หลังจากความดุเดือดเืพล่านของการประมูลขวานั์จบลง บรรยากาศในโถงประมูลยังคงคุกรุ่นไปด้วยความตื่นเต้นและเสียงซุบซิบถึงความร่ำรวย (และความบ้าบิ่น) ของชายลึกลับในห้องหมายเลขหนึ่ง
"รายการต่อไป... ขอเชิญสุภาพสตรีทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม!"
ผู้ดำเนินการประมูลผายมือไปยังแท่นวางสินค้า สาวงามเดินถือนางแบบจำลองที่สวมใส่ชุดเกราะอ่อนชุดหนึ่งออกมา... มันทอจากไหมฟ้าสีเงินยวงที่บางเบาแต่ดูเหนียวแน่น เส้นไหมส่องประกายระยิบระยับล้อแสงไฟราวกับถักทอจากแสงจันทร์และดวงดาว
"นี่คือ... 'ชุดเกราะไหมฟ้าสตรี' (Azure Silk Armor) ระดับิญญา (R)!"
"น้ำหนักเบาดุจขนนก สวมใส่สบายเหมือนเสื้อผ้าธรรมดา แต่มีความเหนียวทนทานต่อคมดาบและสามารถกันธาตุไฟระดับต่ำได้! และที่สำคัญ... ดีไซน์ของมันถูกออกแบบมาเพื่อขับเน้นความงดงามของผู้สวมใส่ให้โดดเด่นเหนือใครในยุทธภพ! ราคาเริ่มต้นที่... 100 ตำลึงทอง!"
แม้ระดับความหายากจะต่ำกว่าขวานเมื่อครู่ แต่ความงดงามและคุณสมบัติป้องกันตัวของมัน ก็ดึงดูดความสนใจจากเหล่าจอมยุทธหญิงและคุณหนูตระกูลใหญ่ได้ทันที
"120 ตำลึงทอง!" เสียงหวานๆ ดังขึ้นจากมุมหนึ่ง
"150! ข้าอยากได้มัน! ท่านพ่อซื้อให้ข้านะ!"
"180! ตระกูลจางขอสู้ราคา!"
ราคาขยับขึ้นเรื่อยๆ ท่ามกลางเสียงกรีดร้องแย่งชิงของเหล่าสตรีที่ไม่มีใครยอมใคร
แต่แล้ว... ในขณะที่ราคากำลังจะแตะ 250 ตำลึงทอง เสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นมาจากห้องรับรอง VIP ที่อยู่สูงที่สุด... ห้องที่สงวนไว้สำหรับผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในเมืองนี้เท่านั้น
"300 ตำลึงทอง... ของสิ่งนี้ ตระกูลหลิวขอรับไว้"
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ะโ แต่มันกังวานใสราวกับเสียงระฆังแก้วที่ดังก้องในหุบเขาไกล เป็เสียงที่ไพเราะจับใจทว่าแฝงไปด้วยอำนาจและบารมีกดดันที่ทำให้ผู้คนต้องสยบยอมโดยสัญชาตญาณ
ทันทีที่สิ้นเสียง "ตระกูลหลิว" ทั้งโรงประมูลที่กำลังจอแจก็เงียบกริบลงยิ่งกว่าตอนเสอหลางประกาศชื่อพรรคเสียอีก! เหล่าคุณหนูที่กำลังแย่งชิงกันเมื่อครู่ต่างหุบปากฉับและนั่งลงทันที ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะหายใจแรง
'ตระกูลหลิว... หลิวหรูเยียน (Liu Ruyan) สินะ'
เย่หวงคิดในใจพลางปรายตามองไปยังห้องต้นเสียงที่อยู่สูงกว่าเขาเล็กน้อย
หลิวหรูเยียน... นามนี้คือตำนานของเมืองชิงเหอ นางคือบุตรสาวคนโตของท่านเ้าเมือง หนึ่งในห้าหญิงงามของเมืองชิงเหอ ผู้มีรูปโฉมงดงามปานล่มเมือง สติปัญญาเฉลียวฉลาดเป็เลิศ และที่สำคัญที่สุดคือนางมีพร์ด้านวรยุทธ์ที่ลึกล้ำเกินวัย จนได้รับฉายาว่า "บุตรสาวแห่ง์" นางเปรียบเสมือนดอกฟ้าสูงศักดิ์ที่ไม่มีชายใดในเมืองนี้กล้าเอื้อม หรือแม้แต่จะสบตาตรงๆ
เมื่อนางเอ่ยปาก... นั่นเท่ากับเป็คำขาด หรือราชโองการกลายๆ ว่า "ของชิ้นนี้เป็ของข้า" ใครที่กล้าแย่งชิง ก็เท่ากับประกาศศัตรูกับผู้ปกครองเมืองนี้!
"300 ตำลึงทอง ครั้งที่หนึ่ง... สอง... สาม! ขายให้กับคุณหนูหลิว!"
ผู้ดำเนินการรีบเคาะค้อนทันทีด้วยความเคารพ
ไม่นานนัก ประตูห้องรับรองของเย่หวงก็ถูกเปิดออกเบาๆ กลิ่นหอมเย้ายวนของดอกกุหลาบป่าลอยเข้ามาเตะจมูกก่อนที่เ้าตัวจะปรากฏกาย
ฉินฮวา เ้าของโรงประมูลสาวพราวเสน่ห์ เดินนวยนาดเข้ามาในห้อง นางโบกมือไล่พนักงานคนอื่นออกไปจนเหลือเพียงนางและเย่หวงสองต่อสอง
"ร้ายกาจจริงๆ นะเ้าคะคุณชายหลง..."
