การแบ่งกลุ่ม เข้าไปทีละแปดคนทำให้แถวสั้นลงอย่างรวดเร็วที่นี่มีผู้คนมากหน้าหลายตามารวมตัวกัน ทว่าต่อให้ทุกคนล้วนเป็ผู้ปลุกพลังแต่ก็เป็แค่พวกแรงก์ตํ่าเท่านั้น
ดูเหมือนระดับความยากของที่นี่จะไม่ได้สูงมากนักเพราะทีมทั้งหลายที่เข้าไปก่อนหน้าต่างใช้เวลาราวสี่สิบถึงห้าสิบนาทีก็เคลียร์ได้แล้ว
ผู้ชายคนนั้นแนะนำตัวว่าชื่อแบโดซูเป็ผู้ปลุกพลังแรงก์ E ซึ่งมีพวกพ้องทีมเดียวกันอีกห้าคนเขาเป็นักขุดมือฉมังที่ทำกำไรได้จากการเข้าเหมืองต่าง ๆ จนชํ่าชอง
ปกติแล้วเขาจะไปตามเหมืองระดับ1ดาว แต่คราวนี้อยากลองมาลุยเหมืองระดับ 2 ดาวดูบ้างเนื่องจากเป็การท้าทายครั้งแรกเขาจึงอยากหาสมาชิกในทีมให้ครบแปดคนแล้วค่อยเข้าไปมากกว่า
เพราะแปดคนย่อมดีกว่าหกคนอยู่แล้ว
อูจินที่มาดันเจี้ยนนี้เพียงลำพังและผู้ปลุกพลังมือใหม่แรงก์Fอีกคนที่ชื่อฮงซองกู ตัดสินใจเข้าร่วมทีมของแบโดซู
“เอาละนอกจากผมแล้วทุกคนอยู่แรงก์ F กันหมดแบบนี้ดังนั้นส่วนแบ่งของผมจะเป็สองส่วนบลัดสโตนที่หาได้จะเอามาคำนวณรวมกันทั้งหมดและแบ่งออกเป็เก้าส่วนเท่า ๆ กันพวกคุณที่เหลือก็เอาไปคนละหนึ่งส่วนนะครับ”
อูจินไม่มีข้อโต้แย้งกับคำพูดของแบโดซูถึงอย่างไรนี่ก็เป็ดันเจี้ยนที่เขาจะเข้าไปท้าทายเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ครั้งแรกอยู่แล้วละนะ
“ฮู่...ตื่นเต้นจังเลยว่าไหมครับ”
ฮงซองกูเหมือนจะเข้ากับกลุ่มของแบโดซูไม่ค่อยได้เขาจึงคอยผูกมิตรกับอูจินตลอดการต่อแถวซึ่งอูจินเองก็โต้ตอบกับอีกฝ่ายอย่างพอประมาณ
แม้ว่าฮงซองกูจะเป็มือใหม่แรงก์Fแต่เขามีความสนใจเกี่ยวกับดันเจี้ยนเป็อย่างมากและความรู้ที่เขามีก็ค่อนข้างหลากหลายแม้แต่อูจินก็รู้สึกว่าการสนทนากับอีกฝ่ายมีประโยชน์มากทีเดียว
ฮงซองกูในวัยยี่สิบเอ็ดปีนั้นเพิ่งััได้ถึงพลังพิเศษเมื่อสองเดือนก่อนเขาจึงลาออกจากสถานศึกษาแล้วหันมาเริ่มทำงานในฐานะผู้ปลุกพลังเต็มตัวเขาเข้าดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวตลอดสองเดือนที่ผ่านมาจนคิดว่าตัวเองน่าจะคุ้นชินแล้วคราวนี้จึงลองมาท้าทายดันเจี้ยนระดับ 2 ดาวเป็ครั้งแรก
