ตอนที่ 21
ความเสียใจของจางิ่
“ข้าอยากไปแต่ก็ขึ้นอยู่กับท่านหัวหน้า” น้ำเสียงจางิ่เอ่ยอย่างแ่เบาทอดถอนหายใจอย่างคนกลัดกลุ้มเขาอยากเป็ตัวเลือก การได้เข้าไปศึกษายังสำนักเมฆา์ย่อมเป็หน้าเป็ตาให้แก่วงศ์ตระกูลและมีโอกาสกลับมาได้เป็หัวหน้าหมู่บ้านหรือสามารถไต่เต้าไปทางที่ดีกว่า
“แล้วเ้าจะทำยังไงดีเพื่อให้ท่านผู้นำยอมให้เ้าไป”ไป๋เหอลองถามดูเผื่อเขาจะมีหนทางพอช่วยเหลือได้บ้าง คิดว่าจางิ่ก็ไม่น่าจะเลวร้ายด้วยคนผู้นี้อยู่ในชั้นก่อเกิดขั้นที่ 7ก็ถือว่าพอมีฝีมืออยู่บ้าง
“อันนี้ข้าก็ไม่แน่ใจแต่เห็นท่านพ่อบอกว่าข้าควรจะปรับปรุงตัวถึงจะมีสิทธิ์ได้คัดเลือก” จางิ่พูดด้วยสีหน้าอมทุกข์การจะลบอดีตที่เคยทำมันก็ยากเย็นกว่าคนอื่นจะเชื่อว่าจะเปลี่ยนแปลงจริง
ไป๋เหอไม่รู้เลยว่าอดีตที่เลวร้ายของจางิ่แต่ก่อนคืออะไรมันร้ายแรงมากจนส่งผลให้หัวหน้าหมู่บ้านไม่พิจารณาเขาขนาดนั้นเชียวเหรอ
“ข้าขอถามหน่อยที่ผ่านมาเ้าทำความผิดอะไรบ้างเหตุใดต้องมีสีหน้าเช่นนั้นด้วย การที่จะทำให้หัวหน้าหมู่บ้านยอมรับมันยากเย็นเกินกว่าจะให้อภัยอย่างนั้นเชียวเหรอ”
จางิ่มองหน้าชายตรงหน้าสลับหันไปมองเด็กสาวที่นั่งข้างๆ และนางก็คงรู้ว่าเขาก็เคยลงมือกระทำกับนางมาแล้ว ใบหน้าเจื่อนลงเมื่อมองเด็กสาวอย่างรู้สึกผิด เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำลงไปนั้นมันเกินจะให้อภัยแต่เด็กสาวผู้นี้ก็ยังคงมองเขาในแง่ดีเขาคิดเช่นนั้นไม่แล้วนางก็คงจะห้ามพี่ชายของนางที่จะไม่ให้คบหากับคนเช่นเขา
“อยากบอกว่าอดีตของข้านั้นมันช่างเลวร้ายนักไม่อยากจะกล่าวถึงเพราะมันเป็สิ่งที่ข้าอยากจะลืม ต้องขออภัยหากไม่ได้เอ่ยกล่าวให้เ้าฟัง”
“ก็ได้ ๆหากเ้าไม่อยากจะพูดถึงมัน เอาละข้าก็ไม่อยากจะบังคับเื่อดีตของเ้าก็ถือว่าลืมมันซะแล้วกลับตัวกลับใจเริ่มต้นใหม่ แล้วอีกอย่างหนึ่งข้าคิดว่าหากเ้าอยากไปเรียนก็ลองไปถามหัวหน้าดูว่าสามารถที่จะส่งเ้าไปเรียนได้หรือไม่ ข้าว่าการพูดกับเขาตรง ๆ น่าจะเป็เื่ดี” ไป๋เหอลองเสนอความคิดดูหากชายตรงหน้าเชื่ออย่างที่เขาพูดคิดว่าน่าจะดี เพราะไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว
“ได้ข้าจะลองพูดกับท่านหัวหน้าดูและขอปรับปรุงตนเองหวังว่าหัวหน้าจะเชื่อข้า” จางิ่รวบรวมความกล้าตอบอย่างมั่นใจ ใบหน้าตอนนี้ดูมีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม
ไป๋เหอเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกยินดีอย่างยิ่งหากจางิ่ได้เดินทางไปด้วยก็คงจะดีเขาจะได้ไม่ต้องทำความรู้จักคนอื่นอีก
