บทที่ 1
พบกันอีกครั้ง เธอลืมฉัน
กริ๊งงงง!
เสียงกริ่งดังขึ้นราวเสียง์ให้นักเรียนหลายคนที่ฟุบหน้าลงไปเฝ้าพระอินทร์กับโต๊ะถึงกับเด้งตัวขึ้นมาอาจารย์เองเมื่อได้ยินเสียงกริ่งจึงหยุดมือที่กำลังเขียนกระดานหน้าห้องเรียน
“เอาล่ะ สำหรับวันนี้ก็คงมีแค่นี้การบ้านก็อย่าลืมเอากลับไปทำล่ะ ทำความเคารพได้”
“นักเรียน เคารพ” “ขอบคุณครับ/ค่ะ”
สิ้นเสียงบอกทำความเคารพนักเรียนหลายคนก็ลุกพรวดพราดออกจากที่นั่งซึ่งก็ไม่แปลกใน่เวลาหลังเลิกเรียนแบบนี้ในขณะที่ฉันกำลังเก็บของใส่กระเป๋าอยู่นั้นอาจารย์ก็หันมาหาฉันกับเพื่อน
“ไอริน ดีรสร เมสิตาอย่าลืมมาช่วยงานครูที่ห้องพักครูนะ”
‘ไอริน’นั่นคือชื่อของฉันเอง
“ค่า!”เสียงตอบรับดังขึ้นจากเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างฉัน ‘ดีรสร’ หรือ ‘เดียร์’เป็เพื่อนสนิทคนแรกของฉัน มีนิสัยกระตือรือร้นไปเสียทุกเื่โดยเฉพาะถ้าเป็เื่ความรักจะหูไวตาไวมากเป็พิเศษเท่าที่ฉันจำได้มีคู่รักหลายคู่ในโรงเรียนเลยที่ได้เดียร์เป็แม่สื่อช่วยจับคู่ให้จนรักกันในที่สุด
แต่ก็ต้องยกเว้นคู่ของฉันไว้คู่นึงนะ
“ไปกันเถอะจ้ะ เดียร์ ไอริน”เสียงหวานใสดังขึ้นจากที่นั่งเยื้องไปด้านหน้า ‘เมสิตา’ หรือ ‘เมสเสจ’ มีนิสัยตรงข้ามกับเดียร์อย่างสิ้นเชิงคือเป็คนที่ขี้อายมากเวลาพูดก็มักจะพูดเสียงเบา แต่ก็เป็คนที่อ่อนโยนและน่ารักมากเมสเสจเองก็เป็เพื่อนสนิทอีกคนของฉัน
“งั้นฉันไปเล่นบาสก่อนนะ”เด็กหนุ่มที่นั่งข้างเมสเสจพูดพร้อมกับหิ้วกระเป๋าขึ้นมา ‘ไอลวิณทร์’ หรือ ‘ไอล์’เป็เพื่อนสมัยเด็กของเมสเสจที่ติดสอยห้อยตามเธอเข้ามาอยู่ในกลุ่มเรา
“อ๊ะ เดี๋ยวก่อนสิ ไอล์ จะไปเล่นบาสกับไคท์ใช่ไหม?”ฉันเรียกตัวไอล์เอาไว้ก่อนที่เขาจะออกจากห้องไป ไอล์จึงหยุดเดินและหันมาพยักหน้าตอบ
“อื้อ ใช่ ไอรินมีอะไรจะฝากถึงเ้าไคท์ล่ะ?” ไอล์ที่เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าฉัน้าอะไรถามขึ้นฉันเลยรีบพูดธุระของตัวเองให้เขารู้
“ฉันคุยกับคุณน้าแล้วได้ยินว่า่นี้ไคท์กลับบ้านช้าทุกวันเลยฝากบอกไคท์ให้ด้วยนะว่าวันนี้ให้รีบกลับน่ะ เพราะว่าคุณน้าท่านเป็ห่วงไคท์น่ะ”
“ครับ รับทราบครับ คุณภรรยาเดี๋ยวผมจะเอาไปบอกคุณสามีให้นะครับว่าคุณภรรยาเป็ห่วงมากน่ะ”ไอล์พยักหน้าด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นจังหวะจึงแกล้งพูดแซวทำเอาฉันเขินจนรู้สึกว่าหน้าตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมา
“โธ่ อย่าแซวกันสิ ไอล์! ( - ///// - )”
“ฮ่าๆ โทษทีๆเดี๋ยวฉันบอกเ้าไคท์ให้เอง ไม่ต้องห่วง งั้นฉันไปนะ”ไอล์พูดจบก็เดินตรงดิ่งออกจากห้องไป ฉันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันมามองเพื่อนสนิททั้งสองคนที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันอยู่
