INTRO
|
บทนำ
ร้านอาหารตามสั่งป้าจุก หลังสถาบันอาชีพ (PSH)
ฉ้ง! เฉ้งงงง!! ฉ้งเฉ้งๆๆๆ
เจี๊ยวจ๊าว..
“เอาพริกแกงหมูกรอบไข่ดาวสองที่ครับป้า!”
“เออ! มึงไปนั่งรอเลย ป้าทำตามคิวนะไอ้หนุ่ม”
“เคครับป้า”
เสียงพูดคุยของนักศึกษาดังขึ้นสลับกับเสียงตะหลิวโขลกกระทะดังอยู่เป็ระยะ ท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าวของประเทศไทย มีเพียงร้านอาหารตามสั่งร้านเดียวที่คนเยอะที่สุดใน่พักเที่ยง เพราะนักศึกษาต่างก็มารวมตัวกันอยู่ที่นี่แทบทุกวัน
โดยเฉพาะแก๊งนักเลงคุมสถาบัน
นำทีมด้วย ธาร์ม.. หนุ่มหล่อล่ำหน้าตาใสสะอาดที่เป็หัวหน้าแก๊ง เขาเป็รุ่นพี่ของทุกคนในนี้ ธาร์มลงเรียนซ้ำหลายปีเพราะติดเอฟกระจาย แม้หน้าตาของเขาจะดูอบอุ่น อ่อนโยน แต่หารู้ไม่ว่าเขานี่แหละที่ชอบนำทีมเพื่อนต่อยตีอยู่เป็ประจำ โดยศัตรูหลักก็คือสถาบันอาชีพอีกหลายที่ เขาตีหมดไม่สนว่าเป็ลูกใครทั้งนั้น
“เฮ้อพี่ธาร์ม พี่ว่าปีนี้เราจะเรียนจบกันไหมวะ”
“เอ้า มึงถามอะไรควายๆ ก็ต้องจบดิ”
“แต่เสี่ยงติดเอฟฉิบหายเลยนะพี่”
“แล้ว?”
หนุ่มหล่อในชุดนักศึกษาชายเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่สนโลก เขายกแก้วน้ำขึ้นมากระดกลงคอ ท่าทีของเขาไม่ได้เครียดเท่ากับเพื่อนคนอื่นเลยสักนิดเดียว คงจะเป็เพราะความชินชาในการเรียนซ้ำชั้น
“มึงคิดอะไรมากมายวะ ยังไงพวกเราก็ไม่ติดเอฟหรอก เชื่อใจกูเหอะ! มึงก็รู้ว่ามหาลัยไม่ไล่เราออกด้วยซ้ำ ต่อให้เราจะไปต่อยตีพวกแม่งก็ไม่สนใจอะไรอยู่ดี อาจารย์เคยแคร์เราซะที่ไหน”
“เออว่ะ มันก็จริงอย่างที่พี่ธาร์มพูด” อีกคนสมทบด้วยสีหน้าจริงจัง
“ที่ตอนนั้นกูติดเอฟก็เพราะกูไม่เข้าเรียนเลย สอบก็ไม่สอบ แต่อันนี้พวกเราก็ไปเรียนบ่อย แค่มีเื่ต่อยตีแค่นั้นเอง”
ธาร์มเอ่ยพลางก็เบ้ปากเป็เชิงไม่แคร์อะไร ใบหน้าหล่อของเขาเมินหนีออกไปอีกทาง สายตาคมจ้องมองวิวหน้าร้านอาหารตามสั่ง ได้ยินเสียงไอ้พวกลูกน้องพูดดังแว่วแต่ก็ยังไม่ได้หันไปมอง
กึก!
เพราะแววตาคมคายกำลังจ้องมองหญิงสาวที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งผ่านหน้าร้านไป ใบหน้าสวยหวานของเธอมีน้ำตาเอ่อนองคล้ายคลึงกับกำลังร้องไห้ เธออยู่ในชุดเดรสคอวีสีชมพูอ่อน กระโปรงพลิ้วไหวสั้นเลยเข่าจนเห็นขาอ่อนอันขาวจั๊วะ
ตึกๆๆๆๆ
ผู้หญิงคนนั้นยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาบนใบหน้าตัวเองออกด้วย เหมือนกับว่าเธอกำลังวิ่งหนีใครสักคนที่อยู่ด้านหลัง เพราะมีชายร่างสูงโปร่งผิวขาวกำลังวิ่งตามเธอไปติดๆ
“เฮ้ยๆๆ นี่พี่ธาร์มจะไปไหนครับเนี่ย!”
“จ่ายเงินให้กูด้วย เดี๋ยวกูมา!!”
“พ..พี่ธาร์ม!?”
“ลูกพี่!?”