เมื่อได้คำแนะนำจางิ่ก็รวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาท่านหัวหน้าที่เรือนโดยมีไป๋เหอไปด้วย เขาบอกว่าเพียงแต่มายืนให้กำลังใจเท่านั้นไม่อาจจะช่วยสื่อสารกับท่านหัวหน้าได้ แค่ไป๋เหอมายืนให้กำลังใจจางิ่ก็รู้สึกมีความกล้ามากขึ้น
“ท่านหัวหน้าข้ามีเื่อยากจะให้ท่านพิจารณา”
“มีเื่อะไรอย่างนั้นเหรอจางิ่”หัวหน้าหมู่บ้านมองเด็กหนุ่มที่เข้ามาหาตนคล้ายกับว่ามีเื่อยากจะคุยกับเขาและจางิ่ก็ไม่ค่อยได้เข้ามาสนทนากับเขาตามลำพังแทบจะไม่เคยมาหาเขาด้วยซ้ำมีครั้งนี้ที่เขาตั้งใจมาพูดคุยมองดูจากสีหน้าแล้ว
“เื่ที่ข้าอยากจะคุยนี้เป็เื่เกี่ยวกับการไปเรียนที่สำนักเมฆา์”น้ำเสียงบางเบาเริ่มที่จะมีความกลัวว่าจะโดนปฏิเสธ
“แล้วอย่างไรคือเ้าอยากไปใช่ไหม”เขาถามอย่างไม่อ้อมค้อมมองคนตรงหน้าด้วยสายตาแน่นิ่ง
“ใช่ข้าอยากไปอยากให้ท่านหัวหน้าให้โอกาสข้า”เขารวบรวมความกล้ากล่าวตอบขึ้นด้วยใบหน้าจริงจังมองคนตรงหน้าอย่างไม่คิดกลัว
ชายชรานิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบแม้สีหน้าของชายตรงหน้าจะกล่าวด้วยความจริงจังจากการััของเขา แต่การจะไปที่สำคัญเช่นนั้นต้องพิจารณาให้ดีไม่ใช่ว่าจะส่งใครไปก็ได้ก่อนจะกล่าวขึ้น “เื่นี้เป็เื่สำคัญเกี่ยวกับหมู่บ้าน ตัวเ้าเองที่ผ่านมานั้นได้ประพฤติตัวเลวทรามเอารัดเอาเปรียบผู้อื่นมาตลอดแล้วคิดเหรอว่าข้าจะอนุญาตให้เ้าออกไปร่ำเรียนนั่นหมายถึงหน้าตาหมู่บ้านเลยนะว่าอีก 3 ปีเขาจะส่งเทียบเชิญมาอีกเหรอไม่หากส่งคนอย่างเ้าไปแล้วไปสร้างเื่ที่โน่น” ชายชรากล่าวอย่างไม่ไว้หน้าแม้จะเป็ลุงของเขาหากประพฤติตัวเช่นนี้แล้วส่งไปชาวบ้านจะกล่าวหาว่าเขาเป็คนเช่นไรมันกลับไม่ยุติธรรมกับคนอื่นที่เขาอยากไปเหมือนกัน
“ท่านหัวหน้าแม้เื่อดีตที่ข้าทำจะเลวร้าย แต่ข้าขอให้สัญญาต่อจากนี้ข้าจะเป็คนใหม่คนดีเพื่อคนหมู่บ้านของเรา ข้ารับปากท่านว่าข้าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองท่านคอยดูแล้วกัน” คำกล่าวของเ้าของเรือนแม้จะทำให้จางิ่ขุ่นเคืองอย่างมากแต่เขาก็อดทนอดกลั้นข่มอารมณ์นั้นไว้ไม่อยากสร้างปัญหาให้มากกว่านี้
“เอาไว้เ้าเปลี่ยนแปลงตนเองได้เมื่อไหร่ค่อยมาคุยกับข้าใหม่แล้วกัน”ชายชรากล่าวเสร็จก็ไม่สนใจชายหนุ่มตรงหน้าอีก เขาหยิบตำราขึ้นมาอ่านต่ออย่างไม่ไยดี
จางิ่กำมือไว้แน่นด้วยความโกรธอยากจะกล่าวอะไรมากมายเขาก็ทำไม่ได้เลือกที่จะเดินจากไปแม้แอบเสียใจอยู่แต่มันก็สมควรแล้วที่ท่านลุงจะกล่าวเช่นนี้กับตนเอง มีทางเดียวตอนนี้ก่อนที่จะเริ่มเดินทางเขาจะต้องทำให้ท่านลุงยอมรับในตัวเขาให้ได้เสียก่อนคิดว่าพอมีเวลา
หน้าหมู่บ้านชายหนุ่มที่พึ่งถูกปฏิเสธมานั่งคอตกอยู่บนแท่นหินพลางคิดถึงสิ่งที่ท่านลุงกล่าวเขาก็ร้องไห้มันออกมาแม้พยายามกลั้นน้ำตาไว้แล้วแต่มันก็เอาไม่อยู่
