สนโบราณอายุหลายหมื่นปี ลำต้นสูงตระหง่านหยัดยืนมั่นคงแผ่ร่มเงาสาขาริมผากว้าง
ดรุณีน้อยโอบกอดร่างไร้ิญญาของบ่าวรับใช้ใกล้ชิดมิห่างแม้เป็เวลาเที่ยงแต่กลุ่มเมฆก็แผ่กระจายจนทำให้ฟ้าดูครึ้มผิดหูผิดตาสายลมยามกลางวันมีความหนาวเย็นจากแดนเหนือปกคลุม สรรพสิ่งเงียบงันราววันเวลามิเคลื่อนไหวจนเสียงเยาะเย้ยของบุรุษผู้ลงมือทำร้ายซูเฉี่ยนดังขึ้น
“จะโศกเศร้าไปใย อีกไม่นานเ้าก็ต้องติดตามแม่นมของเ้าลงปรภพ”เงาร่างสูงผอมเร่งปราณปราดเข้าใกล้ มือขวาแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้าหมายคว้าลำคอของฝูอวี้ฉยงคิดปลิดปลงให้สิ้นภายในคราเดียวแต่มืออันบอบบางกลับเคลื่อนไหวว่องไว นางคว้าจับหอกยุทธ์ของผู้วายชนม์กระแทกคันหอกเข้าใส่หน้าอกอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง
อั่ก ...
มันผู้นั้นมิคาดว่าจะถูกเด็กน้อยอายุ๑๐ ขวบลอบโจมตี ถึงขนาดที่มันต้องถอยหนีกลับออกมาหลายสิบก้าว ั์ตาของมันจับจ้องอาวุธสีดำในมือเด็กแซ่ฝูอย่างคิดไม่ตกนางเด็กน่าตายผู้หนึ่งอ่อนแอก็เป็ที่หนึ่งเหตุใดนางถึงมีพละกำลังคว้าหอกน้ำหนักเกือบ ๒๐ จินขึ้นโจมตีมันได้ในชั่วพริบตา
ทั้งแรงที่กระแทกเข้าหาก็ทำให้มันซึ่งเป็ชนชั้นปฐีขั้น๔ ต้องล่าถอยอย่างรวดเร็ว
ขณะที่ผู้กำหอกสีดำทมิฬรู้สึกว่ามันเทอะทะเกินไปแม้จะทำร้ายจนศัตรูถอยหนีแต่มือของนางก็รู้สึกปวดเพราะแรงสะท้อนกลับฝืนใช้ต่อไปรังแต่จะเป็ผลเสียมากกว่าผลดี
“นังเด็กเน่าเหม็นข้าอุตส่าห์เมตตาคิดส่งเ้าลงปรภพในทีเดียว แต่เมื่อเ้าไม่ยินยอมพร้อมใจ วันนี้ข้าจะทรมานเ้าให้ตายช้าๆ” ใต้ผ้าดำที่อำพรางใบหน้ามีรอยยิ้มสยดสยองแสยะขึ้น มันเอ่ยวาจาข่มขู่หมายคุกคามให้เด็กน้อยในห้องหอหวาดหวั่น
“เมตตารึ สุนัขแคว้นเหลียนวันนี้ต่อให้ข้าต้องตายข้าก็ต้องลากพวกเ้าลงนรกไปเป็เพื่อนข้ากับแม่นม”ดวงตากลมแหงนมองอีกฝ่ายด้วยความแข็งกร้าว ทั้งยังเปิดเผยตัวตนของชายใต้ผ้าดำทั้งสองออกมาจนพวกมันถึงกับตื่นตระหนก
“เ้ารู้ได้เช่นไร” บุรุษที่ถูกแม่นมซูโจมตีจนาเ็เข่นเขี้ยวถามมันจ้องมองเด็กหญิงผู้นั้นอย่างประหลาดใจ ทั้งที่พวกมันระวังตัวอย่างมาก ในกายก็ไม่มีสิ่งใดแสดงถึงฐานะเดิมทั้งยังอำพรางใบหน้าไว้อย่างมิดชิด แต่เด็กน่าตายผู้หนึ่งกลับคาดเดาตัวตนพวกมันออกอย่างไม่ยากเย็น
