เข้าสู่ปีที่สาม
08.30น.
ฉันขอที่บ้านเรียนทำขนมกับสถาบันสอนทำอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพเพราะเป็สิ่งที่ฉันชอบพวกท่านจึงไม่ขัดความ้าของฉันและแวะมาฉันแทนการที่จะให้ฉันกลับบ้านไปหาพวกท่าน หลักสูตรนี้เปิดสอนเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้นและรับผู้เรียนเพียงสิบห้าคนฉันรู้สึกว่าโชคดีมากที่ไม่คิดลังเลและรีบสมัครเข้าเรียนเพราะนักเรียนเต็มั้แ่วันแรกที่สมัครเลยทีเดียว
“นี่เลคเชอร์เศรษฐศาสตร์ของน้องเองเห็นหนึ่งบอกว่าเทอมนี้แดนกับเพื่อนๆ ลงเป็วิชาเลือก”ฉันคุยกับเขาระหว่างทางไปสถาบันสอนทำอาหารและวันนี้ก็เป็วันสุดท้ายก่อนจบคลาสเรียน แต่รถฉันเสียเลยต้องขอให้แดนมาส่งฉัน
“ขอบคุณครับ”
“เห็นว่าเทอมนี้ลงวิชาการเงินการบัญชีด้วยหรอ”
“อืม”
“เรียนวันไหนห้องไหนล่ะ”
“ยังไม่ได้ดูตารางเรียนเทอมนี้เลย พอดีให้ไอ้ดิฟมันลงเรียนให้น่ะ”
“เปิดขึ้นมาดูสิ โทรศัพท์อยู่ไหนขอน้องดูตารางเรียนหน่อย” ฉันแบบมือขอโทรศัพท์จากเขา
“จะดูไปทำไมไม่ได้เรียนด้วยกันซะหน่อย”ปากก็บอกว่าไม่ได้เรียนด้วยกันแต่ก็ยังล้วงหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋ากดเข้าระบบการศึกษาให้ฉันดูตารางเรียนอยู่ดี
“นี่ไง ลงเรียนการเงินห้องเดียวกันจริงๆ ด้วยเดี๋ยวน้องจองที่นั่งให้นะ”ฉันดีใจเพราะอย่างน้อยเทอมนี้ฉันจะได้เรียนห้องเดียวกับเขาสัปดาห์ละหนึ่งวัน
“ไอ้ดิฟนะไอ้ดิฟ ทำไมไม่เทคมาเรียนบริหารเลยวะ”
“เรียนการเงินครึ่งเช้า ตอนเที่ยงก็ไปทานข้าวด้วยกันเทอมนี้เราก็จะได้ทานข้าวเที่ยงด้วยกันอย่างน้อยสัปดาห์ละวันนะแดน ฮ่า ฮ่า ฮ่า”ฉันหัวเราะอย่างมีความสุขเพราะตอนนี้ฉันรู้ตัวแล้วว่าฉันไม่ได้แค่ชอบเขาอย่างที่ตัวเองคิดมาตลอดสองปีแต่ฉันหลงรักเขาเข้าแล้วจริงๆเวลาที่ฉันได้ใกล้ชิดเขาสองปีเต็มทำให้ฉันหลงรักผู้ชายเ้าชู้คนนี้โดยไม่รู้ตัว
“เลิกเรียนกี่โมงเดี๋ยวมารับ”เขาถามฉันก่อนที่ฉันจะลงจากรถ ถ้าเขาเป็คนมาส่งเขาจะมารับฉันด้วยตัวเองทุกครั้ง
“บ่ายสามโมง วันนี้ไม่เข้าบริษัทหรือไง”ปีนี้เขาต้องเรียนรู้งานที่บริษัทมากขึ้น บางครั้งก็ไปตรวจเยี่ยมโรงงานกับเตี่ยครอบครัวของเขาประกอบธุรกิจนำเข้าและขนส่งอาหารแช่แข็งซึ่งโรงงานและศูนย์กระจายสินค้ามีอยู่หลายแห่งโดยเฉพาะเขตภาคตะวันออกเขาเลยมีโอกาสแวะไปบ้านฉันที่ระยองกับครอบครัวบ่อยๆเราเลยยิ่งสนิทกันมากขึ้นกว่าเดิม
“เข้า แต่มารับได้ไม่ต้องห่วง”
“ไม่กระทบงานแน่นะ”
“ไม่กระทบ”
“โอเค มาถึงแล้วโทรหาน้องแล้วกัน ขับรถดีๆ นะ”
“ครับ”
18.00 น.