เป้าหมายของเขาอยู่ที่การฝึกฝนและเสริมความแข็งแกร่งของพลังพิเศษมากกว่าจะเป็เื่เงินความใฝ่ฝันของเ้าตัวคือการเป็ส่วนหนึ่งของเหล่าเรนเจอร์ที่บุกตะลุยดันเจี้ยนซึ่งยังไม่ถูกพิชิตหรือก็คือเข้าร่วมทีมจู่โจมนั่นเอง
“ลูกผู้ชายน่ะต่อให้ป๊อดก็ไม่แสดงออกกันหรอกนะ”
“ฮ่า ๆพี่นี่มั่นใจน่าดูเลยนะครับ”
ยืนรอเพียงไม่กี่ชั่วโมงแต่ทั้งสองก็พูดคุยกันจนนับเป็พี่ชายน้องชายไปเสียแล้ว
“เอาละ ๆพวกเรามาเตรียมตัวกันเถอะครับ”
แนวกั้นเขตแดนของดันเจี้ยนเปล่งแสงสีเขียวออกมาก่อนจะค่อยๆจางหายไป เมื่อเห็นสภาพของทีมที่เข้าไปก่อนหน้าแบโดซูก็เอียงศีรษะด้วยความประหลาดใจ
“โอ๊ะเหมือนจะมีอุบัติเหตุนะเนี่ย”
เป็ไปตามการคาดเดาของแบโดซูผู้มากประสบการณ์ทีมก่อนหน้ามีผู้เสียชีวิตสี่คน
เ้าหน้าที่จากสำนักบริหารจัดการดันเจี้ยนและบรรดาผู้เกี่ยวข้องรีบวิ่งเข้ามาตรวจสอบในทันทีด้วยความที่อูจินยืนรออยู่ด้านหลังพอดีบทสนทนาของคนกลุ่มนั้นจึงลอยเข้าหูเขาด้วยเช่นกัน
“ทำไมถึงมีฮ็อบก็อบลินโผล่มาล่ะ!มันเป็แบบนี้ได้ยังไงกันครับ!”
เ้าหน้าที่ทำเพียงหยิบบันทึกการเข้าออกมาเปิดให้ผู้ปลุกพลังที่กำลังโวยวายดู
“ไม่ได้อ่านนี่เลยเหรอครับแถมคุณยังเซ็นเอาไว้ตรงนี้ด้วยนะครับ”
— มอนสเตอร์พื้นฐานที่ปรากฏในดันเจี้ยนจะเกิดขึ้นแบบสุ่ม และอาจต่างไปจากที่ระบุในข้อมูล
— ผู้ปลุกพลังจะเป็ผู้รับผิดชอบเหตุที่เกิดขึ้นทั้งหมดด้วยตัวเอง
— สิ่งที่ได้รับจากด้านในดันเจี้ยน...
ผู้ปลุกพลังทั้งสี่คนที่รอดชีวิตมาได้หลังสูญเสียเพื่อนในทีมไปพลันมีสีหน้าตื่นตระหนกแต่กลับไม่เห็นหนทางใดเลยที่พวกเขาจะได้รับการชดเชยต่อให้เป็นักขุดก็ใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป
“จิ๊ ๆถึงโวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก พวกเขากำลังเปลืองแรงเปล่า ๆ”
ดูจากที่พวกเขาออกมาโดยทิ้งศพของพวกพ้องไว้อย่างนั้นแล้วละก็ท่าทางจะหยิบมาแค่ศิลาย้อนกลับแล้วรีบหนีออกมาอย่างหวุดหวิดแม้แต่บลัดสโตนก็ยังนำออกมาไม่ได้สักชิ้นเห็นทีการลงดันเจี้ยนคราวนี้คงมีแต่จะขาดทุนยับ
สมกับที่แบโดซูเป็นักขุดผู้มากประสบการณ์เขาเคยประสบกับสถานการณ์อย่างนี้มานักต่อนักแล้วแบโดซูเลิกสนใจพวกที่กำลังโต้เถียงกันอยู่ก่อนจะหันกลับมาพูดกับสมาชิกทีมของตัวเอง