ฉินฮวาเดินเข้ามาใกล้เย่หวงจนััได้ถึงไออุ่นจากตัวนาง นางค่อยๆ รินชาลงในถ้วยของเขาด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อย ก่อนจะวางกาน้ำชาลงและเท้าแขนกับโต๊ะ โน้มตัวลงมาเล็กน้อยจนเผยให้เห็นเนินอกขาวผ่องภายใต้ชุดกี่เพ้าสีแดงเพลิง ส่งสายตาหวานเชื่อมให้ชายหนุ่มภายใต้หน้ากาก
"ท่านเล่นงานนายน้อยเสอจนกระอักเื แล้วยังกวาดเงินจากเขาไปได้ตั้งมากมาย... ช่างเป็กลยุทธ์ที่... เร้าใจข้ายิ่งนัก"
นางลากเสียงยาวที่คำว่า 'เร้าใจ' พลางใช้นิ้วเรียวยาวไล้เบาๆ ที่หลังมือของเย่หวง ราวกับกำลังทดสอบปฏิกิริยา
เย่หวงเพียงแค่ยิ้มมุมปากภายใต้หน้ากาก ไม่ได้ชักมือหนีแต่ก็ไม่ได้รุกตอบ
"ข้าเพียงแค่ช่วยสั่งสอนเด็กไม่รู้จักโต... แม่นางฉินคงไม่ถือโทษโกรธข้าหรอกนะ ที่ทำให้ลูกค้ากระเป๋าหนักของท่านต้องเสียเงินฟรี?"
"ตรงกันข้ามเลยเ้าค่ะ... ข้าชอบบุรุษที่ฉลาดและ 'ร้ายลึก' แบบท่านมาก"
นางหัวเราะคิกคัก ั์ตาดอกท้อเป็ประกายวาววับด้วยความสนใจ นางพยายามจะมองทะลุหน้ากากนั้นเพื่อดูว่าภายใต้ความลึกลับนี้ คือชายชราผู้มากประสบการณ์ หรือหนุ่มน้อยอัจฉริยะกันแน่
"ยินดีด้วยนะเ้าคะ... ของของท่านทำเงินได้มหาศาลจริงๆ และดูเหมือนว่า... ความโดดเด่นของท่านจะไปสะดุดตา 'นางพญาหงส์' บนยอดไม้เข้าเสียแล้ว"
ฉินฮวาหยิบจดหมายซองสีขาวนวลที่ปิดผนึกด้วยตราประทับตระกูลหลิวออกมาจากอกเสื้อ กลิ่นหอมจากตัวนางติดมากับจดหมายด้วย นางยื่นมันให้เขาด้วยท่าทีหยอกเย้า
"คุณหนูหลิวหรูเยียนฝากข้อความมาเ้าค่ะ... ปกตินางเป็คนถือตัวและเ็าดุจน้ำแข็ง ไม่เคยสนใจบุรุษใดง่ายๆ แต่นางกลับประทับใจในชุดเกราะที่ท่านนำมามาก และอยากขอพบผู้เป็เ้าของเพื่อแสดงความขอบคุณเป็การส่วนตัวหลังจบงาน..."
นางโน้มหน้าเข้ามาใกล้ใบหูของเย่หวง กระซิบเสียงพร่า
"เป็เกียรติที่หาได้ยากยิ่งเลยนะเ้าคะ... แม้แต่ข้ายังแอบอิจฉาท่านเลย... ท่านจะว่าอย่างไรเ้าคะ?"
เย่หวงรับจดหมายมา พลิกดูตราประทับตระกูลเ้าเมือง... สมองของเกมเมอร์วิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว
การที่บุคคลระดับหลิวหรูเยียน้าพบ ย่อมไม่ใช่เื่บังเอิญหรือเสน่หา นางคงสงสัยในที่มาของศาสตราวุธระดับปฐี และตัวตนที่ลึกลับของเขา การปฏิเสธอาจสร้างความขุ่นเคือง แต่การตอบรับ... คือโอกาสทองในการสร้างคอนเนกชันกับผู้มีอำนาจสูงสุดในเมือง!
'ศัตรูของข้าคือพรรคอสรพิษ... การมีเ้าเมืองเป็พันธมิตร (หรือเกราะกำบัง) ย่อมเป็ผลดีในระยะยาว'
เย่หวงเก็บจดหมายเข้าอกเสื้อ แล้วเงยหน้าสบตาฉินฮวาที่กำลังรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ
"บอกนางว่า... ข้ารู้สึกเป็เกียรติยิ่ง" เขาตอบเสียงเรียบ
ฉินฮวายิ้มกว้าง นางถอยหลังกลับไปยืนตัวตรง จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แต่สายตายังคงจับจ้องที่เขาอย่างไม่วางตา
"รับทราบเ้าค่ะ... ข้าจะรีบไปจัดการให้"
นางหมุนตัวเดินไปที่ประตู ก่อนจะหันกลับมาส่งจูบเบาๆ ให้เขาหนึ่งที
"อ้อ... รายการต่อไปคือชิ้นสุดท้ายแล้ว... อย่าเพิ่งรีบหนีไปไหนนะเ้าคะ คุณชายเ้าเล่ห์ของข้า"