“ขันทีเน่าเหม็นเช่นพวกเ้าเป็ชายก็ไม่ใช่เป็หญิงก็ไม่เชิง สุ้มเสียงเล็กต่างจากชายและไม่คล้ายสตรีขับถ่ายแต่ละทีก็ควบคุมไม่อยู่ จนมีกลิ่นเปรอะเปื้อนเป็ที่น่ารังเกียจ พวกขันทีจึงต้องพกถุงหอมบรรจุสามบุปผาห้าหญ้าหอมเพื่อกลบกลิ่นโสมม”
“พวกข้าเป็ขันทีแล้วอย่างไรข้าอาจมาจากต้าจ้าว ต้าฉิน หรือแคว้นตะวันออกก็ได้” บุรุษชุดดำที่เป็ผู้ลงมือสังหารซูเฉี่ยนเอ่ยขึ้นไม่สะทกสะท้านอย่างไรเสียนังเด็กน่าตายผู้นี้ก็ไม่มีทางรอดพ้นเงื้อมมือของมัน ก่อนนางตายก็เลยเอ่ยถามหวังคลายข้อข้องใจของมันลงเสียก่อน
“ข้าเติบโตมาพร้อมเครื่องหอมล้ำค่าสมุนไพรวิเศษ นับสิบนับร้อยชนิด เพียงเ้าเคลื่อนกายเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นไม้จื่อถานลอยตามลมผสมสามบุปผาห้าหญ้าหอมมีแต่พวกขันทีแคว้นเหลียนเท่านั้นที่ใช้ไม้จื่อถานสลักเป็ตลับพกบรรจุสามบุปผาห้าหญ้าหอมแทนถุงผ้ามงคล”
ดังคำที่ว่าใกล้ชาดเปื้อนติดสีแดงใกล้หมึกเปื้อนติดสีดำ พวกขันทีเหล่านี้พกพาเครื่องหอมกลบกลิ่นไม่พึงประสงค์มานานเป็สิบปีต่อให้วันนี้ไม่ได้ประดับตลับพกก็ใช่ว่ากลิ่นที่ติดกายจะหายไป
“เ้ารู้ตัวตนของพวกข้าแล้วเป็ประโยชน์อย่างไรต่อเ้านึกเท่าไหร่ข้าก็นึกไม่ออก” มันถามอย่างเยาะเย้ย ลำพังคำของคนใกล้ตายที่แสนอ่อนแอไหนเลยที่มันจะให้ความสำคัญ ที่มันกำลังทำอยู่นี้ก็แค่หยอกล้อกับคนใกล้ตายเท่านั้น
“พวกเ้ายังดูไม่ออกหรือว่ามันเป็ประโยชน์อันใดต่อข้าในเมื่อพวกเ้าโง่งมถึงเพียงนี้ข้าจะบอกให้รู้ก็ได้ ว่าข้ากำลังจะลากพวกเ้าลงนรกไปพร้อมกับข้าด้วยอย่างไรเล่า”ยิ้มเย็นเหี้ยมเกรียมประดับขึ้นบนดวงหน้าจิ้มลิ้ม ั์ตาเย้ยหยันจ้องมองพวกมันราวกับแมวจ้องมองหนู
แท้จริงนางไร้สามารถตามคำพูดข่มขวัญแต่หากนางต้องตายนางก็ไม่มีวันปล่อยให้พวกมันได้มีชีวิตที่เหลืออยู่อย่างเป็สุข
นางจะสร้างความหวาดกลัวสยบขวัญพวกมันไปชั่วชีวิต
ให้อยู่ก็อยู่ไม่ได้ให้ตายก็ตายไม่เป็สุข
“ฮ่า ๆ เ้าเพ้อฝันหรืออย่างไร น้าชายเ้าตอนนี้เป็ตายร้ายดีอย่างไรก็ไม่รู้แม้แต่หนานกงผู้นั้นยังเอาตัวเองไม่รอด เ้าคิดถ่วงเวลาให้เขามาช่วยเหลืองั้นหรือ”มันหัวร่อพลางกล่าวด้วยความขบขัน มันไม่เชื่อหรอกว่าเด็กน้อยอ่อนแอทั้งยังขาพิการผู้นี้จะรอดพ้นจากความตายไปได้
