ตอนที่ 3 — ถูกไล่ออก
สมาคมวิศวกรวงจรแห่งเมืองหยุนนาน ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านกลางเมือง ราวกับั์หินที่หมอบนั่งรอผู้มาเยือน
อาคารหินสีเทาห้าชั้นนั้นสร้างมาั้แ่ยุคก่อตั้งเมือง ผนังด้านนอกเต็มไปด้วยรอยแกะสลักวงจรพลังงานสิบสองแบบพื้นฐาน — ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ และอีกแปดธาตุย่อย — ที่เวลาผ่านไปหลายร้อยปีจนบางเส้นจางหายไป แต่ภาพรวมยังคงสง่างาม ประตูทองแดงขนาดใหญ่ที่แกะสลักลวดลายซับซ้อนสะท้อนแสงยามเช้า คริสตัลสีน้ำเงินสองลูกขนาดหัวคนติดอยู่เหนือประตู ปล่อยแสงวาวไล่แมลงและฝุ่นตลอดเวลา ทำให้บริเวณทางเข้าสะอาดจนดูเหมือนพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์
ลานด้านหน้าเต็มไปด้วยนักเรียนในชุดสีน้ำเงินเข้ม เดินไปมาเป็กลุ่มเล็กกลุ่มน้อย บ้างถือม้วนคัมภีร์ บ้างแบกกระเป๋าหนัก บ้างยืนคุยกันเสียงดัง อากาศยามเช้ามีกลิ่นหมึกพลังงานและกลิ่นดินจากคริสตัลที่ถูกบดเป็ผงลอยมาจากห้องทดลองชั้นบน
หลิงเซินก้าวเข้ามาในลานพร้อมกระเป๋าหนักที่แบกอยู่หลัง ผมรวบขึ้นเรียบร้อยด้วยริบบิ้นสีน้ำเงินเข้ม ชุดนักเรียนรีดตรงสนิทจนดูเหมือนเพิ่งหยิบออกจากตู้ ใบหน้าแม้จะยังมีร่องรอยของการนอนน้อย — เปลือกตาบวมเล็กน้อย วงใต้ตาสีม่วงจาง — แต่ก็ปกปิดไว้ด้วยท่าทางสดใส
วันนี้จะผ่านไปได้ดี นางบอกตัวเอง มีการบ้านครบ ส่งงาน รับคำชม กลับบ้าน แผนง่ายมาก
แต่แผนง่ายๆ มักจะไม่เป็ไปตามแผน
โดยเฉพาะเมื่อคุณมีเพื่อนชื่อหนานกงยุน
⬥ ⬥ ⬥
"หยิงหยิง! มาแต่เช้าเลยนะวันนี้!"
เสียงดังก้องมาจากทางซ้าย เสียงที่คนทั้งสมาคมจำได้โดยไม่ต้องหันไปมอง
หนานกงยุนเดินมาด้วยท่าทางที่เหมือนลมพายุสวมชุดนักเรียน สาวอายุสิบเจ็ดที่มีผมสีแดงเข้มไม่ได้รวบปล่อยตามหลัง กระจายไปตามลมเช้าราวกับเปลวไฟที่เดินได้ ชุดนักเรียนของเธอสวมไม่ครบแบบ — กระดุมบนหายไปสองเม็ด ริ้วผ้าพริ้วไปตามลม เข็มขัดรัดหลวมจนเอียงไปข้างหนึ่ง — แต่ไม่มีอาจารย์คนไหนกล้าตักเตือน เพราะหนานกงยุนเป็หลานสาวของหนานกงเฉิง อดีตนายกสมาคมวิศวกรวงจร และเป็นักเรียนที่คะแนนสูงที่สุดในรุ่น
ดวงตาสีแดงเข้มของเธอเป็ลักษณะเฉพาะของตระกูลหนานกง ว่ากันว่าเป็สัญลักษณ์ของสายเืวิศวกรชั้นสูงที่สืบทอดมาหลายร้อยปี ตอนนี้ดวงตาคู่นั้นกำลังเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นที่มักจะนำมาซึ่งปัญหาสำหรับคนรอบข้าง
หลิงเซินยิ้มเมื่อเห็นเพื่อน แม้จะรู้ว่ารอยยิ้มนั้นต้องใช้แรงมากกว่าปกติ "เพราะมีงานส่งวันนี้ไง"
"อ๋อ!" หนานกงยุนยักคิ้ว แล้วก็เอนตัวมาพิงไหล่หลิงเซินอย่างที่ทำทุกเช้า น้ำหนักตัวเธอกดลงมาทำให้หลิงเซินเซไปข้างหนึ่ง "เสร็จแล้วเหรอ? ของข้าทำเสร็จไปตั้งสองอาทิตย์ที่แล้ว"
"เ้าทำการบ้านล่วงหน้าได้ยังไง..." หลิงเซินถามเสียงเบา ซ่อนความอิจฉาไว้ไม่สนิท
"พร์" หนานกงยุนปัดมือเล่นๆ ยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ "แต่พูดถึง..."
