คำตอบของไมเคิลทำเอาดาวเหนือทั้งเหนื่อยใจและรู้สึกอึ้ง ทึ่ง เสียวไปพร้อมๆ กัน นี่พวกเขาต้องพบเจอตัวปัญหาสองเคสติดเลยหรือโอ้! พระเ้าช่วยกล้วยติดคอหนุ่มน้อยได้แต่หวังว่ารองหัวหน้ายมทูตจะรู้สึกชินชาชาชินกับมันจริงๆ และไม่ตบะแตกสติหลุด ใช้เคียวเกี่ยวดวงิญญาลากลงนรกแทนวิธีนำส่งดวงิญญาที่ถูกต้อง
"ไปกันได้แล้วเคสนี้น่าจะได้จัดเต็ม"
เสียงเรียกของไมเคิล ปลุกยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยให้ตื่นจากภวังค์แห่งความกังวลเพื่อที่จะได้รู้สึกกังวลแบบจริงๆ จังๆ แทนอย่าบอกนะว่าสิ่งที่เขานึกกลัวกำลังจะกลายเป็จริง แน่ล่ะ!ในเมื่อคำพูดของรองหัวหน้ายมทูตนั้นมันส่อแววที่เื่ราวจะจบลงตรงนั้นเอาเสียมากๆ
"เอ่อ... รุ่นพี่ครับ"
อ้าปากพูดได้เพียงแค่นั้นดาวเหนือก็ถูกไมเคิลพาวาร์ปมาที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งท่ามกลางความหรูหราที่อัดแน่นอยู่ทุกกระเบียดนิ้ว จนดูราวกับเป็โรงแรมระดับ 5 ดาวภายในห้องพักฟื้นอันกว้างขวางโอ่อ่า เรียงรายด้วยเครื่องอำนวยความสะดวกสบายที่ถูกคัดสรรมาเป็อย่างดีเพื่อผู้ป่วยและครอบครัวเงินหนาในเวลาซึ่งควรค่าแก่การพักผ่อน กลับมีเงานับสิบอัดแน่นอยู่ภายในห้อง
"อาจารย์คะ!! ช่วยพี่สุด้วยนะคะพี่เค้ายังไม่ได้ทำพินัยกรรมเลย ทั้งสามีทั้งลูกชายของเค้าที่เป็หลานชายคนเดียวของตระกูลก็มาตายจาก อย่าให้พี่เค้าต้องมาจากพวกเราไปอีกคนเลยค่ะ"
บทคร่ำครวญของใครคนหนึ่งดังแว่วมาเข้าหูดาวเหนือแค่ฟังโดยไม่ต้องใช้สกิลยมทูต ก็รู้ว่าไร้ซึ่งความจริงใจและเคลือบแฝงไปด้วยความละโมบอันไร้ที่สิ้นสุด
"อาจารย์จะพยายามเต็มที่นะไม่ต้องห่วง" ชายผมขาว หนวดขาววัย 60 ในชุดผ้าแพรสีแดงเหมือนอยู่ในกองถ่ายหนังกำลังภายในตกปากรับคำเต็มที่ ในมือของเขามีธูปขนาดจัมโบ้ 3 ดอกซึ่งถ้าบังเอิญจิ้มถูกดวงตาของใครเข้า คงทะลุทะลวงไปถึงด้านหลังศีรษะ
"เหมือนรุ่นพี่จะมาเร็วไปใช่ไหมครับ?" ดาวเหนือกระซิบถามไมเคิลพร้อมกับภาวนาไม่ให้คำตอบออกมาเหมือนอย่างที่เขาคิด
"ไม่เร็วไปหรอก ที่จะจัดเต็มน่ะคือไอ้ซินแสนี่แหละ" ไมเคิลตอบพลางแสยะยิ้มเหมือนในหัวกำลังวาดภาพอะไรบางอย่างสำหรับจัดการพิธีนี้
"ระ... ระ... รุ่นพี่"ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะรีบถอยออกมาอย่างรู้งาน ขณะที่ไมเคิลเดินช้าๆเข้าไปตรงกลางวงพิธี เพื่อประจันหน้ากับคนที่บอกว่าจะพยายามเต็มที่เพื่อไม่ให้เหยื่อของเขาผู้ถูกตีตราว่าถึงฆาตแล้ว... ต้องตาย!!
