"สดชื่นกระปรี้กระเปร่ายิ่งนัก รู้สึกสภาพร่างกายดีอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนเลย"
ฉินอวี่บิดกายขับไล่ความเกียจคร้าน สูดอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าเข้าลึกเต็มปอด ทันใดนั้นแววตาพลันฉายประกายเฉียบคม "ประเสริฐ... ได้เวลาเริ่มพยายามแล้ว ภายในห้าปีข้าจะต้องบรรลุขีดสุดของระดับขั้นบ่มเพาะให้จงได้"
ในใจของฉินอวี่เปี่ยมล้นด้วยแรงฮึกเหิม จึงเริ่มต้นการฝึกฝนยามเช้าในทันที
บนร่างของฉินอวี่แบกรับเครื่องถ่วงน้ำหนักสามร้อยจินอยู่ตลอดเวลา เขาวิ่งเหยาะออกจากอวิ๋นอู้ซานจวง มุ่งหน้าตรงไปยังตีนเขา จากตีนเขาวิ่งขึ้นสู่ยอดเขา จากยอดเขาหวนกลับลงมายังตีนเขา... ฉินอวี่วิ่งวนเวียนไปกลับเช่นนี้
ตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำเป็กิจวัตร ฉินอวี่จำต้องวิ่งจนหมดแรงกายถึงจะยอมหยุดพัก
"เฮ้อ!"
ฉินอวี่หอบหายใจไม่หยุด เหงื่อกาฬไหลหยดติ๋งๆ จากปลายคาง เวลานี้เขาได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว เนื่องด้วยการวิ่งเช่นนี้ทุกวัน ฉินอวี่จึงรู้ซึ้งถึงขีดจำกัดของตนเองดี แต่นึกไม่ถึงว่าวันนี้จะสามารถวิ่งได้มากกว่าเมื่อวานถึงหนึ่งรอบ แถม... เขายังไม่หมดแรงจริงๆ
แม้ขณะนี้จะเหนื่อยล้าถึงขีดสุด แต่ฉินอวี่กลับลิงโลดใจอย่างยิ่ง
"วันนี้สภาพร่างกายดีเยี่ยมจริงๆ หากพัฒนาได้เช่นนี้ทุกวัน คงอีกไม่นานที่จะก้าวถึงระดับมือเดียวแปดร้อยจิน ฟันแทงไม่เข้า... ดูท่าแม้แต่์ก็ยังเข้าข้างข้า" มุมปากของฉินอวี่ปรากฏรอยยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ฉินอวี่ััได้ชัดเจนถึงปฏิกิริยาของกล้ามเนื้อทั่วร่าง เขารับรู้ได้ว่าในตอนนี้ ตนเองได้มาถึงขีดจำกัดทางร่างกายครั้งแรกแล้ว
ทันใดนั้น—
กระแสธารใสเย็นอันแสนสบายสายหนึ่งพลันเริ่มไหลเวียนไปทั่วทุกแห่งหนในร่างกาย ราวกับนักเดินทางผู้หิวกระหายกลางทะเลทรายได้ดื่มกินน้ำทิพย์ชโลมใจ ฉินอวี่รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อทั่วสรรพางค์กายที่ตึงเครียดถึงขีดจำกัดกำลังแย่งกันดูดซับกระแสธารใสเย็นนี้...
ฉินอวี่ถึงกับตะลึงงัน เขารู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ากล้ามเนื้อที่เคยปวดเมื่อยล้าจากการถึงขีดจำกัดกำลังฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว เขาััได้เลยว่าพลังกล้ามเนื้อกำลังฟื้นคืน... ซ้ำยังดูเหมือนจะมีพละกำลังเพิ่มพูนขึ้นเสียด้วยซ้ำ
"เกิด อะไร ขึ้น?" ฉินอวี่ชะงักฝีเท้าหยุดกึก "พลังลึกลับดั่งกระแสธารใสนี้มาจากไหน? มันเกิดเื่ อะไร ขึ้นกันแน่?"
