ความมืดมิดที่โอบล้อมอยู่นั้นไม่ใช่การพักผ่อน ไม่ใช่ห้วงนิทราที่แสนหวานซึ่งมนุษย์ทั่วไปโหยหา
แต่มันคือสภาวะแห่งความ 'ว่างเปล่า' ที่สมบูรณ์แบบ
ไม่มีความฝัน ไม่มีกระแสเวลาที่ไหลเวียน ไม่มีแม้แต่ความตระหนักรู้ว่าตนเองกำลังดำรงอยู่
ราวกับตัวตนที่ชื่อ 'อคิน' ถูกลบหายไปจากสารบบของจักรวาล จนกระทั่ง...
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณสังเคราะห์ใสกังวานกรีดผ่านความเงียบงัน ดังก้องสะท้อนในกะโหลกศีรษะที่ว่างเปล่า
มันไม่ใช่เสียงที่ผ่านเข้ามาทางหู แต่มันดังขึ้นจากแกนกลางของสมองโดยตรง
วินาทีต่อมา ความรู้สึกเย็นเยียบของอากาศอับชื้นในโกดังก็ปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ราวกับใครบางคนสับสวิตช์จ่ายไฟเข้าระบบรับัั
เปลือกตาของอคินเปิดโพลง
ไม่มีอาการงัวเงีย ไม่มีการปรับโฟกัสสายตา ม่านตาของเขาหดขยายรับแสงสลัวในทันที
ข้อมูลดิจิทัลสีฟ้าอ่อนไหลผ่านจอประสาทตา ซ้อนทับกับภาพเพดานคอนกรีตที่มีคราบน้ำซึม
[ระยะเวลาคงเหลือ: 07:59:59]
[ขณะนี้เวลา 19:00 น. ของวันที่ 6 กุมภาพันธ์]
ร่างกายของเขาดีดผึงลุกขึ้นนั่งบนฟูกเก่าๆ โดยอัตโนมัติ
แผ่นหลังเหยียดตรงราวกับสปริงที่ถูกกดทับมานาน กล้ามเนื้อทุกมัดตื่นตัวพร้อมใช้งานทันทีโดยไม่ต้องบิดี้เีไล่ความเมื่อยขบ
อคินยกมือขึ้นกำและแบ... ความรู้สึกมั่นคง หนักแน่น และทรงพลังไหลเวียนอยู่ในฝ่ามือ
แต่มันกลับไร้ซึ่ง 'ไออุ่น'
"วันนี้ตรงเวลา... ไม่เลทแม้แต่วินาทีเดียว"
เสียงของเขาที่เล็ดลอดออกมาแหบพร่าเหมือนโลหะที่เสียดสีกัน แต่ลำคอกลับไม่มีอาการเจ็บหรือกระหายน้ำ
ทั้งที่ร่างกายนี้ขาดน้ำมาเกือบ 16 ชั่วโมงเต็ม
เขาสูดหายใจลึก... ไม่ใช่เพราะร่างกาย้าออกซิเจน แต่เพื่อยืนยันว่าปอดยังขยับเขยื้อนได้ตามคำสั่ง
กลิ่นอับของฝุ่นปูน กลิ่นสนิมเหล็ก และกลิ่นชื้นของราในโกดังร้าง อัดแน่นเข้ามาในจมูก
มันย้ำเตือนว่าเขายังมีชีวิตอยู่ในโลกแห่งความเป็จริง
"เวลาเริ่มเดินอีกแล้ว... ไปทำงานกันต่อ"
ทันใดนั้น แสงสีฟ้านวลตาที่ลอยอยู่มุมซ้ายล่างของสายตาก็เปลี่ยนเป็สีแดงฉาน
กะพริบถี่รัวราวกับสัญญาณเตือนภัยในห้องควบคุมปฏิกรณ์ปรมาณู
มันย้อมผนังคอนกรีตที่เย็นชืดเบื้องหน้าให้กลายเป็สีเืที่น่าสะพรึงกลัว
[คำเตือนฉุกเฉิน!]