“หากก่อนหน้านี้พวกเ้าสังหารข้าได้สำเร็จวันนี้พวกเ้าคงมีชีวิตรอดไปได้ แต่น่าเสียดายที่เ้าประมาทข้าเกินไป”น้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้เต็มไปด้วยความสมเพชและเวทนา จนบุรุษชุดดำทั้งสองเริ่มผิดสังเกตสุ้มเสียงของนังเด็กแซ่ฝูไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นอยู่เลย แววตาของนางก็มั่นคงหนักแน่นไม่วิบไหว
“เ้าหมายความว่าอย่างไรเลิกเพ้อฝันได้แล้ว” บุรุษขั้น ๔ ตวาดเสียงก้อง แต่เด็กน้อยกลับพูดตอบกลับมาด้วยท่าทีของผู้เหนือกว่า
“เพ้อฝันรึ?” แค่จบคำมีดบินอีก๔ เล่มที่ซุกซ่อนไว้ก็พุ่งซัดออกไปดุจสายฟ้าฟาด ั์ตาของขันทีระดับปฐีขั้น ๔หดเกร็งจ้องมองอย่างตกตะลึงขณะที่ชายชุดดำอีกคนซึ่งาเ็อยู่และไม่อาจเคลื่อนไหวร่างกายได้กลับรับรู้ถึงความเจ็บที่ดวงตาข้างซ้ายของมันรวมถึงลำคอที่ถูกมีดซัดทะลวงผ่านร่างที่ทรุดคุกเข่าแหงนหงายลงกระแทกพื้นด้านหลังจนฝุ่นคละคลุ้งโลหิตฉีดพุ่งไม่ต่างจากบุรุษคนก่อนหน้าที่เด็กน้อยลงมือสังหาร
ฝูอวี้ฉยงยังคงเลือกโจมตีดวงตาและลำคอเป็หลักเพราะมันเป็หนึ่งในจุดอ่อนของมนุษย์ที่หากลงมือสำเร็จจะทำให้เ้าของร่างถูกผลกระทบเป็วงกว้างและมีผลถึงแก่ชีวิต
“นังเด็กเน่าเหม็น ไม่คิดว่าคนพิการเช่นเ้าจะมีลูกไม้ซ่อนเร้นเช่นนี้”
“เ้าไม่รู้รึว่าท่านตาของข้าคือภูตเมามาย ปรมาจารย์แพทย์โอสถระดับสูง ...วันนี้ต่อให้ข้าตายแต่พวกเ้าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเื่ชั่วช้าในวันนี้จะไม่มีผู้ใดรอดชีวิตไปจากเงื้อมมือของท่านตาของข้าแม้แต่คนเดียว ทั้งเ้าทั้งสุนัขแซ่เหอผู้นั้น ”
“แม่นางน้อย ข้านับถือที่เ้าคาดเดาตัวตนของพวกข้าออกแต่เกี่ยวอันใดกับต้าหวางแคว้นเหลียนกันเล่า ข้าคิดว่าความฉลาดและไหวพริบของเ้าคงเสียเปล่าแล้ว”
“ข้าเพียงกล่าวว่าสุนัขแซ่เหอ มิได้กล่าวถึงเหอเย่เหลียงแม้เพียงครึ่งคำหรือแท้จริงในความคิดของพวกเ้าเหลียนต้าหวางผู้นั้นคือลูกสุนัขสามานย์แซ่เหอกันเล่า” นางเผยยิ้มเยาะ ดวงตาจ้องมองอย่างดูแคลน
“นังเด็กแซ่ฝูอาหารเ้ากินไม่ระวังได้แต่วาจาพูดมามั่วซั่วดูจะไม่ค่อยดีนัก ต่อให้เ้าไปโพนทะนาว่าพวกข้าถูกเหลียนต้าหวางส่งมาแล้วผู้ใดจะเชื่อคำเด็กน้อยใกล้ตายเช่นเ้า ต้าหวางกับเ้าก็ไม่ได้ความแค้นต่อกันสักหน่อย”มันไม่ได้เอ่ยปฏิเสธฐานะของผู้สั่งการเพียงเบี่ยงประเด็นถามเพราะอยากทำลายความมั่นใจของเด็กแซ่ฝูลงสิ้นเพื่อให้นางตายไปพร้อมความสิ้นหวัง
