ตอนที่ 49 ผู้ชายของฉัน ฉันจะปกป้องเอง
ความคิดต่าง ๆ นานาที่อยู่ในห้องพลันหายวับ จากนั้นโจวสือซวินก็ออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
เซิ่งอันหนิงอดไม่ได้ที่จะสบถคำหยาบออกมา เธอวางแก้วน้ำและรีบตามออกไป
หลัวไฉ่เสียผู้นี้ช่างมารยาเสียจริง เรื่องทั้งหมดก็เป็นเพราะหล่อนทำตัวเอง แถมตอนนี้ยังกินยาฆ่าแมลงฆ่าตัวตายอีก ก็เห็น ๆ อยู่ว่าหล่อนเป็นคนผิด แต่กลับกระทำเรื่องแบบนี้ให้โจวสือซวินกลายเป็นคนผิดแทน
เซิ่งอันหนิงกับโจวสือซวินไปที่บ้านของหลัวไฉ่เสียอย่างเร่งรีบ ในลานบ้านมีผู้คนอยู่มากมาย และหวังอิงก็กำลังร้องไห้อยู่ในห้อง
มีคนเสนอว่าให้รีบนำหล่อนไปส่งโรงพยาบาล และไปเรียนกรถแทรกเตอร์ของหน่วยกลับมา
เซิ่งอันหนิงได้หยุดโจวสือซวินที่กำลังจะเข้าไปในบ้านเอาไว้ “คุณไปเอาน้ำสบู่ใส่กะละมังมา ถ้าไม่มีก็ใช้เป็นน้ำโซดาแทน หนึ่งกะละมังล้างหน้าให้ใส่โซดาลงไปเยอะ ๆ ”
เมื่อเอ่ยเสร็จ เธอก็รีบเข้าไปในห้องด้วยความรวดเร็ว เธอมั่นใจว่าหลัวไฉ่เสียไม่ได้อยากตาย ถ้าอยากตายจริง ๆ คงจะกินยาฆ่าแมลงในตอนกลางคืน เพื่อที่ในตอนเช้าร่างของหล่อนจะได้แน่นิ่งสนิท
นี่หล่อนเพิ่งจะกลับไปได้ไม่นานเท่าไร ก็ดื่มยาฆ่าแมลงให้ทุกคนรู้แล้ว
ในเมื่อหล่อนอยากจะทำนัก ก็ควรจะปล่อยให้หล่อนได้เผชิญกับชะตากรรม
เซิ่งอันหนิงเข้ามาในห้อง ก็พบว่าหวังอิงกำลังร้องไห้และกอดหลัวไฉ่เสียเอาไว้ บริเวณข้าง ๆ ยังรายล้อมไปด้วยหญิงแปลกหน้าวัยกลางคนที่ถือถ้วยเอาไว้และพยายามกรอกน้ำสบู่ให้กับหลัวไฉ่เสีย อาการของหญิงสาวดูเลวร้าย หล่อนกัดฟันแน่นไม่ยอมอ้าปาก
“ถอดเสื้อของหล่อนออกแล้วเช็ดตัวด้วยน้ำสบู่ น้ำสบู่แค่นี้ทำอะไรไม่ได้หรอก และไปเอากรวยกรอกซีอิ๊วมา”
สีหน้าของเซิ่งอันหนิงเคร่งขรึมเป็นพิเศษ น้ำเสียงของเธอเด็ดขาดจนทำให้ผู้คนไม่กล้าที่จะตั้งคำถาม และยังมีท่าทางน่าเกรงขามจนทำให้ผู้คนเชื่อคำพูดของเธอโดยไม่รู้ตัว
ทั้งสามคนที่เดิมทีทำอะไรไม่ถูกก็รีบวิ่งไปหากรวยกรอกซีอิ๊วคนหนึ่ง ส่วนหวังอิงกับอีกคนหนึ่งก็รีบถอดเสื้อผ้าของหลัวไฉ่เสียออก
และใช้ผ้าขนหนูเช็ดตามร่างกายของหล่อน
ผู้หญิงที่พึ่งจะวิ่งออกไปเมื่อครู่ ไม่นานก็กลับมาพร้อมกับกรวยอันหนึ่งและน้ำสบู่อีกหนึ่งกะละมังใหญ่ ๆ
เซิ่งอันหนิงคุกเข่าลงข้าง ๆ ศีรษะของหลัวไฉ่เสีย และใช้มือหนึ่งข้างกดที่บริเวณกกหูของหูของหล่อน ทำให้อ้าปากโดยไม่รู้ตัว จากนั้นจึงสอดกรวยเข้าไปในปากของหลัวไฉ่เสีย แล้วก็เรียกให้หญิงสาวที่อยู่ข้าง ๆ เทน้ำสบู่ลงไป
หวังอิงที่อยู่ข้าง ๆ ถึงกับเข่าอ่อนด้วยความหวาดกลัว เทน้ำสบู่ลงไปมากมายขนาดนี้ ลูกสาวนางจะไม่ตายเอาหรือ?