เธอเปลี่ยนท่าทาง เอียงตัวมาใกล้หลิงเซินมากขึ้น เสียงลดลงเป็กระซิบ แต่กระซิบของหนานกงยุนก็ยังดังกว่าเสียงพูดปกติของคนทั่วไป
"ทาสใหม่เป็ยังไงบ้าง? ข่าวว่าเ้าซื้อมาคืนก่อน"
หลิงเซินถึงกับหลุดหน้าเรียบที่พยายามรักษา "ข่าวมาจากไหน—"
"ป้าขายผักข้างบ้านเ้าบอกคนขับรถ" หนานกงยุนนับนิ้ว "คนขับรถบอกลูกศิษย์รุ่นพี่ ลูกศิษย์รุ่นพี่บอกข้า" เธอหัวเราะ ยิ้มมากเกินไปจนตาหรี่ "เมืองนี้เล็กนะ หยิงหยิง ไม่มีความลับ"
หลิงเซินรู้สึกเหมือนมีมดไต่ขึ้นหลังคอ เธอรีบพูดเร็ว "ก็แค่ทาสช่วยงานทั่วไป ไม่มีอะไร"
"แน่นอน แน่นอน" หนานกงยุนยิ้มกว้างเกินไป ท่าทางน้อยขึ้นลง เหมือนลูกสุนัขที่พบของเล่นใหม่ "ไม่มีอะไรเลยแน่ๆ"
"หนานกง—"
"ดูสิ! การบ้านเ้าล้นออกมาจากกระเป๋าเลย"
หลิงเซินก้มมอง — ม้วนกระดาษคัมภีร์หนึ่งม้วนโผล่ปลายขึ้นมาจากกระเป๋าที่ปิดไม่สนิท มือของนางรีบดันม้วนกลับเข้าไป
แต่มือของหนานกงยุนเร็วกว่า
นิ้วที่ยาวเรียวและแข็งแรงจากการวาดวงจรมาหลายปีฉวยม้วนคัมภีร์ออกมาในพริบตา ด้วยความชำนาญของคนที่ขโมยของจากเพื่อนจนเป็นิสัย
ม้วนคัมภีร์ขนาดใหญ่สีเหลืองถูกดึงออกมาสู่แสงยามเช้า
⬥ ⬥ ⬥
หนานกงยุนคลี่ม้วนคัมภีร์ออกดูด้วยความอยากรู้ตามปกติ ด้านหน้าเป็แบบแปลนวงจรธาตุดินของอาจารย์ซ่างซีที่นักเรียนทุกคนรู้จัก — วงจรที่ยังค้างอยู่ที่แปดในสิบส่วน ซึ่งติดทางตันมาหกเดือน
เธอกำลังจะม้วนกลับ — เพราะวงจรนี้เธอเห็นมาร้อยครั้งแล้ว — แต่แล้วสายตาก็สะดุดที่ขอบกระดาษด้านหลัง
มีบางอย่างอยู่ตรงนั้น
เธอพลิกม้วนคัมภีร์กลับ
ดวงตาสีแดงเข้มของหนานกงยุนเบิกกว้างทันที
"นี่คือ..." เสียงของเธอเปลี่ยนไป จากเสียงเล่นๆ ของเด็กสาวกลายเป็เสียงที่ตึงและจริงจัง เหมือนสายพิณที่ถูกดีดแรง
ด้านหลังม้วนคัมภีร์เต็มไปด้วยลวดลายวงจรที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน เส้นแต่ละเส้นสะอาดและแน่วแน่ราวกับแกะด้วยเพชร ไม่มีรอยลังเล ไม่มีรอยลบ ไม่มีรอยแก้ไข วงกลมซ้อนกันเป็ชั้นๆ ในรูปแบบที่ไม่มีในตำราเล่มใด แต่ทุกส่วนเชื่อมต่อกันอย่างลงตัวจนดูเหมือนดอกไม้ที่บานอยู่บนกระดาษ
หนานกงยุนเป็นักเรียนที่คะแนนสูงสุดในรุ่น เธอไม่ได้โง่ เธอรู้ว่าสิ่งที่เห็นอยู่นั้นไม่ใช่ระดับนักเรียน ไม่ใช่แม้แต่ระดับอาจารย์ทั่วไป
"นี่มันวงจรของอาจารย์ซ่างซีไม่ใช่เหรอ?" เธอชี้ไปที่ด้านหน้า แล้วพลิกกลับ "แต่ด้านหลังนี้คืออะไร? ใครวาด?"