[คลื่นอสูรระลอกที่สาม จะปะทะในอีก: 47 ชั่วโมง 59 นาที]
[ภารกิจบังคับ: จงเปลี่ยนที่ซ่อนให้เป็ป้อมปราการ]
"อีก... สองวัน"
ดวงตาของอคินจับจ้องตัวเลขสีแดงที่นับถอยหลัง ตัวเลขแต่ละวินาทีที่ลดลงเหมือนจังหวะกลองรบที่เร่งเร้า
เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่น แขนขาของเขายังคงนิ่งสนิทและมั่นคง
สิ่งที่เขารู้สึกมีเพียงความ 'ตื่นตัว' ที่แล่นพล่านไปทั่วร่าง ราวกับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ถูกฉีดเข้าสู่เครื่องยนต์
"สองวันก็เกินพอ สำหรับการสร้างป้อมปราการ"
เขาพึมพำกับตัวเอง รู้สึกฮึกเหิมกับฉายาที่เขาตั้งให้ตัวเองในใจ
แฮ่ก... แฮ่ก...
เสียงลมหายใจอุ่นร้อนดังขึ้นจากมุมมืด พร้อมกับััเปียกชื้นที่หลังมือ
'โบ้' สุนัขพันทางหลังอานสีทองแดงลุกขึ้นจากกองเศษผ้าเน่าเปื่อยที่มันใช้ต่างเตียง
มันบิดตัวขับไล่ความี้เี ขนสีน้ำตาลแดงของมันเป็ประกายเมื่อต้องแสงจันทร์ที่ลอดเข้ามา
มันไม่ได้กระโจนเข้าใส่ทันทีเหมือนหมาทั่วไปที่ดีใจเมื่อเห็นเ้าของตื่น
แต่โบ้ค่อยๆ ยื่นจมูกเข้ามาดมฟุดฟิดที่มือของเขา หางของมันแกว่งไกวช้าๆ
ดวงตาสีอำพันคู่นั้นจ้องมองเขาด้วยแววตาที่ซับซ้อน...
มันเต็มไปด้วยความผูกพัน แต่มือลึกๆ ก็แฝงความหวาดระแวงจางๆ ราวกับสุนัขที่กำลังดมกลิ่นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่ควรมีอยู่
สำหรับโบ้... การเห็นเ้านาย 'กลับมา' ทุกหนึ่งทุ่ม อาจเป็เื่ที่มันไม่เคยชินเสียที
หรือบางที มันอาจจะได้กลิ่นของ 'ความตาย' ที่เจือจางอยู่รอบตัวเขา
"ฉันอยู่นี่ โบ้... ยังไม่ไปไหน"
อคินวางมือลงบนหัวของมัน ลูบไล้ไปตามแนวขนสากๆ
ััได้ถึงกล้ามเนื้อที่เกร็งเล็กน้อยก่อนจะผ่อนคลายลง ความร้อนจากร่างกายของโบ้แผ่ซ่านเข้ามาสู่ฝ่ามือ...
มันช่างแตกต่างจากความเย็นเยียบของิัเขาเองอย่างสิ้นเชิง
'อากาศในนี้คงเย็นจัดจนตัวเราเย็นเฉียบไปหมด'
อคินคิดหาเหตุผลเข้าข้างตัวเอง
'ดีนะที่ระบบช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้ทนทาน ไม่งั้นคงหนาวตายไปแล้ว'
"ระบบบอกว่าเรามีเวลาสองวัน..."
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ความรู้สึกของการมีน้ำหนักกดลงที่ฝ่าเท้าทำให้เขารู้สึกมั่นคง
ขายาวๆ ก้าวข้ามกองเศษวัสดุก่อสร้างอย่างคล่องแคล่ว
"คืนนี้เรามีงานใหญ่ต้องทำ เราต้องเปลี่ยนโกดังพังๆ แห่งนี้ ให้กลายเป็บังเกอร์ที่แม้แต่ยมทูตก็ยังเจาะเข้ามาไม่ได้"
...
[19:30 น.]
