บทที่ 25 อาจารย์และศิษย์
"หากเฉิงอวี้เกิดเป็อะไรไป..."
จ้าวิฝู่พูดด้วยน้ำเสียงมีนัยแฝง
"ข้าเข้าใจแล้ว เ้ามาที่นี่เพื่อจะบอกข้าว่า เื่นี้อาจเป็ฝีมือของท่านพี่สามหรือท่านพี่ห้าใช่หรือไม่?"
"ท่านพี่สามเป็คนละเอียดรอบคอบ หากเป็ฝีมือของนางจริง คงไม่ทิ้งร่องรอยให้ผู้ใดจับได้" จ้าวิฝู่ยิ้มพลางกล่าว "ส่วนท่านพี่ห้า... ท่านพี่ห้าไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้น! ถึงแม้จะเกี่ยวข้องกับเขาจริง ฮองเฮาก็น่าสงสัยมากกว่า"
"อ้อมค้อมมาตั้งนาน แล้วเ้ามาที่นี่เพื่ออะไรกันแน่?" จิงอวี่ขมวดคิ้วถาม
"ท่านพี่หก ข้าเพียงแค่อยากเตือนท่านให้เตรียมพร้อมแต่เนิ่น ๆ!"
"ยามนี้เสด็จพ่อทรงประชวร บรรดาพระโอรสและธิดาต่างแย่งชิงกันอย่างรุนแรง หากไม่ใช่เพราะเสด็จพ่อยังคุมอยู่ บัดนี้คงเกิดเื่พี่น้องทำร้ายกันแล้ว!"
จ้าวิฝู่กล่าวอย่างจริงใจ "แม้แต่ในยามนี้ ไฟก็ลามมาถึงตำแหน่งรัชทายาทแล้ว! หากเฉิงอวี้ของท่านพี่รองเกิดมีอันเป็ไป ใครจะรู้ว่าท่านพี่รองจะทำอันใดออกมาได้บ้าง?"
"บัดนี้วังบูรพาถูกทิ้งร้างมานาน ทางเสด็จพ่อก็ดูเหมือนจะไม่ทรงรีบร้อนที่จะตัดสินผู้สืบทอดราชบัลลังก์ แต่หากปล่อยให้ท่านพี่ทั้งหลายต่อสู้กันเช่นนี้ต่อไป สักวันต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่เป็แน่!"
จ้าวิฝู่รีบกล่าวเสียงร้อน "ท่านพี่หก ในบรรดารัชทายาททั้งหลาย มีเพียงท่านที่ประกาศชัดว่าไม่สนใจชิงบัลลังก์ ทำให้ท่านอยู่ในตำแหน่งที่เป็กลางที่สุด..."
"หากว่า..."
จ้าวิฝู่พูดจบแค่นั้นแล้วหยุดชะงัก จ้องมองจิงอวี่ตาปริบ ๆ
"หากว่าอะไร? ถึงขั้นนี้แล้วจะอ้อมค้อมไปไย จะพูดได้แค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ หรือไร?"
จิงอวี่ด่าเป็นัยว่า ‘ฟังไม่รู้เื่! พูดมาให้หมดเสียที!’
จ้าวิฝู่ทำสีหน้าจนใจ จำต้องพูดตรง ๆ "ท่านพี่หก ข้าหมายความว่า หากท่านเข้าเฝ้าเสด็จพ่อ รบกวนท่านช่วยทูลเื่นี้กับเสด็จพ่อ ให้ทรงตัดสินพระทัยเลือกรัชทายาท..."
