โรงอาหารสวัสดิการภายในโรงพยาบาลเวลากลางวันเต็มไปด้วยเ้าหน้าที่หลายแผนกนั่งทานอาหาร
"หมอมีร่า หมอ" นายแพทย์อเล็กซานเดอร์เดินถือจานอาหารเข้ามายืนอยู่หน้าโต๊ะอาหารที่เธอนั่งอยู่ พอสังเกตเห็นอาการเหม่อ ๆ ของศัลยแพทย์สาวจึงเรียกเธอ
มีร่าสะดุดใเล็กน้อย แหงนหน้ามองนายแพทย์หนุ่มพร้อมกับส่งยิ้มเจื่อน ๆ
"เป็อะไร ผมเห็นคุณนั่งเขี่ยอาหารในจานอยู่ตั้งนาน หรือว่าอิ่มแล้ว" พูดเสร็จก็ลากเก้าอี้มานั่งฝั่งตรงข้าม ขมวดคิ้วเล็กน้อยกับท่าทีแปลก ๆ ของหญิงสาว
"อ๋อ! อิ่มพอดี กำลังนึกถึงเคสที่จะผ่าตัด่บ่ายนะ" เธอแก้ต่าง
ใช่! เมื่อคืนเธอนอนไม่หลับทั้งคืนหลังจากกลับมาจากห้องวีวีไอพีของราฟาเอล
"ดูท่าทางเหนื่อย ๆ นะ" นายแพทย์หนุ่มมองใบหน้าสวยซึ่งดูซีดเซียวเหมือนคนอดนอน เผลอยื่นมือออกไปจะแตะหน้าผากดูว่าไม่สบายเป็ไข้รึเปล่า มีร่าใจึงเอียงศีรษะหนี บอกปัดเบา ๆ
"เปล่า ไม่เป็ไร สบายดี คงนอนน้อยไปหน่อย"
นายแพทย์หนุ่มรีบชักมือกลับด้วยท่าทางเก้อ ๆ แต่เหตุการณ์เมื่อครู่อยู่ในสายตาของใครบางคนที่กำลังเดินเฉิดฉายเข้ามาขัดจังหวะคนทั้งคู่ เธอปรับสีหน้าให้ยิ้มแย้มแจ่มใสโปรยเสน่ห์ยิ้มหวานให้คนรอบข้างที่กำลังมองมายังเธอ เพราะใคร ๆ ต่างก็รู้จักเธอในฐานะน้องสาวของหมอมีร่า
"อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา" เสียงทักทายได้ยินมาแต่ไกลทำเอานายแพทย์หนุ่มแก้เก้อด้วยการยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
มิเชลเดินมายืนข้าง ๆ โต๊ะอาหาร แอบปรายตามองนายแพทย์หนุ่มที่นั่งทานอาหารโดยไม่ได้สนใจการมีตัวตนของเธอ มิเชลเบ้ปากมองบน อดไม่ได้ต้องค่อนขอดเขาในใจ
'นี่เขาจะมีมารยาทเลื่อนเก้าอี้ให้เธอนั่งหรือไม่' แต่ก็เปล่า
จังหวะนั้นเองอเล็กซานเดอร์ก็พูดขึ้น
"นั่งสิคุณ ยืนค้ำหัวผู้ใหญ่อยู่ได้ มันดูไม่ดี"
มิเชลเบ้ปากแบบไม่คิดจะปิดบังสีหน้า ที่จริงเธอก็ไม่ได้หวังให้อีตาหมอปากกรรไกรแสดงความเป็สุภาพบุรุษเลื่อนเก้าอี้ให้เธอหรอก หญิงสาวตัดความรำคาญด้วยการเลื่อนเก้าอี้นั่งเอง ยกขาไขว่ห้างหลังตรงหน้าเชิด
"มาทำอะไรที่นี่แต่เช้า" มีร่าถามมิเชลพลางรวบช้อนยกน้ำขึ้นมาจิบ นายแพทย์หนุ่มมองตาม เห็นอาหารพร่องลงไปนิดเดียว
"อิ่มแล้วเหรอ" เขาถามด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็ห่วงเป็ใย