อคินสาวเท้าพาตัวเองปีนขึ้นไปตามบันไดลิงสนิมเขรอะ มุ่งหน้าสู่ชั้นลอยที่เป็ทางเดินเหนือศีรษะของโถงกลางโกดัง 'โกลบอลโฮม'
ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ
สำหรับสายตาคนทั่วไป มันคงเป็เพียงหลุมดำไร้ก้นบึ้งที่มองไม่เห็นแม้แต่ปลายนิ้วตัวเอง
แต่สำหรับอคิน... โลกใบนี้กลับสว่างไสวในแบบที่แปลกประหลาด
ภาพเบื้องหน้าดูเหมือนภาพขาวดำที่มีความคมชัดสูง ตัดเส้นขอบวัตถุด้วยแสงสีเขียวนวลจางๆ
คล้ายกับการมองผ่านกล้องมองการคืน
สายตาของเขาสามารถแยกแยะรายละเอียดของชั้นวางสินค้าเหล็กฉีกที่เรียงรายเป็ทิวแถว
น็อตตัวจิ๋วที่กลิ้งอยู่บนพื้นห่างออกไปสิบเมตร หรือแม้แต่ใยแมงมุมที่สั่นไหวเบาๆ ตามแรงลมตรงมุมเสาได้อย่างชัดเจน
'ร่างกายนักรบแบบี้นี่สะดวกชะมัด'
เขาคิดในใจอย่างชื่นชม โดยไม่รู้เลยว่ามนุษย์ปกตินั้น ต่อให้เพ่งสายตาแค่ไหนก็มองไม่เห็นในระดับนี้
กลิ่นหอมเค็มๆ ลอยมาแตะจมูก... กลิ่นของความสำเร็จ
อคินเดินตรงไปยังพื้นที่โล่งกลางโกดังที่เขาเปิดช่องหลังคาเมทัลชีทเอาไว้
แสงจันทร์ส่องลงมากระทบกระจกเงาบานใหญ่ที่เขาจัดวางมุมองศาไว้อย่างดิบดี
เพื่อสะท้อนแสงและความร้อนลงมายังราวตากผ้าทำมือ
บนราวนั้น เนื้อออร์คสีน้ำเงินเข้มและเนื้อหมาป่าทมิฬที่เขาแล่ตากไว้บัดนี้แห้งสนิท
สีเข้มขึ้นจนเกือบดำ ผิวััดูแข็งโป๊กเหมือนแผ่นไม้กระดาน
"ระบบตากแห้งพลังงานแสงอาทิตย์... ผ่านฉลุย"
เขาหยิบเนื้อชิ้นหนึ่งขึ้นมา ก่อนจะเอ่ยขึ้น
"มากินข้าวตุนแรงกันก่อนนะโบ้ งานคืนนี้ต้องใช้แรงเยอะ"
อคินก่อกองไฟเล็กๆ ในถังน้ำมันเก่า เปลวไฟสีส้มลุกโชน ขับไล่ความมืดออกไปเป็วงแคบๆ
แสงไฟเต้นระริกสะท้อนวูบวาบในดวงตาของชายหนุ่มและสุนัขคู่ใจ
เขาโยนเนื้อแห้งสองชิ้นลงไปอังไฟเพียงครู่เดียว กลิ่นไขมันสัตว์อสูรที่หยดลงบนถ่านส่งกลิ่นฉุนกึก
มันไม่ใช่กลิ่นที่ชวนให้น้ำลายสอสำหรับคนทั่วไป
แต่มันกลับกระตุ้นสัญชาตญาณความ '้าพลังงาน' ในตัวเขาอย่างรุนแรง
หน้าต่างแจ้งเตือนสถานะความหิวเด้งขึ้นมาเตือนสีเหลืองอ่อนๆ
เขาส่งเนื้อชิ้นใหญ่ที่ย่างจนหอมให้โบ้ เ้าสุนัขงับไปเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย เสียงกระดูกและเนื้อแห้งแตกดังกรุบกรับ
ส่วนของเขาเอง... อคินหยิบเนื้อแข็งๆ ที่ร้อนจี๋นั้นขึ้นมาพิจารณา ก่อนจะกัดเข้าปาก
กร้วม!
