กายแกร่งเอนตัวเพื่อพักผ่อน ความฝันในรูปแบบเดิมกลับมาหาเขา รู้ตัวอีกทีก็ยืนอยู่ในป่าแห่งเดิมมันเต็มไปด้วยหมอก เฟิงฉินก้าวเดินมาสักพักจนพบกับแม่น้ำที่ไหลผ่าน เงาที่สะท้อนจนเห็นถึงภาพหลอนของคนที่สงหารไป
ดวงตาสีนิลตื่นขึ้นในตำหนัก เฟิงฉินกลับหลับมิลงอีกเช่นเคยความฝันแบบเดิมกลับมาหากเขาอยู่ห่างกายกับสตรีร่างเล็ก ด้วยความไม่สบอารมณ์เฟิงฉินจึงออกไปด้านนอก แสงจันทร์สว่างไสวเหมือนเป็ใจให้เขาไปหานางเสียจริง
"ทำไมข้าต้องเป็ผู้เดินไปหาเ้าเสมอเลยนะ"
ร่างสูงเพียงถอนหายใจ ตัวเขากับนางมีอดีตหรือความผูกพันกันมาแต่ชาติก่อนหรืออย่างไรทำไมถึงต้องส่งนางมาให้เขา
มิรอช้าเฟิงฉินเรียกให้ทหารด้านนอกเตรียมม้าให้ วันนี้เขาจะไปนอนพักที่ตำหนักในวังหลวง เฟิงฉินควบม้าผ่านความมืดเมื่อเดินทางมาสักพักก็มาถึงวังหลวง
ทหารยามที่จดจำแม่ทัพของพวกเขาได้แม่นยำ ต่างเปิดทางให้ในกลางดึกการตรวจตราข้างในจะแ่ากว่าปกติมากนัก เฟิงฉินก้าวเข้ามาในตำหนักก่อนจะพบว่านางกำนัลที่เขาได้เลือกไว้หลับอยู่หน้าประตู
เฟิงฉินมิได้กล่าวโทษอะไรนางกำนัลผู้นี้ มือหนาค่อยๆเปิดประตูอย่างช้าๆก่อนจะพบกับร่างเล็กนอนหลับใหลอยู่ ลมหายใจเข้าออกเป็ปกติแสดงว่านางหลับลึกแล้ว เขามิลืมที่จะปิดประตูก่อนร่างสูงจะแทรกผ้าห่มของสตรีร่างเล็กเข้าไป
"ทำไมข้าต้องทำตัวเช่นโจรเด็ดบุปผาด้วย?" แต่ก็เพียงได้แค่คิดมือหนาค่อยๆโอบกอดเอวบางอย่างช้าๆ เขากลัวนางตื่นยิ่งนัก แต่ด้วยเค่อฉิงที่เป็คนหลับลึกทำให้เธอไม่รู้สึกถึงสิ่งรอบๆตัวถ้าหากมิโดนกระทำรุนแรง
ไม่นานเฟิงฉินก็หลับตามนางไป โดยร่างเล็กขยับเพียงเล็กน้อยนางต้องนอนตะแคงเสมอเพื่อไม่่ให้แผ่นหลังบอบช้ำต้องเจ็บตลอดการนอน เฟิงฉินรู้เื่นั้นดีจึงแค่เพียงโอบกอดนางเบาๆ
เวลาผ่านไปดุจสายน้ำไหลริน ทางด้านแม่ทัพิที่เดินทางด้วยม้าตลอดทั้งวันคนที่เขาพามาเป็ทหารยอดฝีมือของกองทัพ รวมถึงทหารติดตามของจักรพรรดิซีซวนอีกจำนวนหนึ่ง
"องค์จักรพรรดิมิไว้ใจข้าหรืออย่างไรถึงได้ส่งเ้ามา"
"องค์จักรพรรดิไว้ใจท่านแต่คราวนี้มันเป็เื่ขององค์หญิงสี่ถ้าหากเกิดอันใดขึ้นมาท่านจะต้องเป็ผู้รับผิดชอบ ด้วยเหตุนี้องค์จักรพรรดิถึงส่งข้ามาช่วยท่านเช่นไรเล่าแม่ทัพิ"
ทั้งสองเพียงสนทนาค่าเวลาเท่านั้นการตามหาองค์หญิงสี่ครั้งนี้เป็ภารกิจหลัก แม่ทัพิรู้ว่าองครักษ์ซีอันเป็บุคคลเ้าเล่ห์พอสมควรการที่าแย่งชิงบัลลังก์จนองค์ชายสามขึ้นเป็จักรพรรดิ ก็ได้รับการช่วยเหลือจากองครักษ์ผู้นี้ แต่ด้วยภูมิหลังที่มิรู้ที่มาที่ไปทำให้ซีอันเป็บุรุษผู้ลึกลับ