"ท่านยมทูต... มาอยู่ตรงนี้แล้วเดี๋ยวอาจารย์จะลองขอร้องท่านดูนะ"
คำพูดของซินแสทำเอาดาวเหนือถึงกับชะงักเพราะไม่มั่นใจว่าอีกฝ่ายมองเห็นไมเคิลจริงๆ หรือแค่คาดเดาส่งเดชแล้วดันถูกต้อง
"ขอร้องให้ไว้ชีวิตกับคนที่ถึงฆาตแล้วน่ะเหรอตลกน่า... ลุง" ไมเคิลยื่นหน้าเข้าไปจนชิดดั้งจมูกของซินแสขณะที่ฝ่ายนั้นหลับตาสวดมนต์เป็ภาษาจีน พลางเคาะกะลาขัดเงาในมือไปด้วยถ้าเป็ในละครหรือหนัง คงต้องมีกระแสพลังอะไรบางอย่างล้อมรอบตัว เหมือนกำลังจะเกิดปาฏิหาริย์ทว่าดาวเหนือเพ่งแล้วเพ่งอีก ก็ยังไม่เห็นอะไรแบบนั้น
"ท่านว่ายังไงบ้างคะอาจารย์?" หญิงวัยกลางคนผู้เป็น้องสาว'เหยื่อ' ยื่นหน้าเข้ามาถามซินแสจนไมเคิลอยากยื่นหน้าเข้าไปตอบคำถามนั้นแทน ถ้าไม่ติดตรงที่อีกฝ่ายเซนส์ด้านและเขาก็ไม่ชอบเข้าใกล้ผู้หญิงด้วย
"อย่าพึ่งไปรบกวนสมาธิอาจารย์สิเดี๋ยวพิธีก็เสียหมด!" ชายวัยกลางคนที่นั่งพนมมืออยู่ข้างๆเอ็ดคนไม่รู้กาลเทศะเสียงเบา ท่าทางของเขาอาจดูใจเย็นกว่าก็จริงแต่ข้างในล้วนหิวกระหายทรัพย์สมบัติไม่แตกต่าง
"ท่านยังไม่ตอบอะไรเลย"ซินแสหยุดสวดมนต์นิดหนึ่ง ก่อนจะตอบในสิ่งที่คนทั้งห้องอยากรู้โดยมีเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจดังแทรกเป็ระยะๆ
"ผมตอบไปแล้วนะลุงว่าลุงจะมาขอร้องให้ไว้ชีวิตกับคนที่ถึงฆาตแล้วน่ะ... มันไม่ได้"
สีหน้าของรองหัวหน้ายมทูตแปรเปลี่ยนเป็เรียบเฉยและเ็าตรงข้ามกับรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่าน จนดาวเหนือต้องหันรีหันขวางมองหาที่หลบภัยทว่าไม่ทันที่เขาจะได้ทำแบบนั้น
ป๊อก... โพละ!!
กะลาไม้ขัดเงาในมือซินแสถูกไมเคิลดีดกระเด็นไปกระแทกผนังห้องและตกลงมาแตกเป็สองเสี่ยง ทำเอาบรรดาคนที่นั่งไหว้ปะหลกๆ กันอยู่บนพื้นถึงกับมองหน้ากันเลิกลั่กขณะที่ตาแป๊ะซินแสยังคงยืนนิ่ง
"ผมรู้นะว่าลุงได้ยินจริงอยู่ที่หลอกคนไว้เยอะ ยังไงก็ต้องลงนรก แต่ผมน่ะ...ไม่เหมือนยมทูตคนอื่นที่จะปล่อยให้ลุงลอยนวลจนถึงวันนั้นหรอกนะผมพูดแค่นี้ลุงน่าจะเข้าใจ ว่าทำไมท่านยมถึงส่งผมมา... ที่นี่... วันนี้"ไมเคิลพูดพร้อมกับยื่นหน้าใกล้เข้าไปอีก ชนิดที่แทบจะสิงสู่ซินแสอยู่รอมร่อ
"ทะ... ทะ... ท่านยมทูต วะ...ว่ายังไงบ้างคะ อะ... อะ... อาจารย์?" ผู้หญิงคนเดิมถามเสียงสั่นขึ้นมาอีกรอบดูก็รู้ว่ากลัว หากแต่ความอยากได้ทรัพย์สินเงินทองมีมากกว่า
"ท่านยมทูต..."ซินแสหนวดขาวเริ่มน้ำลายหนืดเหนียว จะอวดตนเหมือนทุกครั้งก็หวั่นเกรงทูตจากนรกที่อยู่ตรงหน้าครั้นจะลงจากหลังเสือมาเดินดินอย่างตาแก่ธรรมดา ก็เสียดายอำนาจเงินตราที่เคยสั่งสม
"พูดไม่รู้เื่สินะ"ไมเคิลดึงปากกาจากด้านในเสื้อออกมาเปลี่ยนเป็เคียวทำเอาทั้งซินแสและดาวเหนือถึงกับตาเหลือก
"ทะ... ท่านยมทูต มะ...ไม่อนุญาตให้ผ่อนผัน อาจารย์เสียใจด้วย"