เมื่อน้ำสบู่เข้าไปได้ครึ่งกะละมังเล็ก ๆ หลัวไฉ่เสียก็เริ่มอาเจียนออกมา
เซิ่งอันหนิงให้หญิงสาวนอนฟุบลงกับเตียง และใช้เข่ากดลงไปบนแผ่นหลังของหล่อน เมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายอาเจียนออกมาได้พอสมควรแล้วจึงได้เทน้ำสบู่ลงไปต่อ
หลังจากทำแบบนี้อยู่ไม่กี่ครั้ง เซิ่งอันหนิงก็ลองจับชีพจรตรงบริเวณข้างลำคอของหลัวไฉ่เสียดู เมื่อชีพจรชัดเจนขึ้น เธอจึงรู้ว่าคนผู้นี้ไม่เป็นอะไรแล้ว
“ตอนนี้ก็พาหล่อนไปส่งโรงพยาบาลได้แล้ว”
ในขณะที่เซิ่งอันหนิงกระโดดลงจากเตียงเตา หลัวไฉ่เสียก็ค่อย ๆ ฟื้นขึ้นมา เดิมทีแล้วหล่อนก็ไม่ได้กินยาฆ่าแมลงเข้าไปในปริมาณมาก ตอนนี้ท้องของหล่อนเต็มไปด้วยน้ำสบู่ จึงทำให้รู้สึกไม่สบายตัวเป็นอย่างมาก
หล่อนเจ็บคอจนพูดอะไรไม่ออก
เมื่อหวังอิงเห็นว่าลูกสาวฟื้นแล้ว นางจึงรีบไปเอาผ้าห่มมาห่มให้ลูกสาว จากนั้นจึงเอ่ยขึ้นทั้งน้ำตา “นังลูกคนนี้นี่ ทำไมทำอะไรไม่คิดเลย? นี่มันเรื่องอะไรกัน ถ้าแกตายไปจริง ๆ แล้วแม่จะอยู่อย่างไร?”