ทางด้านฉินหลงที่กำลังควบม้ากลับเมืองหลวงความเร่งรีบไม่แม้แต่จะหยุดพัก เื่ในครั้งนี้มันใหญ่เกินกว่าครั้งไหนๆ ฉินหลงที่ทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับท่านแม่ทัพจึงตัดสินใจเป็ผู้นำสารไปส่งให้ฮ่องเต้ด้วยตัวเอง
ถ้าหากสิ่งที่ท่านแม่ทัพได้กล่าวมาจริง องค์หญิงสี่ต้องเป็สิ่งที่เลอค่ายิ่งกว่าอำนาจใดๆ หากนางกลับสู่ฐานนันดรเดิมนางจะมีอำนาจชี้เป็ชี้ตายของแคว้นน้อยใหญ่ทั้งแผ่นดิน
ทางด้านสตรีที่ไม่รู้เลยว่าตัวนางมีค่ามากแค่ไหน กำลังนอนหลับใหล โดยมีแม่ทัพโอบกอดให้ความอบอุ่นเค่อฉิงขยับกายเข้าหาบุรุษร่างสูงโดยอัตโนมัติ ร่างเล็กดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษร่างแกร่งร่างบางพยายามหาความอบอุ่นที่เหมาะสมสำหรับนางจนเมื่อหาที่ได้จึงหยุดดิ้น
เมื่อถึงเช้าเค่อฉิงสัมพัสได้ถึงความอบอุ่น ใบหน้าบางเริ่มตื่นจากการหลับใหลสายตาสบเข้ากับเสื้อสาบเสื้อตรงหน้าจนนางแหงนขึ้นก็พบกับใบหน้าบุรุษแสนเ็า
"กรี๊ด!"
ด้วยความใเค่อฉิงเผลอร้องจนมู่กวาที่อยู่ด้านนอกนางรีบเปิดประตูเข้ามากลัวว่าคุณหนูของนางจะเป็อะไรขึ้นมา แต่สายตาของนางกำนัลไปสบเข้ากับแม่ทัพที่อยู่บนเตียงกับคุณหนูของนางด้วยความเกรงใจ มู่กวาจึงรีบปิดประตูออกไปมิอยู่ให้กวนใจของทั้งสอง
"จะใไปทำไมในเมื่อเ้าซุกไซ้ข้าทั้งคืน" เฟิงฉินกล่าวความจริงจนสตรีตรงหน้าเขาขยับกายหนีแต่มือหนาดึงเอวบางไว้
"ท่านปล่อยข้านะ!" มือบางพยายามเกะมือหนาออกจากเอว
"เ้าดื้อด้านได้ขนาดนี้แสดงว่าเ้าหายดีแล้ว"
เฟิงฉินกล่าวหยอกเย้าสตรีหน้าก่อนนางจะทำท่าโอดโอย ขี้นมาทันทีเขายิ้มกับการแสดงของนาง สตรีตรงหน้าเขายังต้องฝึกอีกมากหากจะใช้มารยาเช่นนี้ เค่อฉิงร้องโอดโอยเป็การแสดงของนางจนเวลาผ่านบุรุษด้านหลังได้แต่มองนางอยู่เฉยๆนางจึงหยุดร้อง
"นี่เขาไม่คิดจะปล่อยนางจริงๆหรือ?" เค่อฉิงมิชอบบุรุษรู้มากเช่นนี้เลย
"หมดเวลาเล่นแล้วถึงเวลาของเรา" เฟิงฉินที่อยากแกล้งนางให้มากยิ่งขึ้นเขาจับใบหน้าบางหันมาหาทั้งสองมองตากันเหมือนต้องมนต์เสน่ห์ หัวใจทางด้านเค่อฉิงเธอกลับเต้นละรัว บุรุษตรงหน้าค่อยยื่นหน้าเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ
"ถึงเวลาอาหารแล้ว เ้าคิดว่าข้าจะทำอะไรเ้าหรือ?" แต่ก็ทำให้ผิดเธอเพียงเข้ามากระซิบข้างหูทั้งที่เธอหลับตาเตรียมใจไว้แล้ว..
จบตอน..
ไม่ชอบตรงไหนติชมได้นะไรท์ไม่ว่า ไรท์จะได้ทำการแก้ไขหากมีอะไรผิดพลาด