ยังไม่ทันที่บรรดาลูกน้องจะเรียกรุ่นพี่คนนี้จนจบประโยค ร่างสูงโปร่งกำยำก็ได้ลุกพรวดพราดออกไปอย่างรวดเร็ว ธาร์มวิ่งหายลับออกไปท่ามกลางสีหน้าสับสนของทุกคน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันที่ก่อตัวอยู่ในใจของพวกเขา ‘ไอ้พี่ธาร์มแม่งเห็นผีเหรอวะ’
ซอยตันข้างลานจอดรถร้าง
“ฟังเราก่อนดิวะขนมผิง!!”
“ฮึก.. ม..ไม่! เราสองคนไม่มีอะไรจะต้องพูดกันทั้งนั้นโย ฮึกๆๆ นี่โยนอกใจผิง ที่ผ่านมาเื่ของเราสองคนมันไม่ได้มีความหมายอะไรเลยหรือไง”
น้ำเสียงที่เริ่มแ่เบาลงนั้นเต็มไปด้วยความเ็ป หญิงสาวใบหน้าสวยหวานจ้องมองชายหนุ่มที่รัก เธอคบกับเขามาเพียงปีกว่า.. น่าเสียดายที่ยังไม่รู้ถึงสันดานอันแท้จริง หากเธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะเป็คนมักมากในกาม เธอคงไม่หลวมตัวรักเขาขนาดนี้
“เฮ้อ.. ก็ผู้หญิงคนนั้นมันมาอ่อยเราเองอะผิง”
“…..”
“แล้วแบบนี้จะให้เราทำยังไงวะ เธอก็น่าจะรู้ว่าพวกผู้ชายมันห้ามใจกันไม่อยู่หรอก เรามีความรู้สึกนะเว้ย!”
“กี่ครั้งแล้วโย ฮะฮึก.. ย..โยนอนกับผู้หญิงคนนั้นกี่ครั้งแล้ว”
หญิงสาวที่ใจสั่นไหวเอ่ยถามออกไปด้วยความกล้ำกลืน ร่างกายของเธอใกล้จะไร้เรี่ยวแรงลงทุกที ั้แ่เกิดมาเธอยังไม่เคยถูกแฟนคนไหนนอกใจ นี่เป็คนแรกที่สร้างาแลึกให้กับเธอ
“วาโย..”
“เฮ้อ! น่ารำคาญจริง! ก็แค่ไม่กี่ครั้ง”
“ว่าไงนะ”
“ไม่รู้อะ เราจำไม่ได้ ไม่ได้นับมั้ง”
กึก
เหมือนกับว่าคำตอบที่เธอได้รับในตอนนี้จะเป็ฟางเส้นสุดท้าย ใบหน้าหวานที่มีแต่หยาดน้ำตาจ้องมองไปยังแฟนหนุ่ม ก่อนเธอจะแน่นิ่งโดยไม่พูดอะไรสักคำ ร่างบางของขนมผิงก็จัดการเดินเอามือปาดน้ำตาออกไปอย่างเงียบๆ
พึ่บ!!!
“เฮ้ย!! จะเดินหนีกันไปทำไมอะผิง! เื่แค่นี้เอง!!”
คนเห็นแก่ตัวกระชากหญิงสาวเข้ามาก่อนจะตะคอกเสียงดังใส่เธอ ซึ่งจังหวะนั้นเองที่ขนมผิงเบิกตาโพลงด้วยความใ ราวกับว่าเศษเสี้ยวความรู้สึกของเธอได้แตกสลาย
“ปล่อย! ผิงบอกให้ปล่อยไงโย!!”
ขนมผิงดิ้นพล่านอยู่ในอ้อมอกของคนที่เธอขยะแขยงสุดชีวิต ก่อนดวงตาแดงก่ำจะพยายามละจากร่างใหญ่ เธออยากจะร้องเรียกให้ชาวบ้านแถวนี้มาช่วย แต่ตอนนี้ก็ดูเหมือนจะหมดหวัง เพราะตรงนี้เป็ซอยดันที่ไร้ซึ่งผู้คนพลุกพล่าน
หมับ!
“นอกใจเขาแล้วยังจะใช้ความรุนแรงกับเขาอีก ไม่น่าตัวเมียไปหน่อยเหรอครับ คุณเห็บหมา”
“ม..มึงว่าไงนะ”
ผั่วะ!!!!
เฮือก..
แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มนิรนามจะยอมอธิบายอะไรต่อ เขาก็จัดการฟาดหมัดหนักลงไปบนใบหน้าของวาโยอย่างจัง จนร่างใหญ่(แต่เล็กกว่าคนต่อย)ต้องล้มหน้าคะมำกองลงไปกับพื้น โดยมีสีหน้าตื่นตระหนกของขนมผิงจ้องมองอยู่
“มันได้ทำอะไรคุณหรือเปล่าครับ”
“อ..เอ่อ”
“อยากให้ผมฆ่ามันหรือเปล่า”
“คะ!?”