ั้แ่เปิดภาคการศึกษาใหม่ฉันก็ไม่ค่อยได้เจอกับแดนและกลุ่มเพื่อนของเขาเท่าไหร่เพราะวิชาเฉพาะของสาขาที่แน่นและหนักมากขึ้นเวลาของเราเลยไม่ค่อยตรงกันสัปดาห์หนึ่งเราจะเจอกันแค่ในรายวิชาที่เราลงเรียนด้วยกันวันเดียวเท่านั้นฉันรู้สึกว่ามันน้อยเกินไป ฉันจำเป็ต้องหาโอกาสให้ตัวเองมากกว่านี้
“แดนมารับน้องไปกินข้าวเย็นหน่อยสิ เพื่อนๆคนอื่นไม่มีใครอยู่กินข้าวกับน้องสักคนเลย เพื่อนแดนมาขโมยตัวไปหมดแล้ว”ฉันโทรหาเขาเพราะรู้ว่าวันนี้เขาว่างและไม่ได้เข้าบริษัท
(แต่เรายังไม่หิวเลยนะ)
“ไม่หิวก็ต้องกิน ่นี้ต้องใช้สมอง จะอดข้าวได้ไง”
(น้องหาร้านแถวคอนโดหรือไม่ก็สั่งมากินที่ห้องก็ได้นี่)
“แต่น้องอยากกินพร้อมแดนนี่นา”
(แต่เรายังไม่หิวนี่แล้วก็ไม่อยากกินด้วย)
“ไม่ว่ายังไงก็จะไม่มาใช่ไหม”
(ใช่)
“โอเค ได้ งั้นแค่นี้นะ” ในเมื่อเขาไม่มาหาฉันฉันก็จะเป็ฝ่ายไปหาเขาเอง
หลังจากวางสายจากเขาแล้วฉันจัดการซื้ออาหารสำหรับเราสองคนและขับรถไปหาเขาที่คอนโดทันที
“แดนลงมารับหน่อย”
(หือ ลงมารับ ที่ไหน)
“ข้างล่าง น้องอยู่ข้างล่าง เร็วๆ นะ” ฉันรีบกดตัดสายโทรศัพท์ไม่รอให้เขาพูดอะไรมากไปกว่านี้ในเมื่อฉันชอบเขาฉันก็พร้อมจะรุกเต็มที่ฉันขึ้นไปหาเข้าได้แต่ฉันอยากให้เขามารับฉันมากกว่า
“ขอโทษด้วยนะ” ฉันได้ยินเสียงเขาพูดกับใครบางคนเพราะนั่งหันหลังให้ลิฟต์เลยมองไม่เห็นว่าเขาคุยกับใครอยู่ ด้วยความอยากรู้ว่าเขาจะคุณอะไรฉันเลยยกกระจกพกขึ้นมาส่องดูก็พบว่าเขาคุยกับรุ่นน้องผู้หญิงคนหนึ่งหน้าตาน่ารักเชียว
“ไม่เป็ไรค่ะเอาไว้คราวหน้าพี่แดนว่างฝ้ายค่อยมาใหม่ก็ได้ค่ะ”น้องฝ้ายคนนั้นกอดแขนแดนของฉันไว้แน่นแถมยังจงใจเบียดหน้าอกเล็กๆนั่นกับแขนของเขาอย่างเปิดเผย เห็นแล้วมันปรี๊ดไวเท่าความคิดฉันรีบแสดงตัวออกมาขัดขวางการทอดสะพานของน้องฝ้ายทันที
“ลงมาทำอะไรข้างล่างคะน้องซื้อข้าวเย็นมาแล้วขึ้นห้องเถอะค่ะน้องหิวแล้ว”ฉันรีบเข้าไปแทรกกลางระหว่างแดนกับน้องฝ้ายทันทีพร้อมแสดงความเป็เ้าของด้วยการควงแขนเขาถึงฉันจะไม่กล้ามากขนาดเอาหน้าอกอวบอิ่มของตัวเองเบียดแขนเขาเหมือนที่น้องฝ้ายคนนี้ทำก็เถอะ
“มาแล้วหรอ พี่ขอตัวก่อนนะครับ”เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้ฉัน ก่อนจะทำหน้านิ่งๆไม่บอกอารมณ์แล้วบอกลาน้องฝ้ายที่ได้แต่ยืนทำหน้าเอ๋อั้แ่เห็นว่าฉันเดินมาแสดงตัวแล้ว
“นี่กินเด็กมหาลัยเดียวกันด้วยหรอเนี่ยเราก็นึกว่าจะกินแค่คนสถาบันอื่นซะอีก”ฉันแขวะเขาทันทีเมื่อลิฟต์เคลื่อนตัวขึ้นสู่เบื้องบน
“ไม่เคยคิดจะกินเด็กมหาลัยเดียวกัน”เขาจงใจตอบคำถามของฉันด้วยการจ้องหน้าฉันนิ่งๆ ยืนยันคำพูดของตัวเองแล้วดึงเอาถุงของกินที่ฉันซื้อมาถือเอาไว้เอง
