ได้มั้ย
" นะ นี่ นาย อาเย่ว...เื เืไหล ทะ ทำไม เืออกเยอะแบบนี้ วาง วางฉันลง "
" จะเสียงดังไปทำไม โดนแค่ถากๆเอง " ชายหนุ่มเอ่ยขณะที่ขายังก้าวเดินต่อ
" ไม่ได้ๆ ปล่อยชั้นลง วางชั้นลงก่อน เืมันไหลออกมาเยอะแล้วเนี้ย " พูดได้หน้าตาเฉย...โดนแค่ถากๆแล้วมันไม่เจ็บรึยังไงกัน ปาลิตารีบเอ่ยหลังจากนิ่งอึ้งอยู่สักพัก
" แต่ชั้นอยากให้เธอขี่หลังนี่ ถ้าพลาดคราวนี้ก็ไม่รู้จะมีโอกาสอีกมั้ย "
" มันใช่เวลามั้ยเนี้ย ถ้ายังไม่วางฉันลง ต่อไปจะไม่คุยด้วยแล้วนะ " เธอต้องใช้ไม้นี้สินะ...
" โอเคๆ " เย่วเฟิ่งจำใจย่อตัวและปล่อยลำแขนที่โอบตัวเธอไว้ เขาหันมาสบตากับคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ... เดาไม่ออกเลยจริงๆว่าตอนนี้เธอรู้สึกยังไง เป็ห่วงหรือกำลังโกรธเขาอยู่กันแน่ แต่ก็คงจะเป็อย่างหลังมากกว่า...ดูจากสายตาที่จ้องมองเขาซิ
" หันมา " ชายหนุ่มขมวดคิ้วเมื่อได้ยินประโยคของเธอ
" ห๊ะ "
" บอกว่าหันมา " เมื่อเธอพูดจบเขาก็หันหน้ามาหามองเธอด้วยแววตาละห้อย แต่นั่นก็ยังไม่ใช่สิ่งที่เธอ้า ปาลิตาส่ายหน้าพร้อมกับถอนหายใจ...เขากลายเป็คนซื่อบื้อแบบนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน ถ้าปล่อยเวลาให้ยืดเยื้อมากกว่านี้คนร้ายได้ตามมาเล่นงานอีกแน่นอน
ปาลิตาหยิบผ้าพันคอที่อยู่ในกระเป๋าของเธอออกมาและเดินไปทางด้านซ้ายของเขา เธอจัดการพันต้นแขนที่เืกำลังไหลอยู่เพื่อช่วยห้ามเืให้เขา ความจริงเธอก็อยากเปิดแผลออกมาดูนะว่ามันใหญ่แค่ไหน แต่เธอและเขาคงช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว หลังจากจัดการกับต้นแขนเสร็จเธอก็จับมือจูงเขาให้เดินตามเธอมาอย่างรวดเร็ว
หากแม้เธอจะหันกลับมามองสักนิด คงจะได้เห็นคนที่ตัวเองกำลังจับมืออยู่อมยิ้ม ั์ตาเข้มส่องประกายความสุข
ณ คอนโด
หลังจากเขาและเธอใช้เวลาไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงคอนโดโดยสวัสดิภาพ ตอนแรกปาลิตาจะพาเขาแวะทำแผลที่โรงพยาบาลแต่ก็ถูกเขาห้ามไว้เสียก่อน ชายหนุ่มให้เหตุผลว่าหากเขาไปทำแผลที่โรงพยาบาลและมีคนเห็นล่ะก็ คงได้เป็ข่าวใหญ่แน่...และนั่น เป็เื่ไม่ดีสำหรับบริษัทของพ่อเธอ
เขาพึ่งจะเข้ามาเป็หุ้นส่วนแต่ก็โดนทำร้ายเสียแล้ว คนไม่รู้อาจเอาชื่อบริษัทของพ่อเธอมาเกี่ยวข้องก็ได้ ไม่มีใครรู้จิตใจของใคร...เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเื่อื่นตามมา ก็ไม่ควรมีใครรู้เื่ในวันนี้ ยกเว้นคนที่เขากำลังคุยด้วยอยู่นี่...