"คืนให้ข้าก่อน!" หลิงเซินยื่นมือ ใจเต้นแรงจนรู้สึกได้ว่าเืขึ้นหน้า
"เดี๋ยวก่อน" หนานกงยุนขยับม้วนออกไปอีก หลบมือหลิงเซินอย่างชำนาญ ดวงตาจับอยู่ที่ลวดลายวงจร มองอย่างตั้งใจ แสงเช้าตกกระทบกระดาษทำให้เส้นหมึกดำวาววับ
"ข้าว่าเ้าทำเองไม่ได้หรอก" เธอพูดตรงๆ โดยไม่มีเจตนาจะดูถูก เป็เพียงการกล่าวข้อเท็จจริง "ฝีมือนี้... ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน แม้แต่ของอาจารย์ซ่างซีก็ยังไม่ถึงระดับนี้"
หลิงเซินรู้สึกเหมือนถูกตบหน้าด้วยความจริง คำพูดของหนานกงยุนไม่ได้เจ็บเพราะดูถูก แต่เจ็บเพราะจริง นางทำเองไม่ได้ และทั้งสองคนรู้
"หนานกง ให้คืน—" หลิงเซินยื่นมืออีกครั้ง เสียงเริ่มตึง
"ข้าจะนำไปให้อาจารย์ซ่างซีดู" หนานกงยุนพูดด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนจากเล่นๆ เป็จริงจัง ดวงตาสีแดงจ้องตรงเข้ามาที่หลิงเซิน "ฟังนะ หยิงหยิง ข้ารู้ว่าเ้าเป็หนึ่งในสิบสองคนที่คะแนนต่ำสุด ถ้าอาจารย์เห็นว่าเ้ามีสิ่งนี้ อาจทำให้ท่านประทับใจมากขึ้น อาจช่วยเ้าได้"
"ไม่—!" หลิงเซินอ้าปากจะอธิบาย จะบอกว่าม้วนนี้ไม่ใช่ของนาง ว่ามีคนอื่นวาด ว่าถ้าอาจารย์รู้จะเกิดปัญหา
แต่หนานกงยุนก็เดินออกไปแล้ว ผมแดงปลิวตามลมเช้า ม้วนคัมภีร์อยู่ในมือ ก้าวยาวๆ ที่รวดเร็วจนหลิงเซินไล่ไม่ทัน
หลิงเซินยืนอยู่กลางลานสมาคม มือค้างอยู่ในอากาศ ท้องรู้สึกหนักลงอย่างอธิบายไม่ได้ เหมือนก้อนหินถูกหย่อนลงไปในกระเพาะ ไม่ดี นางคิด ไม่ดีเลย
เพราะม้วนคัมภีร์นั้นเป็ของอาจารย์ซ่างซี ที่นางขอยืมกลับไปศึกษา โดยอาจารย์อนุญาตด้วยวาจาแต่ไม่ได้เขียนเป็ลายลักษณ์อักษร และด้านหลังนั้น มีวงจรที่เซียนหยูวาดไว้โดยที่นางไม่ได้อนุญาต ถ้าอาจารย์เห็น นางจะอธิบายว่าอย่างไร?
