“เ้านี่เสียมารยาทเสียจริง มาพ่นน้ำใส่หน้าคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง ฮ่าๆ”
“คุณพูดอะไร แต่งงานบ้าบออะไรกัน”
ชายแก่พูดหยอกล้อพร้อมกับหัวเราะออกมา หลินตงก็ตอบปฏิเสธทันควัน จ้าวฝูจึงกล่าวความ้าของตนจริงๆ เขากล่าวว่าตัวเขาและตระกูลจ้าว้าจะผูกสัมพันธ์อันดีกับหลินตง ข้อเสนอการแต่งงานนั้นเขาพูดจริงหากหลินตงตอบตกลงก็พร้อมจะจัดงานขึ้นทันที พร้อมกับกล่าวขอโทษจากใจจริงกับเื่ที่เกิดขึ้น
หลินตงตอบรับและให้อภัยตระกูลจ้าว แต่ปฏิเสธเื่การแต่งงานไป จ้าวฝูคุยกับหลินตงอีกสักพักเขาก็กลับไป หลินตงก็กลับไปทำงานของตัวเองต่อ เื่ต่างๆดูเหมือนจะคลี่คลายลงด้วยดี หลายอย่างเริ่มเดินไปในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งเื่ครอบครัว ธุรกิจ วันนี้หลินตงจึงชวนเฟยเทียนไปเลี้ยงฉลองที่ร้านอาหารตามประสาเพื่อน
หลังทานมื้อค่ำกันเสร็จแล้วทั้งสองก็ชวนกันไปดื่มต่อ เหมือนกับทั้งสองได้มาปลดปล่อย พวกเขาสนุกและมีความสุขกับ่เวลานี้อย่างมาก เหล้าขวดแรกหมดไปในเวลาไม่นานพวกเขาก็เปิดขวดที่สองต่อทันที ยิ่งดึกคนก็ยิ่งเยอะขึ้นหลายคนปล่อยตัวปล่อยใจไปตามบรรยากาศ
“ผู้หญิงเขาไม่เล่นด้วย พวกนายก็ควรจะหยุดได้แล้วนะ”
“อะไรว่ะ แค่จะชวนมานั่งดื่มด้วยกันทำเป็เล่นตัวไปได้”
“เห้ย พูดแบบนี้หมายความว่าไง”
“ก็บอกให้มานั่งที่โต๊ะด้วยกัน จะมาดีๆหรือจะต้องให้ใช้กำลัง”
“พวกเราไม่ไปไหนทั้งนั้น”
“นี่พวกเธอคงจะไม่รู้จักคุณชายตงกันสินะ ถึงกล้าปฏิเสธคุณชาย”
ในขณะที่หลินตงกับเฟยเทียนกำลังสนุกกันอยู่ เขาก็สังเกตเห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้น กลุ่มชายราว5-6คน กำลังล้อมหญิงสาวกลุ่มหนึ่งอยู่ หนึ่งในนั้นจับแขนของผู้หญิงคนหนึ่งฉุดลากไปที่โต๊ะ พวกการ์ดและคนอื่นๆเห็นก็เพียงแค่ยืนมองไม่มีใครเข้าไปช่วย หลินตงทนดูต่อไปไม่ได้เขารีบวิ่งไปหยุดการกระทำของพวกมันโดยเร็ว
“หยุด ปล่อยพวกเธอซะ”
“แกไม่เกี่ยวไม่ต้องมายุ่ง”
หนึ่งในลูกน้องพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปที่คนที่กำลังกอดหญิงสาวอยู่ มันก็มองกลับมาด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร หลินตงท่าทางจริงจังพูดย้ำคำเดิมไปอีกครั้ง สายตาแข็งกร้าวประสานกันและกัน ตงหานก็โบกมือออกคำสั่งให้ลูกน้องเคลื่อนไหว พวกมันกรูกันเข้ามาหวังจะทำร้ายหลินตง เขาเบี่ยงตัวหลบพร้อมกับสวนหมัดกลับไป 20วินาทีต่อมาพวกมันทั้งหมดก็ลงไปนอนคุยกับฝุ่นที่พื้น หลินตงเดินตงไปหาคนที่เป็หัวโจ๊กมันควักมีดออกมาหันปลายแหลมไปหาอีกฝ่าย
“อย่าเข้ามานะเว้ย”
“ปล่อยเธอ”
มันกำลังกดมือถือด้วยมือสั่นเครือ เป็จังหวะเผลอหญิงสาวก็ลุกขึ้นวิ่งออกมา
“แก”
“อั๊ค”