" อึ้ม.. โอเค ขอบใจ ฝากนายจัดการแทนหน่อย " เย่วเฟิ่งเอ่ยกับคนปลายสาย
" รู้มั้ย ..ว่าพวกมันเป็ใคร " เสียงทุ้มในสายเอ่ยถาม
" ยัง แต่ก็คงอีกไม่นาน เดี๋ยวให้อาเหลียงเช็คก่อน แต่ก็คงไม่ใช่คนที่นี่...วันก่อนโกดังที่จีนถูกลอบวางเพลิงอาจเป็คนคนเดียวกัน "
" เอาแบบนี้ เื่ที่จีนนายก็จัดการไป ส่วนเื่วันนี้ชั้นจะให้พายัพสืบให้ว่าพวกมันเป็ใครกันแน่ "
" เอาแบบนั้นก็ได้ ่นี้ชั้นมีหลายเื่ให้คิด ฝากนายด้วยแล้วกัน " เย่วเฟิ่งเอ่ย...มีไม่กี่ครั้งหรอกที่เขาจะเอ่ยขอความช่วยเหลือจากพี่ชายคนนี้ ทั้งๆที่รู้ดีว่าประธานใหญ่แห่งอัครากรุ๊ปจะเต็มใจก็ตาม ยังไงเขาก็อยากทำทุกสิ่งด้วยสมองของตัวเอง
แต่่นี้...นอกจากเื่ของธุรกิจ เขายังมีเื่ของปาลิตาเข้ามาให้คิดอีก หากตัดเื่เล็กเื่น้อยออกไปได้สมองของเขาคงเบากว่านี้
" หึ...หนึ่งในนั้นมีเื่ของปาลินอยู่ด้วยใช่มั้ย ไม่เคยเห็นนายเสียอาการแบบนี้มาก่อนเลย " เสียงในสายเอ่ยแซว
" พูดมาก แค่นี้แหละ ที่เหลือฝากนายจัดการด้วย " พูดจบเขาก็กดวางสายทันที พี่ชายคนนี้ชักจะรู้มากเกินไปซะแล้ว
หลังจากวางสายเย่วเฟิ่งก็นึกขึ้นมาได้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียวและนี่ก็ไม่ใช่ห้องของเขา แต่เป็ห้องของเธอต่างหาก เมื่อคะยั้นคะยอให้เขาไปทำแผลที่โรงพยาบาลไม่ได้ปาลิตาจึงพาเขาขับรถกลับคอนโดและจูงมือเขามาที่ห้องของตัวเองแทน สายตาคมจับจ้องไปยังคนที่นั่งมองตัวเองอยู่ ตรงหน้าของเธอมีกล่องสำหรับปฐมพยาบาลวางอยู่ ใบหน้าหวานจ้องเขม็งมายังเขา
" นึกว่าจะคุยจนเืไหลออกหมดตัว " เสียงหวานค่อนแคะ
" เป็ห่วงเหรอ " เขาเอ่ยถามพร้อมทั้งยิ้มกริ่มส่งั์ตาหวานให้เธอ
" กลัวนายมาตายในห้องฉันมากกว่า " แม้จะตอบกลับไปอย่างนั้น คนตัวเล็กก็ขยับเข้ามาใกล้และแกะผ้าพันคอของตัวเองออกจากต้นแขนของเขา
ชายหนุ่มมองคนที่นั่งอยู่ข้างๆอย่างไม่วางตา ก่อนหน้าที่ทิ้งเธอไปเขาคิดว่าตัวเองจะลืมเธอได้ และเธอก็คงลืมเขาได้เช่นกัน ระยะเวลาที่ผ่านมาก็เป็เครื่องพิสูจน์แล้วว่าตัวเขาทำไม่ได้...เขาไม่เคยลืมเธอได้เลย แม้จะลองคบกับคนนั้นคนนี้เพราะคิดว่าตัวเองสามารถลืมเธอได้ สุดท้ายเขาก็บอกเลิกผู้หญิงทุกคนที่เข้ามา ชีวิตของเขาไม่สามารถมีใครอื่นข้างกายได้...นอกจากเธอคนนี้
" ถอดเสื้อ "
" ... " เขายิ้มกริ่ม ไม่เอ่ยคำพูดใดๆออกมา
" ชั้นแค่จะดูแผล ไม่ได้คิดอะไรแบบนั้นสักหน่อย "
" หึ...ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ " ชายหนุ่มยกยิ้ม เขาทำตามที่หญิงสาวบอกโดยง่าย มือใหญ่ยกขึ้นเพื่อแกะกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเอง
" อ๊ะ... ซี๊ดดด " เสียงของเขาร้องดังออกมาในตอนที่กำลังยกมือขึ้น ในเมื่อแขนอีกข้างไม่สามารถใช้การได้ในเวลานี้เขาก็จำต้องใช้มือข้างเดียวในการแกะกระดุม
" หึ้ยยย..นายนี่มัน " คนที่นั่งมองอยู่นานเริ่มทนไม่ไหว ปาลิตาขยับเข้ามาใกล้พร้อมกับเอื้อมมือมาแกะกระดุมเสื้อช่วย
เมื่อจัดการกับกระดุมทุกเม็ดเสร็จเรียบร้อยหญิงสาวก็ช่วยเขาถอดเสื้อออก ดวงตาเล็กมองแผลบนต้นแขนของเขา...ปาลิตาหยิบอุปกรณ์ทำแผลออกมาจากกล่องแล้วลงมือปฐมพยาบาลเบื้องต้น ในตอนแรกเธอคิดว่าหากเเผลของเขาใหญ่มากเธอคงต้องโทรหาหมอพาขวัญซึ่งเป็ลูกเลี้ยงของน้าสาวของเธอเพื่อให้มาช่วยดูแผลให้ที่คอนโด แต่หลังจากลงมือเช็ดทำความสะอาดแล้วแผลก็ไม่ได้ดูใหญ่มาก และตอนนี้เืก็หยุดไหลแล้ว คงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง
" ขอบคุณครับ " เขาเอ่ยเมื่อเห็นเธอเก็บอุปกรณ์เข้ากล่อง
" ... " ปาลิตานิ่งเงียบ เธอปิดฝากล่องและเตรียมจะลุกขึ้น
" คุยกันก่อนได้มั้ย " ชายหนุ่มเอื้อมมือไปจับข้อมือบางก่อนที่เธอลุกหนีไป
" .... " เธอยังคงนิ่งเงียบ ใบหน้าหวานเรียบตึงไม่แสดงสีหน้าหรืออารมณ์ใดๆ
" ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ชั้นจะเล่าเื่ทุกอย่างให้เธอฟังและถามเธอว่า พร้อมจะสู้ไปด้วยกันมั้ย แต่ในเมื่อมันทำไม่ได้ฉันก็อยากถามเธอตอนนี้และหากคำตอบคือไม่ ชั้นจะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธออีก " เย่วเฟิ่งที่ก้มหน้าพูดเงยหน้าขึ้นเมื่อเอ่ยจบประโยค ดวงตาคมจ้องสบตากับผู้หญิงตรงหน้า เธอเองก็เหมือนถูกคำพูดของเขาสะกดไว้
ทั้งเขาและเธอกำลังสบตากันและกัน
" สู้ไปด้วยกัน...จะได้มั้ย "