“สัมพันธ์สามแคว้นถูกทำลายลงเพียงเพราะความไร้หัวคิดของเหอเย่เหลียงาสิบปีพรากชีวิตคนนับหมื่นนับแสนเพียงเพราะจิตใจชั่วช้ามิรู้จักยับยั้งชั่งใจเหอเย่เหลียงชิงชังและปรารถนากำจัดข้าเพียงใดไหนเลยที่ข้าจะไม่รู้”
“เ้าเป็เพียงสตรีพิการ อายุแสนสั้นเ้าคิดว่าต้าหวางจะลงมือไปเพื่ออะไร ในเมื่อไม่ช้าเ้าก็ต้องตายอยู่ดี”
“ข้าแปลกใจนักที่เ้ากล้าถามออกมา จดหมายชายแดนที่ส่งไปถึงเรือนของข้าแท้จริงเพราะมีหนอนบ่อนไส้อยู่ในตระกูลหนานกงมิใช่รึหลายวันที่ผ่านข้าไหนเลยจะไม่คิดอ่านถึงเหตุที่เกิด หนอนบ่อนไส้ผู้นี้แฝงตัวอยู่ในสกุลหนานกงมีหรือจะไม่ส่งข่าวกลับไปยังลูกสุนัขแซ่เหอว่าท่านตาของข้าสามารถเชิญราชันแพทย์โอสถกลับมาจากแดนยุทธภัณฑ์เพื่อกำจัดพิษในกายข้าได้เมื่อรู้ว่าทางรอดของข้าปรากฏ คนใจคิดคดคับแคบเช่นมันมีหรือจะไม่ลงมือแผนการของพวกเ้าจึงเริ่มต้นขึ้น ทั้งเื่จดหมายชายแดนทั้งเื่จิ้งหวางต้องแต่งชายาสกุลโต้ววันเดียวกับที่นัดหมายเดินทาง”
“ข้านับถือเ้าจริง ๆ ที่สามารถคิดเองเออเองได้ถึงเพียงนี้เหลียนต้าหวางมีจิตใจอารีสูงส่ง ไหนเลยจะต้องสนใจเด็กใกล้ตายเช่นเ้า” บุรุษชุดดำยังเฉไฉ
“บิดาข้าเสียชีวิตเพียงเพื่อปกป้องต้าหวางชาติสุนัขมารดาข้าถูกบีบบังคับเพื่อขับพิษร้ายในกายของมัน การที่ข้าเกิดมาพิการร่างกายติดพิษถ้าไม่ใช่เพราะต้าหวางทรราชผู้นั้นจะเป็เพราะใคร ความอารีใจกว้างที่มันมอบให้เพียงหมายกลบฝังความชั่วช้าสามานย์ที่ก่อ
แต่ตราบใดที่ข้ายังมีชีวิตอยู่ไหนเลยที่คนจิตใจคับแคบเช่นมันจะนอนหลับได้เต็มตายิ่งท่านน้ากล้าหักหน้าลูกสุนัขแซ่เหอผู้นั้นต่อหน้าทูตและขุนนางสามแคว้น มีหรือที่เหอเย่เหลียงจะไม่คิดแค้นใจเขาอดทนรอสิบปีเพียงเพื่อสังหารข้าวันนี้ ก็ยิ่งทำให้รู้ว่าลูกสุนัขผู้นี้มิใช่สิ่งใดเลยนอกจากเศษสวะ” วาจาคมคายดุจมีดกรีดตวัด ยามเอ่ยถึงเหลียนต้าหวางก็เต็มไปด้วยความชิงชังและคับแค้น
มันผู้นั้นพรากบิดามารดาและแม่นมไปจากนางแม้แต่เื่ลอบสังหารเหอวั่งและคนวังเว่ยหยางก็เกรงว่าจะเป็ฝีมือของทรราชผู้นี้
เด็กน้อยพูดจาแต่ละคำล้วนคมกริบ