‘อ้อมไปอ้อมมาครึ่งค่อนวัน ที่แท้ก็รอข้าอยู่ตรงนี้!’ จิงอวี่หัวเราะเยาะในใจ
กระนั้นบนใบหน้าไม่ได้แสดงอาการผิดปกติใด ๆ ทำเพียงพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวว่า "ที่เ้าพูดก็มีเหตุผลอยู่ไม่น้อย พรุ่งนี้… ช่างเถอะ เดี๋ยวข้าจะเข้าวังเสียหน่อย ไปกราบทูลเื่การแต่งตั้งรัชทายาทกับเสด็จพ่อ"
จ้าวิฝู่ได้ยินก็พลันดีใจยิ่งนัก กล่าวว่า "ท่านพี่หกช่างเป็คนฉับไวจริง ๆ! ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน"
—
เมื่อจ้าวิฝู่เพิ่งจะก้าวออกไป จิงอวี่จ้องมองทิศทางที่เขาจากไปอย่างครุ่นคิด ในชั่วขณะถัดมาร่างของเขาค่อย ๆ จมลงสู่พื้นดิน ใช้วิชาดินหลบหนีแอบติดตามน้องชายของตน
จ้าวิฝู่ออกจากจวนผิงอ๋อง แต่ไม่ได้กลับวังหลวง กลับนั่งรถม้าเดินทางอย่างเงียบ ๆ ผ่านตรอกซอยหลายแห่ง เข้าไปในจวนที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง
ตามธรรมเนียมของแคว้นจ้าว ราชวงศ์ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะต้องพำนักอยู่ในวังหลวง จ้าวิฝู่มีอายุเพียงสิบสามปี ยังไม่ถึงวัยที่จะมีที่พำนักเป็ของตนเอง แต่ในฐานะโอรสองค์เดียวของชายากุ้ยเฟย องค์ชายเจ็ดพระองค์นี้ก็ทรงมีทรัพย์สินมากมายกว่าจิงอวี่ในอดีตหลายเท่า การซื้อจวนใหญ่เช่นนี้ไว้นอกวังจึงไม่ใช่เื่แปลกอันใด
จ้าวิฝู่เข้าไปในคฤหาสน์ สั่งให้องครักษ์ประจำพระองค์เฝ้าอยู่ที่ประตูหลัง ส่วนเขารีบเข้าไปในเรือนหลัง ผลักประตูไม้ของห้องด้านข้างแล้วเสด็จเข้าไป
จิงอวี่เคลื่อนตัวอยู่ใต้พื้นดินตื้น ๆ เมื่อเห็นเช่นนั้นจึงแทรกตัวเข้าไปด้วย แม้ห้องด้านข้างจะเล็ก แต่ภายในก็ถูกแบ่งเป็ห้องย่อยหลายห้อง
เขากลั้นลมหายใจ ใช้ความรู้สึกััสภาพแวดล้อมเบื้องบนเล็กน้อย เลือกห้องที่ไม่มีคน แล้วค่อย ๆ ลอยตัวขึ้นจากใต้ดิน โผล่เพียงศีรษะ
"ท่านอาจารย์ขอรับ!" เสียงของจ้าวิฝู่ดังมาจากห้องข้าง ๆ
"องค์ชายเจ็ด พระองค์จัดการธุระเรียบร้อยแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ?" เสียงที่จิงอวี่คุ้นเคยยิ่งดังขึ้น
อู่เจวี๋ยเฉิง?
สองคนที่ดูไม่น่าจะมีความสัมพันธ์ใด ๆ ได้นี่...
ใช่แล้ว! จิงอวี่นึกออกแล้ว เมื่อห้าปีก่อน อู่เจวี๋ยเฉิงเคยสอนวิชายุทธ์ให้ตน ั้แ่แรกก็รู้สึกว่าพร์ด้านวิชายุทธ์ของเขาพิเศษยิ่งนัก หลายครั้งที่เคยคิดจะรับเป็ศิษย์ แต่น่าเสียดายที่วิชายุทธ์ของอู่เจวี๋ยเฉิงนั้นมีความพิเศษ ้าคนธรรมดาที่ไม่มีพื้นฐานวิชายุทธ์ใด ๆ มาฝึกั้แ่ต้น ตอนนั้นจิงอวี่เองก็เป็ยอดฝีมือระดับสองอยู่แล้ว จึงไม่เข้าเงื่อนไข
ในตอนนั้น จ้าวิฝู่ก็ฝึกวิชายุทธ์ไปด้วยกันสองปี หลังจากนั้นน้องเจ็ดผู้นี้ก็เลิกฝึกวิชายุทธ์ไป
ดูเหมือนว่าตอนนั้น อู่เจวี๋ยเฉิงคงแอบรับจ้าวิฝู่เป็ศิษย์สืบทอดวิชาไปแล้ว!