“แหมๆ หวานแหววกันจริงๆเลยน้าสมเป็ ‘ไคท์xไอริน’ คู่รักที่หวานแหววที่สุดในโรงเรียน”เดียร์แกล้งพูดแซวทำเอาเมสเสจถึงกับปิดปากหัวเราะคิกๆ ฉันเองถูกแซวแบบนั้นก็รู้สึกเขินขึ้นมาอีกครั้งเลยต้องรีบเบี่ยงประเด็นเสียก่อนที่จะโดนแซวไปมากกว่านี้
“รีบไปช่วยงานคุณครูดีกว่าเดี๋ยวเสร็จช้าจะได้กลับเย็นนะ! ( - ///// - ! )”
“ฮันแน่ เขินล่ะสิ!”เดียร์ยังคงแกล้งพูดแซวไม่หยุด ทำให้ฉันต้องทำอะไรสักอย่างแก้เขิน ฉันเลยรีบดึงมือเมสเสจให้เดินตามออกมา
“ไม่คุยกับเดียร์แล้ว! ไปกันเถอะ เมสเสจ”
“จ้ะๆ”เมสเสจหัวเราะคิกๆและเดินตามหลังฉันมาอย่างว่าง่าย
“โอ๋ๆ ไอริน ไม่งอนนะ ขอโทษๆ!ก็ตอนไอรินเขินมันน่ารักออกนี่นา!”เดียร์ที่เห็นแบบนั้นจึงรีบเดินตามมาง้อ
“หึ! ไม่คุยด้วยแล้ว!”ฉันทำแก้มป่องแกล้งทำเป็งอนให้เดียร์ง้อต่อไป ซึ่งอันที่จริงแล้วฉันก็ไม่ได้งอนอะไรนักหรอกแค่เอาคืนเื่ที่เดียร์ชอบแซวเื่นี้อยู่ได้
เื่ที่ว่าฉันกับ ‘ไคท์’ เราเป็แฟนกัน
ไคท์ เป็รุ่นน้องที่มีอายุน้อยกว่าฉันหนึ่งปีเขาเลยเรียนอยู่ชั้นม.5 ในขณะที่ฉันเรียนอยู่ชั้นม.6 แต่ถึงจะไม่ได้เรียนชั้นเดียวกันแต่ความสัมพันธ์ของพวกเราก็เป็ไปด้วยดีไม่มีปัญหาอะไรเขาออกจะดูแลฉันดีด้วยซ้ำ ส่วนเหตุผลที่ทำให้เราคบกันนั้นมันค่อนข้างยาวเอาไว้จะเล่าให้ฟังในโอกาสหน้านะ
แต่ก่อนหน้านั้นต้องรีบไปช่วยงานครูก่อนไม่อย่างนั้นถ้ากลับบ้านช้าต้องโดนคุณลุงกับคุณป้าบ่นเอาแน่เลยล่ะ
“เสร็จงานแล้ว ห้าโมงพอดีเลยขอโทษที่ต้องให้อยู่จนถึงเย็นนะ ขอบใจมากจ้ะ ไอริน ดีรสร เมสิตา”
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะพวกหนูยินดีช่วยอยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นพวกหนูขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“เดินทางกลับบ้านดีๆนะทั้งสามคน”
“ขอบคุณค่ะ”
หลังจากร่ำลากับอาจารย์เสร็จแล้วพวกเราสามคน ฉัน เดียร์และเมสเสจก็เดินออกจากห้องพักครูและพากันเดินลงบันไดเพื่อจะได้กลับบ้านสักที
“เฮ้อ เมื่อยไปหมดเลยต้องนั่งพับเพียบเป็ชั่วโมงแน่ะ” เดียร์บ่นพึมพำขณะที่บิดตัวไปมาแก้เมื่อย
“เื่นั้นช่วยไม่ได้นี่นาพวกเราเป็นักเรียนจะให้ไปนั่งโต๊ะครูก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?”ฉันว่าแล้วก็หันไปมองเดียร์ซึ่งกำลังเบ้ปากอยู่
“แล้วทำไมเมสเสจถึงไม่มีอาการอะไรเลยล่ะ!?” เดียร์พูดแล้วขยับเข้าไปกอดแขนเมสเสจที่เดินอยู่ข้างๆ
“เพราะว่าที่บ้านสอนให้นั่งพับเพียบบ่อยๆก็เลยชินแล้วล่ะจ้ะ”เมสเสจตอบคำถามด้วยรอยยิ้มหวาน
“นะ นั่งพับเพียบจนชินแล้วเหรอ? ยอดมนุษย์ชัดๆ...หรือว่าจริงๆแล้วเมสเสจเป็ยอดมนุษย์สินะ! เพราะตรงนี้เองก็ยอดสุดๆเหมือนกัน!” เดียร์ที่เห็นโอกาสทำตาวาวเหมือนนักล่าและบีบหน้าอกของเมสเสจหนุบๆจนเธอถึงกับต้องส่งเสียงร้องว้ายออกมาด้วยความใ
“เดี๋ยวเถอะ เดียร์อย่าแกล้งเมสเสจสิ”
ฉันที่เห็นแบบนั้นรีบห้ามปรามพร้อมทั้งหยิกแขนเดียร์เข้าให้จนเพื่อนตัวแสบต้องรีบปล่อยมือหนีที่รีบเข้าไปห้ามนั้นส่วนหนึ่งก็เป็เพราะมันไม่เหมาะสม อีกส่วนหนึ่งคืออิจฉา!