เสียงฟันบดขยี้เนื้อแข็งดังสนั่น กรามของเขาทำงานเหมือนเครื่องจักรไฮดรอลิกบดทำลาย
รสชาติของมันเค็มปร่า ฝาดเฝื่อน และมีกลิ่นคาวเืจางๆ ผสมกับกลิ่นไหม้
บอกตามตรงว่ามันไม่ได้ 'อร่อย' ในเชิงรสัั ลิ้นของเขาแทบไม่รับรู้รสหวานหรือกลมกล่อม
ราวกับต่อมรับรสบางส่วนด้านชาไป แต่มันคือข้อมูลรสชาติที่ส่งตรงเข้าสมองว่า 'นี่คือเชื้อเพลิง'
ทันทีที่กลืนก้อนเนื้อเหนียวหนืดลงคอ ความร้อนสายหนึ่งก็วิ่งพล่านไปตามเส้นเื ไม่ใช่ความอิ่มเอม
แต่เป็การเติมพลังงานเข้าสู่เตาปฏิกรณ์ หน้าต่างระบบเด้งขึ้นมาที่มุมสายตา ทับซ้อนกับภาพกองไฟ
[บริโภคเนื้อออร์คตากแห้ง]
[ฟื้นฟูค่าความเหนื่อยล้า (Stamina) +15]
"เยี่ยม... พลังมาเต็มเปี่ยม"
อคินกำหมัดแน่น รู้สึกถึงพละกำลังที่เอ่อล้นจนแทบะเิ ความเมื่อยล้าเล็กน้อยที่สะสมมาหายไปเป็ปลิดทิ้ง
"เอาล่ะ เริ่มงานก่อสร้างกันได้!"
...
[20:30 น.]
เป้าหมายแรกคือประตูม้วนเหล็กด้านหน้าของโกดังที่บิดเบี้ยวจากการถูกงัดแงะและปิดไม่สนิท
มันเป็ช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่เชื้อเชิญแขกไม่ได้รับเชิญ
อคินเดินไปหยุดอยู่หน้าชั้นวางสินค้าอุตสาหกรรมขนาดมหึมาที่ตั้งตระหง่านอยู่ใกล้ๆ
มันเป็ชั้นเหล็กตันสูงท่วมหัว ยาวกว่าสี่เมตร
บนชั้นยังคงเต็มไปด้วยกล่องใส่น็อต สกรู และอุปกรณ์ก่อสร้างที่ยังไม่ได้แกะกล่อง
น้ำหนักรวมของมันน่าจะไม่ต่ำกว่า 500 กิโลกรัม เหมือนกำแพงเหล็กเคลื่อนที่ได้
ในอดีตสมัยเป็พนักงานออฟฟิศ แค่คิดจะขยับมันเขาก็คงปวดหลังร้าวลงขาแล้ว
แต่ตอนนี้... อคินมองมันด้วยสายตาประเมินค่า ตัวเลขสถิติความแข็งแกร่ง ลอยขึ้นมาในความคิด
"ฮึบ!"
อคินย่อตัวลงในท่าสควอท มือทั้งสองข้างจับยึดเสาเหล็กของชั้นวาง นิ้วมือเกร็งแน่นจนเหล็กเย็นๆ เริ่มบุบตามแรงบีบ
เขาไม่ได้ออกแรงกระชากแบบคนบ้าพลัง
แต่เป็การส่งแรงจากกล้ามเนื้อขา ผ่านสะโพก ขึ้นสู่แผ่นหลังและไหล่ตามหลักสรีรศาสตร์ที่ระบบคำนวณให้
กล้ามเนื้อของเขาไม่ได้ปูดโปนขยายใหญ่ขึ้นจนน่าเกลียด แต่มันกลับแข็งแกร่งดั่งเส้นลวดสลิงที่ขึงตึง
"ไป!"
ครืดดดดดดดดดด!
เสียงเหล็กเสียดสีกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นหวั่นไหว ก้องกังวานไปทั่วโกดัง เศษฝุ่นฟุ้งกระจายขึ้นมาจากพื้นตามรอยลาก
ชั้นวางสินค้าั์เริ่มเคลื่อนที่... ช้าๆ แต่ชัวร์ มันไหลไปข้างหน้าตามแรงดันมหาศาลของเขา
ทีละเมตร... ทีละเมตร...
ไม่มีเสียงหอบหายใจ ไม่มีเหงื่อไหลย้อยเข้าตา แขนของเขาไม่สั่นเทาแม้แต่น้อย
อคินดันมันไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมันกระแทกเข้ากับขอบประตูม้วนเหล็ก
ปึง!