หญิงสาวที่ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนเบิกตาโพลงกับภาพที่เห็น ไม่รู้ว่าจะตะลึงกับใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา หรือว่า..ใที่แฟนเก่าลงไปกองอยู่บนพื้นเพียงแค่ถูกต่อยหมัดเดียว
“ไม่ๆๆ ไม่ค่ะ คุณอย่าฆ่าเขานะคะ เอ่อ เขาเป็แฟนของฉันเองค่ะ เราสองคนแค่ทะเลาะกัน”
ขนมผิงว่าแบบนั้นพลางก้าวขาหนีจากชายหนุ่ม เธอแค่ไม่อยากให้เื่ใหญ่ไปมากกว่านี้
“แต่เดี๋ยวก็เลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอครับ เมื่อกี๊ผมได้ยินว่าเขานอกใจคุณนี่ หึ.. แฟนคุณชาติชั่วจังเลยนะครับ”
“ไอ้ห่านี่มึงด่ากู”
ปึก!!!
“อึ่ก..!!”
คนที่ยืนค้ำหัววาโยก้มลงมองตามเสียงทุ้มที่ตะคอกใส่ ก่อนที่เขาจะเอาฝ่าเท้าอรหันต์กระทืบเข้าไปที่แผ่นหลังหนา นั่นจึงทำให้ใบหน้าของพ่อหนุ่มหลายใจกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนเืสีแดงฉานจะไหลทะลักออกมา
จังหวะนี้เองที่ขนมผิงได้แต่เอามือขึ้นมาปิดปากตัวเอง เธอจ้องมองวาโยที่อยู่ภายใต้ฝ่าเท้าของหนุ่มแปลกหน้า ก่อนจะเลื่อนแววตาหวาดกลัวมองไปทางใบหน้าของเขา น่าแปลกที่ตอนนี้แววตาอบอุ่นนั้นกำลังจ้องมาที่เธอเช่นเดียวกัน
“รู้ไหมว่าคนที่ไม่ควรได้โอกาสซ้ำสองคือคนที่นอกใจนะครับ คุณควรที่จะเอาโอกาสนั้นไปให้ผู้ชายคนใหม่จะดีกว่า”
ถัดไปไม่ไกลบนรถเบนซ์คันหรู..
หนุ่มหล่อที่กำลังจ้องมองภาพเหตุการณ์ผ่านกระจกพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนเขาจะกดปุ่มแง้มกระจกเพื่อให้ควันสีขาวลอยออก แววตาคมเฉี่ยวหรี่ลงเล็กน้อย สันกรามขบเข้าหากันแน่น เลื่อนลงมาจากใบหน้าหล่อจะเห็นรอยสักสีดำทะมึนบริเวณลำคอ
เขาชื่อ ั มาเฟียใหญ่ที่ทำธุรกิจสีเทาอย่างเปิดเผย ตระกูลของเขานั้นเป็เศรษฐีผู้มั่งคั่ง พ่อของัก็ให้อิสระอย่างเต็มที่ นั่นจึงทำให้เขากลายเป็ผู้ชายที่ค่อนข้างเอาแต่ใจพอสมควร
“ผู้หญิงคนนี้เหรอที่ไอ้วาโยมันขายให้กู”
เสียงทุ้มเอ่ยถามพลางจ้องมองชายหญิงที่กำลังยืนคุยกัน โดยมีวาโยที่นอนจมกองเือยู่ภายใต้บาทาอีกฝ่าย
“ครับนาย”
“…..”
“เธอชื่อว่าขนมผิงครับ เป็ลูกสาวคนโตของคุณปรวัฒน์ ครอบครัวฐานะปานกลาง พ่อแม่ของเธอรับราชการทั้งคู่เลยครับ รู้สึกว่า..เธอจะได้เข้ามาเป็อาจารย์ที่สถาบันพีเอสด้วยครับ”
“อาจารย์เหรอวะ”
“ครับ”
“เฮ้อ..”
“…..”
ใบหน้าหล่อที่แอบสงสารผู้หญิงคนนั้นเบี่ยงหนีไปอีกทางแวบหนึ่ง สิ้นคำอธิบายของลูกน้องทางฝั่งคนขับ เขาก็ยังคงจ้องมองหญิงสาวใบหน้าสวยคนนั้นไม่วางตา ไม่รู้ว่าทำไมแฟนหนุ่มของเธอถึงตัดสินใจขายเธอให้กับแก๊งมาเฟีย
คุณค่าของเธอมีมากกว่าหนี้ก้อนเล็กๆก้อนนั้นอีก ทำไมกัน..
“ภายในอาทิตย์นี้หาทางเอาตัวขนมผิงมาที่คฤหาสน์กูด้วย อย่าให้มีรอยขีดข่วนนะ เพราะกูไม่ชอบของมีตำหนิ”