สิ้นเสียงพูดของชายแก่ผู้รับบทซินแสเสียงเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจภายในห้องก็ดังยาวต่อเนื่องทำเอาคนทั้งห้องปล่อยโฮอย่างสิ้นหวังกับพินัยกรรมที่ไม่มีวันเกิดขึ้นทว่าหน้าที่ของสองยมทูตยังไม่ได้จบเพียงเท่านี้
"คุณเป็ใคร ละ... ละ...แล้วพวกน้องๆ ฉันเค้าร้องไห้กันทำไม คุณทำอะไรพวกเค้า!?" ิญญาผู้ป่วยหญิงบนเตียงหลุดออกจากร่างมาตั้งคำถามมากมายพลางทำหน้างุนงงเหมือนตนพึ่งตื่นจากฝัน
"เอ่อ...คุณป้าเสียชีวิตแล้วครับ พวกผมเป็ยมทูต มารับิญญา" ดาวเหนือเขยิบเข้ามาตอบคำถามแทนไมเคิลซึ่งกำลังเก็บเคียวเข้าที่เพื่อเปลี่ยนมาใช้เครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาแทน
"ไม่จริง!!ยมทูตต้องนุ่งโจงกระเบนสิ จะมาใส่สูท ใส่แว่นแบบนี้มีที่ไหนนี่เป็นักต้มตุ๋นกันล่ะสิ ใช่ไหม หรือเป็พวกทวงหนี้!?" คุณป้าผมดัดลอนสีดำสนิทวัย60 ผู้ถึงฆาตหมาดๆ เมื่อนาทีก่อน รัวคำพูดไม่หยุดจนดาวเหนือเริ่มเข้าใจว่าที่ไมเคิลเคยเกริ่นไว้ก่อนหน้านี้หมายถึงอะไร
"ผมเป็พวกทวงหนี้นั่นแหละมารับป้าไปใช้หนี้ที่ป้าติดเอาไว้แล้วยังไม่ได้จ่าย"
คำตอบของไมเคิลทำเอาดาวเหนือถึงกับอ้าปากค้างไปอีกรอบ
"ฉันไปติดหนี้พวกคุณตอนไหน ระ...ระ... หรือว่าเป็ลูกเจ ลูกเจของฉันไปติดหนี้คุณรึเปล่า ยะ...อย่าพึ่งทำอะไรเค้านะ ฉันจะรีบใช้หนี้ให้ ลูกฉันเป็คนดี ยะ...อย่าทำอะไรเค้านะ"
ในที่สุดคุณป้าก็ละล่ำละลักคำคำนั้นออกมา
"คุณป้านั่นแหละครับที่เป็หนี้ส่วนลูกชายคุณป้า ตอนนี้ไปใช้หนี้ในนรกแล้วล่ะครับ ไม่ต้องห่วง"ไมเคิลยังคงตอบคำถามด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยแม้ว่าคำตอบของเขาจะทำให้อีกฝ่ายไม่อาจนิ่งเฉยได้
"มะ... มะ... หมายความว่ายังไงพวกแกทำอะไรลูกชายฉัน!?" สรรพนามในการเรียกขานของคุณป้าเริ่มแปรเปลี่ยนไปตามอุณหภูมิที่เดือดพล่านอยู่ในอกที่ไร้ซึ่งแรงกระเพื่อมของหัวใจ
"ไม่เห็นต้องทำอะไรลูกชายป้าขับรถชนเสาไฟพาพ่อแม่ไปลงนรกเอง แค่ป้าเป็คิวสุดท้ายก็เท่านั้นไว้ไปเจอกันในนรก ก็ถามลูกผัวดูสิ... ถ้าได้เจอล่ะก็นะ" ไมเคิลแสยะยิ้มปิดท้ายทว่าไม่ทันที่อีกฝ่ายจะได้กรีดร้องโวยวาย เถียงสุดใจว่าลูกชายฉันเป็คนดีเ้ามูนก็เลื้อยขึ้นมาตวัดรัดปากของนางเอาไว้อย่างรู้งาน
"ไปกันได้แล้วเคสถัดไปรออยู่"
เสียงเรียกของไมเคิลทำให้ดาวเหนือจำต้องรีบขยับเข้ามาใกล้หลังจากถอยห่างออกไปอยู่หลายรอบเพราะหวั่นใจกับอารมณ์ที่ไม่คงที่ของรองหัวหน้ายมทูตเวลานี้หนุ่มน้อยเหมือนจะลืมไปแล้วว่าตัวเองวาร์ปได้ทั้งที่อีกไม่กี่วินาทีเขาเองก็ต้องวาร์ปตามไมเคิลกลับไปที่นรก
"พวกแกโกหก!! ลูกชายฉันเป็คนดีสามีของฉันก็เป็คนดี พวกเค้าต้องขึ้น์ต่างหาก ไม่ใช่มาลงนรกแบบนี้!!"
