้นมา
         "เรียนท่านประมุข ผู้อาวุโสจิ่วออกไปกำจัดสัตว์วิญญาณรอบขุนเขา"
         ปึง!
         เจ้าสำนักทุบโต๊ะอีกครา ทว่า! ครานี้เขากลับปลดปล่อยปราณไปกดทับเหล่าอาวุโสที่อยู่ในห้องทุกคน ก่อนกล่าววาจาฉะฉานสะท้านร่างเหล่าผู้อาวุโส
         "ผู้อาวุโสจิ่วยังออกไปก่อนหน้าพวกเจ้า สานุศิษย์มิสามารถยับยังได้พวกเจ้าสมควรรีบออกไปจัดการโดยมิต้องมารายงานให้เหล่าศิษย์หลักมารายงานยังดีเสียกว่า...ไป ออกไปจัดการเรื่องราวที่พวกเจ้าจักรายงานเสีย"
         "ขอรับประมุข!"เหล่าอาวุโสกล่าวอย่างพร้อมเพรียงแล้วเร่งรีบออกไปจากห้องของเจ้าสำนัก เพียงพริบตาเดียวห้องของเจ้าสำนักกลายมาเป็นเงียบสงบดั่งเดิม ไม่นานนักเจ้าสำนักก็คลายสีหน้าลงพลางถอนหายใจอย่างช้าๆ
         "มันเกิดสิ่งใดขึ้นบนแผ่นดินใหญ่"เจ้าสำนักพึมพำเสียงเบาก่อนร่างเขาจักอันตธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย
         สำนักปิงลู่(หยกน้ำแข็ง)
         ณ ลานกว้างของสำนัก
         ยามนี้ลานกว้างอันว่างเปล่านั้นเต็มไปด้วยสานุศิษย์และเหล่าผู้อาวุโสยืนกันเป็นระเบียบเรียบร้อยจับจ้องไปยังร่างของหญิงสาวผู้หนึ่งยืนนิ่งมิไหวติ่งบนหินก้อนใหญ่เหนือกว่าผู้ใดในที่แห่งนี้
         "พวกเจ้าเหล่าสานุศิษย์จงฟัง สำนักปิงลู่ของพวกเราจักรับผิดชอบดูแลเขตเหนือของแผ่นดินใหญ่ สำนักอื่นๆต่างช่วยกันปกป้องแผ่นดินใหญ่ เหลือเพียงผู้พิทักษ์สำนักกับศิษย์หลักเฝ้าดูแลสำนักเพียงเท่านั้น มิแตกต่างจากเรา พวกเจ้าห้ามไปก่อเรื่องกับสำนักใดๆในยามนี้เป็นอันขาด"เจ้าสำนักปิงลู่กล่าวกับเหล่าศิษย์ทั้งหมดในสำนักอันมีแต่เพียงอิสตรีเท่านั้นอย่างเข้มงวด ก่อนจะอันตธานหายไป
         สำนักหงมู่(ไม้แดง) สำนักหงเหม่ย(ดอกไม้แดง) สำนักหงไห่(ทะเลแดง)
         สามสำนักนี้อยู่ติดกันทางทิศใต้และมีเรื่องราววุ่นวายมิต่างจากสำนักเป่ยเทียนและสำนักปิลู่ เพียงแต่ทั้งสามฝากทุดสิ่งไว้ให้รองเจ้าสำนักจัดการแล้วอันตธานหายไปอย่างรวดเร็ว อีกประการหนึ่งคือสามสำนักนี้อยู่ติดกันจนเรียกได้ว่าแทบเป็นสำนักเดียวกัน จึงทำให้เจ้าสำนักทั้งสามสนทนาเรื่องทั้งหมดทั้งยังตกลงเป็นอันเสร็จสิ้นก่อนสำนักใดๆ
         สำนักเทียนหู่(พยัคฆ์สวรรค์) อยู่ตรงข้ามกับ สำนักเทียนหลง(มังกรสวรรค์)
         สำนักเทียนหู่อยู่ทางทิศตะวันตก สำนักเทียนหลงอยู่ทางทิศตะวันออก แม้สองสำนักนี้จักอยู่ไกลกันเพียงใด ในอดีตล้วนเคยเป็นศัตรูและเป็นมิตรต่อกัน เนื่องจากยามนี้สองสำนักเป็นมิตรต่อกันจึงมีประตูเคลื่อนย้ายไปมาระหว่างสองสำนัก เจ้าสำนักทั้งสองสำนักเร่งรีบจัดการเรื่องวุ่นวาย ก่อนกระจายการแก้ปัญหานี้ออกไปโดยมีรองเจ้าสำนักเป็ผู้ควบคุมให้เ็นไปตามแผน หลังจากนั้นเจ้าสำนักเทียนหู่และเจ้าสำนักเทียนหลงก็มุ่งหน้าตรงไปสู่ใจกลางแผ่นดินใหญ่อันเป็นสถานที่ๆเหล่าเจ้าสำนักมารวมตัว
         สำนักซานไห่(สามทะเล)
         สำนักนี้เองก็วุ่นวานมิแพ้กันทั้งยังต้องจัดการเรื่องราวหลายเรื่องอย่างมิอาจหยุดมือได้ เพราะสำนักซานไห่เป็นสำนักที่อยู่ใต้น้ำที่ถูกภูเขาสามลูกแยกออกเป็นทะเลเล็กๆสามทะเล..ต้องคอยจัดการเรื่องราวสำคัญหลากหลายประการ มิต่างจากสำนักซานซานซ้ำยังต้องคอยจัดการสัตว์วิญญาณที่อยู่ใต้น้ำ
