บทที่ 4 เผื่อแผ่
มือเล็กที่กำลังเขี่ยใบไม้หยุดชะงัก เมื่อมองเห็นสิ่งที่อยู่ใต้ใบไม้ที่ทับถมกันจนหนา
เห็ดหลินจือดอกใหญ่สีม่วงอมแดงหลายดอกกระจายอยู่ตามโคนไม้ ลักษณะมันวาวและมีรอยหยักทั่วทั้งดอก ราวกับร่มกันฝนสีม่วงที่ถูกกางอยู่ปรากฏต่อสายตาของกู้หลิน
หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างตื่นตะลึง
“นี่มันเห็ดหลินจือแดงที่เพิ่งอ่านเจอว่ามีอายุเกือบร้อยปีนี่นา”
กู้หลินตั้งสติแล้วเรียกพี่ชายที่อยู่อีกทาง
“พี่ใหญ่ มาทางนี้เร็วเข้า”
กู้เฉินและหลี่เหว่ยได้ยินเสียงเรียกของเด็กสาวก็สาวเท้าวิ่งเข้ามาหานางตามเสียงพร้อมกัน
“น้องเล็ก เกิดอะไรขึ้น”
เสียงห่วงใยของพี่ชายพร้อมกับสายตาที่กวาดมองไปทั่วทำให้กู้หลินคนใหม่ที่ไม่เคยมีใครแสดงความห่วงใยมาก่อนรู้สึกอุ่นขึ้นมาในทรวงอก
“พี่ใหญ่ว่านี่คือเห็ดอะไรเป็เห็ดหลินจือใช่หรือไม่”
กู้เฉินและหลี่เหว่ยมองตามมือเล็กที่ชี้ลงไปที่พื้น และเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่โคนไม้ทั้งคู่ก็อ้าปากค้าง
“นี่...นี่คือเห็ดหลินจือแดงที่แก่จัดจนกลายเป็สีม่วง”
เสียงพี่ใหญ่ของนางพูดราวกับละเมอ
“ท่านตาเคยเล่าให้ฟังแต่ไม่คิดว่าจะมีทีู่เานี่ โชคดีจริง ๆ น้องเล็ก”
เสียงแห่งความดีใจโดยไม่ได้เสแสร้งของพี่ชายทำให้กู้หลินลอบยิ้มอยู่ในใจพี่ชายของนางคงลืมไปแล้วว่ากำไลหยกวิเศษสามารถบันดาลได้ทุกสิ่ง
หลี่เหว่ยที่ยืนมองตาค้างอยู่ชั่วขณะก็ได้สติเอ่ยแสดงความยินดีกับสองพี่น้องอย่างจริงใจ
“พวกเ้าช่างมีวาสนานักั้แ่ข้ารู้ความก็ไม่เคยได้ยินว่าใครเก็บเห็ดหลินจือสีม่วงได้รีบเก็บเถิดข้าจะคอยดูต้นทางให้”
เด็กหนุ่มเอ่ยอาสาด้วยความเต็มใจครอบครัวของเขาไม่ได้ยากจนข้นแค้นเหมือนชาวบ้านทั่วไป ั้แ่เกิดหลี่เหว่ยก็รู้ว่าบ้านของตัวเองมีฐานะเหนือกว่าชาวบ้านในหมู่บ้านแต่เพราะไม่เคยเห็นบิดาทำสิ่งใดนอกจากเขียนตำราเขาจึงเข้าใจว่าตระกูลของเขาคงจะร่ำรวย และท่านพ่อคงจะอยากใช้ชีวิตอย่างสงบจึงหลีกลี้มาอยู่ในหมู่บ้านห่างไกลเช่นนี้
“ข้าจะแบ่งให้เ้าด้วยพวกเราเห็นด้วยกันก็ต้องแบ่งกัน”
กู้เฉินรักเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน จึงอยากแบ่งปันให้เพื่อนถึงแม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้เดือดร้อนแต่ประการใด
“ข้าจะเห็นแก่ตัวแบบนั้นไม่ได้ดอกในเมื่อน้องสาวเ้าเป็คนพบก็ควรเป็ของพวกเ้า รีบเก็บเถิดพวกเรายังต้องเดินลงเขาอีก เดี๋ยวจะมืดค่ำเสียก่อน”
เสียงเตือนของหลี่เหว่ยทำให้สองพี่น้องช่วยกันก้มลงเก็บเห็ดหลินจือที่มีอยู่ถึงสิบดอกอย่างระมัดระวัง