ทันทีที่พ้นจากพันธนาการของเ้ามูนเข้าสู่การจับกุมของผู้คุมสูทแดงคุณป้าก็ร้องโวยวายไม่หยุดด้วยท่าทางแบบเดียวกับคนเป็ลูกไม่ผิดเพี้ยนนี่สินะที่เขาว่า... ลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น
"ตอนนี้คุณป้าเค้าคงรู้แล้วมั้งครับว่าเดี๋ยวนี้ยมทูตเขาไม่ได้ใส่โจงกระเบนกันแล้ว"ดาวเหนือพูดขึ้นระหว่างที่ยืนมองเหยื่อคนล่าสุดของไมเคิลที่กำลังดิ้นรนสไลด์พื้นอันร้อนระอุของนรก ห่างออกไป... ค่อยๆ ห่างออกไป...
"ช่างเถอะ!เดี๋ยวพอเห็นท่านยมใส่เสื้อหนัง ป้าแกก็ไปด่าท่านยมเองแหละว่าเป็ตัวปลอม"
คำตอบของไมเคิลทำเอาดาวเหนือถึงกับยิ้มอ่อนเพราะคิดภาพไม่ออกว่าคุณป้าจะได้รับโทษแบบไหนกับกรรมจากการ 'ด่ายมบาล'
"ถ้าอยากเห็นจะอยู่ดูก็ได้นะ" รองหัวหน้ายมทูตพูดขึ้นขรึมๆเมื่อเห็นรุ่นน้องยังคงยืนมองคุณป้าที่กำลังจะลับสายตาไปราวกับอาลัยอาวรณ์ที่ไม่ได้ดูตอนต่อไปของละครหลังข่าว
"เปล่าครับ ไม่ได้อยากดู"ดาวเหนือละล่ำละลัก แต่ถึงแม้จะพูดออกไปแบบนั้น หนุ่มน้อยก็อยากรู้จริงๆนั่นแหละว่าปลายทางของคุณป้าจะอยู่ที่ขุมไหน... ในนรกแห่งนี้
่เวลาอันน่าเบื่อหน่ายและเหน็ดเหนื่อยสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาหาไมเคิลอย่างไม่รู้จักจบสิ้นชนิดที่ยมทูตฝึกหัดอย่างดาวเหนือยากจะทำความเข้าใจว่าเหตุใดรองหัวหน้ายมทูตของพวกเขาจึงอดทนแบกรับการส่งดวงิญญาของเหล่ามนุษย์เ้าปัญหาเอาไว้คนเดียวได้มากมายขนาดนี้
"ถ้าได้ขึ้น์เมื่อไหร่พวกมึงจะต้องมากราบจักรยานกู จำเอาไว้เลย!"