“ฮ็อบก็อบลินเป็มอนสเตอร์ระดับ2 ดาวครับตราบใดที่เราเตรียมตัวจัดการมันได้ดีก็ไม่มีอะไรที่รับมือไม่ได้หรอกครับ ไม่สิดีซะอีกนะครับยังไงพวกมันก็เป็มอนสเตอร์ที่ดร็อป[1] บลัดสโตนแน่ๆ อยู่แล้ว”
ถึงจะพูดอย่างนั้นทว่าแบโดซูก็ไม่เคยล่าฮ็อบก็อบลินด้วยตัวเองมาก่อนแต่เขาก็มีประสบการณ์การเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวมามากกว่าสองร้อยครั้ง
หลังจากที่สมาชิกทีมทั้งแปดเขียนชื่อและเซ็นลายเซ็นของตัวเองลงในบันทึกประวัติการเข้าออกดันเจี้ยนกันเรียบร้อยแล้วพวกเขาก็ทยอยเดินลงบันไดสถานีรถไฟใต้ดิน
“เอาละเข้าไปกันเลยนะครับ”
พวกเขาลงบันไดไปพร้อมกับแบโดซูที่บอกให้ทุกคนสู้ๆ และเมื่อเข้าสู่โถงทางเดินแนวกั้นเขตแดนสีขาวก็เริ่มก่อตัวขึ้นในเส้นทางที่พวกเขาเดินผ่านมา
[ท่านได้เข้าสู่ดันเจี้ยนสถานีชินริมทางออกหมายเลข 7 เรียบร้อยแล้ว]
[ดันเจี้ยนนี้ถูกพิชิตไปแล้วมอนสเตอร์พื้นฐานจะถูกอัญเชิญออกมา]
อูจินหันไปกระซิบถามซองกู
“เฮ้นายได้ยินเสียงนี้เหมือนกันไหม”
“ครับ?เสียงอะไรเหรอครับ เสียงลมเหรอ”
“ใช่ ลมพัดแรงน่าดูเลยนะ”
มีแค่ฉันที่ได้ยินสินะ
อูจินเข้าใจแล้วว่าต่อให้ดันเจี้ยนและดาวอาร์เฟนมีความเกี่ยวข้องกันก็จริงทว่าสิ่งนั้นก็ไม่ได้ส่งผลกับทุกคน
“เอาละประจำตำแหน่งกันเลยครับ”
หลังได้ยินคำพูดของแบโดซูสมาชิกสี่คนก็ก้าวออกมาด้านหน้าพวกเขาได้รับหน้าที่โจมตีระยะประชิดต้องคอยยืนด้านหน้าเพื่อเป็โล่ป้องกันอันแข็งแกร่งจากนั้นแบโดซูและสมาชิกอีกคนจึงก้าวไปยืนด้านหลังพวกเขา
พลังพิเศษของแบโดซูคือการจุดไฟส่วนอีกคนหนึ่งถือคันธนูเอาไว้เป็การประสานกันของสองผู้โจมตีระยะไกลเข้ากับสี่ผู้โจมตีระยะประชิด
“เอาละคุณสองคนเพิ่งเคยมาเป็ครั้งแรก ก่อนอื่นให้ยึดตำแหน่งด้านหลังเอาไว้ก่อน แล้วค่อยๆ ปรับให้ประสานกันนะครับพอพวกเราเลี้ยวตรงมุมข้างหน้าจะมีก็อบลินธรรมดาสี่ตัวปรากฏออกมาครับ”
แม้จะเพิ่งเข้ามาลุยดันเจี้ยนระดับ2ดาวเป็ครั้งแรกแต่แบโดซูคงศึกษาเกี่ยวกับที่แห่งนี้มาอย่างละเอียดแล้วถึงได้รู้ข้อมูลในคู่มือการพิชิตดันเจี้ยนอย่างทะลุปรุโปร่ง
เคี้ยก
ทันทีที่เลี้ยวเข้าไปในดันเจี้ยนก็พบเข้ากับฝูงก็อบลินสี่ตัวพวกมันพุ่งเข้าใส่ทันทีมอนสเตอร์แคระที่หน้าตาเหมือนสัตว์ประหลาดอย่างก็อบลินกวัดแกว่งสิ่งที่ดูคล้ายกับกระบองสั้นใส่พวกเขา