“ท่านหัวหน้าปฏิเสธที่จะให้ข้าไป ข้าควรทำอย่างไรดีทั้งที่ข้า้าอยากไป” จางิ่ร้องไห้ออกมาอย่างรู้สึกเสียใจเขาไม่อายว่าไป๋เหอจะกล่าวหาว่าเขาอ่อนแอก็ไม่สนในเมื่อสิ่งที่เขา้าหลุดมือเขาคงไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้ว
ไป๋เหอที่ยืนเงียบอยู่ตั้งนานเมื่อได้เห็นสิ่งที่คนข้างๆ กำลังเป็เขาก็รู้สึกเสียใจเช่นกัน “จางิ่เราค่อย ๆ คิดหาหนทางดีหรือไม่” พูดแล้วก็ตบบ่าจางิ่เบาๆ คล้ายจะเป็การปลอบใจ
“หนทางอะไรกันที่จะได้ป้ายหยกนั่นมาเหรอข้ามองไม่เห็นหนทางนั้นเลยมันมืดมนไปหมด”
ชายหนุ่มกล่าวทั้งน้ำตาเอาชายเสื้อยกเช็ดตาไปด้วย เขาร้องไห้จนแสบตารู้สึกเสียใจหมดอาลัยตายอยากกับชีวิตจะหาอะไรมาลบล้างความผิดของตนเองที่ผ่านมาได้ มีแต่สิ่งหนึ่งที่จะสามารถกอบกู้ชื่อเสียงของเขาคืนมาก็คือ การล่าวิหกนำมาเป็พาหะในรอบ 5 ปีมีครั้ง ถ้าหากเขาสามารถทำเร็จนั่นหมายถึงโอกาสของเขาที่จะได้ไปเรียนที่สำนักเมฆา์ แต่ผ่านมาหลายร้อยปีผู้าุโหลายคนก็ยังไม่สามารถพิชิตเ้าวิหกได้เลยแล้วเขาจะมีความสามารถทำได้เหรอเขายังคงกลัดกลุ้มไร้หนทางอื่นแล้ว
ไป๋เหอมองดูแล้วรู้สึกสงสารยังไม่รู้หนทางพอจะช่วยเหลือคิดว่าจางิ่คงอยากไปเรียนที่นั่นมากถึงเศร้าใจขนาดนี้เขาจะทำยังไงดี
ซวงเอ๋อร์มองดูจางิ่ที่นั่งร้องไห้ นางรู้สึกสงสัยในตัวชายผู้นี้ตอนที่เจอกันครั้งแรกเขานั้นเหี้ยมโหดมากแต่พอวันนี้ที่เห็นกลับเหมือนคนละคนทำให้นางนึกแปลกใจ
ในขณะที่พวกเขากำลังเศร้าอยู่ได้มีชาย2 คนเดินเข้ามาทางที่พวกเขายืนอยู่
“ข้ารับคำสั่งจากท่านหัวหน้ามีชาวบ้านรายงานว่าได้มีคนต่างถิ่นถึงสองคนเข้ามายังหมู่บ้านแห่งนี้ยังไม่ได้ไปรายงานตัวให้ท่านหัวหน้ารู้ จึงเชิญพวกท่านทั้งสองไปพบ” ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมกล่าวขึ้นจ้องมองเด็กหนุ่มกับเด็กสาวตรงหน้าที่พวกเขาไม่คุ้นเคย ทั้งสองคนมีวรยุทธใช่คนทั่วไปไม่มาถึงหมู่บ้านที่นี่ได้นับว่าเก่งแล้ว
“ได้ ข้ากับน้องสาวเราเดินทางมาจากที่แดนไกลจึงผ่านเส้นทางนี้ได้เข้ามายังไม่ได้บอกกล่าวท่านหัวหน้าให้รู้ก่อน ข้ากับน้องต้องขออภัยพวกท่านทั้งสอง” ไป๋เหอกล่าวอย่างอ่อนน้อมพร้อมกับมือคารวะคนทั้งสอง
ชายทั้งสองไม่ได้กล่าวอะไรต่อเพียงผายมือเชื้อเชิญไปยังเรือนของหัวหน้าแต่แอบชำเลืองมองชายที่นั่งร้องไห้ไม่ได้สนใจพวกตน
กฎของหมู่บ้านที่นี่ใครก็รู้แต่คนที่กำลังทำหน้าเสียใจกลับไม่แจ้งให้ท่านหัวหน้าทราบนั่นเขาถึงกับส่ายหัวเป็ถึงลูกรองหัวหน้าหมู่บ้านกลับมีพฤติกรรมเช่นนี้เขาเอือมระอายิ่งนัก