นั่นคือเคสล่าสุดที่พวกเขาพึ่งส่งตัวให้ผู้คุมไปจริงอยู่ที่ไมเคิลไม่เคยอดทนกับพวกมารสูทขาวและพร้อมห้ำหั่นประหัตปะาเ้าพวกนั้นให้แหลกกันไปข้าง แต่กับดวงิญญาเหล่านี้เขากลับใจเย็นได้อย่างน่าประหลาด หากไม่ปั่นหัวเล่นก็แค่สั่งงูคู่หูรัดปากไม่ให้พูดมากเท่านั้น
เอ่อ...ถ้าไม่รวมกรณีอดีตสามีของนับเงินล่ะก็นะ แต่นั่นแหละดาวเหนือมั่นใจว่าถ้าชายชราคนนั้นเป็พวกมารสูทขาวคงคอขาดไปั้แ่พุ่งเข้าใส่นับเงินครั้งแรกแล้ว
"รุ่นพี่ทนคนพวกนี้ได้ยังไงครับ?" หนุ่มน้อยอดตั้งคำถามไม่ได้
"ก็ไม่เห็นต้องทนนี่"ไมเคิลยักไหล่ตอบ แต่เพราะคำตอบนั้นนั่นแหละที่เรียกให้ดาวเหนือหันมาจ้องหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจหนักขึ้น
"แปลว่ารุ่นพี่ไปตามเก็บิญญาพวกนี้แบบชิลๆเหรอครับ ไม่หัวร้อนบ้างเลยเหรอ?" ดาวเหนือถามย้ำ แน่ล่ะ! ขนาดเขาแค่ยืนดูเฉยๆไม่ทำอะไร ยังรู้สึกรับไม่ได้กับคนพวกนี้เลย
"เคยบอกแล้วไงว่าธรรมดาตอนยังไม่ตาย ยังไม่ได้มาเป็ยมทูต ผมเจอมาเยอะกว่านี้อีก"
สีหน้าของไมเคิลเรียบเฉยเสียจนดาวเหนือเดาไม่ออกว่าเขารู้สึกยังไงชาชินกับมันจริงๆ หรือพยายามปิดบังซ่อนเร้นความรู้สึกภายในใจไว้
"แล้ว...ถ้าผมเจอเคสอย่างรุ่นพี่ ผมควรต้องทำยังไงครับ?" ดาวเหนือยังไม่เลิกถามแม้จะเป็คำถามที่โยงให้มาเข้าเื่ของตัวเองก็ตามไม่แน่บางทีไมเคิลอาจหลุดปากเื่ที่เคยพบเจอตอนเป็มนุษย์ก็ได้
...หนุ่มน้อยเริ่มอยากรู้อยากเห็นเื่ราวของชายผู้ได้ชื่อว่าเป็ปราการเหล็กของเหล่ายมทูตมันจะดาร์คเท่ากับอดีตของหัวหน้ายมทูตหรือเปล่าแล้วเขาจะมีโอกาสได้รู้ก่อนออกไปใช้ชีวิตยมทูตเต็มตัวไหมนะ
"ไม่มีทางได้เจอหรอกเพราะเคสพวกนี้ ท่านยมจะส่งมาให้ผมรับผิดชอบ"
คำตอบของไมเคิลเรียกให้ดาวเหนือตื่นจากภวังค์ความคิดและหันไปมองเขาอีกครั้ง
"ทำไมล่ะครับ?" เ้าหนูจำไมดาวเหนือถามขึ้นแบบไม่ต้องคิด
"เพราะไม่มีใครทนได้อย่างผมอีกแล้วน่ะสิ"
รอยยิ้มของเขาอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกมากมายเสียจนดาวเหนือเดาไม่ออกว่ารองหัวหน้ายมทูตรู้สึกยังไงกันแน่กับการกลายเป็คนที่ต้องอดทนในสิ่งที่คนอื่นไม่อาจทนได้
"อยากรู้เหรอ... อดีตของผมน่ะ?" ไมเคิลเป็ฝ่ายถามกลับบ้างและคำถามของเขาก็ทำเอาดาวเหนือถึงกับยืนตัวแข็งค้างเพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะอ่านความคิดของเขาออก
"เอ่อ... คือว่า...ไม่ใช่อย่างนั้นครับ" ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆ และแม้จะปฏิเสธว่ามัน 'ไม่ใช่' แต่เขาก็เชื่อว่าไมเคิลรู้ดีว่ามัน 'ใช่'
"ไม่แน่คืนนี้ ไม่ก็พรุ่งนี้ นายอาจจะได้รู้ก็ได้...เด็กใหม่ ไปกันได้แล้ว" รองหัวหน้ายมทูตพูดในสิ่งที่ทำให้เด็กใหม่หันมามองเขาพร้อมกับทำตาโต ทว่าไม่ทันที่เ้าหนูจำไมจะนึกคำถามอะไรออกไมเคิลก็ดันตัดบทเสียก่อน