คล้ายว่านางได้ระบายความอัดอั้นที่ต้องพบเจอมาตลอดสิบปีออกมาวันนี้หากนางต้องตายจริง ๆ ก็ไม่มีสิ่งใดมายับยั้งให้ต้องระวังการพูดจา อีกอย่างร่างกายของนางก็แข็งแรงขึ้นมากการพูดจาติดต่อกันยาว ๆ ไม่ได้สร้างความเหนื่อยล้าจนหอบตัวโยนเช่นเมื่อก่อน
ยิ่งพูดจึงยิ่งลื่นไหลหนักหน่วงดั่งลำธารเชี่ยวกราก
“เ้าพูดพล่ามมาเสียยาวเหยียดคิดถ่วงเวลาไปก็ไร้ประโยชน์ ไหน ๆ ก็ถึงวันตายของเ้าแล้ว ถือว่าข้าช่วยสงเคราะห์ให้ทุกอย่างที่เ้าพูดมาล้วนเป็ความจริง ทั้งเื่หนอนบ่อนไส้ในตระกูลหนานกงทั้งเื่เหลียนต้าหวางบงการสังหารเ้า แต่เ้ารู้ความจริงแล้วก็ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลงข้าสังหารเ้าทิ้งเสียตรงนี้ ท่านตาเ้าต่อให้ยิ่งใหญ่คับฟ้าแต่เขามีปัญญาสืบเสาะเื่ราวหรือไม่ก็ยังไม่แน่”
ในที่สุดมันก็เลิกคิดจะปิดบังถ้อยคำบริภาษจาบจ้วงต่อต้าหวางทำให้มันอยากสังหารนังเด็กผู้นี้เสียเต็มกลืนมันจึงออกปากยอมรับทั้งมือข้างขวาก็พลิกกระบี่ใบแคบหมายจะปลิดชีพเด็กหญิง แต่สุ้มเสียงแข็งกร้าวก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
“เหตุใดต้องสืบเสาะให้ยุ่งยากในเมื่อข้าได้ส่งสารที่พูดคุยกับเ้าทั้งหมดไปถึงท่านตาแล้ว”
“เ้ากล่าวอันใด”ดวงตามันเบิกกว้าง มองเด็กตัวน้อยอย่างไม่เชื่อสายตา คำพูดของนางถ้าเป็เพียงคำขู่ก็แล้วไปเถอะแต่หากเป็ความจริงชีวิตที่เหลือต่อจากนี้ของมันคงไม่มีวันสงบสุข มันจึงลดมือที่ถือกระบี่ลงเพื่อฟังความ
“โง่เง่าเ้าคิดว่าคนพิการไร้ปราณในกายสามารถซัดมีดบินปลิดชีพผู้ฝึกตนระดับปฐีได้งั้นหรือ”นางหัวเราะเยาะอย่างเย้ยหยัน เริ่มเล่นเล่ห์อุบายเพื่อข่มขวัญให้มันมิกล้าแม้แต่หายใจมือขวาอันอ่อนโยนจับขลุ่ยย่อส่วนที่ห้อยคอไว้ ฉับพลันขลุ่ยสองชุ่นก็หลุดออกมาจากสร้อยแล้วขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็วเป็ขลุ่ยไผ่ยาวฉื่อครึ่งมีไอวิเศษสีเหลืองเบาบางดุจควัน บอกชัดว่ามันคือสมบัติเวทระดับหวงต้น
“เ้า ...เ้าทำได้”
“ข้าเตือนเ้าั้แ่แรกแล้ว ขันทีชาติสุนัขในวังเหลียนต่อให้มีนับร้อยแต่ด้วยอิทธิพลที่ท่านตาของข้ามี ไหนเลยจะสืบเสาะไม่ได้ว่าวันนี้ขันทีคนใดลางานไม่เข้าเวร มิหนำเ้ายังสูงถึงหกฉื่อหากเป็บุรุษทั่วไปคงหาตัวได้ยากนัก แต่เมื่อเ้าเป็ขันทีวังหลวงแคว้นเหลียน แค่ตามหาขันทีร่างสูงหกฉื่อขาดงานวันนี้ ดูท่าจะมีจำนวนแค่สองหยิบมือเท่านั้นกระมัง”