หลัวไฉ่เสียมองหลังคาบ้านด้วยสายตาว่างเปล่า หล่อนเองก็คาดไม่ถึงว่าเซิ่งอันหนิงจะเป็นคนช่วยชีวิตตนเอาไว้
หญิงสาวเพียงทนไม่ได้ที่ถูกโจวสือซวินสารภาพความจริงต่อหน้า หล่อนไม่เหลืออะไรแล้ว แม้แต่ความหวังสุดท้ายก็ไม่มีเหลือเช่นกัน
เซิ่งอันหนิงสะบัดข้อมือของตน เมื่อครู่ที่กดหลัวไฉ่เสียนั้น เธอใช้แรงไปไม่น้อยจนทำให้ข้อมือเคล็ด ทำให้รู้สึกปวดแปลบขึ้นมา และในตอนที่เตรียมตัวจะออกจากห้องไป เธอก็ได้ยินเสียงของหลัวไฉ่เสีย “แม่คะ พวกแม่ออกไปก่อน ฉันอยากคุยกับเซิ่งอันหนิงสักหน่อย”
หวังอิงลังเลอยู่สักครู่หนึ่ง นางมองดูท่าทางไร้ชีวิตชีวาของลูกสาว ก่อนหันไปมองเซิ่งอันหนิง จากนั้นจึงเช็ดน้ำตาและออกไปพร้อมกับผู้หญิงอีกสองคน
เดิมทีเซิ่งอันหนิงไม่คิดจะคุยกับหลัวไฉ่เสีย แต่ในเมื่ออีกฝ่ายอยากสนทนาด้วย เธอเองก็มีเรื่องอยากคุยกับอีกฝ่ายเหมือนกัน
เซิ่งอันหนิงขยับข้อมือและหันไปหาหลัวไฉ่เสีย “เธออยากจะคุยอะไรก็รีบพูดมาเถอะ”
น้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของหลัวไฉ่เสีย แววตาของหล่อนเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง “ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ อาซวินคงจะแต่งงานกับฉัน”
เซิ่งอันหนิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก หลัวไฉ่เสียไปเอาความมั่นใจมาจากที่ไหนกัน? “น่าเสียดายที่มันไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ ดังนั้นการที่เธอกินยาฆ่าแมลงไปก็เป็นเรื่องสูญเปล่า”
น้ำตาของหลัวไฉ่เสียหลั่งรินออกมา “เธอมันไม่รู้อะไรเลย เป็นเพราะตระกูลโจวติดค้างฉัน โจวสือซวินจึงติดค้างฉัน ”
เซิ่งอันหนิงมองใบหน้าอ่อนโยนงดงามนี้เอ่ยคำพูดไร้สาระออกมา และรู้สึกคร้านที่จะต่อปากต่อคำด้วย “คนที่ช่วยโจวสือซวินคือแม่ของเธอ หลายปีมานี้สิ่งที่เขาควรจะทำเขาก็ได้ทำหมดแล้ว เธอจะให้เขาอยู่รับใช้เป็นวัวเป็นม้าให้ครอบครัวเธอไปตลอดชีวิตเหรอ?”
“อีกอย่าง ชีวิตของเธอ ฉันก็เป็นคนช่วยเอาไว้ ฉันไม่ได้อยากให้มาตอบแทนอะไรหรอก ขอเพียงหลังจากนี้อย่ามาอยู่ใกล้โจวสือซวินอีก! ถ้าอยากตายนักก็ไปตายไกล ๆ คิดว่าเธอตายแล้วมันจะทำให้โจวสือซวินรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตเหรอ? อย่างนั้นก็คิดผิดแล้ว!”
“โจวสือซวินไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกผิด แต่เพียงไม่นานเขาก็จะลืมเธอ เพราะต้องยุ่งอยู่กับการดูแลฉัน ดูแลลูกของพวกเรา จะเอาเวลาที่ไหนไปคิดถึงเธอที่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาเลย?”
“ดังนั้นฉันขอแนะนำให้เธอหยุดซะ ฉันไม่ใช่แม่พระผู้ใจดีมีเมตตา ครั้งต่อไปก็คงจะไม่ช่วยเธอแล้ว”
เซิ่งอันหนิงเอ่ยเสร็จก็หันหลังจากไป เธอขี้เกียจที่จะอยู่ฟังหลัวไฉ่เสียพล่ามอะไรต่อแล้ว
ชายหนุ่มจืดชืดและเงอะงะผู้นั้น ตอนนี้ถูกเซิ่งอันหนิงชอบเข้าเสียแล้ว!
