หมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์

    เล่มที่ 5 บทที่ 134 เจ้าซื่อสัตย์มาก

    บทที่ 134 เจ้าซื่อสัตย์มาก

            เมื่อถึงตำหนักหลิงอู่ ฉินชูก็ลงจากเกวียนและเดินมาด้านหน้าทหารยาม “รบกวนไปแจ้งว่าฉินชูขอเข้าพบ”

            “องค์หญิงรับสั่งมาว่าหากท่านชายฉินมาเข้าพบไม่ต้องเรียนแจ้ง เชิญขอรับ” ทหารยามประสานมือคารวะ ก่อนหน้านี้ฉินชูเคยมาแล้วสองครั้ง อีกทั้งยังได้ถูกกำชับจากเฉียนหลิงอู่อีก

            เมื่อเห็นฉินชู เฉียนหลิงอู่ก็ดีใจเป็นพิเศษ จึงได้สั่งให้สาวใช้เตรียมอาหารและสุรา

            “พี่หลิงอู่ เอาไว้เรียนแจ้งเฉียนฮ่องเต้ด้วยว่าจื่อหลวนอนุญาตให้ราชวงศ์เฉียนกับสำนักชิงหยุนเข้าไปเก็บหญ้าหอมนภาที่หุบเขาเทียนเซียงได้ปีละหนึ่งมัด ห้ามเก็บไปมากกว่านั้น หากเก็บไปมากกว่านั้น นางอาจทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ของหญ้าหอมนภา” ฉินชูพูดกับเฉียนหลิงอู่ ในส่วนของสำนักชิงหยุน ฉินชูได้เขียนจดหมายและจ้างคนเอาไปส่งด้วยเงินทองห้าก้อน

            “ทางสำนักชิงหยุนได้รับเงื่อนไขเดียวกันหรือไม่ อย่าทำให้เกิดความขัดแย้งในด้านทรัพยากร ไม่งั้นสำนักชิงหยุนอาจไม่พอใจได้” เฉียนหลิงอู่มองฉินชูพลางเอ่ยถาม

            “เหมือนกันหมด รบกวนเจ้าช่วยแจ้งสำนักชิงหยุนอีกทีก็ได้ แบบนี้น่าจะเหมาะสมกว่า แต่ยังไงข้าก็จ้างคนส่งจดหมายแล้ว” ฉินชูพูดขึ้นหลังจากครุ่นคิดสักพัก

            “นี่เจ้ากำลังจะเดินทางแล้วหรือ” เฉียนหลิงอู่มองหน้าฉินชู

            ฉินชูพยักหน้า “ช้าไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว ข้าต้องรีบออกตามหาเบาะแส ผ่านไปหลายสิบปี ก็เหมือนคนในตระกูลข้าก็โศกเศร้าไปอีกสิบปี อีกทั้งปัญหาที่ติดมากับสายเลือดข้าก็จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขโดยด่วน”

            “งั้นข้าขอเตรียมตัวก่อน ข้าจะเดินทางไปกับเจ้าด้วย” เฉียนหลิงอู่เอ่ยปากพูดขึ้น

            ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่ “ขอบคุณพี่หลิงอู่ ใจของข้าก็อยากให้ท่านเดินทางไปด้วย แต่หลังจากอาณาจักรหนานเหยียนผ่านศึกครั้งนี้ไปได้ ไม่รู้ว่าสำนักหมื่นดาบ ตำหนักพญาจิ้งจอกและศาลาดาวฤกษ์จากอาณาจักรหนานหลีจะตัดสินใจอย่างไร หากพวกเขาบุกโจมตีขึ้นมา แล้วท่านไม่อยู่ เท่ากับว่าอาณาจักรของพวกเราขาดกำลังรบขั้นหวางเจ่อไปหนึ่งคน”

            “ฉินชู เจ้าแกล้งโง่หน่อยไม่ได้หรือ จะได้ไม่ต้องคิดเรื่องพวกนี้” ครั้นมองดูฉินชู ดวงตาของเฉียนหลิงอู่ก็ฉายแววสับสน นางรู้ว่าฉินชูต้องการจะพูดอะไร นางแค่อยากเห็นแก่ตัว แต่ฉินชูกลับพูดทั้งหมดออกมา

            “ข้าก็ไม่อยากเอ่ยปากพูดเช่นนี้ แต่ข้ากลัวว่าหากเกิดอะไรขึ้นมาจริงๆ พี่หลิงอู่จะเสียใจภายหลัง” ฉินชูส่ายหน้า

            เฉียนหลิงอู่พยักหน้า “งั้นข้าจะรอเจ้า”

            เฉียนหลิงอู่เงียบไปพักหนึ่ง นางไม่รู้ว่าจะพูดอะไร นางอยากออกเดินทางไปกับฉินชู แต่สถานการณ์ปัจจุบันไม่เอื้ออำนวย ไม่มีใครรู้ว่าทั้งสามสำนักจะย้อนกลับมาหรือไม่ เพราะความขัดแย้งครั้งนี้ได้ทำลายความแข็งแกร่งของทั้งสามสำนักไปอย่างมาก ยิ่งเป็นส่วนที่ได้มาจากความพยายามอันเป็นเวลานานของทั้งสามสำนักแล้วด้วย