ใช่สิ! ฉันมันแบนนี่ แม่ให้ฉันมาแค่นี้นี่นา!( T - T )
หลังจากนั้นพวกเราสามคนก็เดินคุยกันจนลงมาถึงชั้นหนึ่งซึ่งพอดีกับตึกที่พวกเรามาช่วยงานครูนั้นอยู่ติดกับสนามบาสฉันเลยถือโอกาสมองหาคนตัวดีที่มักจะมาเล่นบาสอยู่ตรงนี้เป็ประจำว่าเขากลับบ้านไปตามที่ฉันบอกหรือยังระหว่างนั้นเดียร์ก็ซุบซิบคุยกับเมสเสจอยู่ข้างหลังของฉัน
“นี่ๆ เมสเสจดูพี่คนที่นั่งอยู่ตรงม้านั่งนั่นสิ หล่อสุดๆไปเลย”เดียร์เขย่าตัวเมสเสจและชี้ไปทางม้านั่งใต้ตึกที่มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่เหมือนกำลังรอใครบางคนอยู่
“หืม จริงด้วยจ้ะเป็ศิษย์เก่าหรือเปล่านะ?” เมสเสจมองตามและถามเดียร์อย่างสงสัย
“ไม่น่าใช่นะพี่เขาดูมีอายุไม่ห่างจากพวกเรามากน่าจะรุ่นเดียวกับพี่เอ็มที่จบไปปีก่อน และถ้ามีคนที่หล่อขนาดนี้ในรุ่นพี่เอ็มล่ะก็มีหรือที่ฉันจะไม่รู้จัก?”
“ถ้าอย่างนั้นก็เป็คนนอกสินะจ๊ะแล้วเขามีธุระอะไรกันนะ?”
“ท่าทางเหมือนจะรอใครอยู่นะต้องเป็ผู้หญิงแน่ๆเลย ใครกันน้าผู้โชคดีคนนั้นน่ะ?”
ระหว่างที่สองสาวกำลังเมาท์กันเื่หนุ่มหล่อฉันก็มองหาจนเจอคนตัวดีที่ฉันกำลังนึกถึงกำลังยืนเล่นบาสกับเพื่อนอยู่
เด็กหนุ่มสูงราว 175 เิเหน้าตาดูดี มีดวงตาคมและจมูกโด่ง ริมฝีปากรูปกระจับของเขาเป็สีพีชเส้นผมหน้าม้ายาวถูกกิ๊บติดผมรวบขึ้นไปบนหัวเปิดหน้าผากให้เห็นใบหน้าดูดีที่มีพลาสเตอร์แปะอยู่เต็มไปหมดแถมยังแต่งตัวแบบเอาเสื้อออกนอกกางเกงแบบไม่เกรงใจว่าอยู่ในโรงเรียนอีก
คนๆนั้นก็คือ‘ไคท์’ เป็แฟนของฉันอย่างที่เล่าไปก่อนหน้านี้
ที่สภาพของเขาเป็แบบนี้เพราะว่าไคท์เคยเป็นักเลงมาก่อนอันที่จริงฉันก็ไม่ได้ชอบพวกนักเลงอะไรแบบนั้นหรอกเพียงแต่ใน่หลังนั้นเขาปรับปรุงตัวดีขึ้นมากจนเื่ที่เคยไปต่อยตีคนอื่นจนเข้าโรงพยาบาลนั้นเหมือนเป็เื่โกหกฉันเลยคิดว่ามันเป็โอกาสดีที่ฉันจะให้โอกาสลองคบกับเขาดู
แต่ก่อนอื่นทั้งที่ฉันบอกให้รีบกลับแล้วแท้ๆแต่ก็ยังจะอยู่เล่นบาสจนเย็นแบบนี้สงสัยต้องเข้าไปจัดการสักหน่อยแล้ว
“เดียร์ เมสเสจ ขอเวลาเดี๋ยวนะ” ฉันหันไปหาเพื่อนสนิททั้งสองและบุ้ยหน้าไปทางไคท์ซึ่งทั้งสองก็พยักหน้าเหมือนเข้าใจ ฉันเลยย่างสามขุมเข้าไปหาไคท์พร้อมกับเรียกชื่อของเขา
“ไคท์!”