กู้หลินคิดใคร่ครวญอยู่ในใจนางไม่อาจจะแบ่งปันเห็ดหลินจือราคาแพงให้ชาวบ้านได้ทั้งไม่อาจจะให้กำไลหยกบันดาลให้มีเห็ดหลินจือเพิ่มในูเาได้อีกเพราะอาจจะทำให้เกิดการแตกตื่นและมีข่าวสะพัดออกไปจนผู้คนต่างถิ่นเข้ามาสร้างความวุ่นวายในหมู่บ้านแต่นางสามารถบันดาลให้ชาวบ้านได้พบอาหารได้
ระหว่างที่สองพี่น้องกำลังก้มเก็บเห็ดหลินจืออย่างระมัดระวังกู้หลินก็เพ่งไปที่กำไลพร้อมกับเอ่ยขออยู่ในใจ
“ช่วยบันดาลให้มีเห็ดหัวมัน และผัก ผลไม้ที่กินได้เกิดกระจายอยู่ทั่วูเานี้ด้วยเถิด”
ชั่วอึดใจเดียวทั้งสามคนก็ได้ยินเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจจากชาวบ้านที่ขึ้นเขามาหาอาหาร
“เห็ดข้าเจอเห็ด”
“ตรงนี้มีหัวมันด้วย”
“ผลไม้เต็มต้นเลย”
“ทางนี้มีผักด้วย”
เสียงเซ็งแซ่ของชาวบ้านที่พบอาหารสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าของกู้หลิน หลี่เหว่ยที่กำลังยืนเฝ้าสองพี่น้องอยู่เมื่อเห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของกู้หลินก็ถึงกับตาพร่ามัว
เมื่อตะวันเริ่มคล้อยต่ำ สองพี่น้องก็เก็บเห็ดหลินจือได้ทั้งหมดใบหน้าของทั้งสองเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความดีใจ
“กลับกันเถอะพี่ใหญ่”
กู้หลินชักชวนพี่ชายกลับ เมื่อเห็นตะวันเริ่มคล้อย
“ท่านตาคงดีใจที่เห็นพวกเราได้เห็ดหลินจือ พรุ่งนี้ข้าจะชวนท่านตานำเห็ดหลินจือไปขายในเมือง”
กู้เฉินมองหน้าน้องสาวแล้วยิ้มให้ก่อนจะยื่นเห็ดหลินจือในมือให้หลี่เหว่ยหนึ่งดอก
“หลี่เหว่ย ข้ารู้ว่าครอบครัวของเ้าไม่เดือดร้อนเงินทองแต่ขอให้เ้ารับเห็ดหลินจือดอกนี้ไว้ด้วยเถิดอย่างน้อยก็เป็ค่าวิชาความรู้ที่ท่านอาจารย์ พ่อของเ้าสอนหนังสือให้พวกเราสองพี่น้องมาั้แ่เด็กโดยไม่คิดเงิน”
หลี่เหว่ยทำสีหน้าอึดอัดใจ
“ถ้าหากเ้าไม่รับ ข้าจะถือว่าเ้ารังเกียจพวกข้าสองพี่น้องต่อไปเราจะไม่ไปเรียนกับท่านอาจารย์อีก”
คำขู่ของเพื่อนบังคับให้หลี่เหว่ยยื่นมือของเขาไปรับเห็ดหลินจือดอกใหญ่ในมือของกู้เฉินแล้วเก็บวางไว้ที่ตะกร้าอย่างดี
“ขอบใจพวกเ้าทั้งสองมาก”
ทั้งสามคนเดินลงจากเขาระหว่างทางก็ช่วยกันเก็บเห็ดและผลไม้ที่ขึ้นตามสองข้างทาง แล้ววางปิดทับเห็ดหลินจือบางส่วน
เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้านท้องฟ้าก็กลายเป็สีส้มอมม่วง สองผู้เฒ่าตระกูลกู้และแม่ของพวกเขานั่งอยู่หน้าบ้านไม้หลังเล็กสายตาของกู้เยี่ยมองลูกเดินกลับจากูเาด้วยความคาดหวัง
“วันนี้พวกเ้าได้อะไรมาบ้าง มาให้ตากับยายดูหน่อย”