            “ข้าแค่เกรงว่าจะไม่ได้เจอเจ้าอีกหลังจากเจ้าออกจากอาณาจักรหนานเหยียน” หลังจากเงียบไปสักพัก เฉียนหลิงอู่ก็มองฉินชูพร้อมกับพูดขึ้น

            “จะเป็นไปได้ยังไงกัน ข้าจะกลับมาหลังจากที่ปัญหาคลี่คลายลงแล้ว แน่นอนว่าที่แรกที่ข้าจะแวะมาก็คือตำหนักหลิงอู่” ฉินชูมองเฉียนหลิงอู่พร้อมกับพูดขึ้นเช่นกัน

            เมื่ออาหารและสุราถูกยกมา ฉินชูกับเฉียนหลิงอู่ก็นั่งลง

            “พี่หลิงอู่อย่าได้หดหู่ไปเลย ทำเช่นนี้ข้ารู้สึกอึดอัดนะ” ฉินชูยกไหสุรารินให้เฉียนหลิงอู่

            เฉียนหลิงอู่พยักหน้า “อันที่จริงข้าควรดีใจ เพราะก่อนไป เจ้ายังอุตส่าห์แวะมาหาข้า”

            ฉินชูเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไร เพราะการจากลากำลังมาเยือน...

            หลังจากดื่มสุรากับเฉียนหลิงอู่ ฉินชูจึงกลับมาพักที่เรือนด้านข้าง ส่วนเรื่องแผนที่ค่อยว่ากันทีหลัง

            เมื่อฉินชูกลับไปพักผ่อน เฉียนหลิงอู่ในสภาพหน้าแดงเรื่อเพราะฤทธิ์สุราก็เรียกสาวใช้เข้ามา “สั่งคนไปเตรียมชุดสองสามชุดให้ฉินชู จำไว้ เขาไม่ชอบชุดหรูหราเกินไป เป็นชุดคลุมที่เนื้อผ้าดีหน่อย ส่วนชุดด้านในขอคุณภาพดีด้วย”

            หลังจากสั่งเสร็จ เฉียนหลิงอู่ก็กลับไปพักผ่อน

            พักผ่อนหนึ่งคืน ฉินชูก็ตื่นขึ้นมาฝึกวิชากระบี่เพื่อยืดเส้นยืดสาย และเตรียมตัวเข้าไปในเมืองหลวงเพื่อหาแผนที่

            ขณะที่เดินผ่านตำหนัก ฉินชูได้พบกับเฉียนหลิงอู่

            “พี่หลิงอู่ ตื่นเช้าเหมือนกันนี่” ฉินชูเอ่ยปากทักทาย

            “ข้านอนตื่นสายได้ที่ไหน นี่เจ้าจะเข้าเมืองหรือ” เฉียนหลิงอู่ถาม

            ฉินชูคลี่ยิ้มและบอกว่าตัวเองกำลังจะเข้าไปหาซื้อแผนที่

            “เรื่องแค่นี้ เจ้ามาหาข้าก็ได้ ราชวงศ์เฉียนสืบทอดมาหลายชั่วอายุคน ที่หอคัมภีร์แห่งวังหลวงราชวงศ์เฉียนน่าจะมี” เฉียนหลิงอู่คลี่ยิ้ม

            เมื่อได้ยินเฉียนหลิงอู่พูดเช่นนี้ ฉินชูเองก็ไม่ปฏิเสธ เขาย่อมรู้ดีว่าการมาหาเฉียนหลิงอู่สามารถแก้ปัญหาเรื่องนี้ได้ แต่เขาแค่ไม่อยากรบกวนผู้อื่น

            เฉียนหลิงอู่นำแผนที่ในหอคัมภีร์ของวังหลวงให้ฉินชู จากนั้นทั้งสองก็กลับมายังตำหนักหลิงอู่

            ไม่นานหลังจากที่ฉินชูกับเฉียนหลิงอู่กลับมาถึง เฉียนหลิงเทียนก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับพาชายชราคนหนึ่งมาด้วย

            “มีธุระอะไรหรือท่านพี่” เฉียนหลิงอู่กล่าวทักทาย

            “ข้ามาไม่ได้หรือ แผนที่ที่เจ้าเอาไปมีเพียงฉบับเดียว ใช่ว่าเจ้าจะเอาไปแจกไม่ได้ แต่ต้องคัดลอกเก็บเผื่อไว้ด้วย” เฉียนหลิงเทียนมองน้องสาวตัวเองก่อนนั่งลง

            “เช่นนั้นข้าคืนแผนที่ขาดๆ ให้พี่แล้วกัน” เฉียนหลิงอู่หยิบม้วนแผนที่ออกมาแล้วโยนให้เฉียนหลิงเทียนอย่างไม่พอใจ