เสียงกระแทกหนักแน่นปิดตายช่องว่างทั้งหมดจนมิดชิด
แสงจันทร์ที่เคยลอดเข้ามาถูกตัดขาด เหลือเพียงความมืดและแสงจากหน้าต่างระบบของเขา
อคินถอยหลังออกมามองผลงานของตัวเอง เขาลองจับชีพจรที่ข้อมือตามความเคยชิน
'ปกติ... หัวใจเต้น 65 ครั้งต่อนาทีเท่าเดิม'
เขายกมือขึ้นดู พลิกฝ่ามือไปมา
"ร่างกายของ 'นักรบ' นี่มันสุดยอดจริงๆ ไม่เหนื่อย ไม่หอบ ระบบมอบพร์มาให้ขนาดนี้ ฉันจะตายง่ายๆ ไม่ได้เด็ดขาด"
เขายิ้มอย่างพึงพอใจ หารู้ไม่ว่าความ 'ไม่เหนื่อย' นั้น ไม่ใช่เพราะเขามีร่างกายที่แข็งแรง
แต่เพราะร่างกายนี้ไม่มีขีดจำกัดทางชีวภาพที่จะส่งสัญญาณความเ็ปเพื่อเตือนให้หยุดต่างหาก
เขาใช้เวลาอีกสามชั่วโมงถัดมาในการลากชั้นวางอีกหลายตัวไปปิดกั้นทางเข้าออกอื่นๆ
ทั้งประตูหลังและหน้าต่างบานใหญ่ โกดังโกลบอลเฮ้าส์ที่เคยมีช่องโหว่
บัดนี้กลายเป็กล่องเหล็กที่ปิดตายจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์
...
[23:45 น.]
เสียงลมหวีดหวิวพัดผ่านรอยต่อของหลังคาเป็เสียงเดียวที่ได้ยินในขณะนี้
อคินยืนกอดอกพิจารณาผลงานป้อมปราการเหล็กของเขา แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักเมื่อมองไปที่พื้น
โบ้... เ้าหมาน้อยนั่งมองเขาตาปริบๆ อยู่หน้ากำแพงชั้นวางของที่เขาเพิ่งลากมาปิดประตูทางเข้าหลัก
หูของมันตกลงเล็กน้อย มันหันมองซ้ายมองขวา แล้วหันกลับมามองเขา
เหมือนจะถามว่า 'แล้วเราจะออกไปฉี่ข้างนอกยังไง?'
"เดี๋ยวนะ..."
อคินนึกขึ้นได้ เขาปิดทางเข้าออกชั้นล่างหมดเกลี้ยง
"จริงสิ... ฉันปีนออกทางหลังคาได้ สบายมากสำหรับค่าความคล่องตัว ของฉัน แต่แกปีนบันไดลิงไม่ได้นี่นา"
อคินตบหน้าผากตัวเองดังเพียะ
"ขอโทษทีเพื่อน ลืมคิดเผื่อแกไปเลย สงสัยค่าสติปัญญา ฉันจะอัพมาน้อยไปหน่อย"
เขาเดินไปที่กล่องเครื่องมือช่างสีแดงสดที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานชั่วคราว
หยิบกรรไกรตัดเหล็กด้ามยาวและชะแลงออกมา น้ำหนักของเครื่องมือเ่าั้เบาหวิวในมือเขา
อคินเดินกลับไปที่ประตูม้วนด้านหน้า ตรงจุดที่เขาเว้นช่องว่างไว้เล็กน้อยหลังชั้นวางของ
เขานั่งคุกเข่าลง เล็งตำแหน่งที่ระดับพื้น
แคร๊ง! ชิ้ง!
เสียงปากกรรไกรเหล็กกล้าขบตัดแผ่นเมทัลชีทของประตูม้วนดังแสบแก้วหู
ประกายไฟแลบแปลบปลาบในความมืดทุกครั้งที่โลหะถูกฉีกขาด
อคินลงมือตัดแผ่นเหล็ก่ล่างสุดออกเป็ช่องสี่เหลี่ยมขนาดพอดีตัวสุนัข
แรงบีบจากมือของเขามหาศาลจนสามารถตัดเหล็กได้เหมือนตัดกระดาษแข็ง
เมื่อแผ่นเหล็กหลุดออกมา เขาหยิบตะไบเหล็กขึ้นมาขัดขอบคมๆ อย่างประณีตบรรจง
ทุกรอยตัดต้องเรียบเนียน เพื่อไม่ให้มันบาดิัของโบ้เวลาลอดผ่าน
สายตาของเขาในยามนี้อ่อนโยนลง แตกต่างจากตอนที่ลากชั้นวางเหล็กราวกับคนละคน
"นี่คือประตูส่วนตัวของนายนะโบ้!"