“ไอริน!” คนตัวดีที่ถูกฉันเรียกชื่อหันกลับมามองพอเห็นว่าเป็ฉันเขาก็โบกมือให้พร้อมทั้งยิ้มกว้างจนเห็นฟันเขี้ยวบ่งบอกให้รู้ว่าเขาดีใจขนาดไหนที่เห็นฉันถึงมันจะน่ารักมากเลยก็เถอะ แต่ก่อนอื่นต้องเคลียร์เื่ที่มัวแต่เล่นบาสไม่ยอมกลับบ้านก่อน
“ยังไม่กลับบ้านอีกเหรอ? ฉันฝากให้ไอล์มาบอกแล้วนี่นาว่าวันนี้ให้รีบกลับบ้านน่ะคุณน้าเป็ห่วงเพราะนายกลับบ้านช้ามาหลายวันแล้วนะ”ฉันเท้าเอวรีบพูดตักเตือนไคท์ทันที ทำให้เขาถึงกับทำหน้าเซ็งออกมา
“ไม่เอาอ่ะไอริน ฉันยังเล่นไม่เต็มอิ่มเลย เธอกลับไปก่อนเลยไว้ฉันค่อยกลับนะ”
“ไม่ได้เด็ดขาดคุณน้าสั่งให้ฉันพานายกลับบ้านเร็วให้ได้ เพราะงั้นรีบกลับบ้านเดี๋ยวนี้”
“แต่ว่า...”ไคท์พูดด้วยน้ำเสียงอ่อยพลางทำหน้าหงอยเหมือนหมาที่โดนแย่งของเล่น
ฮึ่ม! คิดว่าตัวเองน่ารักหรือไงที่ทำหน้าทำตาแบบนี้น่ะ!
ใช่! น่ารักมากเลย! ( - ///// - )!
แต่ว่าเื่นั้นกับเื่นี้มันคนละเื่กันในเมื่อคุณน้าฝากให้ฉันเป็คนจัดการเขา ฉันก็ต้องทำหน้าที่ให้ลุล่วงให้ได้อีกอย่างฉันเตรียมไพ่ตายเอาไว้ในเวลาแบบนี้แล้ว
“นี่รีบกลับบ้านกันเถอะนะ เย็นตั้งขนาดนี้แล้ว คุณน้าจะเป็ห่วงเอานะ”ฉันเอียงคอส่งสายตาและน้ำเสียงออดอ้อนขอร้องไปหาทำเอาไคท์ชะงักกึกมองตาฉันอย่างใจอ่อน สุดท้ายก็ยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี
นี่แหละวิธีพิชิตไคท์ตามแบบฉบับไอริน( = __, = ! )
ทุกอย่างๆดำเนินไปเหมือนปกติในทุกวันแต่แล้วเื่ที่ฉันไม่เคยคาดคิดว่ามันจะเกิดก็เกิดขึ้นเื่ราวที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปเื่ราวที่เกี่ยวเนื่องถึงความทรงจำที่หายไปของฉัน
เื่ราวนั้นมันเริ่มต้นขึ้นมาจากเพราะการปรากฏตัวของ‘เขา’
“ไอริน!”