            เฉียนหลิงเทียนหยิบแผนที่แล้วยื่นให้ชายชราที่อยู่ด้านหลัง “ไปคัดลอกที่เรือนด้านข้าง คัดลอกให้ละเอียด หลังจากคัดลอกเสร็จ ก็เอาต้นฉบับให้องค์หญิง แล้วส่งฉบับคัดลอกกลับหอคัมภีร์”

            ชายชราโค้งคำนับ เขาติดตามมาเพื่อคัดลอกแผนที่

            “ฉินชู เจ้าไม่ซื่อสัตย์เสียเลย มีเรื่องอะไรไยไม่มาหาข้าโดยตรง รู้จักมาหาแต่สตรี เจ้าทำเช่นนี้ เจ้าเป็นหนุ่มหน้าขาว[1] หรืออย่างไร” ดวงตาแวววาวของเฉียนหลิงเทียนกวาดมองฉินชู

            คำพูดของเฉียนหลิงเทียนทำเอาฉินชูละอายใจไม่น้อย เฉียนหลิงอู่ก็หน้าแดงเช่นกัน นี่เป็นการด่าทางอ้อมของเฉียนหลิงเทียน ที่ส่งผลกับพวกเขาทั้งสองยิ่งนัก เขาหมายความว่าอะไร... เขาหมายความว่าฉินชูเป็นหนุ่มหน้าขาวและเฉียนหลิงอู่ก็เลี้ยงดูปรนเปรอหนุ่มหน้าขาวผู้นี้หรือ

            “ท่านพี่พูดอะไร” เฉียนหลิงอู่มองหน้าเฉียนหลิงเทียน

            “ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น ฉินชู ข้าจะพูดกับเจ้าอย่างจริงจัง ภายในใจของเจ้ามีความต่อต้านข้าอยู่ คิดว่าข้าเป็นพวกเจ้าเล่ห์เข้าใกล้ไม่ได้ใช่หรือไม่ แต่ข้าขอบอกไว้อย่าง ข้าไม่เคยคิดคดเล่นงานคนใกล้ตัวและไม่มีทางทำเรื่องไม่ดี หากไม่ใช่คนใจคดคิดไม่ซื่อ ไม่มีทางตกอยู่ในแผนร้ายของข้าแน่นอน ที่ผ่านมา คนที่คิดจะฆ่าข้าอย่างพวกเฉาเทียน ล้วนเป็นผลกรรมของพวกเขาเอง สำหรับการแย่งชิงอำนาจครั้งนี้ สำนักชิงหยุนได้เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ยังไงเสียข้าก็ต้องคำนึงถึงภาพรวม ในฐานะหนึ่งในกองกำลังหลักในอาณาจักรนี้ สำนักชิงหยุนย่อมตระหนักรู้ผลที่ตามมาได้เอง ก่อนจะมีส่วนร่วมในความขัดแย้งนี้ เบื้องหลังข้ามีตระกูลเฉียนและผู้คนหลายร้อยล้านคนภายใต้การปกครองของราชวงศ์เฉียน ข้าจึงต้องเตรียมการอย่างครอบคลุม” เฉียนหลิงเทียนมองหน้าฉินชูพร้อมอธิบาย

            “สิ่งที่เฉียนฮ่องเต้พูดมีเหตุผล ภายใต้กฎอันโหดร้ายนั้น หากไม่คิดเจ้าเล่ห์พลิกแพลงย่อมอยู่ยาก” ฉินชูพยักหน้า

            “น้องข้า ไม่ว่าเจ้าตัดสินใจทำอะไร พี่ล้วนสนับสนุน อยากไปกับเขาก็ไปเถิด” เฉียนหลิงเทียนมองหน้าเฉียนหลิงอู่พร้อมกับพูดขึ้น

            “ฉินชูบอกแล้วว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาสำคัญ ข้าควรอยู่รักษาความมั่นคงเคียงข้างพี่” เฉียนหลิงอู่เอ่ยปากพูดขึ้น

            “เจ้าซื่อสัตย์มาก เช่นนั้นข้าจะบอกข้อมูลเจ้าเรื่องหนึ่งเป็นรางวัล ก่อนหน้านี้หกปี คนจากเผ่าศักดิ์สิทธิ์หงส์เพลิงและเผ่าศักดิ์สิทธิ์เต่านิลเคยเดินทางเข้ามาในอาณาจักรหนานเหยียน” เมื่อได้ยินเฉียนหลิงอู่เอ่ยปากบอก เฉียนหลิงเทียนจึงมองไปยังฉินชูและทิ้งคำพูดที่ทำให้เขาตกตะลึง

    [1] หนุ่มหน้าขาว หมายถึง ผู้ชายแมงดา

    คล้ายกับเรื่องหมื่นอสุราสยบฟ้า หนึ่งมรรคานิจนิรันดร์ ที่คุณอ่าน