ในขณะที่โล่คอยสกัดกั้นการโจมตีสกิลจุดไฟของแบโดซูก็สร้างเปลวไฟขึ้น
เปลวไฟพุ่งเข้าใส่ใบหน้าของพวกก็อบลินโดยไม่ทันตั้งตัวจนพวกมันสูญเสียการมองเห็นและพากันวิ่งสะเปะสะปะจังหวะนั้นเหล่าผู้โจมตีระยะประชิดก็ก้าวออกไปด้านหน้าพร้อมอาวุธ
พวกเขาใช้อาวุธของตัวเองจัดการพวกก็อบลินที่ล้มลงบนพื้นและเมื่อเห็นก็อบลินตัวหนึ่งพยายามจะหนีไป
ฉึก
ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งออกไปราวกับภูตผีก่อนจะปักที่กะโหลกของมันเข้าอย่างจังนั่นไม่ใช่ลูกธนูที่ยิงโดยนักกีฬายิงธนูด้วยซํ้า แต่ถึงจะเป็แค่แรงก์ Fผู้ปลุกพลังก็คือผู้ปลุกพลังอยู่ดีการโจมตีนั้นรุนแรงพอจะทำอันตรายพวกมอนสเตอร์
พวกเขาผ่ากะโหลกก็อบลินที่นอนจมกองเืแล้วคว้านดูภายในไม่ใช่แค่อูจินคนเดียวที่ยืนมองการกระทำนั้นเงียบ ๆ จากด้านข้าง ซองกูเองก็เช่นกัน
อูจินเคยเห็นภาพโหดร้ายยิ่งกว่านี้มาหลายต่อหลายครั้งแล้วจึงไม่รู้สึกอะไรส่วนฮงซองกูที่มีประสบการณ์จากดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวมาบ้างแล้วก็เพียงแค่ทำหน้าเหยเกกับภาพตรงหน้าเท่านั้นไม่ได้มีท่าทีรังเกียจจนถึงขั้นพะอืดพะอมแต่อย่างใด
“โชคดีจริงๆ ดร็อปบลัดสโตนตั้งสองก้อนแน่ะ ถ้าขนาดประมาณนี้อย่างน้อย ๆต้องได้สักยี่สิบก้อนละนะ”
อูจินประหลาดใจหลังได้ยินคำพูดของแบโดซูบลัดสโตนที่ว่ามีขนาดเล็กกว่านิ้วมือเสียอีกแค่รอบเดียวจะหาได้ตั้งยี่สิบก้อนเลยอย่างนั้นเหรอเขาเริ่มคิดได้ว่านี่คงไม่ใช่การเสี่ยงชีวิตเข้ามาในดันเจี้ยนโดยเปล่าประโยชน์แล้วละ
เงินหนึ่งแสนวอนคงไม่ได้มากอะไรขนาดนั้นสินะ
อูจินมองว่าเงินจำนวนนั้นที่เขายังรู้สึกเสียดายมาจนถึงเมื่อครู่นี้กลายเป็เื่จิ๊บจ๊อยขึ้นมาทันที
“เอาละั้แ่หัวมุมต่อไปนี้พวกเรามาร่วมมือกันดีกว่าว่าแต่ความสามารถของทุกคนมีอะไรกันบ้างนะ”
“ผมสร้างลูกไฟได้ครับถ้าขว้างออกไปลูกหนึ่งแล้วต้องรออีกสามวินาทีถึงจะขว้างได้อีกขว้างได้ต่อเนื่องสูงสุดหกลูกครับ”
“เยี่ยมแล้วคุณล่ะ”
สายตาของแบโดซูเบนมาหาอูจินเขาจึงหันไปมองรอบตัวแล้วยื่นมือออกไปทางซากก็อบลินตัวหนึ่ง
ตูม!