มิเชลกรอกตามองบนหมั่นไส้คนบางคนเหลือเกิน นี่ถ้าไม่คิดว่าจะมาเยี่ยมคนไข้ จ้างให้ก็ไม่มา แถมยังมาเจออีตาหมอปากกรรไกรอีก
"อิ่มแล้ว เดี๋ยวจะไปตรวจอาการคนไข้ต่อ" มีร่าตอบนายแพทย์หนุ่มก่อนจะหันไปหามิเชล
"แล้วตกลงเธอมาทำไม" หญิงสาวถามย้ำน้องสาวอีกครั้ง
"มาเยี่ยมไข้" มิเชลตอบ
"ใคร"
"ราฟาเอล บิซอฟ กอนซาเลส" เมื่อได้ยินชื่อของคนที่มิเชลตั้งใจมาเยี่ยม มีร่าถึงกับขมวดคิ้ว
"เยี่ยมไม่ได้เหรอ เขาอยู่ในเหตุการณ์วันนั้นนี่ ก็ต้องมาเยี่ยมสิ อีกอย่างมารำลึกความหลังครั้งเก่าด้วย" มิเชลจีบปากจีบคอพูดท่าทางน่าหมั่นไส้เหลือเกินสำหรับใครบางคนที่กำลังนั่งตักอาหารในจานกิน
"ว่าจะไปพร้อมเธอเลย สาย ๆ จะไปชอปปิงต่อ ส่วน่บ่ายจะไปสปาขัดผิวนวดหน้านวดตัวเสียหน่อย ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ" มิเชลพูดกับพี่สาวเจื้อยแจ้วโดยไม่ทันได้สังเกตเห็นท่าทางของนายแพทย์หนุ่มที่มองเธอแบบเอือมระอา
ชีวิตของเธอคงเหมือนเ้าหญิงในเทพนิยาย ที่วัน ๆ มีแต่เื่ไร้สาระ ถึงแม้เขาจะรู้ว่าเธอเป็ถึงซีอีโอบริษัทก็ตาม แต่ก็มีหุ้นส่วนช่วยดูแลงานอยู่แล้ว
"ว่าไง โอเคตามนี้ ไปเถอะ อยู่แถวนี้นาน ๆ อากาศไม่ค่อยบริสุทธิ์เท่าไร" มิเชลว่าพลางลุกขึ้นยืนกอดอก ปรายตามองเหยียด ๆ มาทางนายแพทย์หนุ่ม รบเร้ามีร่าให้รีบลุกไปพร้อมเธอ อเล็กซานเดอร์ถึงกับหันไปมองหน้าเธอตาเขียว
'นี่เธอว่าให้เขาหรือไงยัยตัวแสบ' เขารวบช้อนดื่มน้ำตามทันที
"นั่นน่ะสิ อากาศแถวนี่ไม่ค่อยบริสุทธิ์จริง ๆ นั่นแหละ มลภาวะเป็พิษทั้งทางเสียงและทางอากาศ ั้แ่ใครบางคนเดินเข้ามา" นายแพทย์หนุ่มพูดเสร็จก็รีบจ้ำอ้าวเดินออกไปทันที ปล่อยให้มิเชลยืนกระฟัดกระเฟียดกระแทกเท้าด้วยความโมโห
"นี่คุณ ไอ้หมอบ้า ไอ้หมอปากกรรไกร ไอ้หมออเล็กซ์ ฉันบอกให้กลับมา ไอ้หมอปาก..." มิเชลทำท่าจะเดินตามแต่มีร่ารีบลุกขึ้นคว้าแขนเธอไว้เสียก่อน ไม่งั้นมิเชลตามไปเอาคืนแน่ ๆ เพราะรู้จักนิสัยน้องสาวดี เธอค่อนข้างเอาเื่พอสมควร
"พอแล้วมิเชล อายเขา ก็เธอไปแหย่เขาก่อน ดูสิ คนหันมามองกันทั้งห้องแล้ว" มีร่าเตือนน้องสาว เธอส่ายหัวเบา ๆ พูดเสร็จก็เดินออกไปเช่นกัน คนอื่นที่อยู่รายรอบหันมามองหญิงสาวเป็ตาเดียว
"นี่! รอด้วยมีร่า มีร่า" มิเชละโเรียกพี่สาวท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมายังเธอ
"เดินช้า ๆ สิ ฉันตามไม่ทัน ก็ไอ้หมอนั่น เธอไม่เห็นรึไง เถียงคำไม่ตกฟาก" มิเชลรีบเดินให้ทัน พูดแก้ตัวกับพี่สาวตัวเอง หาเหตุผลมาบอกว่าเธอไม่ผิด
"ใครกันเถียงคำไม่ตกฟาก" ทั้งคู่เดินมาด้วยกันท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองมา พวกเขาต่างก็รู้จักพวกเธอ
"ไอ้หมอบ้านั่นมีมารยาเสียที่ไหน ทำอย่างกับจะอยากเจองั้นแหละ ถ้าไม่มีธุระไม่อยากจะมาด้วยซ้ำ"
แต่จู่ ๆ มีร่าก็หยุดเดินแล้วหันหลังกลับมา มิเชลไม่ทันได้ตั้งตัวเกือบจะชนกับมีร่า
"นี่ ถ้าเธอจะหยุดพูดและเดินตามมาเงียบ ๆ มันจะโอเคกว่านะ แล้วเลิกเรียกหมออเล็กซ์ว่าไอ้หมอบ้า ไอ้หมอปากกรรไกรเสียที มันน่าเกลียดรู้ไหม"
มิเชลเงียบไปทันทีเมื่อถูกพี่สาวจอมเฮี้ยบดุ ได้แต่ทำปากขมุบขมิบระหว่างเดินตามหลัง เบ้ปากใส่พี่สาวตัวเอง
"ทำไม หวงรึไง อ๋อ! รักมาก แตะต้องไม่ได้งั้นสิ" มิเชลที่เงียบไปเพียงครู่เดียวก็เปิดปากเหน็บแนมพี่สาวอีกครั้ง ต่อความยาวอย่างไม่ลดละ ทั้งคู่เดินเถียงกันไปมาตลอดทางจนมาถึงตึกวีวีไอพี
"มิเชล ถ้าไม่หยุดก็กลับไปได้เลย โอเคไหม" น้ำเสียงดุของมีร่าที่คราวนี้เสียงดังฟังชัดทำเอามิเชลเหวอไปเลย แต่ก็อดที่จะไม่เถียงต่อ
"หยุดก็ได้...แต่ว่านะ.." มีร่าหันไปส่งสายตาปรามขณะรอลิฟต์จะขึ้นไปห้องวีวีไอพี มิเชลเห็นสายตาอำมหิตที่มองมาเลยรีบยกมือขึ้นปิดปากเงียบทันที
พอประตูลิฟต์เปิดออก ทั้งคู่ก็เดินเข้าไปข้างใน โชคดีที่ไม่มีคนเพราะเป็ลิฟต์ของเ้าหน้าที่ เมื่อทั้งคู่ไปถึงชั้นที่้า มีร่าก็เดินไปแวะเคาน์เตอร์พยาบาล
"ขอแฟ้มประวัติคนไข้ห้องวีวีไอพีหนึ่ง"
มิเชลที่เดินตามหลังมาส่งสายตายิ้มแย้มทักทายเ้าหน้าที่ พวกเขาต่างพากันซุบซิบว่าตัวจริงของเธอสวยมาก เคยเห็นแต่ในนิตยสาร มีร่าถือแฟ้มประวัติคนไข้แล้วเดินไปยังห้องวีวีไอพีโดยมีมิเชลเดินตามไปติด ๆ บอดี้การ์ดหน้าห้องค้อมศีรษะให้พวกเธอพร้อมเปิดประตู
ราฟาเอลกำลังนั่งเอนหลังอ่านหนังสืออยู่บนเตียงหันมามองหญิงสาวสองคนที่เดินเข้ามา เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยพร้อมกับหรี่ตามองหญิงสาวที่เดินตามหลังมีร่ามา ความทรงจำในอดีตทำให้ทราบว่าหญิงสาวคือใคร เธอคือมิเชล กรีนคาร์ก น้องสาวของมีร่า เธอส่งยิ้มให้กับเขา
"สวัสดีค่ะคุณราฟาเอล หวังว่าคงจะจำฉันได้" เธอส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม
"จำได้ครับคุณหนูมิเชล"
มิเชลยิ้มไม่หุบ มองชายหนุ่มดวงตาเป็ประกาย
"แหม! นึกว่าจะจำกันไม่ได้เสียแล้ว เป็ยังไงบ้างคะ ดีขึ้นไหม"
"ดีขึ้นแล้วครับ แต่ยังมีปวดแผลอยู่บ้างเล็กน้อย ไม่ต้องใช้ยาแก้ปวดแล้ว หมอที่นี่เขาดูแลอย่างดี" พูดเสร็จก็ชำเลืองมองไปทางหญิงสาวอีกคนที่กำลังสั่งงานเ้าหน้าที่พยาบาลว่าวันนี้ต้องทำอะไรบ้าง
"พอรู้ข่าวก็ใเหมือนกันค่ะ ไม่คิดว่าถึงกับเืตกยางออกแบบนี้ วันนั้นคุณอยู่ในเหตุการณ์พร้อมกับมีร่า" มิเชลปรายตามองพี่สาวตัวเองเล็กน้อยก่อนจะกลับมาสนทนากับชายหนุ่มต่อ
"อ้อ! ไม่ต้องเรียกคุณหนูหรอกค่ะ เรียกมิเชลเฉย ๆ ก็ได้"
การสนทนาของทั้งคู่อยู่ในสายตาของใครสักคนที่แอบชำเลืองมองเป็ระยะ ๆ ทั้งที่พยายามจะไม่สนใจ ดูแล้วท่าทางทั้งสองคนคุยกันอย่างสนิทสนมถูกคอ ถามสารทุกข์สุกดิบ มีการหัวเราะต่อกระซิกกัน พอเห็นคนทั้งคู่คุยกัน ก็ทำให้มีร่ารู้สึกว่าตัวเองเป็อากาศธาตุไปเลย น้องสาวของเธอก็ร่าเริง ยิ้มแย้มแจ่มใส
"โชคดีนะคะที่ไม่โดนอวัยวะสำคัญ ไม่งั้นการฟื้นตัวอาจใช้เวลานาน"
"ครับ ผมคงโชคดีที่ได้หมอเก่ง ๆ มาคอยดูแล รวมไปถึงเ้าหน้าที่โรงพยาบาลด้วย" ชายหนุ่มปรายตามองไปยังมีร่า
"แล้วคุณราฟาเอลจะได้ออกเมื่อไหร่นะมีร่า" มิเชลหันไปถามพี่สาวตัวเอง
"เมื่อพร้อม เพราะดูแล้วน่าจะอยู่อีกหลายวัน ไม่ค่อยทำตามคำสั่งหมอเท่าไร" เธอก้มหน้าก้มตาพูดเพราะกำลังจดอะไรยิก ๆ ในแฟ้มประวัติ
"ที่จริงผมก็ปฏิบัติตามคำสั่งของคุณหมออยู่นะ เช้านี้ก็ลงเตียงไปห้องน้ำ จัดการธุระส่วนตัวเองได้ ไม่ต้องให้เ้าหน้าที่พยาบาลค่อยช่วย จริงไหมครับคุณพยาบาล" พูดเสร็จก็หันไปทางพยาบาลเฝ้าไข้
"เอ่อ...ค่ะ! ใช่ค่ะ" พยาบาลสาวทำหน้างง ๆ
"อาจจะทำให้คุณหมอไม่พอใจในบางเื่บ้าง คุณหมอคงไม่ว่าอะไร คนไม่เคยนี่ครับ นอนเฉย ๆ บนเตียงอย่างเดียวก็เบื่อเหมือนกัน" เขามองเธอยิ้ม ๆ เพราะตอนนี้เธอส่งตาเขียวมายังเขา
'ทำเื่ไม่พอใจบางเื่ ใช่สิ! เล่นเอาเธอนอนไม่หลับทั้งคืนเพราะไอ้จูบบ้า ๆ นั่น'
"ถ้าทำได้ก็ดีค่ะ จะได้ไม่ต้องรบกวนคนอื่นมากเกินไป" มีร่าพูดเสียงห้วน เหลือบตามองชายหนุ่มบนเตียงด้วยความหมั่นไส้
"ที่จริงผมก็ไม่ค่อยชอบอะไรที่วุ่นวายนะ แต่บางครั้งคนบางคนก็พูดไม่ค่อยรู้เื่ อาจมีบ้างที่ต้องออกแรง แต่เมื่อคืนผมนอนหลับสนิททั้งคืน สงสัยได้ยาดี"