“นังเด็กน่าตายต่อให้เ้ารู้ว่าข้าเป็หนึ่งในสองหยิบมือนั้นแล้วอย่างไรท่านตาเ้าก็ไม่อาจระบุได้ชัดเจนว่าข้าคือผู้ใด” มันท้าทายด้วยเล่ห์เหลี่ยม เริ่มคิดจริงจังว่าคำของเด็กน้อยไม่ใช่เื่ลวง
“ ฮ่า ๆข้าตายไปแล้วยังต้องยึดถือคุณธรรมอันใด ถือว่าข้าลากพวกเ้าทั้งหมดกลบฝังไปเป็เพื่อนแม่นมกับข้าก็แล้วกันแม้แต่เหอเย่เหลียงข้ายังไม่คิดเก็บไว้ นับประสาอะไรกับลูกสุนัขรับใช้ไม่กี่สิบคน ”เด็กน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียม จ้องมองชายชุดดำที่ยืนห่างออกไปหลายสิบก้าวอย่างเด็ดเดี่ยว
หากขลุ่ยสามารถสื่อสารถึงภูตเมามายได้จริงนางก็หมายความตามที่กล่าวทุกประการ ความแค้นในใจประหนึ่งไฟแผดเผาจนนางไม่จำเป็ต้องยึดถือศีลธรรมใดในโลกหล้าต่อให้ทะเลทุกข์ไร้ขอบเขตแล้วอย่างไร ในเมื่อนางถูกบีบจนถึงทางตันจะกลับตัวหาฝั่งเพื่อสิ่งใด มิสู้ข่มขวัญพวกมันให้กลายเป็นกหวาดเกาทัณฑ์ไปชั่วชีวิตไม่ดีกว่าหรือ
“นังแพศยา” ร่างผอมสูงตวาดสุดเสียง ในใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่นังเด็กเน่าเหม็นคิดสังหารพวกขันทีต้องสงสัยทั้งหมดไม่สนว่าพวกมันจะบริสุทธิ์หรือไม่โทสะครอบงำจิตใจกระบี่ใบแคบพลิกหมุน ร่างมันเร่งปราดเข้าใส่ราวพายุ
ฝูอวี้ฉยงจับจ้องท่วงท่าของมันนึกเสียดายที่ใช้มีดบินเคลือบทายาพิษไว้จนหมดสิ้น นางจึงได้แต่หวังพึ่งพาขลุ่ยไผ่ในมือ
ชิ้ง !! ขลุ่ยไผ่ถูกซัดพุ่งเข้าประทะกับปลายกระบี่ เมื่อกระบี่ใบแคบัักับสมบัติเวททำให้ปราณที่ขันทีผู้นั้นผนึกลงมาสะท้อนกลับคืนมันเซถอยกลับหลังไปหลายก้าว ขณะเดียวกันฝูอวี้เอนกายลงราบกับพื้นดิน นางกลิ้งตัวพลิกหมุนห่างออกมาจากศพของผู้เป็แม่นมอย่างไรเสียนางก็ไม่อยากให้การประทะเกิดขึ้นตรงจุดที่ศพของแม่นมอยู่นางอยากให้ร่างของซูเฉี่ยนมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ทำได้
จังหวะที่พลิกหมุนนางหลับตาลงแล้วรีบเปิดกล่องไม้ยาวในแหวนจัดเก็บรวบมีดบินออกมาได้เกือบสิบเล่ม แม้มันเป็มีดที่ยังไม่ทายาพิษลงไป แต่สถานการณ์คับขันเช่นนี้มีแต่ต้องใช้ออกไป
ฉับ ฉับ !! มือหนึ่งเท้ายันพื้นพยุงกายนั่ง อีกมือซัดมีดจู่โจมศัตรูที่ล่าถอย
มีดหนึ่งพลาดเป้า
ฉึบ!!