จิงอวี่รู้สึกใจนม่านตาขยายเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าการระมัดระวังตัวของเขาจะขุดคุ้ยความลับใหญ่เช่นนี้ได้!
ปรมาจารย์เต๋าย่อมมีความไวต่อสภาพแวดล้อมรอบกายอย่างยิ่ง การรับรู้ของพวกเขานับว่าอยู่ในระดับสูงสุดในหมู่สามัญชน แต่ด้วยจิงอวี่ฝึกฝนคัมภีร์ฝ่าฟันทุกข์ภัยซึ่งมีความพิเศษในการกดข่มลมปราณ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะถูกตรวจพบ
"ท่านพี่หกของข้าเป็คนตรงไปตรงมา คราวนี้เขาต้องเข้าวังเข้าเฝ้าเสด็จพ่อตามที่เอ่ยปากแน่" จ้าวิฝู่กล่าวด้วยรอยยิ้มราวกับรู้ทุกอย่างอยู่ในกำมือ
"องค์ชายเจ็ด การทูลขอให้ฝ่าาทรงแต่งตั้งรัชทายาทมิใช่เื่เล็ก ถึงอย่างไรผิงอ๋องก็ยังเป็พระโอรส การไปเข้าเฝ้าครั้งนี้เกรงว่าจะเป็การล่วงละเมิดข้อห้าม" อู่เจวี๋ยเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงกังวล
"มิเป็อันใดหรอก ท่านพี่หกไม่มีใจจะแย่งชิงบัลลังก์ ต่างจากท่านพี่องค์อื่น" จ้าวิฝู่กล่าว "อีกอย่าง ข้าเป็คนแนะนำให้เขาไป เื่นี้เขาคงไม่ปิดบังแน่..."
"ถ้าเช่นนั้นเหตุใดพระองค์ถึงต้องใช้การแอบอ้างคำพูดของผิงอ๋องเพื่อทูลเชิญฝ่าาแต่งตั้งรัชทายาทด้วยเล่าพ่ะย่ะค่ะ?"
จ้าวิฝู่ครุ่นคิดก่อนตอบว่า "หากข้าไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อโดยตรง เสด็จพ่อย่อมมีอคติและระแวงข้าเป็ธรรมดา แต่หากมีท่านพี่หกเป็ตัวกลางนำเื่การเตือนของข้าไปทูลก่อน เื่นี้ก็จะมีช่องทางให้คลี่คลายได้ ถึงตอนนั้นเสด็จพ่อก็จะเข้าใจในความตั้งใจอันดีของข้า"
"ยามนี้ร่างกายของเสด็จพ่อทรงทรุดลงเรื่อย ๆ หากวันใดเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา แต่ตำแหน่งรัชทายาทยังมิได้กำหนด เมื่อถึงเวลานั้นผู้ที่จะได้ครองราชบัลลังก์คงต้องเลือกจากสามคนนี้เท่านั้น คือ ท่านพี่รองผู้มีอำนาจมากที่สุดในราชสำนัก ท่านพี่สามที่รับ่อำนาจจากอดีตรัชทายาทมา และท่านพี่ห้าที่มีฮองเฮาคอยสนับสนุนอยู่เื้ั"
"แต่หากเสด็จพ่อแต่งตั้งข้าเป็รัชทายาทในยามที่ยังมีชีวิตอยู่ ข้าก็จะมีตำแหน่งอันชอบธรรม"
"จะเป็ไปได้หรือไม่ว่าผู้ที่ฝ่าาโปรดให้เป็รัชทายาทจะไม่ใช่พระองค์?"