น้ำเสียงทุ้มนุ่มเอ่ยเรียกชื่อฉันด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายเสียงอันคุ้นหูนั้นทำให้ฉันต้องรีบหันไปมองเ้าของเสียง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงยีนส์แบรนด์เนมกำลังก้าวเท้ายาวๆเข้ามาหาฉันใบหน้าของเขานั้นดูดีไม่แพ้ไคท์เลยทีเดียว ไม่สิ บางทีอาจจะดูดีกว่า
ชายหนุ่มคนนั้นสูงราว180 เิเ มีใบหน้ารูปไข่ จมูกคมโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางสีชมพูดวงตาและเส้นผมนั้นเป็สีดำขลับไว้ผมยาวระต้นคอ ซึ่งมันก็ดูเข้ากันกับใบหน้าแบบลูกครึ่งของเขาจนฉันเชื่อว่าไม่ว่าจะสาวคนไหนถ้ามองเห็นเขาก็คงจะต้องเหลียวมองตามเป็แถบแน่
แต่ที่ฉันแปลกใจก็คือฉันมั่นใจว่าไม่รู้จักเขาแต่เขากลับรู้และเรียกชื่อของฉันได้ถูกต้องราวกับเคยรู้จักกันมาก่อน แถมยังความรู้สึกที่น่าคุ้นเคยนี้อีกฉันเลยได้แต่ยืนนิ่งค้างไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
ชายหนุ่มคนนั้นวิ่งมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าฉันโดยไม่พูดไม่จาก่อนที่เขาจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้ราวกับอยากจะพิจารณาใบหน้าของฉันให้ชัดเจน ทำให้ทุกคนต้องหันมามองไม่เว้นแม้แต่ไคท์ที่มองมาแบบงุนงงเช่นกัน
“เอ่อขอโทษนะคะ... คุณ...” ฉันที่เห็นท่าไม่ดีเลยรีบเอ่ยปากจะถาม แต่เขาก็ไม่ยอมฟังที่ฉันพูดเลยแถมยังพูดแทรกขึ้นมาอีก
“ใช่เธอจริงๆด้วยไอริน สามปีที่ผ่านมา ฉันรอวันนี้มาโดยตลอด วันที่ฉันจะได้พบกับเธออีกครั้ง”
หลังจากที่เขาใช้เวลาพิจารณาใบหน้าของฉันเสร็จไม่นานเขาก็ยิ้มออกมา แต่ถ้าลองสังเกตดูดีๆแล้วจะเห็นว่าขอบตาของเขานั้นรื้นไปด้วยน้ำตาที่ไม่รู้ว่าเกิดความรู้สึกดีใจหรือซาบซึ้งกันแน่และพอรู้สึกตัวอีกทีร่างของฉันก็ถูกดึงเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของเขาเสียแล้ว
ทันทีที่ถูกอ้อมแขนแข็งแรงนั้นโอบกอดความรู้สึกแปลกๆก็ไหลเข้ามาในหัวของฉัน กลิ่นโคโลญหอมอ่อนๆกับอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของเขานั้นทำให้ฉันเคลิบเคลิ้มไปด้วยความรู้สึกที่ชวนให้หวนนึกถึงอย่างน่าประหลาดจนกระทั่ง...
“เฮ้ย!” เสียงของไคท์ดังขึ้นทำให้ฉันได้สติรีบผลักอกของชายคนนั้นออกสุดแรงทำให้เขาต้องก้าวถอยหลังออกไป
ชายคนนั้นเงยหน้าขึ้นมามองฉันด้วยสายตางุนงงและทำท่าเหมือนจะเอ่ยถามแต่ก่อนที่จะได้ทำอะไรนั้นไคท์ก็เดินเข้ามาขวางหน้าระหว่างฉันกับเขาไคท์กระชากคอเสื้อของชายคนนั้นและต่อยหน้าเขาอย่างแรงจนหน้าหันและเดินโซเซถอยหลังไปสามก้าว
“ไอริน...ทำไม?” ชายใช้มือกุมแก้มของตัวเองและเงยหน้าขึ้นมาถามฉันด้วยน้ำเสียงสั่นเทาแต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดอะไรตอบนั้นไคท์ก็เป็คนพูดขึ้นมาก่อน
“แกเป็ใคร!? มายุ่งกับแฟนของฉันทำไม!?”ไคท์ะโถามขณะที่ยืนขวางระหว่างฉันกับชายคนนั้น
“แฟน...?ไอริน มันหมายความว่ายังไงน่ะ!?”ชายคนนั้นได้ยินสิ่งที่ไคท์พูดดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง ก่อนที่เขาจะะโถามฉันฉันกำลังจะเอ่ยปากตอบแต่ก็โดนไคท์ปิดปากเอาไว้และส่ายหน้าเป็การบอกว่าไม่ต้องตอบอะไรแล้วไคท์ก็เป็คนตอบคำถามของเขาแทนฉัน
“ก็หมายความตามที่พูดนั่นแหละฉันกับไอรินเป็แฟนกัน! แล้วแกเป็ใคร? มากอดไอรินทำไม!?”