ว่าทาสที่เพิ่งซื้อมาเมื่อคืนก่อนวาดวงจรระดับที่ไม่มีใครในสมาคมเคยเห็น?
ใครจะเชื่อ?
⬥ ⬥ ⬥
ห้องผู้ช่วยอาจารย์ ชั้นสอง
หลิงเซินก้าวเข้ามาในห้องด้วยท่าทางที่พยายามดูสงบที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่มือที่กำขอบกระเป๋าจนข้อนิ้วขาวบ่งบอกอีกอย่าง นางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ยกมือไหว้
"ผู้ช่วยอาจารย์หานครับ ข้ามาส่งการบ้าน"
หานเจาหลง นั่งอยู่หลังโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยม้วนกระดาษซ้อนกันเป็ชั้นๆ ชายหนุ่มอายุยี่สิบที่ใบหน้าดูแข็งกร้าวเกินอายุ คางเหลี่ยม คิ้วหนา จมูกตรง ดวงตาสีน้ำตาลเข้มที่มองอะไรก็ดูเหมือนกำลังหาข้อผิดพลาด เขาสวมชุดผู้ช่วยอาจารย์สีเทาอ่อนที่รีดเรียบ แขนเสื้อพับขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นแขนที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าที่วิศวกรทั่วไปควรจะมี
เขาวางคางบนมือที่ประสานกัน มองหลิงเซินขึ้นมาด้วยสายตาที่ไม่ได้ซ่อนอะไรเลย
สายตาแบบที่ทำให้หลิงเซินอยากถอยหลัง แต่นางไม่ถอย
"หยิงหยิง" เขาพูดชื่อเล่นของนางด้วยน้ำเสียงสนิทสนมเกินกว่าความสัมพันธ์ระหว่างผู้ช่วยอาจารย์กับนักเรียนจะอนุญาต ปลายลิ้นกดที่เพดานปากนานกว่าปกตินิดหน่อยเมื่อออกเสียง ราวกับลิ้มรสชื่อนั้น "วันนี้มาเอง ไม่ให้คนส่งแทน?"
"การบ้านข้าส่งเองทุกครั้ง" นางตอบสั้นๆ ไม่สบตาเกินจำเป็ วางม้วนกระดาษสามม้วนลงบนโต๊ะ "ครบถ้วนตามที่กำหนด"
หานเจาหลงหยิบม้วนแรกขึ้นมา คลี่ออกอย่างช้าๆ สายตาเลื่อนผ่านลวดลายวงจรที่หลิงเซินวาด ใบหน้าไม่เปลี่ยน
เขาหยุด
หยิบม้วนที่สอง คลี่ดู
หยุดอีก
หลิงเซินรู้สึกว่าอากาศในห้องเริ่มหนักขึ้น เหมือนมีคนค่อยๆ เพิ่มน้ำหนักบนไหล่ของนาง
"นี่..." เขาพูดเบาๆ ปลายนิ้วเคาะม้วนกระดาษ "เสร็จทั้งหมดเลย?"