สองพี่น้องวางตะกร้าลงที่โต๊ะไม้ไผ่หน้าบ้านจากนั้นก็หยิบผลไม้และมันออกมาวางเต็มโต๊ะ
“พวกเ้าได้ผิงกั่วมาด้วย พวกเราไม่ได้กินมานานแล้ว”
เสียงดีใจของแม่เฒ่ากู้ยังไม่ขาดสายกู้เฉินก็หยิบเห็ดหลินจือสองสามดอกออกจากตะกร้า
“ข้าได้เห็ดสีแดงมาด้วยท่านตาด้วยดูให้หน่อยว่าใช่เห็ดหลินจือหรือไม่”
กู้หยางชะงักแล้วเบิกตากว้างเมื่อเห็นเห็ดดอกใหญ่ที่วางอยู่ตรงหน้าเขาเอื้อมมืออันสั่นเทาไปััอย่างเบามือ
“นี่มันเห็ดหลินจือ”
เสียงสั่นเครือของผู้เฒ่าที่ดังขึ้นเล็กน้อยทำให้ชาวบ้านบางคนที่กำลังเดินผ่านหน้าบ้านได้ยินชัดเจน
“ลูกหลานบ้านกู้เก็บเห็ดหลินจือได้อย่างนั้นหรือ ช่างโชคดีนักพรุ่งนี้เราต้องขึ้นเขาไปหาดู เผื่อจะได้สักดอกสองดอก”
เสียงสนทนาไล่หลังพอให้ครอบครัวของกู้หลินได้ยิน
แม่เฒ่ากู้พยักหน้าให้ทุกคนเข้าไปในบ้านหลังจากบทสนทนาของชาวบ้านผ่านหูไปไกล
“เข้าไปในบ้านเถิดท้องฟ้ามืดแล้ว สิ่งที่ควรให้ชาวบ้านได้ยินก็พูดแล้วเดี๋ยววันนี้ยายจะทำอาหารจากเห็ดให้พวกเ้ากิน”
ใบหน้าเหี่ยวย่นสองผู้เฒ่าตระกูลกู้เต็มไปด้วยรอยยิ้มเมื่อเข้าไปในบ้านมือเหี่ยวย่นของกู้หยางก็ค่อย ๆแกะห่อผ้าที่ห่อหุ้มสิ่งของล้ำค่าเอาไว้ก้นตะกร้า
ภายในนั้นคือเห็ดหลินจือแดงดอกขนาดใหญ่ บางดอกสีแดงสดใสราวกับเปลวเพลิงบางดอกแดงออกม่วง มันดูสมบูรณ์และมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ แผ่ออกมา
“หลินเอ๋อร์…เห็ดเหล่านี้เกิดจากกำไลหยกใช่หรือไม่”
เสียงของผู้เฒ่ากู้สั่นเล็กน้อย ด้วยความตื่นเต้น และความดีใจ
กู้หลินยิ้มกว้าง ใบหน้าของเธอแดงระเรื่อด้วยความเหนื่อยล้าแต่ก็เต็มไปด้วยความสุข
“ใช่เ้าค่ะ”
ดวงตาของกู้หยางเบิกกว้างเขาหยิบเห็ดหลินจือขึ้นมาตรวจสอบอย่างละเอียด ด้วยประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน
“นี่มัน…เห็ดหลินจือแดงอายุร้อยปีนี่นา!”
ผู้เฒ่ากู้ร้องออกมาด้วยความตกตะลึง
“สีสัน ขนาด และกลิ่นหอม มันบอกได้เลยว่านี่คือเห็ดหลินจือแดงที่หายากและมีราคาแพงมาก”
กู้เยี่ยน้ำตาคลอเบ้า คว้าตัวลูกสาวมากอดไว้แน่น
“หลินเอ๋อร์…ลูกทำได้ดีมาก ลูกคือดาวมงคลที่์ส่งมาช่วยเหลือครอบครัวของเรา”
ความสุขแผ่ซ่านไปทั่วทั้งบ้านไม้หลังเล็ก ๆ
“พรุ่งนี้ตาจะพาพวกเราทุกคนเข้าเมือง เอาเห็ดหลินจือไปขายเราจำเป็ต้องทยอยขายทีละ 3 ดอก ที่เหลือก็เก็บไว้ก่อน เพราะถ้าหากเอาไปขายทั้งหมดเกรงว่าจะะเืไปทั้งแผ่นดิน”
ผู้เฒ่ากู้มองการณ์ไกลเขาไม่อยากให้ข่าวของเห็ดหลินจือกระจายออกไปวงกว้างเพราะอาจจะนำภัยมาสู่ครอบครัวของเขา