แต่ตอนนี้มีรถม้าเพิ่มขึ้นถึงสองคัน คันแรกเป็รถม้าที่จางหลินถงและอู๋ฮวนนั่ง คันที่สองเป็รถม้าขนเสบียงกับสาวใช้ที่อู๋ฮวนซื้อมาจากเมืองหลวงนามชูหลิง และอู๋ฮวนยังจ้างวานคนขับรถม้าเพิ่มมาอีกสี่คน คนเหล่านี้ล้วนเป็คนชำนาญการขับรถม้าบนเส้นทางขึ้นเหนือ ตามด้วยผู้คุ้มกันที่ขี่ม้าอารักขาติดตามขบวนอีกเก้าคน ทำให้ขบวนเดินทางใหญ่ขึ้นจึงเป็ที่ดึงดูดสายตาโจรูเายิ่งนัก เมื่อมาถึงปากทางเข้าหุบเขา เซินสี่ะโลงจากม้าเดินมาหยุดข้างตัวรถม้า
“นายท่าน”
ขณะเดินทางอู๋ฮวนมักปกปิดฐานะตนเอง เซินสี่จึงเรียกอู๋ฮวนว่านายท่าน นายท่านอู๋ฮวนยื่นมือขาวสะอาดมาเปิดผ้าม่านแย้มออกเล็กน้อยพลางกล่าวขึ้น“เดินทางต่อไปเลย ไม่ต้องหยุดพัก”
“แต่ขบวนเดินทางมีผู้คนเพิ่มขึ้น เกรงว่า...”เซินสี่เกรงว่าจะดูแลไม่ทั่วถึง ไหนจะคนขับรถม้า ไหนจะสาวใช้ และยังมีเสบียงอาหารที่อู๋ฮวนซื้อมาตุนไว้ให้จางหลินถงอีกหนึ่งคันรถม้า ไม่ใช่เื่ง่ายที่ผู้คุ้มกันทั้งเก้าจะฝ่ารังโจรผ่านออกไปได้โดยไม่เกิดความเสียหาย
ต้าเจิงที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งก่อนหน้านั้นกลับมารับตำแหน่งเดิม เพราะอู๋ฮวนต้องพึ่งพาฝีมือของต้าเจิง ทั้งต้าเจิงยังเป็คนของรองแม่ทัพหน่วยพยัคฆ์ขาวส่งมา เท่ากับเขาเป็คนของจางหลินถง แม้อู๋ฮวนไม่ได้กำชับเป็พิเศษ แต่ต้าเจิงก็รู้ว่าเขามีหน้าที่ต้องอารักขาความปลอดภัยให้จางหลินถงเป็ส่วนสำคัญ
ในดวงตาอู๋ฮวนไม่มีแววตาเหมือนคนใช้ความคิด ไม่เห็นแววตาหนักใจ ทั้งยังยกมุมปากยิ้มอย่างอารมณ์ดีอีกด้วย อากัปกริยาที่อู๋ฮวนแสดงออกมานั้นทำให้เซินสี่ตกตะลึง ระยะนี้นายท่านมักยิ้มจนเป็ชิน อาจเป็ผลมาจากการได้อยู่กับแม่นางอาหลิน เซินสี่จึงเห็นความสามารถและความสำคัญของนางขึ้นมาแล้ว
“ไปต่อเถอะ คนพวกนั้นไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน ไม่มีอะไรน่ากังวล”พอได้ยินว่าคนพวกนั้นไม่ใช่ตะเกียงขาดน้ำมัน ดวงตาของเซินสี่ก็มีประกายแวบผ่าน
ที่แท้นายท่านรับรู้เช่นเดียวกันกับที่เขารู้สึก ว่าคนที่เพิ่มเข้ามาไม่ใช่แค่คนขับรถม้ารับจ้าง เพียงแต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเป็คนของฝ่ายใด แต่ที่รู้ได้คือคนเหล่านี้ยังไม่บรรลุเป้าหมายจึงไม่เผยพิรุธ อีกอย่างอู๋ฮวน้ายืมกำลังความสามารถ เขายังไม่คิดเปิดโปงคนทั้งสี่เช่นกัน
จวิ้นอ๋องช่างมีไหวพริบที่ยอดเยี่ยมนัก เมื่อได้ยินเช่นนั้นเซินสี่หมุนกายกลับไปขึ้นม้า แจกแจงรายละเอียดให้ผู้คุ้มกันระวังตัวเป็พิเศษ ต้าเจิงรีบแยกมาอยู่ใกล้ๆจางหลินถงพลางกล่าวว่า“คุณหนูไม่ต้องกังวล ข้าจะให้ความคุ้มครองท่านเอง”
พอจางหลินถงได้ยินคำกล่าวนั้น นางหันไปสบตากับอู๋ฮวน คล้ายจะถามว่าปล่อยต้าเจิงแล้วหรือ ชายหนุ่มยิ้มให้พลางตอบเสียงเบา อันรู้กันแค่สองคนว่า“ข้าให้อิสระเขาชั่วคราว”