แต่อีกมีดปักลงที่ไหล่ซ้ายของคนชุดดำเด็กน้อยมองตามอย่างเสียดาย ใบมีดแม้สามารถทำร้ายมันผู้นั้นได้แต่เมื่อไม่ได้ทายาพิษกร่อนปราณไว้ก็ไร้ประโยชน์ ชนชั้นปฐีขั้น ๔ใยจะอนาทรกับแผลเล็ก ๆ จากมีดบินเพียงเล่มเดียว
กลับกันมันกลายเป็แรงกระตุ้นให้ความเกรี้ยวกราดปะทุเดือดดาล
“วันนี้ข้าจะสับเ้าเป็หมื่น ๆ ชิ้น”มันคำรามกู่ก้องจนเสียงสะท้อนไปทั่วแผ่นผา กระบี่ในมือผนึกปราณระดับปฐีขั้น ๔ ไว้จนเต็มสิบส่วน
ฝูอวี้ฉยงหรี่ตาเล็กน้อยรับรู้ได้ทันทีว่าเวลาสุดท้ายของชีวิตของนางอาจมาถึงแล้ว
ปราณสีแดงฉานที่กระบี่ปลดปล่อยออกมาบ่งบอกว่าชายชุดดำผู้นี้เป็ผู้สังกัดธาตุเพลิง
“ที่แท้เ้าก็เป็ผู้ฝึกตนธาตุเพลิงฮ่า ๆ” นางตายแล้วอย่างไร ในเมื่อนางฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความหวาดกลัวลงกลางใจของมันสำเร็จแล้วนางต้องแสดงให้มันรู้ว่านางพบรายละเอียดที่สามารถระบุตัวตนของมันให้ชัดเจนขึ้นอีกข้อ
เพียงคำพูดสุดท้ายคำพูดเดียวของนาง
ก็ทำให้มันที่ได้ยินสั่นไหวราวกับปักษาต้องศร
มันข่มความกลัวและมือที่สั่นไปมาโดยการยกกระบี่ขึ้นแล้วปล่อยปราณสังหารธาตุเพลิงเข้าใส่เด็กหญิงที่นั่งอยู่เดียวดายริมผา
เปลวเพลิงร้อนแรงพวยพุ่งเป็ลำแสงแต่ขลุ่ยไผ่ก็ลอยมาขวางทางก่อเป็ปราการป้องกัน
หนึ่งเขียว หนึ่งแดง
จู่โจมโรมรัน
ตูม !!!