มีร่าที่ได้ยินอย่างนั้นถึงกับอดไม่ได้ ต้องหันไปถลึงตาใส่
"จริงไหมครับคุณหนูมิเชล"
เขาหันมาทางมิเชล เธอทำหน้าฉงนเล็กน้อยแต่ก็แอบมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าอย่างสนใจ การต่อปากต่อคำของคนสองคนที่ดูไม่น่าไว้ใจ ต้องมีอะไรแปลก ๆ เกิดขึ้นแน่ เธอรู้ว่าสองคนนี้สนิทสนมกันมากแค่ไหนเมื่อครั้งที่ราฟาเอลยังอยู่อาศัยที่คฤหาสน์กรีนคาร์กเมื่อหลายสิบปีก่อน
สัญชาตญาณของเธอบอกว่ามันต้องมีอะไรแน่ ๆ ระหว่างสองคนนี้ มิเชลครุ่นคิด แอบยิ้มแบบมีเลศนัย
"แหม! เื่บางเื่อาจต้องอาศัยเวลาบ้างค่ะคุณราฟาเอล เพราะบางครั้งอธิบายไปแล้วก็ยังไม่เข้าใจ" มิเชลแสดงความคิดเห็น
"ผมเห็นด้วยครับ อาจต้องอาศัยเวลาเพื่อทำความเข้าใจ" เขาย้ำ
"มิเชลไม่รบกวนคุณดีกว่า จะได้พักผ่อนและหายไว ๆ ขอตัวก่อนนะคะ ดีใจที่ได้เจอ ไว้โอกาสหน้าให้มิเชลเลี้ยงข้าวคุณนะคะ" มิเชลยิ้มหวานให้ชายหนุ่มบนเตียง
"ยินดีเสมอครับ" เขายิ้มมีเสน่ห์ให้กับมิเชล
"กลับก่อนนะมีร่า เธอตรวจเสร็จหรือยัง จะกลับพร้อมกันไหม" มิเชลหันมาทางพี่สาว
"อือ เสร็จแล้ว อาการทั่วไปปกติดี สัญญาณชีพปกติ แผลไม่มีเืหรือสิ่งคัดหลั่งซึม อีกสองวันน่าจะกลับไปพักฟื้นที่บ้านได้" มีร่าหันมาคุยกับคนไข้ เขาพยักหน้ารับทราบ
"งั้นขอตัวนะคะ ปะ มีร่า ไปกันเถอะ"
หลังออกมาจากห้องคนไข้ ทั้งคู่เดินออกมาพร้อมกัน มิเชลหันมาคุยกับพี่สาวด้วยท่าทางตื่นเต้นเล็กน้อย
"หล่อกว่าเมื่อก่อนเยอะเลย แถมยังพูดจาสุภาพ น่าสนใจเนอะ ว่าไหมมีร่า" มิเชลเอ่ยยิ้ม ๆ
"ก็งั้น ๆ แต่ทำใจหน่อยนะ รู้สึกว่าเขาจะมีแฟนแล้ว" เธอปรายตามองน้องสาว รู้สึกว่ามิเชลจะกระดี๊กระด๊าไปหน่อยไหม
"มีแฟนแล้ว ใครกันนะ! แต่ก็ช่างเถอะ ยังไม่ได้จดทะเบียนสมรส ยังไม่มีพิธีแต่งงานเป็ทางการ ถือว่าโสด จริงไหม" มิเชลยิ้มเก๋ๆ ไหวไหล่อย่างไม่แคร์ ขณะเดียวกันก็แอบลอบมองหน้าพี่สาวตัวเอง ใบหน้าของมีร่ายังคงเรียบเฉย ไม่แสดงอาการอะไร มิเชลยิ้ม นี่แหละพี่สาวของเธอ
'อยากรู้นักเชียวว่าเธอคิดอะไร มีร่า’ มิเชลนึกใจใจและเชื่อว่ามันต้องมีอะไรระหว่างสองคนนั้นแน่ ๆ
"กลับก่อนนะ มีงานต้องทำ ไว้เจอกัน" มิเชลกล่าวลาพี่สาว จากนั้นเธอก็เดินเฉิดฉายออกไป มีร่ามองตามร่างสูงเพรียวของน้องสาวไปจนสุดสายตา หวนนึกถึงคำพูดของน้องสาวเมื่อสักครู่