เพียงเท่านั้นจางหลินถงก็เข้าใจ ที่แท้ในขบวนผู้คุ้มกันทั้งสิบเอ็ดคนของอู๋ฮวน มีคนภายนอกแฝงถึงเข้ามาถึงสามคน“พี่ฮวนรู้หรือไม่ ว่าที่แท้หูจิงเป็ใคร”
จู่ๆหญิงสาวกล่าวชื่อนี้ขึ้นมา ทำให้อู๋ฮวนที่กำลังอารมณ์ดีเริ่มไม่สบอารมณ์ มือขาวสะอาดซึ่งซ่อนใต้แขนเสื้อเริ่มกำจนแน่น เขายังไม่ได้ชำระความกับคนทรยศสองคนนั้นเลย หากไม่ติดว่าอาการป่วยของบิดาทรุดลง เขาสาบานว่าจะอยู่เมืองหลวงเพื่อไล่ล่าหาเื้ัที่แท้จริงของหูจิงให้พบ
“เหตุใดเ้าต้องกล่าวถึงเขาอีก หรือเ้าคิดถึงเขา”ชายหนุ่มยังจำแววตาที่จางหลินมองหูจิงในถ้ำได้ มันเต็มไปด้วยความชื่นชม
“พี่ฮวนพูดเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าหึงข้าอยู่หรือ”จางหลินเอียงหน้าถาม แววตาล้อเลียน นางเห็นใบหน้าอู๋ฮวนเริ่มแดงระเรื่อ จางหลินถงจึงยิ่งมั่นใจ“ที่แท้พี่ฮวนหึงเป็”
สิ้นคำของจางหลินถง อู๋ฮวนยื่นมือไปดีดหน้าผากนางหนึ่งทีโทษฐานที่รู้ดีเกินไป
“อ้ะ ท่านดีหน้าผากข้าทำไม”จางหลินถงยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากและมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“อย่าพูดถึงคนผู้นั้นอีกเด็ดขาด”
พอได้ยินน้ำเสียงเฉียบขาดจริงจัง จางหลินถงจึงหมดสนุก แต่เื่นี้นางไม่พูดไม่ได้ เพราะดูเหมือนอู๋ฮวนยังไม่รู้ฐานะที่แท้จริงว่าหูจิงเป็ใคร“พี่ฮวน ข้าไม่พูดไม่ได้ ที่แท้เขาคือ...”
ยังพูดไม่ทันจบ นอกตัวรถม้ามีเสียงต่อสู้ดังขึ้น จางหลินถงตื่นตระหนกจนลืมคำพูด นางนั่งตัวแข็งทื่อ อู๋ฮวนเอื้อมมือมาจับมือนางไว้พลางปลอบ“มีข้าอยู่ ไม่เป็ไรหรอก”
ปากปลอบโยน ทว่าเขารู้สึกว่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไปเล็กน้อย แม้เขาจะนั่งอยู่ในรถม้า แต่หูได้ยินการปะทะที่ดุเดือด เขาแยกแยะได้ว่ากระบวนท่าวรยุทธ์ที่พวกโจรใช้ ไม่เหมือนโจรูเา เป็กระบวนท่าที่มีความเฉียบขาดว่องไว และมีแบบแผน ต้องเป็คนจากยุทธภพอย่างแน่นอน
“เ้าค่ะ”นางพยักหน้ารับ ในใจเริ่มกังวล
นางไม่เคยตกอยู่ในวงล้อมที่ดุเดือดเช่นนี้มาก่อน เสียงคมดาบ คมกระบี่ปะทะกันสนั่นหวั่นไหว ทำให้นางเกิดความหวาดกลัวเป็อย่างมาก ไม่อยากคิดเลยว่าหากอาวุธมีคมเ่าั้เฉือนลงบนเนื้อของนาง จะเ็ปมากแค่ไหน ความเ็ปนั้นจะแตกต่างจากการดื่มยาพิษมากหรือไม่
อู๋ฮวนนั่งฟังเสียงภายในรถม้า แม้ใบหน้าสงบนิ่งแต่ใจเริ่มร้อนรุ่มนั่งไม่ติด เขารู้สึกว่าสถานการณ์ของเขากำลังตกเป็รอง แม้ผู้คุ้มกันของเขามีฝีมือก็จริง แต่หากให้รับมือกับคนจำนวนมากก็ยากจะรับมือไหว ชายหนุ่มตัดสินใจดึงปิ่นหยกขาวที่แกะสลักเรียบง่ายไม่สะดุดตาอันหนึ่งออกมาจากมวยผม แล้วยื่นให้จางหลินถง