แรงะเิของสองพลังหนักหน่วงรุนแรงเกิดเป็สายลมย้อนกลับสองทิศทาง หนึ่งพัดเข้าหาร่างของขันทีชุดดำอีกหนึ่งพัดเข้าใส่ร่างบอบบางของฝูอวี้ฉยง ลมแรงที่แฝงพลังสะท้อนกลับหอบร่างของนางจนหลุดพ้นขอบแผ่นผา
ฝูอวี้ฉยงเผยยิ้มสุดท้ายด้วยความสมเพชโชคชะตาของตนเองรอดพ้นจากคมกระบี่ของศัตรูแต่สุดท้ายก็ต้องตายเพราะตกหน้าผา
ชะตาของมนุษย์คนใดจะน่าสมเพชได้เท่านางคงไม่มี...
นางเคยเชื่อว่า
หนึ่งชีวิตความตายมีเพียงหนเดียว
สำหรับคนอื่นมันอาจหนักหนาดุจขุนเขาสำหรับนางกลับบางเบาดุจขนห่าน
หากยามที่ร่างของนางผ่านเข้าสู่ชั้นหมอกพิษโลหิตนางกลับกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
ทั้งที่ต้องตกลงไปตายแล้วแท้ ๆแต่สัญชาตญาณทางกายก็เร่งเร้าให้นางปิดปากปิดจมูกกลั้นหายใจจนเมื่อร่างผ่านชั้นหมอกโลหิตลงไปแล้ว นางก็ได้ยินเสียงร้องของปักษาตัวหนึ่งแหวกฝ่าอากาศมาแม้ร่างของนางตกลงไปยังหุบเหวเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว แต่ปักษาตัวใหญ่กลับถลาลมพุ่งกายลงไปเร็วกว่าและสามารถรองรับร่างของนางเอาไว้ได้ทันเวลา
สองมืออันบอบบางจับขนหลังคอของนกั์ไว้แ่า ดวงตาจ้องมองขนของปักษาตัวใหญ่ขนาด๑ จั้งตัวนี้ด้วยความแปลกใจ นางก้าวขาข้างหนึ่งลงนรกแล้วแท้ ๆแต่ก็ได้เ้านกขนเทาตัวนี้ช่วยชีวิตไว้
หากเด็กน้อยกลับยินดีในการรอดชีวิตของตนได้ไม่นาน
ครืน !!!!
ทั้งนาง ทั้งนกรู้สึกได้ถึงพลังกระแทกกระทั้นระดับสูงที่ไม่รู้ที่มา แต่พลังนี้กลับสามารถเล่นตลกกับชะตาของนางอีกครั้งเมื่อปักษาขนเทาเสียการทรงตัวร่างจึงพลิกหมุนกลางอากาศ ทิ้งตัวลงสู่เหวด้านล่าง ขณะที่มือของนางไม่สามารถจับขนของมันได้อยู่จึงร่วงพรูลงสู่หุบเหวอเวจี
**************************
** ตกผาได้วิชาคิดว่าคนอ่านก็น่าจะเดาทางออก เพราะเื่วางพลอตมาแบบแนวกำลังภายใน เนื้อเื่ยังคงเน้นการผจญภัยและการฝึกตนเป็หลักส่วนที่สงสัยว่ามีพระเอกไหม แหมก็ต้องมีสักหน่อย แต่ไม่ฮาเร็มนะขอบอกไว้ก่อน เื่ของความรักจะมา่กลางเื่่ต้นคืออยากปูรากฐานฝั่งนี้ให้แ่าก่อน
**การสูญเสียวั่งเกออาจทำให้นางเสียใจจนขาดสติแต่การสูญเสียซูเฉี่ยนอาจทำให้นางละทิ้งคุณธรรม แม้นางเห็นความตายเบาบางดุจขนห่านแต่ไม่ได้หมายความว่าจริง ๆ แล้วนางยินยอมพร้อมใจตายง่าย ๆ อีกสองสามตอนหลังจากนี้ยังเป็่ฝึกฝนของเสี่ยวฉยง
***ขอบคุณทุกกำลังที่ติดตามอ่านกันนะจ๊ะขอบคุณมาก ๆ ที่เป็กำลังใจให้กัน
ZHMX