ทันทีที่ทหารโครงกระดูกตนหนึ่งปรากฏตัวออกมาทุกคนต่างพากันตื่นใ ก่อนจะหันกลับมามองอูจินอีกครั้ง
“ฮ่า ๆสายอัญเชิญนี่เอง โอเค แล้วความสามารถอื่นล่ะ”
อูจินหยิบกระบองอันหนึ่งที่ก็อบลินทำหล่นอยู่บนพื้นขึ้นมาหวดอากาศไปมา
“ก็พอจะมีกำลังปกป้องตัวเองได้อยู่ครับ”
สมาชิกคนอื่น ๆต่างง่วนอยู่กับการสำรวจทหารโครงกระดูก
“เพิ่งเคยเห็นเนโครแมนเซอร์ครั้งแรกเลยนะเนี่ย”
“โอ้โฮนี่มันสุดยอดไปเลย”
“เอามาใช้สำรวจหรือลาดตระเวนก็น่าจะเข้าท่านะครับเนี่ย”
ระหว่างที่แต่ละคนกำลังแสดงความชื่นชมอยู่นั้นแบโดซูก็คอยจัดตำแหน่ง
“จากตำแหน่งเดิมให้สลับเอาอสูรอัญเชิญของคุณอูจินมาอยู่ด้านหน้าเพื่อทำหน้าที่ทหารลาดตระเวนส่วนคุณซองกู ถ้าผมให้สัญญาณก็ให้ปล่อยลูกไฟออกมานะครับ”
อูจินค่อย ๆเลี้ยวตรงหัวมุมอย่างระมัดระวังเขาเปิดหน้าต่างสกิลขึ้นมาอย่างเร่งรีบเพื่ออัปสกิลอัญเชิญทหารโครงกระดูก
[อัญเชิญทหารโครงกระดูกLv.9]
[ใช้ซากมอนสเตอร์เป็เครื่องสังเวยเพื่อเรียกทหารโครงกระดูกออกมาด้วยสเตตัส(พลังกาย 14 หน่วย ความว่องไว 17 หน่วยสเตมินา 14 หน่วย)]
[พลังเวทที่ใช้: 1 พลังควบคุมที่้า : 1]
อูจินใช้ 8พอยต์อัปเลเวลสกิลทหารโครงกระดูกเพียงหนึ่งตนที่ถูกอัปเลเวลขึ้นภายในรวดเดียวก็แสดงให้เห็นถึงพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่าผู้ใหญ่เพศชายทั่วไปได้แล้วหากสกิลแตะถึงเลเวล 10 รูปลักษณ์ภายนอกของทหารโครงกระดูกก็จะเปลี่ยนไปดังนั้นอูจินจึงหยุดไว้ที่เลเวล 9 เท่านั้นเพราะเขาคงจะรำคาญน่าดูที่ต้องคอยอธิบายให้คนอื่นฟังถึงรูปลักษณ์ที่อยู่ ๆก็เปลี่ยนไปโดยไม่มีเหตุผล
ประมาณนี้ก็น่าจะพอค่าข้าวแล้วนะ
เนื่องจากเป็ดันเจี้ยนแรกอูจินจึงตั้งใจทำตามพวกเขาไปก่อนถ้าหาเงินได้มากพอจนไม่มีปัญหาเื่ค่าเข้าดันเจี้ยนอีกเขาก็ตั้งใจว่าจะบุกตะลุยดันเจี้ยนด้วยตัวคนเดียว
“ถ้าเลี้ยวมุมนี้จะมีก็อบลินหกตัว!”
ทหารโครงกระดูกออกไปด้านหน้าตามแผนของแบโดซูเพื่อดึงความสนใจจากนั้นผู้โจมตีระยะประชิดก็สร้างกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งขึ้นมาปิดท้ายด้วยลูกไฟของซองกูที่แสดงพลังออกมาอย่างเหนือความคาดหมาย
ตูม!