หลินตงถีบสวนมันทันที มือถืออัดก๊อบปี้กับเบ้าหน้าอย่างแรง ตงหานรีบลุกขึ้นวิ่งหนีออกไป เขาไม่ได้ตามออกไปปล่อยให้ปัญหาจบลงเพียงเท่านี้ หันกลับไปดูอาการของหญิงสาวยังอยู่ในความใตัวสั่นเทา เพื่อนของเธอก็รีบเข้ามาดูอาการ หลินตงกับเฟยเทียนจึงอาสาจะขับรถไปส่งเธอทั้งสอง พวกเธอก็ตอบตกลงทันที ขับรถตามทางเข้าไปในตัวเมืองราว20นาทีก็มาถึง รถจอดอยู่ด้านหน้าบ้านหลังใหญ่พวกเธอก็ลงเดินเข้าบ้านไป จากนั้นสองเพื่อนซี้ก็กลับบ้านทีู่เาเช่นกัน
วันถัดมาหลินตงตื่นแต่เช้าแต่งตัวเสร็จก็รีบขับรถกลับไปที่บ้าน วันนี้เขาจะต้องไปส่งหลินซูที่มหาลัย มาถึงน้องสาวก็นั่งรออยู่ก่อนแล้ว สองพี่น้องก็เดินทางไปยังมหาลัยทันที หลังส่งหลินซูแล้วเขาก็กลับมาที่บ้านสวนเริ่มทำงานของตนต่อ พอถึง่บ่ายหลินตงก็ออกไปด้านนอกอีกครั้ง วันนี้เขามีนัดคุยเื่ธุรกิจกับตระกูลฟาง
พวกเขานัดกันที่ร้านอาหารของตระกูลฟาง หลินตงมาถึงพวกเขาก็รออยู่ก่อนแล้ว ด้านในมีฟางซิงอีกับฟางหรงนั่งรออยู่ สองคนเห็นหลินตงก็รีบลุกขึ้นกล่าวทักทาย จากนั้นทั้งสามก็เริ่มคุยเื่ธุรกิจ วงสนธนาดำเนินไปกว่า1ชั่วโมงก็ได้ข้อสรุป ฟางซิงอีและหลินตงยืนขึ้นจับมือแสดงความยินดีให้กันและกัน เป็สัญญาณว่าทั้งสองได้ร่วมธุรกิจกันแล้ว เสร็จธุระหลินตงก็กล่าวลากับทั้งสอง วันนี้เขายังมีอะไรที่ต้องทำอีกเยอะ
“เดี๋ยวก่อนค่ะคุณหลิน”
“มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ”
“ฉันอยากจะขอโทษคุณ ขอโทษนะคะ”
“ขอโทษเื่อะไรเหรอครับ”
“ก็เื่นั้น”
“เื่ไหนครับ”
ฟางหรงทวนความจำให้กับหลินตงอีกครั้งเขาก็ร้องอ๋อออกมา อันที่จริงหลินตงไม่ได้เอามาใส่ใจ เขารู้ว่าฟางหรงทำไปตอนนั้นเพราะความหวังดี ก่อนจะจากกันฟางหรงขอเลี้ยงข้าวหลินตงเป็การขอโทษอีกครั้ง เขาตอบตกลงไปไม่ใช่เพราะถือโทษอะไร เพียงแค่ตอบรับความหวังดีของอีกฝ่ายเท่านั้น
่บ่ายกลับไปทำงานที่สวนเสร็จก็ออกไปรับหลินซูที่มหาลัยไปส่งที่บ้าน ระหว่างทางกลับบ้านสวนหลินตงมองไปข้างทางเห็นว่าเหมือนมีคนกำลังทะเลาะกันอยู่ รีบหักหัวรถเลี้ยวไปหยุดอยู่ด้านหน้าคนเ่าั้ พวกมันเห็นไฟสาดมาก็หยุดการกระทำมองไปยังผู้มาเยือน
“พวกคุณกำลังทำอะไร”
“ไม่ใช่เื่ของแก ถ้าไม่อยากเจ็บตัวกลับไปขึ้นรถแล้วขับออกไป”
“ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย”
“ตุ๊บ”
“อ้าว แกนี่เอง วันก่อนทำไว้เจ็บมากนะ วันนี้แกไม่รอดแน่”
เป็ตงหานกับพวกกำลังทำไม่ดีอยู่ พอมองดีๆแล้วหญิงสาวก็เป็คนคนเดียวกับวันนั้น หลินตงจึงไม่ได้พูดอะไรต่อเดินเข้าปะทะกับพวกมันทันที ผลก็เป็เหมือนครั้งก่อนพวกมันส่วนใหญ่ล้มลงไปนอนที่พื้น ทว่าตงหานยังแสดงความมั่นใจอยู่ ตอนนั้นเองชายวัยกลางคนก็เดินออกมา มันมีรูปร่างสูง ร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้าม บนหน้ามันยังมีร่องรอยแผลหลงเหลืออยู่
“หัวหน้าไต้จัดการมันเลย ไอ้เวรนี่แหละที่ทำร้ายผมครั้งก่อน”
“ครับ คุณชาย”
หมารับใช้พุ่งตัวเข้าหาศัตรูด้วยความรวดเร็ว หมัดขวาเข้าปะทะที่ชายโครงอย่างจัง หลินตงถึงกับถอยหลังไปหลายก้าว เขามองดูศัตรูด้วยความใจเย็น หัวหน้าไต้คนนี้ถือว่าเป็คนที่มีฝีมือไม่น้อย หากต้องสู้กันด้วยเทคนิควิชาคงสู้ไม่ได้ แต่หากปะทะกันตรงๆเขามั่นใจว่าอยู่เหนือกว่าแน่นอน ตั้งหลักได้ก็เดินดุ่มๆเข้าไปหาอีกฝ่าย หัวหน้าไต้โน้มตัวลงเล็กน้อยก่อนที่จะพุ่งออกไป
