พวกเขาทั้งสองสนทนากันโดยไม่สนใจหน้ารัชทายาทเลยทำให้รัชทายาทยิ่งโกรธเกรี้ยวเข้าไปอีก
“พวกเ้าบังอาจหลบลู่ข้าคิดว่าข้าจะปล่อยพวกเ้าไปง่าย ๆ เช่นนี้รึ?”
รัชทายาทกล่าวเตือนแต่พวกนางหาได้สนใจพวกนางกับเว่ยหลงเจี๋ยกำลังจะเดินลงชั้นล่าง ทันใดนั้นก็มีองครักษ์ประจำตัวของรัชทายาท20 นายมาล้อมรอบพวกนางไว้ ฟานอวี้หัวไวคิดแผนบางอย่างขึ้นมา
“องค์รัชทายาทที่สูงส่งหม่อมฉันว่าหากพระองค์ทรงทำเช่นนี้จะทำให้พระองค์ถูกนินทาเป็ที่ครหาได้ว่าพระองค์ซึ่งเป็รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ย ทรงให้พวกพ้องรุมรังแกสตรี เช่นนี้ดีหรือไม่เพคะ พระองค์กับหม่อมฉันพนันกันให้องครักษ์ประจำตัวของพระองค์ที่มีฝีมือดีที่สุดมาต่อสู้กับพี่สาวของหม่อมฉัน หากพี่สาวของหม่อมฉันแพ้หม่อมฉันยินดีรับโทษสถานหนักเพคะ แต่ถ้าหากพี่สาวของหม่อมฉันชนะพระองค์จะต้องคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเด็กน้อยผู้นี้ แล้วพูดว่า (เสด็จอาหลานผิดไปแล้วให้อภัยหลานด้วยเถิดที่หลานทำเสียงสุนัขเห่าหอนเช่นนี้)ดีหรือไม่เพคะองค์รัชทายาทแห่งแคว้นเว่ย?”
ผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างตะลึงและฮือฮาถึงความกล้าหาญของนางที่อาจกล้าท้าทายรัชทายาทแห่งแคว้นเว่ย อ๋องสองและอ๋องสามก็ได้ยินเช่นกัน ทีแรกท่านอ๋องทั้งสองจะลงมาช่วยเว่ยหลงเจี๋ยแล้วทว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพวกเขาทั้งสองยังไม่รีบร้อนรอดูสถานการณ์กันก่อน
“พี่สองนางเป็ลูกเต้าเหล่าใครกันถึงได้กล้าหาญเกินหญิงเช่นนี้?”
“นางน่าจะไม่ธรรมดาดูจากที่นางปกป้องเ้าห้าสิ!”
“ข้าว่าองค์รัชทายาทหลานชายผู้นี้ต้องเจอนางสั่งสอนเสียบ้าง!จะได้รู้จักหลาบจำไม่คิดมารังแกเ้าห้าอีก!”
“ข้าก็คิดเหมือนเ้าเช่นกัน”
เว่ยหลงหานและเว่ยหลงหลี่ต่างรอชมว่านางจะสั่งสอนหลานชายผู้เย่อหยิ่งและจองหองได้หรือไม่
“ว่าอย่างไรเพคะองค์รัชทายาทเหตุใดพระองค์ถึงไตร่ตรองนานเพียงนี้อย่าบอกนะเพคะว่าองครักษ์ประจำกายของพระองค์ไม่กล้าต่อกรกับพี่สาวของหม่อมฉันรู้ถึงไหนอายถึงนั้น!”
พลางหันไปบอกหลิวลี้ “พี่ลี้ ข้าคิดว่าพวกเขาจะแน่ซะแค่ไหนกันเชียว!แค่สู้กับสตรีตัวเล็กๆ เช่นท่าน เหตุใดพวกเขาถึงได้ใจเสาะเช่นนี้เล่า? ข้าว่าพวกเรากลับลงไปทานข้าวกันต่อเถอะเ้าค่ะ”
“ไปเถิดเสียเวลาจริง ๆ”
หลิวลี้หาได้สะทกสะท้านถ้าจะให้สู้กับองครักษ์พวกนี้นางไม่หวั่นอยู่แล้วนางเป็ถึงรองหัวหน้าองค์หญิงฝ่ายในเชียวนะ!ถ้าไม่เก่งจริงคงไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้หรอก แม้ว่าตระกูลนางจะเป็ตระกูลองครักษ์ที่เก่าแก่ก็เถอะ!นางก็ต้องมีความสามารถเช่นกัน
“ช้าก่อน!ใครบอกพวกเ้าว่าข้าไม่กล้าพนัน ข้ากับเ้ามาพนันกันเถิด!หากพี่สาวของเ้าชนะข้าจะทำตามสิ่งที่เ้าร้องขอ แต่ถ้าหากคนของข้าชนะเ้าทั้งสองจะต้องมาเป็นางบำเรออุ่นเตียงให้แก่ข้า 5555”
เหล่าพวกพ้องขององค์รัชทายาทต่างพากันหัวเราะชอบใจและไม่เชื่อหรอกว่าหญิงสาวนางนั้นจะสามารถเอาชนะองครักษ์ระดับนี้ได้
“ตกลงเพคะ” ฟานอวี้ตอบตกลงทันที!