หากเซิ่งอันหนิงชอบผู้ชายคนไหน แน่นอนว่าเธอจะต้องปกป้อง ผู้ใดก็ไม่สามารถมารังแกเขาได้
เซิ่งอันหนิงออกมาพร้อมกับใบหน้าเย็นชา ในลานบ้านยังมีคนยืนอยู่ไม่กี่คน โจวสือซวินก็เป็นหนึ่งในนั้น และทุก ๆ คนก็หันหน้ามาพร้อมกัน
เมื่อรู้ว่าเซิ่งอันหนิงเป็นคนช่วยชีวิตหลัวไฉ่เสียเอาไว้ แววตาของทุกคนก็เปลี่ยนไปในทันที
ในเวลาเดียวกัน พวกเขาทั้งหมดก็รู้เรื่องจากซุนชิวเซียงว่าโจวสือซวินไม่ได้เป็นอะไรกับหลัวไฉ่เสีย ทุก ๆ อย่างล้วนเป็นหล่อนคิดไปเองฝ่ายเดียว ดังนั้นทุกคนที่เคยเห็นใจหลัวไฉ่เสียก็เริ่มเปลี่ยนเป็นเห็นใจโจวสือซวินแทน
เซิ่งอันหนิงยังรู้สึกโมโห เธอเดินเข้าไปหาโจวสือซวิน “ไปค่ะ กลับบ้าน”
โจวสือซวินออกมาพร้อมกับเซิ่งอันหนิงอย่างเชื่อฟัง คนในลานบ้านที่มองดูอยู่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี และภายในใจของพวกเขาก็คิดในสิ่งเดียวกัน
…ภรรยาของโจวฉางสั่วผู้นี้นั้นสุดยอดมาก ๆ
โจวสือซวินออกจากประตูตามเซิ่งอันหนิง และเอ่ยขอบคุณขึ้น “ขอบคุณมาก ๆ นะ”
เซิ่งอันหนิงเหลือบมองชายหนุ่ม “หลัวไฉ่เสียเป็นอะไรกับคุณหรือคะ?”
โจวสือซวินส่ายหน้า “ไม่ได้เป็นอะไร”
“ในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกับคุณแล้วจะขอบคุณเพื่ออะไร?” กล่าวเสร็จเซิ่งอันหนิงก็เอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา “หลัวไฉ่เสียช่างไร้สมองจริง ๆ คาดไม่ถึงว่าหล่อนจะกินยาฆ่าแมลง นี่มันจะไม่ทำให้คุณอยู่ห่างหล่อนไปอีกหรือ? ”
โจวสือซวินเอ่ยด้วยน้ำเสียงอู้อี้ “ไม่เกี่ยวอะไรกับพวกเรา”
เซิ่งอันหนิงมองชายหนุ่มด้วยอาการแง่งอน “ฉันรู้ว่ามันไม่เกี่ยวอะไร แต่ถ้าหล่อนตายขึ้นมามันจะเกี่ยวแน่นอน จุ๊ ๆ ต่อจากนี้ก็จะมีเรื่องเล่าว่าคุณเนี่ยสุดยอดมากที่ตอนหนุ่ม ๆ ทำให้หญิงสาวคนหนึ่งถึงกับฆ่าตัวตายเพื่อคุณได้”
โจวสือซวินที่พูดจาไม่ค่อยเก่งไหนเลยจะเถียงเซิ่งอันหนิงได้ จึงทำได้เพียงเม้มปากไม่กล่าวอะไร
เซิ่งอันหนิงชอบมองท่าทางที่เถียงกลับไม่ออกของโจวสือซวิน เธอหยุดฝีเท้าลงพลางสะบัดข้อมือและยื่นมือให้ชายหนุ่ม “ฉันเจ็บข้อมือ คุณนวดให้ฉันหน่อย”
โจวสือซวินหยุดฝีเท้าลงเช่นกัน เมื่อมองดูข้อมือเรียวยาวขาวผ่องที่ยื่นออกไปตรงหน้า แล้วมองดูผู้คนที่สัญจรไปมาเป็นครั้งคราว ชายหนุ่มก็รู้สึกลังเลเล็กน้อย...
………………………………………………………………………………………………………………………..
สารจากผู้แปล
เหอะ แสดงตัวแล้วสินะแม่ดอกบัวขาว อันหนิง…ได้เวลาขุดรากถอนโคนขึ้นมาเผาให้มันสิ้นซากแล้วค่ะ หล่อนเจอคู่ปรับผิดคนแล้วล่ะนังไฉ่
อะไรคือลังเลคะพี่โจว ทีตอนอยู่กับนังไฉ่ไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย
ไหหม่า(海馬)