หมัดและเท้าสลับกันโจมตีแทบตลอดเวลา ตอนแรกดูแล้วเหมือนจะสูสีกันสองฝ่าย แต่พอเวลาผ่านไปเพียง5นาทีความต่างก็เริ่มเห็นชัดขึ้น หัวหน้าเริ่มมีท่าทีเหนื่อยออกมา เป็การเปิดโอกาสหลินตงปล่อยหมัดสวนกลับไปทันที
“อั๊ค”
หมัดขวาเข้าเป้าอย่างจัง หัวหน้าไต้ถอยล่นกลับไปสองสามก้าว หลินตงก็พุ่งตัวไปปิดบัญชีอีกที “แก็ก กร๊อบ” หลินตงต่อยอีกฝ่ายล้มลงก็เข้าไปกระทืบมือและขาจนหักไม่เหลือชิ้นดี หัวหน้าไต้สิ้นฤทธิ์นอนควรครางร้องด้วยความเ็ป หลินตงหันหลังเดินตงไปหาชายเ้าปัญหา เขาไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกเท้าถีบหน้าอีกฝ่ายให้ล้มลง จากนั้นนรกบนดินก็ได้เริ่มขึ้น หลินตงจับมืออีกฝ่ายขึ้นมาก่อนที่จะเริ่มหักนิ้วทีละนิ้วอย่างช้าๆ
“อ๊าก พอ พอแล้ว ผมขอโทษๆ”
“กรึ๊บ”
เสมือนมัจจุราชจากนรกไร้ซึ่งความปราณี หลินตงไม่ฟังคำขอร้องใดๆจากอีกฝ่าย นิ้วถูกหักจนครบสิบหลินตงก็ปล่อยมืออักฝ่ายลงไป “แกร็ก” “อ๊ากกก” เท้าของมัจจุราชบดขยี้มือและเท้าของตงหานจนละเอียด เสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งก่อนที่มันจะหมดสติไป เขาละความสนใจจากพวกมันหันกลับเดินมาหาหญิงสาวที่กำลังนั่งหวาดกลัวอยู่
“ไม่เป็อะไรแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งคุณที่บ้านเอง”
หญิงสาวค่อยๆลุกขึ้นเดินตามหลินตงขึ้นรถไป เขารู้ที่อยู่ของเธออยู่แล้วจึงไม่ได้ถามขับรถตรงไปทันที แต่ในระหว่างที่กำลังขับรถอยู่นั้น หญิงสาวก็แสดงท่าทีแปลกๆออกมา เธอเริ่มหายใจเร็วขึ้น หน้าตาแดงกร่ำ เอามือไปแตะที่หน้าผากก็พบกับความร้อนระอุจากร่างกาย
หลินตงจึงหยุดรถเพื่อดูอาการของเธอก่อน ในจังหวะที่เขากำลังโน้มตัวไปดูอาการ เธอก็เอื้อมมือขึ้นมากอดเขา มือวุ่นเคลื่อนลงไปบุกรุกที่ในส่วนต้องห้าม หลินตงไม่ทันได้ระวังตัวเ้างูน้อยก็ถูกพันธนาการด้วยมือของหญิงสาว เธอไม่หยุดเพียงแค่นั้นเริ่มไซร้คอไหลไปเรื่อยจนหลินตงทนไม่ไหว เขาไม่สนอะไรอีกต่อไปแล้ว ผลักอีกฝ่ายออกเปิดประตูอุ้มร่างหญิงสาวไปยังเบาะด้านหลัง
“ฟืด ฟาด ฟืด ฟาด”
เสียงหายใจแรงรดต้นคอปลุกอารมณ์เปลี่ยวให้สูงขึ้นไปอีก เสื้อผ้าถูกปลดออกเหลือเพียงแก่นกายไร้ซึ่งสิ่งปิดบัง เ้างูน้อยตอนนี้ได้กลายร่างเป็พญาัพร้อมที่จะบุกทะลวงศัตรู “สวบ” “อร๊าง” เ้าัพุ่งทะลวงค่ายศัตรูไปคราเดียว จากนั้นาก็ดำเนินไปราวชั่วโมงจึงหยุดลง หลินตงกำลังใส่เสื้อผ้าหันไปมองหญิงสาวที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ในรถ
“ผมขอโทษ”
***สวัสดีครับทุกคนสบายดีกันหรือเปล่าครับ ขอโทษที่หายไปหลายวันนะครับ(ติดเคลียร์งานประจำนิดนึง) วันนี้เป็วันแรกหลังจากที่ลาออกงานมาแล้ว จากนี้จะเขียนให้มากขึ้น ขอฝากตัวฝากใจด้วยนะครับ***