ตอน อุบัติเหตุ
“บัวฝากร้านแป็บหนึ่งนะ หมูหวานออกไปส่งเค้กก่อน”
“ให้เมขี่รถไปให้ไหมครับหมูหวาน”
เมษาอาสาขันแข็งทำให้องค์รักษ์พิทักษ์เพื่อนอย่างบัวแก้วถึงกับออกอาการหมันไส้
“เสือก หมูหวานเค้าบอกให้นายไปส่งเหรอ ชิ ยุ่งไม่เข้าเื่” บัวแก้วมองค้อนเมษาแล้วหันไปหาหมูหวานที่ตอนนี้ในมือถือถุงขนมเค้กกับกาแฟเต็มสองมือ
“ขี่รถดีดีนะหมูหวานค่อยๆ ไปอย่าขี่ซิ่งมาก”
“จ้า ฝากทางนี้ด้วยนะบัว”
“ได้ๆ นั่นนายจะไปไหนหยุดเลยนะ”
บัวแก้วรับปากเพื่อนแล้วเดินออกมาขวางเมษาที่ทำท่าทางเหมือนจะลุกเดินตามหมูหวาน จนเด็กหนุ่มทำหน้าเซ็งๆ แล้วนั่งลงตามเดิมมองตามหลังสาวที่แอบชอบไปเงียบๆ หมูหวานเดินไปที่รถจักรยานยนต์ของเธอซึ่งจอดอยู่บริเวณลานจอดรถ วางของลงในตะกร้าหน้ารถแล้วคว้าหมวกกันน็อกแบบครึ่งใบมาสวมศีรษะ สตาร์ทรถจักรยานยนต์แล้วขี่ออกไปเร็วจี๋
“หมูหวานออกไปส่งขนมเหรอจ้ะหนูบัว” นางดาวใจที่เพิ่งเสร็จธุระงานครัวเดินเข้ามาในร้านกาแฟเห็นบุตรสาวขี่รถออกไปพอดี
“ค่ะแม่”
“ขี่ออกไปเร็วจนน่ากลัวแม่บอกตั้งหลายหนแล้วไม่ยอมฟังเลยลูกคนนี้”
ผู้เป็มารดาบ่นบุตรสาวให้บัวแก้วฟังอย่างอ่อนอกอ่อนใจ นางกลัวว่าหมูหวานจะเกิดอุบัติเหตุเข้าสักวันเพราะความที่ชอบขับขี่รถด้วยความเร็ว
“สวัสดีครับคุณแม่หมูหวาน”
เมษาลุกขึ้นยกมือไหว้ทักทายนางดาวใจ
“สวัสดีจ้ะเมตามสบายนะ”
“ครับ”
ถนนในตัวเมืองรถราเนืองแน่น ยิ่ง่เทศกาลที่ตรงกับวันหยุดยาวด้วยแล้วบรรดานักท่องเที่ยวต่างพากันเดินทางมาพักผ่อนจนโรงแรมหลายแห่งรวมไปถึงที่พักต่างๆ แทบจะไม่มีห้องว่างรองรับ พวกร้านรวงในจังหวัดแห่งนี้ไม่ว่าจะเป็ร้านอาหาร ร้านขายของฝากของที่ระลึก เลยพลอยได้รับอานิสงส์พากันขายดิบขายดีไปด้วยเช่นกัน
“วันนี้รถติดจังเลยกว่าจะไปถึงกาแฟละลายหมดกันพอดี ทำไงดีล่ะ”
หมูหวานมองไปยังถนนด้านหน้าที่รถติดยาวเป็สายพลางมองแก้วกาแฟที่วางไว้ในตะกร้าหน้ารถ ระหว่างที่กำลังติดไฟแดงอยู่บริเวณสี่แยก
“งั้นไปทางลัดดีกว่าน่าจะไวกว่านี้เยอะเลย”
เร็วเท่าความคิดหญิงสาวตัดสินใจเลี้ยวขวาเพื่อย้อนไปทางลัดโดยไม่ได้ทันสังเกตว่ามีรถยนต์วิ่งมาจากอีกฝั่ง ทำให้ชนท้ายรถจักรยานยนต์ของเธอเข้าอย่างจังเสียงดังโครม รถจักรยานยนต์ของหมูหวานเสียหลักล้มลงไถลไปรถไปทางคนไปทาง ร่างของหญิงสาวกลิ้งหลุนๆ นอนคว่ำหน้าแน่นิ่ง
“เฮ้ย”
เสียงร้องของคนที่อยู่ด้านหลังพวงมาลัยดังระคนกับเสียงเบรกลากยาว พอรถหยุดชายหนุ่มเ้าของรถยนต์ที่ชนท้ายรถจักรยานยนต์ของหมูหวานก็เปิดประตูรีบวิ่งลงไปดูคนเจ็บ
“คุณครับคุณ เป็อะไรมากเหรอเปล่าครับ”
นาวินหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบปีย่อตัวลงนั่งบนปลายเท้าเอื้อมมือจับไหล่บอบบางของคนเจ็บเขย่าเบาๆ
“หมูหวาน จะ… เจ็บค่ะ”
หมูหวานหรี่ตาตอบกลับประโยคคำถามของใครบางคนด้วยน้ำเสียงบ่งบอกถึงความเ็ป แสงแดดจ้าส่องตาทำให้เธอมองใบหน้าของพลเมืองดีที่มาซักถามอาการได้ไม่ถนัดชัดเจน ตอนที่ถูกชนท้ายทำให้เธอล้มหัวฟาดกับพื้นถนน โชคดีว่าสวมใส่หมวกนิรภัยศีรษะจึงไม่ได้รับการกระทบกระเทือนมากนัก แค่มีอาการมึนๆ งงๆ จากแรงกระแทกเท่านั้น
“อดทนไว้นะคะเดี๋ยวพี่จะโทร.เรียกรถพยาบาล”
“ค่ะ”
ต่อจากนั้นผู้คนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันมามุงดูเต็มไปหมดทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้น เสียงรถราที่แล่นไปมา เสียงบีบแตร เสียงบรรดาไทยมุงพูดคุยกันดังเซ็งแซ่ หมูหวานรู้สึกตัวอีกทีเธอก็อยู่บนเตียงภายในห้องพักของโรงพยาบาล