"แจ้งล่วงหน้าเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับเคสวันพรุ่งนี้และมะรืนนี้... นายอ้วนส้ม อมนากา คอนเฟิร์มเคสคืนวันพรุ่งนี้22 นาฬิกา"
เสียงแจ้งเตือนจากหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตประจำยมโลกกลับมาดังอยู่ในความทรงจำของดาวเหนืออีกครั้งหนุ่มน้อยเดาว่ามันต้องเกี่ยวข้องกับเคสคืนนี้อย่างแน่นอน
...หรือไมเคิลจะเคยทำงานกับนายอ้วนส้มแล้วก็นายประวิงและพบเจอนิสัยเลวๆ ประจำตัวอย่างอื่นที่ไม่เคยมีใครรู้ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือแทบจะอดใจรอเวลานัดหมายไม่ไหวเขาอยากรู้เหลือเกินว่าสาเหตุการตายของสองคู่หูผู้ขยันสร้างความล่มจมคืออะไรและใครคือผู้ปลดปล่อยผู้คนจำนวนมากมายจากความทุกข์ยากที่ต้องเผชิญ เพราะการดำเนิน108 โครงการห่วยๆ ที่เต็มไปด้วยสินบนของสองคนนั่น
"รุ่นพี่รู้จักนายประวิงกับนายอ้วนส้มใช่ไหมครับ?" ดาวเหนือพยายามเค้นคำถามออกมาจากสมองเผื่อว่าไมเคิลจะเผลอหลุดเศษเสี้ยวของเื่ราวในอดีตออกมาสักนิด
"มีคนไม่รู้จักสองคนนั้นด้วยเหรอ?" ไมเคิลย้อนถามเหมือนจะรู้จุดประสงค์หลักของดาวเหนืออยู่แล้วว่าคืออะไร
"ไม่ใช่แบบนั้นครับผมหมายถึงรู้จักกันเป็การส่วนตัว" หนุ่มน้อยอธิบายเพิ่มขึ้นมาอีกนิด
"ไม่รู้จัก"รองหัวหน้ายมทูตตอบสั้นๆ แบบพอให้ได้ใจความ ทำเอารุ่นน้องหนุ่มน้อยนิ่วหน้า
...อย่าบอกนะว่าเขาเดาผิดไมเคิลไม่ได้รู้จักสองคนนั้นอย่างงั้นเหรอ ถ้าเป็อย่างนั้นจริงๆแล้วใครกันล่ะที่จะช่วยให้เขาได้รู้อดีตของไมเคิลในคืนนี้หรือไม่ก็คืนพรุ่งนี้อย่างที่ไมเคิลบอก
ดาวเหนือเอาแต่ครุ่นคิดเื่นี้ตลอดเวลาแม้ท่านยมจะบัญชาให้ติดตามไปศึกษาดูงานจากรุ่นพี่เพื่อให้สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างไม่บกพร่องหากแต่ตอนนี้ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยไม่มีแก่ใจจะดูอะไรต่อมิอะไรที่ไมเคิลทำซ้ำยังพยายามเร่งวันเร่งคืนให้ราตรีนี้มาถึงไวๆทั้งที่ตัวเองไม่ได้มีพลังอำนาจในการทำแบบนั้น
"ไปพักทำใจให้สงบก่อนก็ได้นะเดี๋ยวถึงเคสนั้นแล้วผมจะไปรับ" ไมเคิลพูดขึ้นระหว่างภารกิจเสมือนเป็การเรียกสติดาวเหนือให้กลับคืนมา
"ขะ... ขะ...ขอโทษครับรุ่นพี่" หนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆ ให้กับคำพูดนั้น
"ผมไม่ได้ว่าอะไรดีใจเสียอีกที่นายสนใจเื่ของผมขนาดนี้" รองหัวหน้ายมทูตยิ้มออกมาและเป็รอยยิ้มที่แสดงออกถึงความดีใจจริงๆ
"อย่างนั้นเหรอครับ"ดาวเหนือแอบลุ้นให้ไมเคิลยอมเปิดปากบอกเล่าเื่ราวสักนิดทว่าทุกอย่างก็ไม่ได้เป็ไปตามที่หนุ่มน้อยหวังเพราะแม้จะมีเวลาพักเหนื่อยจากการนำส่งดวงิญญาหากแต่รองหัวหน้ายมทูตก็ไม่ยอมปริปากพูดถึงเื่ราวใดๆ
จนกระทั่งนัดหมายตอน 4 ทุ่มใกล้เข้ามา ใช่แล้ว... มันคือเคสถัดไป!!