"ใช่"
"และถูกต้องด้วย?" เขายกหัวขึ้น ดวงตาแคบลง แสงจากหน้าต่างตกลงบนใบหน้าครึ่งซีก ทำให้อีกครึ่งจมอยู่ในเงา
หลิงเซินไม่ตอบ แต่ก็ไม่ถอยสายตา นางรู้ว่าการบ้านของนางถูกต้อง เพราะนางใช้เวลาสามคืนตรวจทานจนแน่ใจ
หานเจาหลงวางม้วนกระดาษลง มือทั้งสองข้างกดลงบนโต๊ะ แล้วก็เอนหลังบนเก้าอี้ ยักไหล่ผ่อนคลาย ยิ้มออกมาแบบที่หลิงเซินเคยเห็นแล้วรู้ว่าหมายถึงอะไร
ยิ้มของคนที่มีอำนาจและรู้ว่าตัวเองมีอำนาจ
"งานมั่วๆ" เขาพูดเฉยๆ ราวกับกำลังบอกสภาพอากาศ "เขียนถูกรูปแบบ แต่ไม่เข้าใจจริงๆ ข้าให้คะแนนไม่ได้"
หลิงเซินรู้สึกเหมือนถูกราดน้ำเย็น ท้องร้อนขึ้นมาจากความโกรธที่ถูกกดไว้ แต่เสียงของนางยังคงสงบ "แต่ทุกข้อตรงตามตำรา—"
"ตรงตามตำรา" หานเจาหลงทวนคำ น้ำเสียงเยาะเบาๆ "แต่ไม่มีความเข้าใจลึก ข้ามองออก"
หลิงเซินกัดฟัน นางรู้ว่าการเถียงกับผู้ช่วยอาจารย์ไม่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ช่วยอาจารย์คนนี้ที่มีนามสกุล 'หาน' — นามสกุลเดียวกับตระกูลที่พี่สาวเพิ่งบอกเมื่อคืนว่าอยู่เื้ัการตายของพ่อแม่
ความรู้ใหม่นี้ทำให้นางมองหานเจาหลงด้วยสายตาที่ต่างไปจากเดิม เมื่อก่อนนางคิดว่าเขาเป็เพียงผู้ช่วยอาจารย์ที่ชอบใช้อำนาจ ตอนนี้นางเริ่มสงสัยว่าทุกอย่างที่เขาทำอาจไม่ใช่เื่บังเอิญ
"และอีกอย่าง" หานเจาหลงพูดต่อโดยไม่ฟังคำแก้ตัว เสียงของเขาเปลี่ยนไป เบาลงแต่แหลมคมขึ้น ราวกับมีดที่ค่อยๆ กรีดเข้ามา "มีงานวิจัยของอาจารย์ซ่างซีอยู่ในกระเป๋าเ้าด้วย ข้าสังเกตเห็น"
หลิงเซินสะดุ้ง กระเป๋าที่เปิดอยู่บนโต๊ะ ปลายม้วนคัมภีร์สีเหลืองของอาจารย์โผล่มานิดหน่อย แค่นิดเดียว แต่เพียงพอให้ตาคมของหานเจาหลงจับได้
"นั่นทรัพย์สินของสมาคม" เขาพูดต่อ เสียงหนักแน่นขึ้น "ไม่ควรนำออกนอกอาคาร"
"ข้าได้รับอนุญาต—"
"จากใคร? เ้ามีเอกสาร?"
หลิงเซินอ้าปาก แล้วหุบ
ไม่มีเอกสาร เพราะตอนนั้นอาจารย์ซ่างซีแค่พยักหน้าปล่อยให้นำกลับไปดู ท่านไม่ใช่คนที่ชอบเขียนอะไรเป็ลายลักษณ์อักษร ท่านเชื่อใจนักเรียน
แต่ความเชื่อใจไม่ใช่เอกสาร
หานเจาหลงยิ้ม ยิ้มกว้างขึ้น ยิ้มแบบที่มีอำนาจในมือและรู้ว่าจะใช้มันอย่างไร
"การนำทรัพย์สินของสมาคมออกนอกอาคารโดยไม่มีเอกสารอนุญาต" เขาพูดช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ "ถือเป็การละเมิดกฎระเบียบข้อที่ยี่สิบสาม ว่าด้วยการจัดการทรัพย์สินทางปัญญา"
เขาลุกขึ้นยืน สูงกว่าหลิงเซินเกือบหัว เดินอ้อมโต๊ะมายืนตรงหน้านาง ระยะใกล้จนหลิงเซินได้กลิ่นหมึกพลังงานที่ติดอยู่บนเสื้อของเขา
"โทษของการละเมิดข้อนี้" เขาก้มลงมาเล็กน้อย สายตาจับอยู่ที่ดวงตาของหลิงเซิน "คือการพักการเรียน"
ห้องเงียบ
"ข้า..." หลิงเซินเริ่มพูด
"หรือ" หานเจาหลงยกมือขึ้น นิ้วชี้ไปที่กระเป๋า "เ้าสามารถคืนม้วนคัมภีร์ ยอมรับว่าผิดพลาด และข้าจะไม่รายงานเื่นี้"
"แต่การบ้านของข้า—"