“ดีข้าว่าพวกเรามาเริ่มประลองกันเถิด องครักษ์ขั้นหนึ่งสวีต้า”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ข้าขอเลือกเ้าให้เป็คู่ต่อกรกับพี่สาวของนางหญิงชั้นต่ำนั้น”
“กระหม่อมรับบัญชาพ่ะย่ะค่ะ”
เหล่าผู้คนในโรงเตี๊ยมต่างพากันรอชมการต่อสู้ของทั้งสองฝ่าย
ฟานอวี้พาหลงเจี้ยมาทานขนมที่โต๊ะชั้นล่างและเอ่ยบอกเขา“เ้าเด็กขี้แยวันนี้พี่สาวจะทำให้คนที่รังแกเ้ามาคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเ้าให้ได้”
“จริงหรือพี่สาว พี่สาวช่างแสนดีต่อข้าเหลือเกิน”
“ชายหนุ่มโอบกอดนาง”
“เ้าเด็กขี้แยเ้าจะกอดข้าเช่นนี้ไม่ได้นะ”
“ทำไมละขอรับก็ข้าชอบพี่สาวนี่ ต่อไปนี้ข้าจะอยู่กับพี่สาวตัวท่านหอมและนุ่มนิ่มเฉกเช่นตัวเสด็จแม่เลย ไม่เหมือนพี่ชายของข้าข้าชอบพี่สาวที่สุ๊ดดดด”
เว่ยหลงเจี๋ยเผยความรู้สึกออกมาดื้อ ๆ ทำเอานางตัวแข่งทื่อใจเต้นแรงผิดจังหวะ เกิดมาไม่เคยมีผู้ชายคนไหนทำให้นางใจเต้นแรงขนาดนี้มาก่อน!ไม่ว่าจะชาติก่อนหรือชาตินี้ นี่เขาเป็ผู้ชายคนแรกของนางเลยนะเนี้ย!
ทางด้านหลิวลี้กับองครักษ์ขั้นหนึ่งมาถึงสถานที่ประลองคือเวทีการแสดงของโรงเตี๊ยมหมื่นลี้นั่นเอง
องครักษ์ขั้นหนึ่งเอ่ยบอกอย่างมั่นใจ “ข้าต่อให้เ้า 10 กระบวนท่าข้าจะไม่เริ่มก่อนแค่ค่อยหลบหลีกเท่านั้น!หากเ้าจู่โจมและสามารถเอาชนะข้าได้ภายใน 10 กระบวนท่าข้าจะขอยอมแพ้แต่โดยดี”
“ได้ข้ารับข้อเสนอของเ้า มาเริ่มกันเถิด”
หลิวลี้เริ่มจู่โจมทันทีองครักษ์ขั้นหนึ่งนามว่าสวีต้าก็หลบหลีกได้ หลิวลี้เปลี่ยนกระบวนท่าไปเรื่อย ๆสวีต้าก็ยังหลบหลีกได้เช่นเดิม เห็นการต่อสู้ของหลิวลี้รัชทายาทมั่นใจมาก แม้หลิวลี้จะมีกระบวนท่าที่สูงส่งและร้ายกาจแต่สวีต้าก็สามารถหลบหลีกได้เสมอ เขายังคิดอีกว่าหากสวีต้าหลบหลีกได้จนครบ 10กระบวนท่า แล้วเปลี่ยนเป็ฝ่ายจู่โจมนางแทนจะต้องเอาชนะนางได้อย่างราบคาบ
ทว่าพอมาถึงกระบวนท่าที่ 7 ของหลิวลี้ อยู่ดีดีสวีต้าก็เวียนหัวอย่างมึนงงเขาพยายามที่จะยืนให้มั่น แต่ก็ไม่สามารถยืนขึ้นมาได้หลิวลี้เห็นฉากนี้ก็ไม่ได้จู่โจมต่อ นางค่อย ๆ เฝ้ามองในที่สุดสวีต้าก็สลบไป!!!