“ฉันไม่ได้ถามนาย! ฉันถามไอรินต่างหาก! ไอรินเื่ทั้งหมดมันเป็ยังไงกันแน่!?”ชายหนุ่มคนนั้นยังคงตื๊อพยายามจะเอาคำตอบจากฉันให้ได้
“คะคุณเป็ใครกันคะ? ฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าเคยรู้จักคุณ...”ฉันถามเขาด้วยน้ำเสียงสั่นเทาเล็กๆและพอได้ยินคำถามของฉันดวงตาของเขาก็เบิกกว้างขึ้น
“นี่ฉันไงฉันจินไง! เธอจำฉันไม่ได้เหรอ!?”เขายังคงะโถาม ทำให้ฉันได้รู้ว่าชื่อของเขาก็คือ ‘จิน’ แต่ถึงแม้เขาจะบอกชื่อมาฉันก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดีฉันแลยได้แต่ตอบออกไปตามตรง
“ขอโทษนะคะ...แต่ฉันมั่นใจว่าไม่เคยรู้จักคนชื่อนี้นะคะ...?”
“หา?หมายความว่ายังไง...? นี่ เธอจำฉันไม่ได้จริงๆเหรอ!? พวกเราสัญญากันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่ลืมกันเด็ดขาดน่ะ!”
“ขอโทษนะคะ...! ฉันนึกไม่ออกจริงๆค่ะ! ช่วยกลับไปได้ไหมคะ!? ขอร้องล่ะค่ะ...!”
และคำตอบของฉันก็ทำให้สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปราวกับว่าโลกทั้งใบของเขากำลังจะสลายอย่างไรอย่างนั้น
Jin’spart
ผมไม่เห็นเข้าใจเลยว่ามันกำลังเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เื่ทั้งหมดมันเกิดขึ้นเร็วมากผมดีใจที่ได้พบกับไอรินอีกครั้งก็เลยเข้าไปกอดเธอด้วยความคิดถึง แล้วก็ถูกเธอผลักออกมาแถมยังถูกเด็กที่ไหนไม่รู้ที่อ้างตัวว่าเป็แฟนของไอรินต่อยเข้าอีกและที่ยิ่งกว่านั้นไอรินยังบอกว่าจำผมไม่ได้อีก
นี่มันเื่บ้าอะไรกันแน่วะเนี่ย?
นี่เธอลืมผมไปหมดแล้วจริงๆเหรอ?ทั้งๆที่ก่อนผมจะไปอเมริกา เราก็สัญญากันไว้แล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่มีทางลืมกันและกันเด็ดขาดแล้วนี่เธอกลับลืมผมไปจนหมดแถมยังไปมีแฟนใหม่อีก
โหนี่มันช็อกยิ่งกว่าละครหลังข่าวอีกนะเนี่ย! ( = _ =* )!
“เธอ...จำฉันไม่ได้จริงๆสินะ ไอริน?” ผมถามเธออีกครั้งเป็การยืนยันซึ่งเ้าตัวก็พยักหน้าแทนคำตอบทำให้สติสัมปชัญญะของผมขาดผึงไปทันที
“ได้! ในเมื่อเธอคิดจะเล่นแบบนั้นก็เอาสิ ฉันเองก็จะเล่นตามเกมของเธอเหมือนกัน!” ผมพูดออกมาด้วยเสียงดังพร้อมทั้งชี้ไปทางไอรินที่สะดุ้งขึ้นมาเมื่อเห็นผมชี้ไปทางเธอ
เอาสิ! ในเมื่อเธอยืนยันว่าลืมเื่ของผมไปหมดแล้วงั้นผมก็จะรื้อฟื้นความทรงจำที่เราเคยมีให้กันขึ้นมาเอง ผมจะขอรับบทเป็ตัวร้ายของนิยายเื่นี้เพื่อชิงตัวเธอกลับมาให้ได้! จะทำให้เธอรู้ว่าเธอเป็ของผมคนเดียว!
“ฉัน...จะทำให้เธอกลับมาตกหลุกรักฉันอีกครั้งให้ได้ คอยดู!”