"การบ้าน" เขาหยิบม้วนกระดาษทั้งสามม้วนขึ้นมา ถือไว้ในมือ น้ำหนักเบา แต่หลิงเซินรู้สึกว่ามันหนักเหมือนก้อนหิน "ข้าจะให้คะแนนใหม่ หลังจากที่เื่ม้วนคัมภีร์จบลง"
หลิงเซินเข้าใจ
เขาไม่ได้แค่ไม่ให้คะแนน เขากำลังใช้ม้วนคัมภีร์เป็ข้อต่อรอง เป็สายโซ่ที่ล่ามนางไว้กับเก้าอี้ที่เขาจัดให้
"คืนม้วนคัมภีร์" หานเจาหลงยื่นมือออกมา ฝ่ามือหงาย "และเื่นี้จะจบ"
หลิงเซินมองฝ่ามือที่ยื่นออกมา มองนิ้วที่เรียวยาวและมั่นคง มองดวงตาที่อยู่เหนือฝ่ามือนั้น ดวงตาที่ไม่มีความรู้สึกผิดแม้แต่น้อย
นางเอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋า หยิบม้วนคัมภีร์ของอาจารย์ซ่างซีออกมา วางลงบนฝ่ามือของหานเจาหลง
"เื่จบแล้วนะ" นางพูดเสียงเรียบ
หานเจาหลงรับม้วนคัมภีร์ ยิ้มอีกครั้ง ยิ้มที่ทำให้หลิงเซินรู้สึกเหมือนกลืนน้ำแข็ง
"ยังไม่จบ" เขาพูดเบาๆ "การนำทรัพย์สินออกนอกอาคาร แม้จะคืนแล้ว ก็ยังเป็การละเมิด ข้าจำเป็ต้องรายงานอาจารย์"
"เ้าสัญญาว่า—"
"ข้าบอกว่า 'จะไม่รายงาน' ถ้าเ้าคืน" เขาวางม้วนคัมภีร์ลงบนโต๊ะ "แต่ข้าไม่ได้บอกว่าจะไม่ดำเนินการตามขั้นตอน การพักการเรียนเป็มาตรฐานของสมาคม ข้าทำตามหน้าที่"
หลิงเซินรู้สึกเืร้อนขึ้นจนถึงขมับ มือกำแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ แต่นางสูดหายใจเข้าลึกหนึ่งครั้ง กดความโกรธลงไปให้ลึกที่สุด
"เข้าใจแล้ว" นางพูดด้วยเสียงที่ราบเรียบจนน่าประหลาดใจ หยิบกระเป๋าขึ้นจากโต๊ะ "ขออนุญาตกลับ"
นางหันหลังเดินออกจากห้อง ไม่วิ่ง ไม่เร่ง ไม่แสดงอาการอ่อนแอแม้แต่น้อย
ประตูปิดลงข้างหลัง
หานเจาหลงนั่งลงบนเก้าอี้ มองประตูที่เพิ่งปิด ปลายนิ้วเคาะม้วนคัมภีร์ของอาจารย์ซ่างซีเบาๆ เขาพลิกม้วนคัมภีร์กลับ มองด้านหลัง ดวงตาที่เฉยเมยนั้นเปลี่ยนไปชั่วพริบตา — เบิกกว้างขึ้นแว่บหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเป็ปกติ
"น่าสนใจ" เขากระซิบ นิ้วลากตามเส้นวงจรที่เซียนหยูวาดไว้ "น่าสนใจมาก"
เขาม้วนคัมภีร์อย่างระมัดระวัง เก็บเข้าลิ้นชักโต๊ะ ล็อกกุญแจ
จากนั้นหยิบปากกาขึ้น เขียนจดหมายสั้นๆ ลงบนกระดาษขนาดฝ่ามือ
"ลุง" เขาเขียน "มีสิ่งที่ท่านควรเห็น"
⬥ ⬥ ⬥
หลิงเซินเดินออกจากอาคารสมาคม ก้าวลงบันไดหินกว้างทีละขั้น เท้าหนักราวกับมีตะกั่วถ่วง แสงเช้าที่เมื่อครู่ยังดูอบอุ่น ตอนนี้กลับจ้าจนแสบตา นางยกมือขึ้นบังแสง แต่ความร้อนที่หลั่งลงมาตามแก้มไม่ใช่เพราะแดด มันคือน้ำตา นางรีบเช็ดออก เร็ว แรง จนผิวแก้มแดง ไม่ร้องไห้ นางสั่งตัวเอง ไม่ร้องไห้ที่นี่ ไม่ใช่ต่อหน้าคนเหล่านี้
"หยิงหยิง!" เสียงของหนานกงยุนดังขึ้นจากด้านหลัง เสียงฝีเท้าวิ่งตามมา "หยิงหยิง เกิดอะไรขึ้น? ข้าเพิ่งเอาม้วนคัมภีร์ไปให้อาจารย์ซ่างซี ท่านดูแล้ว—"
"ข้าถูกพักการเรียน" หลิงเซินพูดตัดบท ไม่หันหลังมา
หนานกงยุนหยุดเดิน "อะไร?"