ประหลาดเกินไปแล้ว... ฝึกฝนมาแปดปีไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ทุกคราที่ถึงขีดจำกัดทางร่างกาย ฉินอวี่จำต้องกัดฟันพยายามเอาชนะมันไป ใครจะคาดคิดว่าวันนี้จะมีพลังลึกลับปรากฏขึ้น
ฉินอวี่ไม่รู้สึกถึงการดำรงอยู่ของมันในเส้นชีพจรเลยแม้แต่น้อย ราวกับกระแสธารใสนี้เมินเฉยต่อชีพจร แผ่ซ่านซึมซับไปทั่วร่างโดยตรง และกล้ามเนื้อที่ดูดซับกระแสธารใสนี้ก็กลับมีพลังเพิ่มพูนขึ้น
คิ้วเข้มของฉินอวี่ขมวดมุ่น ครุ่นคิดถึงที่มาของกระแสธารใสที่จู่ๆ ก็ผุดขึ้นมา แต่ขบคิดอยู่นานเขาก็ยังไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงเป็เช่นนี้
"ฝึกต่อ! ดูซิว่าหากถึงขีดจำกัดทางร่างกายอีกครั้งจะเป็เช่นไร"
ฉินอวี่ออกวิ่งต่อทันที ครานี้ระยะทางที่ฉินอวี่วิ่งได้กลับยาวไกลกว่าครั้งแรกเสียอีก การฝึกยามเช้าในวันนี้ ฉินอวี่ทำระยะทางได้ไกลอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
"มาแล้วในที่สุด!"
ฉินอวี่รับรู้ว่าตนเองมาถึงขีดจำกัดทางร่างกายอีกคำรบ แม้ขาสองข้างจะยังคงสับเท้าวิ่งด้วยความเร็วสูง แต่สมาธิส่วนใหญ่กลับจดจ่ออยู่กับการตรวจสอบภายในร่างกาย
พลังงานขุมหนึ่งเริ่มก่อตัว...
"ที่หน้าอก..." ดวงตาฉินอวี่ทอประกายวาววับ "ต้นกำเนิดของพลังงานลึกลับอยู่ที่หน้าอกนี่เอง"
ฉินอวี่ััได้ชัดแจ้งว่าพลังงานนี้ไหลเวียนไปทั่วร่างนั้นสุขสบายเพียงใด ความรู้สึกนี้สบายยิ่งกว่าการแช่น้ำพุร้อน สบายยิ่งกว่ายามที่ท่านหมอเวิงเสวียนนวดเฟ้นให้เสียอีก
ฉินอวี่กระชากสาบเสื้อตัวในไหมทองคำสีดำบริเวณหน้าอกออก แล้วก้มลงจ้องมองที่แผงอกของตน—
รอยประทับจางๆ รอยหนึ่งปรากฏขึ้น หากไม่สังเกตให้ดีแทบจะมองไม่เห็น รูปร่างของรอยประทับนี้เหมือนกับ 'น้ำตาดาวตก' ไม่มีผิดเพี้ยน!
หน้าอกฉินอวี่ไม่เคยมีรอยประทับนี้มาก่อน เขาย่อมรู้ตัวดี เมื่อวานตอนแช่น้ำพุร้อนก็ยังไม่เห็นมี แต่บัดนี้กลับปรากฏขึ้นแล้ว
"น้ำตาดาวตก... น้ำตาดาวตกเมื่อคืนนี้!"
ฉินอวี่เบิกตากว้าง ความตื่นตะลึงในใจไม่อาจบรรยายเป็คำพูด การหายตัวไปอย่างกะทันหันของน้ำตาดาวตกเมื่อวานทำให้ฉินอวี่แปลกใจสงสัยอยู่นาน แต่ยามนี้รอยประทับน้ำตาดาวตกที่ปรากฏเด่นชัดบนหน้าอก ทำให้ฉินอวี่อดเชื่อมโยงไปถึงเื่ราวนั้นไม่ได้
"หรือว่าพลังลึกลับดั่งกระแสธารใสเมื่อครู่ จะเกี่ยวข้องกับรอยประทับนี้? และรอยประทับนี้ก็เกี่ยวข้องกับน้ำตาดาวตกลึกลับเมื่อวาน?" ฉินอวี่ไม่เข้าใจเลยว่าเื่ราวทั้งหมดนี้มันคือ อะไร กันแน่
แต่ฉินอวี่หาใช่เด็กบ้านนอกซื่อบื้อ เขาเป็ถึงทายาทเจิ้นตงอ๋อง ย่อมตระหนักรู้ว่ามีของวิเศษฟ้าดินบางอย่างสามารถหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายมนุษย์ได้ นั่นคือศาสตราวุธที่เหนือล้ำกว่าระดับปุถุชน เหนือกว่าระดับเซียน โดยทั่วไปแล้วอาวุธของเซียนก็สามารถหลอมรวมเข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน
แต่กับผลึกชิ้นหนึ่งที่หลอมรวมเข้าสู่ร่างกาย... ฉินอวี่ไม่เคยได้ยินมาก่อน
ทว่าพอนึกย้อนถึงสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้น ฉินอวี่ก็พลันตระหนักได้ว่า...
เขากำไรมหาศาลแล้ว!
การฝึกฝนขีดจำกัด...