"พร้อมไหมเด็กใหม่อีกเดี๋ยวเราต้องเจอกับพวกมารสูทขาวแล้ว" ไมเคิลหันมาถามดาวเหนือหลังจากส่งดวงิญญาตัวปัญหารายล่าสุดให้ผู้คุมสูทแดงแล้ว
"พร้อมมากครับ"หนุ่มน้อยสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด เป็การเรียกขวัญและกำลังใจ ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมในเมื่อความอยากรู้อยากเห็นมันนำหน้าความกลัวไปไกลแล้ว
"ดี!" ไมเคิลแสยะยิ้มแล้วพยักหน้าเป็สัญญาณการวาร์ปก่อนที่สองยมทูตจะมาปรากฏตัวที่คฤหาสน์กลางกรุงของใครคนหนึ่ง
"นี่บ้านนายอ้วนส้มเหรอครับ?" ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยถามขึ้นพลางมองไปรอบๆโถงคฤหาสน์ที่เต็มไปด้วยแจกันและถ้วยโถโอชามสังคโลกลายครามรวมไปถึงภาพวาดของศิลปินดังจากทั่วทุกมุมโลก
อ้อ...พวกเศรษฐีเขานิยมแต่งบ้านกันแบบนี้งั้นสิ
"ไม่ใช่... ที่นี่เป็ภัตตาคารแต่รับแค่วันละโต๊ะ" ไมเคิลตอบคำถามนั้น พร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะอาหารกลางโถงคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่เดียวดาย โดยมีชายวัยเกษียณแล้วเกษียณอีกนั่งอยู่ด้วยกันสองคน
ใช่แล้ว... เขาคือประวิงและอ้วนส้มคู่หูจมูกชมพู่หัวเหลี่ยมหัวกลมผู้เคยออกปากว่ามีแต่ความตายเท่านั้นที่จะแยกพวกเขาไปจากกันได้
"ตายที่ภัตตาคารเหรอครับงั้นคงข้าวติดคอ หรือไม่ก็สะดุดอะไรสักอย่าง แล้วล้มหัวฟาดพื้น สมองไหล ว้า...คิดว่าจะตายทรมานๆ กว่านี้ซะอีก" ดาวเหนือทำหน้าผิดหวัง
"ก็ทรมานกว่านั้นอยู่แต่ไม่รู้จะสะใจพอหรือเปล่า" ไมเคิลตอบ โดยที่ตายังคงจ้องมองไปที่ชายสองคนซึ่งกำลังนั่งกินอาหารมื้อค่ำกันอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่ด้านนอกคฤหาสน์ไปจนถึงด้านนอกรั้วมีบอดี้การ์ดสูทดำหลายคนยืนคุมเชิงกันอย่างแ่าเพื่อป้องกันเหตุร้ายอันอาจเกิดขึ้น
"อาหารถูกปากไหมคะท่าน?" หญิงสาวในชุดเชฟสีขาวสะอาดตาเดินเข้ามาเสิร์ฟอาหารจานถัดไป พร้อมตั้งคำถามกับสองชายชราด้วยอากัปกิริยานอบน้อม
"อืม... ก็... ใช้ได้อยู่นะแต่ขอผ้าเช็ดปากใหม่หน่อย ผมไม่ชอบใช้ผืนที่มันเลอะจากจานที่แล้ว"นายประวิงโยนผ้าเช็ดปากของตัวเองกับนายอ้วนส้มให้เชฟ และแม้จะเป็เช่นนั้นแต่นายอ้วนส้มก็ยังคงกินไม่หยุดในสภาพที่ปราศจากผ้าเช็ดปากเสมือนอยากทำลายสถิติการกินมูมมามระหว่างรอวาระสุดท้าย
"ได้ค่ะท่าน" เชฟสาวย่อตัวรับผ้าเช็ดปากจากลูกค้ากิตติมศักดิ์และยังคงยิ้มแย้มให้กับพฤติกรรมไร้มารยาทเ่าั้ได้ราวกับไม่รู้สึกอะไรจริงๆหรือบางที... เธออาจทำใจไว้ั้แ่ตอนที่รู้ว่าลูกค้าในวันนี้คือใครแล้วก็ได้