"หานเจาหลง" หลิงเซินพูดชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่แข็งกว่าปกติ "รายงานว่าข้านำทรัพย์สินของสมาคมออกนอกอาคารโดยไม่มีเอกสารอนุญาต"
"ม้วนคัมภีร์ที่— แต่อาจารย์ซ่างซีอนุญาตเอง!"
"ไม่มีเอกสาร" หลิงเซินหยุดเดิน หันมามองเพื่อน "ไม่มีหลักฐาน"
หนานกงยุนยืนนิ่ง ดวงตาสีแดงเข้มเปิดกว้าง ใบหน้าที่มักจะยิ้มเล่นนั้นตอนนี้แข็งทื่อ ริมฝีปากเผยอ ราวกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่คำไม่ยอมออกมา
"ข้า..." เธอเริ่มพูด เสียงแ่ "เป็เพราะข้าที่ดึงม้วนคัมภีร์ออกจากกระเป๋าเ้า ถ้าข้าไม่ทำ เขาจะไม่เห็น..."
"ไม่ใช่ความผิดเ้า" หลิงเซินส่ายหัว ยิ้มให้เพื่อน แม้รอยยิ้มนั้นจะเ็ป "เขาหาเื่อยู่แล้ว ไม่ใช่ม้วนนี้ก็ม้วนอื่น"
หนานกงยุนกัดริมฝีปาก มือกำแน่นจนข้อนิ้วขาว
"ข้าจะไปหาอาจารย์ซ่างซี" เธอพูดด้วยน้ำเสียงที่หลิงเซินไม่เคยได้ยินมาก่อน — เสียงที่เย็นและแหลมคม เหมือนมีดที่เพิ่งถูกลับ "ท่านจะจัดการเื่นี้"
"หนานกง—"
แต่เธอก็เดินออกไปแล้ว เร็วกว่าตอนที่วิ่งมา ผมแดงปลิวตามลม ท่าทางที่มักจะเหมือนลมพายุนั้นตอนนี้เหมือนไฟป่า
หลิงเซินยืนอยู่คนเดียวในลาน แสงเช้าส่องลงมาบนชุดนักเรียนสีน้ำเงินเข้มที่รีดตรงสนิท ชุดที่นางตั้งใจแต่งมาเพื่อวันนี้ เพื่อที่จะดูดี เพื่อที่จะได้รับคะแนน เพื่อที่จะพิสูจน์ว่านางมีค่า
ตอนนี้ชุดนั้นไม่มีความหมาย
นางหันหลังให้สมาคม เดินลงบันไดหินอย่างช้าๆ แต่ละก้าวหนักขึ้นเรื่อยๆ จนก้าวสุดท้ายแทบจะไม่มีแรงยกเท้า
แต่นางยังเดิน เพราะคนตระกูลหลิงไม่หยุดเดิน ไม่ว่าจะเจ็บแค่ไหน พี่สาวสอนนางอย่างนั้น
— จบตอนที่ 3 —
แดนนิยาย — ดินแดนที่ทุกเื่ราวเริ่มต้น
ติดตามตอนใหม่ก่อนใครได้ที่ www.danniyay.com