ทุกคนในโรงเตี๊ยมต่างอึ้ง!พากันใที่อยู่อยู่องครักษ์ขั้นหนึ่งนามว่าสวีต้าก็สลบลงไปหน้าตาเฉย!รัชทายาทใจกระตุกวูบ เบิกตาโพลงมองภาพตรงหน้าไม่อยากจะเชื่อ
“พวกเ้าใช้วิธีสกปรกกล้าวางยาองครักษ์ขั้นหนึ่งของข้าเชียวรึ?”
ฟานอวี้สวนกลับทันตา “พระองค์ไม่ได้ทรงห้ามวิธีการเอาชนะฝ่ายตรงข้ามนี่เพคะขอแค่ให้ชนะก็เป็ไปตามข้อตกลงระหว่างพระองค์กับหม่อมฉันแล้วอีกอย่างองครักษ์ขั้นหนึ่งของพระองค์ช่างเบาปัญญาเสียจริง!ถึงได้พ่ายแพ้ให้กลับพี่สาวของหม่อมฉันเอาเสียได้”
รัชทายาทอ้างปากค้างหาคำโต้เถียงไม่ออกนี้เขาหลงกลนางเข้าแล้ว!แต่เขาไม่ยอมเป็อันขาดที่จะให้เขามาคุกเข่าต่อหน้าเ้าจิ้งจอกอัปลักษณ์นั่น!!!
“เ้าโกงพนันเพราะฉะนั้นข้าจะไม่ทำตามที่พนันไว้เด็ดขาด”
“เช่นนั้นหม่อมฉันคงต้องทูลร้องเรียนถึงฮ่องเต้ของแคว้นเว่ยเสียแล้วเพคะ”
“ถึงเ้าจะกล้าหาญเพียงนั้น!แต่เสด็จพ่อจะเข้าข้างใครกันเล่าเ้าคิดว่าตัวเ้าสำคัญยิ่งกว่าข้าที่เป็ถึงองค์รัชทายาทเชียวหรือ?”
“เพคะพรุ่งนี้หม่อมฉันจะเข้าเฝ้าทราบทูลเสด็จพ่อของพระองค์เองเพคะ”
“พี่ลี้ท่านลงมาทานข้าวเถิดอาหารที่สั่งเย็นหมดแล้ว ท่านต่อสู้เสียแรงไปเยอะ รีบลงมาทานเถิด”
หลิวลี้ยังไม่ทันลงเหล่าทหารองครักษ์ก็มารุมล้อมและใช้ดาบชี้ไปที่ตัวของนาง ฟานอวี้มุมปากยกยิ้ม
“พี่ลี้ข้าบอกท่านแล้วไงว่าให้รีบลงมาทานข้าว!ท่านจะรีรอด้วยเหตุใดกันเล่าท่านไม่รู้หรือว่าพรุ่งนี้พวกเราต้องรีบเข้าเฝ้าฮ่องเต้ของแคว้นเว่ยเพื่อร้องเรียนเื่ขององค์รัชทายาทที่ไม่รักษาสัจจะของพระองค์แล้วอย่างมีอีกเื่หนึ่งนะที่ข้าลืมบอกท่านไป!!!ท่านอาจารย์ที่สำนักโรงหมอเหลียงบอกว่าหากพวกหมออย่างพวกเรามาถึงแคว้นเว่ยแล้วให้รีบกราบทูลและเข้าเฝ้าฮ่องเต้แคว้นเว่ยทันที ซึ่งพวกเราเพิ่งเดินทางมาถึงวันนี้คงจะไม่ทันเสียแล้ว!!!เอาเป็ว่าพรุ่งนี้ข้าจะพาท่านรีบเข้าเฝ้าแล้วกันนะเ้าค่ะ ท่านรีบลงมาเร็วเข้า!!!”
ทุกคนในโรงเตี๊ยมต่างพากันอึ้งและตกตะลึงกับคำบอกกล่าวของนางทุกแคว้นให้ความสำคัญกับคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็หมอโดยเฉพาะหมอที่ถูกส่งตัวมาจากแคว้นเหลียง
“อย่ามาพูดจาพร่ำเพ้อข้าไม่เชื่อหรอกว่าพวกเ้าทั้งสองจะเป็หมอที่ถูกส่งตัวมาจากแคว้นเหลียง”
นางสวนตอบกลับเขาโดยทำทีพูดกับหลิวลี้
“พี่ลี้ข้าบอกแล้วไงว่าหยกเขียวที่สลักคำว่าเหลียง ข้าให้ท่านพกติดตัวไว้ให้ดีเหตุไฉนท่านถึงได้ลืมพกติดมาด้วยเล่า?”