"ผมนี่อยากลองโยนเปลือกกล้วยให้นายประวิงเหยียบจริงๆเลยครับ" หนุ่มน้อยยมทูตฝึกหัดพูดขึ้นด้วยความหมั่นไส้
"ยมทูตมันทำไม่ได้น่ะสิถ้าเป็ผีก็ว่าไปอย่าง" ไมเคิลเองก็ดูจะคิดเหมือนกันกับดาวเหนือและเชื่อเหลือเกินว่าคงมีผู้คนมากมายที่อยากทำอะไรต่อมิอะไรกับสองชายวัยเกษียณแล้วเกษียณอีกคู่นี้...นับไม่ถ้วน
"ผ้าเช็ดปากผืนใหม่ค่ะท่านกราบขออภัยที่ทำให้ต้องรอนะคะ"
ไม่นานนักเชฟสาวคนเดิมก็เดินกลับมาที่โต๊ะพร้อมผ้าเช็ดปากผืนใหม่ ท่าทางของเธอยังคงนอบน้อม พินอบพิเทาซ้ำยังโค้งขอโทษครั้งแล้วครั้งเล่าแต่นั่นเองที่ทำให้ดาวเหนือสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง
"รุ่นพี่ว่า...เชฟคนนี้หน้าคุ้นๆ ไหมครับ?" หนุ่มน้อยพยายามเพ่งมองใบหน้าของคนคนนั้นทันได้เห็นแววอาฆาตที่ปรากฏขึ้นวูบหนึ่งในดวงตา ระหว่างที่เธอก้มหัวขอโทษก่อนที่มันจะจางหายไปอย่างรวดเร็วราวกับจงใจ
"ผมไม่ชอบดูรายการทำอาหาร"ไมเคิลตอบสั้นๆ แต่ได้ความหมายตรงกันว่า เขาไม่รู้สึกคุ้นหน้าเธอคนนั้นสักนิด
"ผมก็ไม่ได้ชอบดูรายการทำอาหารนะครับ"ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆแล้วตัดสินใจไขข้อข้องใจของตัวเองด้วยการวาร์ปเข้าไปดูหน้าเธอใกล้ๆก่อนจะวาร์ปกลับมาหาไมเคิลในเวลาเพียง 2 วินาทีพร้อมใบหน้าท่าทางที่บ่งบอกว่ารู้คำตอบแล้ว
"คนรู้จักหรือไง?" รองหัวหน้ายมทูตเป็ฝ่ายถามขึ้นก่อนโดยที่ตายังคงจับจ้องอยู่ที่เหยื่อของตัวเองตลอดเวลา
"ไม่ใช่ครับแต่เป็ผู้หญิงที่เคยฆาตกรรมเหยื่อของหัวหน้านับเงินเคสที่รุ่นพี่ไปช่วยจัดการพวกมารสูทขาวไงครับผมนี่เหลือเชื่อมากว่าคนคนเดียวจะฆ่าพวกผู้มีอิทธิพลที่มีบอดี้การ์ดคอยเดินตามได้แบบง่ายๆขนาดนี้" หนุ่มน้อยพยายามรื้อฟื้นความทรงจำให้ไมเคิลแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลสักเท่าไหร่
"โทษทีผมไม่เห็นหน้าผู้หญิงคนนั้น แต่ก็ไม่แปลกหรอกที่เธอจะก่อคดีคนเดียวได้ผู้หญิงตัวเล็กๆ แอบแฝงตัวเนียนๆ คงไม่ค่อยมีใครสงสัยคราวก่อนเธอฆ่าเหยื่อของหัวหน้ายังไงล่ะ?"
ท่าทางสงสัยใคร่รู้ของไมเคิลทำเอาดาวเหนือกระตือรือร้นที่จะตอบขึ้นมาทันที
"ฉีดยาให้จนโอเวอร์โดสครับ"
คำตอบของหนุ่มน้อยเรียกรอยยิ้มให้ผุดพรายขึ้นบนใบหน้าของชายหนุ่ม
"ค่อยวางใจได้หน่อยว่าเคสของผมก็คง... ทรมาน"
สิ้นเสียงพูดของไมเคิลความเคลื่อนไหวของใครคนหนึ่งก็บังเกิดขึ้นตรงโต๊ะกลางโถง!!