“ไม่กิน แต่ก็ลงมาพร้อมกันไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้ทำอะไรกันอยู่”ฉันลอยหน้าลอยตาพูดไม่สนใจกับอาการหน้านิ่งไม่แสดงอารมณ์ของเขา
“นั่งหันหลังให้ลิฟต์ไม่ใช่หรือไงแล้วรู้ได้ยังไงว่าลงมาพร้อมกัน เห็นตอนเราออกจากลิฟต์มาหรือยังไง”น้ำเสียงเฉยชาแต่กวนอารมณ์สุดๆ คงมีแค่เขาที่ทำได้กระมัง
“ไม่เห็น” ฉันตอบเขาห้วนๆแล้วเดินเข้าห้องเขาอย่างคุ้นเคย
“คิดเองเออเอง แล้วนี่ซื้ออะไรมากิน”เขาวางถุงอาหารของเราลงที่โต๊ะหน้าทีวีก่อนจะนั่งลงสำรวจอาหารมื้อนี้
“ข้าวหน้าเนื้อที่แดนชอบ สลัดผลไม้ ยำรวม”ฉันหยิบกล่องอาหารออกมาวางให้เขาดูทีละเมนู
“มีเทมปุระด้วยหรือเปล่า”เขาถามหาอีกเมนูที่ชอบกินประจำ
“มีสิ ไม่ลืมสั่งมาด้วยอยู่แล้วแล้วก็น้ำผลไม้สกัดเย็นหน้าคอนโดแดนน้องซื้อมาสามขวดเผื่อให้แดนไว้ดื่มพรุ่งนี้เช้าด้วย”ฉันเดินเอาขวดน้ำผลไม้ที่ซื้อมาไปใส่ตู้เย็นแล้วหยิบน้ำเย็นออกมาหนึ่งขวดหยิบแก้วน้ำแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะอาหารประจำของเรา
“ขอบคุณครับ” เขารับแก้วน้ำดื่มที่ฉันรินให้แล้วเปิดขวดน้ำผลไม้ส่งให้ฉัน
“แล้วก่อนหน้านี้ทำอะไรอยู่”ฉันกินข้าวกล่องที่เขาเปิดวางไว้ให้ พร้อมกับมองท่าทีการกินอาหารของเขาถ้าเป็ของที่ชอบเขาจะตั้งใจกินไม่สนใจอย่างอื่นเหมือนที่เป็อยู่ตอนนี้ฉันอมยิ้มกับท่าทางนั้นที่ฉันมองว่าน่ารักมาก
“ศึกษารายงานการส่งออกสินค้าของปีก่อนน่ะเตี่ยให้เอามาดู”
“ไหนบอกไม่หิวไง กินไม่หยุดเลยนะ”เขานั่งกินข้าวอย่างหิวโหย ทั้งที่ก่อนหน้านี้บอกฉันว่าไม่หิว โกหกชัดๆ เลย
“ตอนที่บอกน่ะไม่หิวจริงๆ แต่พอน้องมาก็หิวซะแล้ว”ฉันนั่งอมยิ้มกับคำแก้ตัวของเขา เป็คำแก้ตัวที่ฉันพอใจมากตราบใดที่เขากินอิ่มนอนหลับสบายฉันก็มีความสุขดี
“เดี๋ยวกินเสร็จน้องก็จะกลับแล้วแดนจะได้มีสมาธิศึกษางานต่อ” ฉันไม่อยากอยู่รบกวนการเรียนรู้งานของเขา แค่อยากมากินข้าวพร้อมกับเขาเท่านั้น
“อยู่ดูหนังก่อนก็ได้นี่ เราอยากจะผ่อนคลายเหมือนกันนั่งดูข้อมูลมาหลายชั่วโมงแล้ว เพลียลูกตาจะแย่”
“โอเคได้ อยากดูเื่อะไรล่ะ”
“ไม่รู้สิ หนังซูเปอร์ฮีโรดีไหม”เขาถามความเห็นฉันเสมอเวลาที่เราเลือกหนังดูด้วยกัน
“ก็ดี ดูเื่เดียวแล้วน้องกลับเลยนะ”
“อืม”
เขากดเปิดหนังซูเปอร์ฮีโรแล้วกลับมานั่งกินข้าวต่อเรานั่งกินข้าวกันไปดูหนังกันไป ฉันมีความสุขมากที่ได้ทำกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆร่วมกันกับเขา และรับรู้ได้เหมือนกันว่าเขาก็พยายามหาเวลาให้ฉันเมื่อฉัน้ามันฉันจะขอนับว่าเป็การเริ่มเรียนรู้กันและกันของเราแล้วกันนะ