“ก็ที่ท่านมาขอโทษข้าอย่างไรเล่า เช่นนั้นก็คงต้องถอนหมั้นเพื่อเป็การแสดงความจริงใจ” นางตอบคำถามของมู่อี้หานอย่างใจเย็น สีหน้าและท่าทางของนางแสดงออกด้วยความเ็า
“ฮวาเออร์ เ้าอย่าพึ่งใจร้อนไป เื่นี้ให้ข้าอธิบายให้ดีก่อนแล้วเ้าค่อยตัดสินใจอีกครั้ง”
“ข้าไม่ได้ใจร้อนเลยแม้แต่นิดเดียว ข้าคิดมาดีที่สุดแล้ว” นางไม่ได้ใจร้อนแม้แต่น้อย เื่นี้นางคิดมานานมากแล้ว แผนการทั้งหมดของนางไม่ใช่ว่า้าผลลัพเช่นนี้หรอกหรือ
การที่หญิงสาวเช่นนางจะถอนหมั้นนั้นถือเป็เื่ใหญ่ ผู้หญิงที่ไม่ได้แต่งงานกับคู่หมั้นของตนเองนั้นถูกมองไม่ดีมาั้แ่ไหนแต่ไร หากไม่ได้มีเหตุผลที่ร้ายแรงแล้วก็ไม่มีใครกล้าถอนหมั้นแน่นอน
ดังนั้นนางจึงต้องสร้างเื่ราวใหญ่โตเช่นนี้ขึ้นมาเพื่อให้ทุกคนรับรู้ทั่วกันว่านางเป็ฝ่ายที่โดนกระทำและน่าสงสารเป็อย่างยิ่ง หากขอถอนหมั้นไปเสียเฉยๆก็คงยุ่งยากไม่น้อยเหตุใดนางต้องทำให้ตนเองลำบากมากขนาดนั้นด้วย
“อีกอย่างเ้าเองก็มีคนรักอยู่แล้ว หากถอนหมั้นไปเ้าจะได้แต่งงานกับนางอย่างมีความสุขอย่างไรเล่า”
เมื่อได้ฟังคำตอบของนางก็ทำเอาทุกคนภายในห้องถึงกับผงะไป ต่างคนต่างมีความคิดเป็ของตัวเอง เซี่ยเหยาเฉิงนั้นรู้สึกดีใจยิ่งนักที่บุตรสาวของตนคิดได้เช่นนี้ ส่วนมู่อี้เฟิงคิดว่าหากทำเช่นนั้นจะทำให้เขาขาดแหล่งเงินชั้นดีอย่างตระกูลเซี่ยไป นั่นจะเป็ปัญหาไม่น้อย
แต่ตัวของมู่อี้หานเองกลับรู้สึกสองจิตสองใจขึ้นมาแทน หากเขายอมถอนหมั้นก็จะทำให้เขาได้แต่งงานกับฉวีเยว่ซินได้อย่างถูกต้องแม้ว่าจะเป็ได้เพียงอนุก็ตาม แต่หากเป็เช่นนั้นก็จะทำให้ชื่อเสียงของเขาย่ำแย่ไปมากกว่านี้ นั่นไม่ใช่หมายความว่ายอมรับว่าเขาลอบคบชู้กับเยว่ซินจริงๆหรอกหรือ อีกอย่างเซี่ยเหยาฮวาถือว่าเป็แหล่งเงินชั้นดีของเขา นี่ทำให้เขาคิดหนักยิ่งนัก
“เ้าเองก็จะได้อยู่กับคนที่เ้ารัก ข้าเองก็จะได้ไม่ต้องลำบากใจเกี่ยวกับเื่นี้อีก” เมื่อเห็นท่าทางลังเลใจของมู่อี้หานนางก็ยิ่งเติมเชื้อไปเข้าไปอีก
“เอ่อ เหยาฮวา หากเป็เช่นนี้ลองฟังข้อเสนอของลุงดูก่อนดีหรือไม่ หากเ้าคิดเช่นนั้นเ้าก็แต่งเป็ภรรยาเอกส่วนฉวีเยว่ซินก็แต่งเป็ภรรยารองอย่างไรเล่า”
“ฮ่าๆๆๆๆ ท่านลุงนี่ก็ตลกนะเ้าคะ คิดว่าข้าจะอยากแต่งงานไปเห็นคนที่หักหลังข้าทั้งสองคนอยู่ด้วยกันหรือ” ความคิดเช่นนี้เป็ความคิดที่เห็นแก่ตัวเป็อย่างมาก เมื่อมู่อี้เฟิงกล้าพูดเช่นนี้นางเองก็ไม่มีความจำเป็จะต้องเกรงใจอีกฝ่ายอีกต่อไป