"ข้ามีความมั่นใจสามส่วน!"
จ้าวิฝู่กล่าวอย่างช้า ๆ "ท่านพี่รองจ้าวิเยว่ แม้จะดูเหมือนมีอำนาจมากที่สุด แต่กลับเป็ผู้ที่เสด็จพ่อระแวงมากที่สุด ท่านพี่ห้าจ้าวิโหลว แม้จะเป็โอรสขององค์ฮองเฮา แต่น่าเสียดายที่เป็เพียงเสือปลอม ไม่อาจใช้การได้ สองคนนี้เสด็จพ่อย่อมไม่ทรงเลือกแน่"
"ส่วนท่านพี่สามจ้าวิอวี้เป็ธิดาของอดีตฮองเฮาเจาอี๋ อีกทั้งยังเป็ขนิษฐาร่วมครรภ์กับท่านพี่ใหญ่ิหยาง รัชาทายาทองค์ก่อย ทั้งอุปนิสัยและความสามารถล้วนไม่ขาดตกบกพร่อง... น่าเสียดายที่เป็สตรี มิเช่นนั้นตำแหน่งรัชทายาทคงเป็ของนางอย่างแน่นอน"
"ท่านพี่สี่จ้าวิเฉิงแม้ว่าปกติจะไม่แสดงตัวตน แต่กลับมีความสามารถซ่อนอยู่ภายใน องค์ชายเช่นนี้ที่ยึดหลักทางสายกลางจริง ๆ แล้วเหมาะที่จะเป็ผู้ครองแผ่นดินที่สุด หากข้าเป็เสด็จพ่อ ข้าก็จะพิจารณาท่านพี่สี่เช่นกัน"
"ส่วนท่านพี่หก ไม่จำเป็ต้องพูดถึง เป็เพียงคนบ้าการต่อสู้ ถึงเสด็จพ่อจะอ้อนวอนให้นั่งบนตำแหน่งนั้น เขาก็คงไม่ยอมนั่งอยู่ดี"
"เมื่อมองเช่นนี้ เสด็จพ่อจะเลือกรัชทายาทจากท่านพี่สาม ท่านพี่สี่ และข้า"
"ในนั้นท่านพี่สามมีความเป็ไปได้ถึงห้าส่วน ส่วนข้าอายุยังน้อยเกินไป มีโอกาสเพียงสามส่วน... ท่านพี่สี่มีโอกาสมากสุดเพียงสองส่วนเท่านั้น!"
"หากเสด็จพ่อสิ้นพระชนม์กะทันหันก่อนที่จะแต่งตั้งรัชทายาท โอกาสชนะของข้าคงไม่ถึงหนึ่งส่วนด้วยซ้ำ" จ้าวิฝู่เอ่ยเสียงเรียบ
"โอกาสเพียงสามส่วนก็นับว่าเพียงพอให้ลองเสี่ยงดูแล้ว ถึงแม้ว่าเสด็จพ่อจะทรงเลือกผู้อื่นจริง สถานการณ์ในตอนนั้นก็คงไม่แย่ไปกว่าวันนี้"
อู่เจวี๋ยเฉิงเอ่ยด้วยความกังวล "เื่นี้คงต้องใช้ประโยชน์จากผิงอ๋องด้วยสินะพ่ะย่ะค่ะ"
"แล้วจะเป็ไรไป!" จ้าวิฝู่ส่ายหน้า
"ท่านอาจารย์ มิตรภาพก็คือมิตรภาพ แต่เพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ เื่เล็กน้อยสกปรกเช่นนี้ไม่นับเป็อันใดหรอก!"