เมื่อลูกไฟขนาดเท่าศีรษะพุ่งออกไปกระบวนทัพของพวกก็อบลินก็พังทลายลงในคราวเดียว
แม้ว่าสกิลของแบโดซูจะไม่ได้โดดเด่นด้านการสร้างความเสียหายโดยตรงเหมือนสกิลของซองกูแต่ก็ส่งผลดีในทางกลยุทธ์พวกก็อบลินต่างตื่นตระหนกและหาทางตะเกียกตะกายเอาชีวิตรอดเมื่ออยู่ ๆก็มีไฟลุกไหม้ทั่วใบหน้าเหล่าผู้โจมตีระยะประชิดอาศัยจังหวะนั้นพุ่งเข้าจู่โจมพวกก็อบลินทันที
ระหว่างนั้นอูจินก็เข้าไปสมทบโดยการควบคุมทหารโครงกระดูกให้ร่วมโจมตีพวกก็อบลิน
“เ้าโครงกระดูกนี่ไวกว่าที่คิดซะอีกนะเนี่ย”
“แถมแรงดีด้วยดีกว่าพวกแรงก์ F ที่ฝีมือกลาง ๆ ด้วยซํ้าละมั้ง”
สมาชิกในทีมของแบโดซูยอมรับในตัวอูจินและซองกูยิ่งการต่อสู้ดำเนินไป พวกเขาก็ยิ่งทำงานเข้าขากันเป็อย่างดีทำให้ความเร็วในการกำจัดมอนสเตอร์เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
เดิมทีเป้าหมายของพวกเขาไม่ใช่การเคลียร์ดันเจี้ยนแต่เป็การจัดการมอนสเตอร์พื้นฐานทั้งหมดแล้วขุดหาบลัดสโตนเท่านั้น
นี่ไม่ใช่เส้นทางสั้นที่สุดที่จะพาพวกเขาไปสู่ชั้นล่างซึ่งมีศิลาย้อนกลับอยู่เลยด้วยซํ้าพวกเขากำจัดมอนสเตอร์ไล่ั้แ่ชั้นบนลงมาราวกับ้ากวาดล้างให้สิ้นซากในทุกหนแห่ง
อูจินกำจัดมอนสเตอร์จำนวนมากจนเลเวลอัปขึ้นมาหนึ่งครั้งตอนนี้เขาอยู่ที่เลเวล 5 เรียบร้อยแล้วรวมถึงพอยต์ผลงานก็มากกว่าที่ได้จากเดรบบิต เขาจึงเก็บได้ทีละ 2 พอยต์ต่อการกำจัดก็อบลินหนึ่งตัว
อูจินทำเพียงควบคุมทหารโครงกระดูกอย่างเดียวโดยไม่ต้องออกแรงทำอะไรเป็พิเศษด้วยซํ้าสมาชิกแต่ละคนทำงานประสานกันเป็อย่างดีสมกับเป็ทีมผู้มีประสบการณ์โชกโชนจากดันเจี้ยนระดับ1ดาว
แบโดซูที่สุขุมรอบคอบอยู่ตลอดเนื่องจากนี่เป็ครั้งแรกที่เข้ามาในดันเจี้ยนระดับ2ดาวเริ่มรู้สึกมั่นใจมากขึ้นทีละน้อยอัตราดร็อปของบลัดสโตนที่นี่ดีจนดันเจี้ยนระดับ 1 ดาวเทียบไม่ติดเลยด้วยซํ้า
แค่บลัดสโตนที่ได้มาก็ปาไปสิบเจ็ดก้อนแล้วบลัดสโตนทั้งขนาดเล็กขนาดใหญ่ตีเป็เงินคร่าว ๆก็น่าจะได้ประมาณสี่ล้านวอนเป็อย่างตํ่าต่อให้แบ่งตามจำนวนสมาชิกก็ยังมั่นใจได้ว่าเงินกว่าหนึ่งล้านวอนจะตกถึงมืออย่างแน่นอน
นั่นเป็แค่การนับบลัดสโตนที่หามาได้จนถึงตอนนี้เท่านั้นหากจัดการมอนสเตอร์ที่เหลืออยู่ทั้งหมดได้ละก็คงทำเงินได้มากกว่านี้แน่
ดันเจี้ยนระดับ 2 ดาวนี่ยอดไปเลย
แน่นอนว่าสมาชิกจากทีมเดิมของแบโดซูนั้นมีบทบาทสำคัญอยู่แล้วแต่ก็ต้องขอบคุณอูจินที่ใช้ทหารโครงกระดูกเป็ตัวแทนคอยรับความเสียหายจึงช่วยลดความเสี่ยงลงไปได้รวมถึงลูกไฟของซองกูด้วยเช่นกัน
ด้วยพลังและความสามารถที่เกินคาดพวกเขามีความสามารถสูงจนอยากจะได้มาเป็สมาชิกในทีมของตัวเองเลยทีเดียวแบโดซูคิดว่าคงต้องลองทาบทามอย่างจริงจังดูสักครั้งหลังเคลียร์ดันเจี้ยนนี้เสร็จสิ้น
[1]การที่ไอเท็มปรากฏขึ้นหลังมอนสเตอร์ถูกจัดการ