“เด็กดีฟังข้า เ้าต้องอยู่ในรถม้า ไม่ว่าอย่างไรห้ามลงไปเด็ดขาด ข้ามอบสิ่งนี้ให้เ้าถือไว้ เพียงเ้ากดปุ่มเล็กๆที่ตรงหัวปิ่นจะมีเข็มพิษออกมา หากมีใครกล้าบุกขึ้นมาเ้าก็กดใช้ได้เลย”
“พี่ฮวน!”จางหลินถงเพิ่งรู้ถึงความร้ายกาจของปิ่นหยกนางถึงกับมือสั่น หน้าซีด ดวงตาที่มองอู๋ฮวนแตกต่างจากเดิม นางคิดว่าบนตัวเขายังซุกซ่อนอาวุธอะไรไว้อีกบ้าง
“ไม่ต้องกลัวแค่ถือมันไว้ก่อน ที่เหลือข้าจะระวังให้เ้าเอง”อู๋ฮวนกล่าวแล้วคว้ากระบี่ลงจากรถม้าทันที
นอกรถม้า ต้าเจิงกำลังรับมือกับกลุ่มโจรที่พยายามพุ่งเข้าหาคนในรถม้า ต้าเจิงเห็นสายตาของโจรพวกนั้น จึงเดาจุดประสงค์ออกทันทีว่าคนพวกนี้มาเพราะจางหลินถง!
เขามัวแต่คิดจึงเผลอตัวไปชั่วขณะ กลุ่มโจรฉวยโอกาสโถมเข้าหาต้าเจิงทีเดียวสี่คน ทำให้ต้าเจิงต้องแบกภาระหนัก จนไม่มีเวลาหันไปสนใจจางหลินถง ยามนั้นข้างนอกชุลมุน ทุกคนจดจ่ออยู่กับการต่อสู้จึงไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังบุกเข้าหาจางหลินถง
แต่ยังไม่ทันเข้าตัวรถม้าถึงก็ถูกอู๋ฮวนเตะซัดก้อนหินใส่มือคนผู้นั้นอย่างแรงจนกระบี่หล่นลง ลี่เฉิงซึ่งรับการปะทะแถวนั้นเห็นเข้าพอดี จึงหันปลายกระบี่มาแทงสวนจนทะลุอกคนร้าย และกระชากออกอย่างรวดเร็ว โลหิตจึงสาดเปรอะทั่วรถม้า
จางหลินถงได้เห็นถึงกับขวัญผวาทำปิ่นหยกร่วงจากมือ นางทำอะไรไม่ถูก ตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว ในสมองของนางถูกเสียงคมกระบี่และดาบ ตามด้วยเสียงร้องครางอย่างเ็ปทำให้สติหลุดลอย นางตายมาหนึ่งครั้งยังไม่น่ากลัวเท่านี้เลย จางหลินถงยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาอุดหู และซุกตัวเข้ามุมรถม้าราวกับคนเสียวิปลาส
หลังจากการปะทะจบลง อู๋ฮวนจับคนร้ายได้คนหนึ่ง เขาสอบถามที่ไปที่มาอยู่ครู่ใหญ่ โจรผู้นั้นถูกกดดันจนต้องเปิดปากว่าแท้จริงแล้ว พวกเขามาจากสำนักคุ้มภัยอันดับหนึ่งในเมืองเหอตง ได้รับการจ้างวานจากคนผู้หนึ่งที่เขาไม่ทราบนาม ให้ดักซุ่มสังหารจางหลินถงและคนในขบวนที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
ดวงตาอู๋ฮวนดวงตาแข็งกร้าว เมื่อได้ยินว่าเป้าหมายของการโจมตีเป็จางหลินถง เขาใช้กระบี่คู่กายแทงเข้าอกซ้ายของคนผู้นั้นและหมุนปลายกระบี่คว้านหนึ่งรอบ ก่อนจะกดปลายกระบี่ทะลุไปด้านหลังและกระชากออกอย่างไม่ปราณี
ในเมื่อคนพวกนี้กล้าเห็นแก่เงิน โดยไม่สนใจว่าเป้าหมายเป็คนของใคร อู๋ฮวนจึงมอบความตายด้วยการคว้านหัวใจให้อย่างไม่ลังเล วันนี้ผู้ถูกว่าจ้างตาย วันหน้าหากสาวถึงตัวผู้ว่าจ้าง คนผู้นั้นก็ต้องตายเช่นกัน
“อ็อก!”ดวงตาคนร้ายเบิกโพลงมองแววตาของอู๋ฮวนอย่างหวาดผวา เืข้นทะลักพุ่งออกทางปากและาแ ตามด้วยร่างล้มหน้าคว่ำลงบนพื้น
ตุบ!