คือการทะลวงขีดจำกัดร่างกายครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งที่ทะลวงผ่าน จะกลายเป็ภาระหนักอึ้งต่อกล้ามเนื้อและกระดูก จำเป็ต้องใช้วิธีการต่างๆ เพื่อการฟื้นฟู ในอดีตฉินอวี่ผ่านขีดจำกัดไปแล้ว พอทนรับไม่ไหวก็จำต้องแช่น้ำพุร้อนและทายาสมุนไพรเพื่อรักษาอาการ
แต่ด้วยอานุภาพของกระแสธารใสวิเศษนั้น ทำให้ไม่จำเป็ต้องเสียเวลาฟื้นฟู เขาสามารถทะลวงขีดจำกัดได้ครั้งแล้วครั้งเล่า และน้ำพุใสสายนั้นยังแทรกซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อ ดูเหมือนจะช่วยยกระดับสมรรถภาพของกล้ามเนื้อได้อีกด้วย
"์ช่วยข้า... ์ช่วยข้าแล้ว!" ฉินอวี่กำหมัดแน่น แววตาฉายประกายเฉียบคมน่าเกรงขาม "์กำลังเข้าข้างข้า! เดิมทีนึกว่าต้องใช้เวลาถึงห้าหกปีจึงจะก้าวถึงระดับอาจารย์จ้าวยุนซิง แต่ตอนนี้เมื่อมี 'น้ำตาดาวตก' นี่... สองปีน่าจะเพียงพอ!"
ดวงตาของฉินอวี่เปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นระคนยินดี
ั้แ่เล็กจนโต ในสายตาเสด็จพ่อ... ฉินอวี่ไม่อาจเทียบเคียงพี่ใหญ่และพี่รองได้มาโดยตลอด พี่ใหญ่นำทัพจับศึกเชี่ยวชาญการรบแถมยังเป็ยอดฝีมือขั้นฟ้าประทาน พี่รองเชี่ยวชาญการเมืองการปกครอง มีเพียงเขา... เ้าสาม ผู้ที่จุดตันเถียนโดยกำเนิดไม่อาจกักเก็บกำลังภายใน เป็คนไร้ประโยชน์ที่สุด
แต่ทว่า... น้ำตาดาวตกนั้น คือจุดเปลี่ยน
จุดเปลี่ยนแห่งชะตาชีวิต!
"เสด็จพ่อ... ข้าไม่ได้ไร้ประโยชน์ ข้าไม่้าหลบอยู่หลังพวกท่านแล้วใช้ชีวิตไปวันๆ อีกแล้ว ข้าจะทำให้ท่านได้รับรู้ว่า... ข้าเองก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้พี่ใหญ่และพี่รอง!"
ภายในใจฉินอวี่กึกก้องด้วยเสียงะโที่ดังที่สุด วินาทีนี้ เขาเปี่ยมล้นไปด้วยความทะเยอทะยานแรงกล้า
"ดี... เริ่มฝึก!"
ฉินอวี่เริ่มฝึกฝนต่อทันที
การฝึกที่บ้าคลั่ง... บ้าคลั่งยิ่งกว่าในอดีต ต่อให้จ้าวยุนซิงมาเห็นกับตาตัวเอง คาดว่าคงใจนตาค้างกับการฝึกของฉินอวี่ เพราะในเวลานี้การฝึกของฉินอวี่ไม่คำนึงถึงขีดจำกัดที่ร่างกายจะรับไหวอีกต่อไป มันคือการทรมานร่างกายชัดๆ!
แต่คนนอกย่อมไม่มีทางล่วงรู้ ทุกครั้งที่ฉินอวี่ไปถึงขีดจำกัดทางร่างกาย กระแสธารใสลึกลับสายนั้นก็จะแทรกซึมเข้าสู่กล้ามเนื้อ ขจัดความเมื่อยล้าจนสิ้น และกล้ามเนื้อที่ทะลวงขีดจำกัดก็ยิ่งทวีความแข็งแกร่งขึ้น
การทะลวงขีดจำกัดครั้งแล้วครั้งเล่า ส่งผลให้พัฒนาการของฉินอวี่พุ่งทะยานดุจบินสู่ฟากฟ้า!
ยามเย็น ฉินอวี่เดินกลับอวิ๋นอู้ซานจวง ใบหน้าเปี่ยมด้วยความมั่นใจ แม้จะผ่านการฝึกที่บ้าคลั่งที่สุดมาตลอดทั้งวัน ปริมาณการฝึกมากกว่าในอดีตถึงสิบเท่า ทว่ามาถึงตอนนี้... กล้ามเนื้อทั่วร่างกลับยังคงเต็มเปี่ยมด้วยชีวิตชีวา