อคินชี้ไปที่ช่องนั้น แล้วหยิบแผ่นเหล็กที่ตัดออกมา เจาะรูร้อยลวดทำเป็บานพับง่ายๆ
ที่เปิดปิดได้จากด้านในและล็อกด้วยสลักกลอนตัวเล็ก
"เวลาออกไปแล้ว ขากลับต้องดันเข้ามา แล้วฉันจะคอยล็อกให้ เข้าใจไหม?"
โบ้เดินเข้าไปดมๆ ที่ขอบประตูใหม่ มันทำจมูกฟุดฟิดสำรวจกลิ่นเหล็กที่ถูกตัดใหม่ๆ
ก่อนจะมุดหัวออกไปสำรวจโลกภายนอก แล้วมุดกลับเข้ามา หันมาเห่า
โฮ่ง!
หนึ่งทีสั้นๆ เป็การรับทราบและขอบคุณ
อคินยิ้มบางๆ ลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู
"เก่งมาก คู่หู"
...
[02:55 น.]
งานหนักตลอดคืนสิ้นสุดลง โกดังเงียบสงัดจนได้ยินเสียงจิ้งหรีดร้องแว่วมาจากไกลๆ
อคินเดินกลับมาที่โซนพักผ่อน เขาทรุดตัวลงนั่งพิงกับชั้นเหล็กที่เขาลากมา
ทันใดนั้น หน้าต่างระบบสีแดงก็เด้งขึ้นมาเตือน พร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่เริ่มจู่โจมร่างกาย
[ระยะเวลาเชื่อมต่อคงเหลือ: 00:05:00]
ความรู้สึกเหมือน 'แบตเตอรี่ใกล้หมด' เริ่มคืบคลานเข้ามา มันไม่ใช่ความง่วงนอนแบบมนุษย์ที่หนังตาหนักอึ้ง
แต่เป็ความรู้สึกหนักอึ้งที่แกนกลางของร่างกาย แขนขาเริ่มตอบสนองช้าลง
"คืนนี้ได้แค่เตรียมสถานที่..."
เขาพึมพำเสียงเบาลงเรื่อยๆ ดวงตาเริ่มพร่ามัว ตัวเลขบนหน้าจอเริ่มแตกเป็พิกเซล
"พรุ่งนี้... เราต้องเตรียมเสบียง... น้ำหมดแล้ว... ต้องหาเพิ่ม..."
โบ้เดินเข้ามาซุกตัวนอนข้างๆ เขา เอาคางเกยบนตักอย่างรู้หน้าที่
มันถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนจะหลับตาลงเตรียมเข้าสู่ห้วงนิทราไปพร้อมกับเ้านาย
"ฝันดีนะโบ้... อีก 16 ชั่วโมงเจอกัน"
อคินเอนศีรษะพิงกับเสาเหล็ก เปลือกตาของเขาหนักอึ้งและปิดลง
เขาไม่ได้หลับเพราะความเหนื่อยล้าทางกาย แต่หลับเพราะ 'เวลาชีวิต' ของเขาหมดลงตามโปรแกรม
ในห้วงความคิดสุดท้าย ภาพใบหน้าของแมวสีส้มตัวอ้วนกลมลอยเข้ามาในสติ... 'แต้ม'
'ป่านนี้แกจะเป็ยังไงบ้างนะ... รอฉันก่อนนะ'
สติของเขาถูกดึงกระชากกลับลงสู่ความมืดมิด เบื้องล่างที่ไร้ก้นบึ้ง
ไร้ฝัน ไร้ความรู้สึก... ระบบปฏิบัติการถูกตัดขาด
ร่างของอคินนั่งนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นหิน รอคอยการรีบูตเครื่องครั้งถัดไปในอีก 16 ชั่วโมงข้างหน้า
ขณะที่ความเงียบเข้าปกคลุม... มีเพียงเสียงกรนเบาๆ ของสุนัข และแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมากระทบร่างที่ไร้ิญญานั้น
วูบ...
[สิ้นสุดการเชื่อมต่อ]