“ข้าไม่ได้ลืมหรอกเ้าสี่ มันอยู่ตรงนี้”หลิวลี้ชูหยกเขียวที่นางห้อยไว้กับเข็มขัดข้างขวาให้เห็นกันทั้งโรงเตี๊ยม
รัชทายาทตื่นตะลึงลานพวกนางเป็หมอมาจากแคว้นเหลียงจริง ๆ ไม่ต่างจากผู้คนในโรงเตี๊ยม
“เ้าสามข้าว่าแล้ว!นางไม่ธรรมดาแน่นอน”
“ใช่แล้วละพี่สองสมน้ำหน้าเ้าหลานชายยิ่งนัก”
อ๋องสองและอ๋องสามต่างสะใจที่ฟานอวี้สามารถกำราบเว่ยหลงอันได้!!!
เหล่าทหารองครักษ์พากันยกดาบลงจากตัวหลิวลี้แล้วหันกลับไปถามผู้เป็นายว่าจะทำเช่นไรต่อ
“องค์รัชทายาทเยี่ยงไรต่อพ่ะย่ะค่ะ”
“เ้าถามโง่เง่าเสียจริงรีบกลับวังสิ!
รัชทายาทและเหล่าองครักษ์รีบเดินทางกลับราชวังทันที
หลิวลี้ส่ายหัว นางช่างหาเื่มาให้จนได้
“เ้าจะไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้จริงหรือ?”
“แน่นอนอยู่แล้วข้าไม่วางใจปล่อยเด็กน้อยผู้นี้ ข้ากลัวว่ารัชทายาทจะรังแกเขาอีกต้องกำราบรัชทายาทให้อยู่มัดก่อนถึงจะวางใจได้”
“เฮ้อ!แล้วแต่เ้าละกัน”
หลิวลี้เหนื่อยใจกับนาง
ฟานอวี้ถามชายหนุ่มที่กำลังกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย
“เ้าเด็กน้อยเ้าแซ่ว่าอะไร?”
“ข้าแซ่เว่ยขอรับนามว่าเว่ยหลงเจี๋ยเรียกข้าว่าอาเจี๋ยก็ได้ขอรับ”
ฟานอวี้รู้สึกคุ้น ๆ กับชื่อนี้
“เ้าเป็เสด็จอาขององค์รัชทายาทหรือ?ข้าบังเอิญได้ยินที่พวกเ้าสนทนากันนะ ข้าเลยขอถามเ้า”
“ใช่ขอรับแต่เขาไม่นับข้าเป็เสด็จอาหรอก” ชายหนุ่มอธิบายด้วยเสียงสะอื้น
“เ้าเด็กน้อยเช่นนั้นเ้าก็เป็อ๋องละสิ?”
ชายหนุ่มยังไม่ทันตอบพี่ชายของเขาเว่ยหลงหานกับเว่ยหลงหลี่มาตามเขาแล้ว
“อาเจี๋ยกลับตำหนักได้แล้ว”
“ไม่เอาข้าจะอยู่กับพี่สาว”
ฟานอวี้เห็นท่าไม่ดีเลยรีบเอ่ยบอกเขา “เ้าเด็กน้อยพี่สาวยังไม่สามารถพาคนที่รังแกเ้ามาคุกเข่าขอโทษต่อหน้าเ้าได้เลยพรุ่งนี้พี่สาวคนนี้จะทำตามสัญญาที่รับปากเ้าไว้และถือโอกาสไปเยี่ยมเ้าด้วยดีหรือไม่?”
“จริงหรือพี่สาว?ดีเลยข้าจะรอท่านนะ”
“จริงสิ!ข้าคำไหนคำนั้น เวลานี้เ้ารีบกลับกับพี่ชายของเ้าเสียก่อนเถิดอย่าให้ผู้ใหญ่รอนานจะเสียมารยาทเอาได้พรุ่งนี้ข้าจะหาของเล่นไปฝากเ้าด้วยดีหรือไม่?”
“ดีขอรับพรุ่งนี้ข้าจะรอพี่สาวที่ตำหนักของท่านพ่อนะขอรับ”
“OK ตามนี้”
“ขอรับ”
เว่ยหลงหานกับเว่ยหลงหลี่สงสัยกับภาษาแปลกๆ ของฟานอวี้ คลับคล้ายคลับคลาภาษาของพวกเปอร์เซียอย่างไรอย่างนั้นได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจ!
อ๋องทั้งสามเดินทางกลับราชวัง ส่วนฟานอวี้กับหลิวลี้ทานอาหารเสร็จจะจ่ายเงินทว่าเสี่ยวเอ้อร์ของโรงเตี๊ยมหลื่นลี้แจ้งว่าพวกนางเป็แขกผู้มีเกียรติทางโรงเตี๊ยมไม่คิดเงิน
พวกนางรีบกลับไปพักผ่อนที่หอประดับดาวทันที! เพื่อเตรียมตัวเข้าเฝ้าฮ่องเต้ของแคว้นเว่ยในวันพรุ่งนี้