“แต่ว่าเช่นนี้ทุกฝ่ายก็จะมีความสุขอย่างที่เ้าว่า”
“ท่านลุงมู่เ้าคะ ข้าคิดว่าท่านคงจะเข้าใจอะไรผิดนะเ้าคะ ข้าเองก็ไม่ได้อยากแต่งงานกับบุตรชายของท่านเลยแม้แต่น้อย ความสุขของข้าคือการที่ไม่ต้องแต่งงานกับคนอย่างลูกชายของท่าน!!” นางพูดออย่างไม่ไว้หน้าใครแม้แต่น้อย ในเมื่อไม่มีใครสักคนที่ไว้หน้านางหรือเข้าใจในความรู้สึกของนาง
“นี่เ้า!! เซี่ยเหยาฮวาจะมากไปแล้วนะคิดว่าตัวเองเป็ใครกัน”
“นางก็เป็เพียงแค่บุตรสาวของพ่อค้าธรรมดาๆเท่านั้นแต่ก็ไม่ใช่คนที่พวกท่านจะมาเอารัดเอาเปรียบได้เช่นกัน” เซี่ยเหยาเฉิงเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่พอใจเขาก็ออกรับแทนบุตรสาวทันที
แม้คนอื่นจะไม่พอใจแต่เขาพอใจยิ่งนักบุตรสาวของเขาเติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้ว มีความคิดเห็นตรงกับเขาเสียที หลังจากนี้เขาคงจะสบายใจได้มากขึ้นไม่น้อย
“เชิญท่านกลับไปเถิด เื่ทั้งหมดก็เอาตามนี้ ส่วนเื่ฉวีเยว่ซินพวกท่านก็ไปจัดการให้เรียบร้อยเถิด หากไม่ตบแต่งให้เรียบร้อยก็ไม่ต้องเอาตระกูลเซี่ยของเราเข้าไปเกี่ยวข้อง อีกไม่นานพวกนางสองแม่ลูก็จะไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเราอีกต่อไป” พูดจบเขาก็ส่งแขกทันที ไม่ให้เวลาอีกฝ่ายโต้แย้งแม้แต่น้อย
คนตระกูลมู่ออกไปด้วยอารมณ์คุกรุ่นที่อีกฝ่ายไม่ไว้หน้าตนเองแม้แต่น้อย แต่ถึงแม้จะเป็อย่างนั้นพวกเขาก็ตั้งใจไว้ว่ารอให้อีกฝ่ายอารมณ์เย็นเสียก่อนแล้วค่อยมาคุยใหม่อีกครั้ง แต่หารู้ไม่ว่าอีกฝ่ายไม่เปิดโอกาสให้พวกเขาทำเช่นนั้นอีกต่อไป
แม้ว่าอีกฝ่ายจะมาเร็วกว่าที่คาดเอาไว้มากแต่นั่นก็ถือเป็เื่ที่ดี นางจะได้ถอนหมั้นอย่างเป็ทางการเสียทีอย่างไรก็ถือว่าได้บอกกับอีกฝ่ายเอาไว้แล้ว
อย่างไรก็ตามนางจะต้องจัดการเื่ของตนเองให้เรียบร้อยเสียก่อน ก่อนที่จะไปส่งเสริมความรักของคนอื่นให้สมหวัง
หลังจากนั้นเพียง 1 วัน ตระกูลมู่ก็ได้รับหนังสือถอนหมั้นจากเซี่ยเหยาฮวา นั่นสร้างความโกรธเคืองให้กับผู้นำตระกูลอย่างมู่อี้เฟิงยิ่งนัก และยิ่งพยายามปิดข่าวมากเท่าไหร่ชาวบ้านก็ยิ่งพูดถึงเื่นี้มากขึ้นเท่านั้น เพียงไม่นานคนก็รู้กันไปทั่วว่าเซี่ยเหยาฮวาและมู่อี้หานไม่ได้มีสัญญาหมั้นหมายต่อกันแล้ว
“มู่อี้หาน หากเ้าไม่สามารถหาทางแก้ไขเื่นี้ได้ก็อย่าหวังตำแหน่งผู้นำตระกูล!!”
“ท่านพ่อ!!!”