         สำนักซานซาน(สามภูผา)
         สำนักซานซานนี้อยู่เหนือสำนักซานไห่ คอยจัดการทุกอย่างร่วมกับสำนักซานไห่ นอกจากนี้ยังต้องคอยจัดการสัตว์วิญญาณบนท้องนภาซึ่งหนักหนาพอๆกับสำนักซนไห่ นอกจากสำนักซานไห่แล้วสำนักอื่นล้วนเทียบไม่ติด
         สำนักเทียนเหมิน(ประตูสวรรค์)
         สำเทียนเหมินนับว่าเป็นสำนักอันเงียบสงบ มิต้องทำสิ่งใดนอกจากนั่งอย่างนิ่งสงบบนเขาลอยฟ้า มีเจ้าสำนักเพียงหนึ่งและศิษย์อีกหนึ่งซึ่งเป็นศิษย์สืบทอดเพียงหนึ่งเดียวมิมีสอง เหตุผลที่มิอาจทำสิ่งใดได้นั้นล้วนมาจากเฝ้าพิทักษ์ประตูสวรรค์มิอาจห่างได้แม้แต่ครึ่งก้าว มิเช่นนั้นอาจทำให้สวรรค์พิโรธหรือมีคนแอบเข้าสู่แดนสวรรค์
         เวลาผ่านไปอย่างเงียบงัน
         ด้านหน้าศิษย์และอาจารย์ที่นั่งเฝ้าประตูสวรรค์พลันปรากฎร่างของเจ้าสำนักทั้งเจ็ดขึ้นทีละคนจนกระทั่งครบเจ็ดคน ผู้เฝ้าประตูสวรรค์พลันลืมตาคมกล้าสาดประกายดุจนักปราชณ์ขึ้นมา
         "คารวะ! เทพศักดิ์สิทธิ์"เจ้าสำนักทั้งเจ็ดคารวะผู้เฝ้าประตูสวรรค์ด้วยความเคารพอย่างพร้อมเพียง ทุกคนล้วนมีแต่ความเลื่อมใส่ในตัวของผู้เฝ้าประตูสวรรค์ 
         "อืมๆ พวกเจ้ามาปรึกษาข้าเรื่องแผ่นดินใหญ่ในเวลานี้ใช่รึไม่"ผู้เฝ้าประตูกล่าวขึ้นราวกับรู้เรื่องราวทั้งหมดอยู่ก่อนแล้ว นี่มินับว่าเป็นเรื่องประหลาดอันใด เพราะมันคือเทพศักดิ์สิทธิ์ ตัวตนที่อยู่ตำกว่าเทพบรรพกาล สัมผัสมันล้ำลึกครอบคลุมไปทั่วฟ้าแต่น่าเสียดายที่สัมผัสมันมิอาจจับร่างหลินหลงได้
         "ใช่ขอรับ"เจ้าสำนักเป่ยเทียนกล่าวเสียงสุภาพ เจ้าสำนักอีกหกคนพลันอยู่ในท่าทางนิ่งสงบ ที่เคารพมิใช่อื่นใด เป็นเพราะผู้เฝ้าประตูอยู่มานานกว่าผู้ใดทั้งสิ้น ร่างกายมันชราภาพจนเจ้าสำนักทั้งเจ็ดต้องเคารพ หากนับถึงกลิ่นอายอ่อนโยนราวผู้ประเสริฐสุดที่แผ่ออกจากตัว มิใช่ว่าครั้งแรกที่ทั้งเจ็ดเคยพบหน้าผู้เฝ้าประตูได้กล่าวไว้มิต้องมาพิธีอันใดทั้งเจ็กคงกราบแทบเท้ามันไปแล้ว
         -----โปรดติดตามชมตอนต่อไป-----
         ไรท์:นิยายเปิดขายแล้วนะจร๊ะ
         หลินหลง:หึๆ ดีทำได้ดี
         ไรท์:อีกอย่างนึงคือ ขอบคุณนักอ่านที่ติดตามตั้งแต่ต้น ตอนที่51จะออกไม่ได้เลยถ้าไม่มีคอมเม้นต์จากพวกเจ้าเป็นแรงผลักดัน
         หลินหลง:ฟังคำสั่งข้า สมแล้วๆ
         ไรท์:เพ้ย! คำสั่งบ้านเจ้า..บิดาผู้นี้เป้นผู้สรรสร้างเจ้า แต่เจ้ากลับกล่าววานาน่ามิอายเช่นนี้
         หลินหลง:ข้าเป็นใดล้วนเป็นส่วนหนึ่งของเจ้า
         ไรท์:มารดามันเถอะบิดาขอลบพลังเจ้าทั้งหมด..มาให้บิดาเตะก้นน้อยของเจ้าเสียดีๆ
         หลินหลง:บัดซบน่ามิอายรังแกเด็กน้อย ตัวเท่าสุกรแล้วยัง
         ไรท์:หึ้ย...ไอ้เด็กเปรต ตรูข้าจะทุบตีเจ้า
         เพี้ยะ เพี้ยะ เพี้ยะ
         หลินหลง:ปล่อย ปล่อยข้า..ข้าจะฟ้องแม่...ข้าาาาาาาาา...ฝากอุดหนุนด้วยนะ
         คำเตือน:งันพรุ่งนี้อาจจะไม่ลง เพราะจะเขียนลำดับและชื่อตัวละครในแต่ละสำนักไล่เรียงกัน พร้อมกับจดชื่อตัวละครที่มีส่วนสำคัญและวางบทใหม่เล็กน้อยเพื่อความมันส์ในการอ่านและไม่ให้เกิดการจำพลาด
         ติชมได้นะ