“เก็บกวาด”อู๋ฮวนโยนกระบี่ให้กับเซินสี่และจากไป
“ขอรับ”อีกฝ่ายช่างตอบรับได้อย่างว่องไว เขายกมือขึ้นรับกระบี่ล้ำค่าของเ้านายด้วยท่วงท่าคล่องแคล่ว พลางมองส่งอู๋ฮวนที่กำลังเดินไปทางรถม้า
ทว่าทันทีที่อู๋ฮวนเปิดผ้าม่าน จางหลินถงซึ่งยังอยู่ในอาการหวาดผวา รีบก้มหยิบปิ่นหยกขึ้นมากดปุ่มยิงเข็มพิษออกไปอย่างลนลาน อู๋ฮวนเห็นนางลงมือจึงเบี่ยงหลบ ฟิ้ว! เข็มพิษเล่มนั้นพุ่งตรงไปข้างหน้า ครู่ต่อมาก็มีเสียงเหมือนคนล้มฟุบอยู่หลังต้นไม้ อู๋ฮวนส่งยิ้มให้จางหลินถงพลางเยินยอนางอย่างเอาใจ
“อาหลินของข้าฝีมือช่างร้ายกาจ สามารถปกป้องว่าที่สามีอย่างข้าไว้ได้ ต้องตกรางวัลให้เสียแล้ว”
คำกล่าวของอู๋ฮวนทำให้จางหลินถงได้สติ แต่มือสั่นไม่หยุด“ข้า ข้า”
เมื่อสักครู่นางเกือบฆ่าอู๋ฮวนแล้ว หากผู้คุ้มกันทั้งหมดรู้เข้าว่านางยิงเข็มพิษใส่เ้านายของพวกเขา นางต้องถูกจับส่งทางการอย่างแน่นอน โชคดีที่อู๋ฮวนกล่าวประโยคนั้นออกมาก่อน จึงช่วยกลับดำให้เป็ขาว[1] ได้หมดจดไร้ข้อสงสัย นางนับถือไหวพริบของเขานัก
“ไม่มีอะไรแล้ว ส่งปิ่นมาเถอะ ของชิ้นนี้อันตรายกับเ้าเกินไป”ชายหนุ่มยื่นมือไปรับปิ่นมาปักไว้บนมวยผมอย่างเดิม ก่อนจะก้าวขึ้นไปนั่งและคว้าหญิงสาวมากอด
เขารู้สึกผิดคาดไปบ้างตอนที่เห็นนางเล็งปลายปิ่นมาทางเขา แต่ด้วยประสาทััฉับไวทำให้เขารอดจากเข็มพิษมาได้อย่างหวุดหวิด หากเขาหลบไม่ทัน เกรงว่าชีวิตของเขาคงจะหาไม่แล้ว หลังจากนี้แทบไม่ต้องคิดว่าหญิงสาวจะเป็อย่างไร โชคดีที่โจรป่าตัวจริงซึ่งซ่อนตัวหลังพุ่มไม้ดันโผล่หัวขึ้นรับเข็มพิษแทน จางหลินถงหลุดพ้นจากความผิดอย่างใสสะอาด
ปองร้ายเชื้อพระวงศ์มีโทษปะาสถานเดียว ต่อให้ฐานะของนางถูกเปิดเผย แม้ความดีความชอบของความของแม่ทัพกัวก็ไม่สามารถช่วยนางได้ อู๋ฮวนรู้แล้วว่านางเป็สตรีในห้องหอที่ไม่เหมาะจะถืออาวุธเลยจริงๆ“ไม่เป็ไรแล้ว พักสักงีบเถิดเ้าจะรู้สึกดีขึ้น”
จางหลินถงพยักหน้า หลับตาลงอย่างโล่งใจ
[1] กลับดำให้เป็ขาว หมายถึง แก้ต่างกลับผิดเป็ถูก