“ส่วนฉวีเยว่ซินก็ไปรับมาเป็อนุเสีย ไม่ต้องตกแต่งอะไรให้มากความรับมาแล้วให้สินสอดแก่พวกนางเล็กน้อยก็พอ” คราวนี้เขาโกรธบุตรชายของตนมากจริงๆ แม้จะรู้ว่าอี้หานชื่นชอบในตัวของฉวีเยว่ซินก็แต่ก็ไม่ได้คิดว่าเื่จะเลยเถิดมาถึงขนาดนี้ หากรู้ั้แ่แรกก็คงจะตัดไปแต่ต้นลมไปเสียตั้งนานแล้ว
ตระกูลมู่ส่งคนมาสู่ขอฉวีเยว่ซินที่ตระกูลเซี่ยในเวลาต่อมา ถึงแม้ว่านางจะไม่ใช่คนตระกูลเซี่ยแต่ก็ถือว่าอยู่ในการดูแลของเซี่ยเหยาเฉิงจึงต้องทำเช่นนี้
ตัวแทนของตระกูลมู่นั้นเป็เพียงพ่อบ้านคนหนึ่งเท่านั้น แต่เซี่ยเหยาเฉิงเองก็ไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ไม่ได้สอบถามแม้กระทั่งสินสอดหรือวันที่จะมารับตัวเ้าสาวเสียด้วยซ้ำ
“เซี่ยเหยาฮวา เป็เพราะเ้าคนเดียวพี่อี้หานถึงไม่สามารถมาสู่ขอข้าได้อย่างออกหน้าออกตา จนข้าต้องตกอยู่ในสภาพนี้” ฉวีเยว่ซินที่กำลังมองชุดแต่งงานสีแดงด้วยสายตาแดงก่ำเอยขึ้นด้วยความโกรธแค้น
“ซินเออร์ หากเ้าไปตระกูลมู่แล้วจะต้องทำทุกวิถีทางให้มู่อี้หานหลงเ้าให้ได้ เข้าใจหรือไม่”
“เข้าใจเ้าค่ะท่านแม่อย่างไรพี่อี้หานก็รักข้าอยู่แล้ว หากข้าออดอ้อนสักหน่อยก็คงจะโงหัวไม่ขึ้น เพียงแต่ว่าชุดนี้” นางพูดพลางก้มหน้าลงไปมองชุดเ้าสาวในมือของตนเอง
“เก็บเอาไว้ให้มิดชิด อย่าให้ใครได้เห็น ชุดเ้าสาวมีเพียงภรรยาเอกเท่านั้นที่จะได้ใส่”
“เ้าค่ะท่านแม่”
จริงๆแล้วนางนั้นรู้ดีว่าชุดสีแดงเป็ชุดของผู้ที่จะแต่งเป็ภรรยาเอกเท่านั้น เพียงแต่ความฝันของหญิงสาวทุกคนล้วนวาดฝันว่าตนเองจะได้ใส่ชุดเ้าสาวสีแดงงดงามกันทั้งนั้น ชุดนี้ก็เป็นางที่แอบตัดเย็บเอาไว้ แม้รู้ดีว่าด้วยสถานะของนางแล้วหากคาดหวังจะเป็ภรรยาขุนนางก็คงไม่มีโอกาสได้ใส่ แต่ก็ยังตัดใจทิ้งไม่ลง
“เอาเถิด หากเ้าตัดใจไม่ได้ แม่จะเก็บมันเอาไว้ให้เอง” เมื่อเห็นบุตรสาวทำท่าราวกับจะร้องให้ นางก็ทำได้เพียงปลอบโยนเท่านั้น แม้น้ำเสียงจะอ่อนโยนมากเพียงใด แต่สายตากลับเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“ท่านต้องเก็บมันเอาไว้ให้ดีนะเ้าคะ วันหน้าข้าจะต้องหาทางใส่มันให้ได้แน่นอน”
“ได้ แม่จะเก็บเอาไว้ให้ดี”
เซี่ยเหยาเฉิง เซี่ยเหยาฮวา เป็เพราะพวกเ้าทำให้บุตรสาวของข้าต้องเสียมากถึงเพียงนี้ แค้นครั้งนี้ข้าจะจดจำเอาไว้ให้ดี หากมีโอกาสข้าจะตอบแทนพวกเ้าให้สาสม
นางนั้นคิดถึงแต่สิ่งที่ไม่ได้ดั่งใจของตนเอง แต่ไม่ได้คิดถึงความดีที่ผู้อื่นมอบให้ ไม่ได้คิดเลยแม้แต่น้อยว่าหากไม่มีฉวีเยว่ซิน ตอนนี้ตนกับบุตรสาวก็คงจะยังอยู่ในหมู่บ้านบนบทเช่นเดิม
“ฮูหยินสวี นายท่านมาพบ” ระหว่างที่นางกำลังคุยกับบุตรสาวอยู่นั้นนางสาวใช้ก็มารายงานสิ่งที่นางไม่อยากฟังเสียก่อน