หลังจากที่ได้ฟังเื่ที่มินตราเล่ามาทั้งหมด เธอเสียใจเหลือเกินที่เธอคือสาเหตุ ที่ทำให้คุณพ่อกับคุณแม่เสียชีวิต ท่านทั้งสองเคยเตือนเธอแล้ว แต่เธอไม่ฟังดื้อรั้นจะแต่งงานกับปรีชา เพราะเธอเชื่อว่าเขาก็รักเธอเหมือนที่เธอรักเขา
เพราะความโง่ของเธอเหมือนที่มินตราบอก จากคุณหนูผู้สุขสบายกลับกลายมาเป็คนพิการที่แม้แต่จะช่วยเหลือตัวเองก็ยังทำไม่ได้ด้วยซ้ำ พิมพ์ลดาสวดอ้อนวอนขอความเมตตาจากฟ้า ชีวิตนี้ทั้งชีวิตเธอไม่เคยฆ่าสัตว์สักตัว ไม่เคยด่าทอให้ใครเสียน้ำใจสักครั้ง เธอคิดดี ทำดี พูดดีมาโดยตลอด เธอจะไม่ร้องขอสิ่งใด ขอแค่เพียงให้เธอได้กลับไปเป็ลูกของคุณพ่อ คุณแม่อีกครั้ง ไม่ว่าจะชาติไหนเธอก็ยินดี พิมพ์ลดาเฝ้าร่ำร้องสวดอ้อนวอนขอในใจ ด้วยความดีที่เธอได้กระทำมาทั้งหมด ขอแค่เพียงให้เธอได้กลับไปเป็ลูกของคุณพ่อ คุณแม่อีกครั้ง เธอขอเพียงเท่านี้ เื่นี้เท่านั้นและครั้งนี้เธอจะไม่โง่ให้ใครมาหลอกได้อีกต่อไป
“วันนี้เป็อย่างไงบ้างครับ คุณรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า” ปรีชาเดินเข้ามาในห้อง
พิมพ์ลดาพยายามที่จะพูด แต่ลิ้นของเธอมันก็แข็งซะเหลือเกิน เสียงที่ออกมาจึงเหมือนพูดอยู่ในลำคอ
“ฉัน ขอ สาป แช่ง ขอ ให้ คุณ ได้ รับ ผล ใน สิ่ง ที่ คุณ ทำ กับ ฉัน กับ ครอบ ครัว ของ ฉัน” พิมพ์ลดาพยายามเปล่งเสียงออกมาทีละคำ จ้องมองหน้าของปรีชาราวกับจะกินเืกินเนื้อ พูดได้เพียงเท่านี้เธอก็รู้สึกเหนื่อยหอบ
“ถึงคุณจะสาปแช่งผม แต่คนที่กำลังจะตายก็คือคุณ” ปรีชาพูดจบก็นำเข็มฉีดยา มาฉีดเข้าที่แขนของพิมพ์ลดา
“ขอบคุณนะครับสำหรับทรัพย์สมบัติของคุณผมจะดูแลให้เป็อย่างดี” ปรีชา
พิมพ์ลดาน้ำตาไหล เธอรู้สึกเหมือนหัวใจของเธอกำลังจะหลุดออกไปจากอก และในไม่กี่วินาทีต่อมาพิมพ์ลดาก็ลาจากโลกนี้ไป
“เฮือก พิมพ์ลดาสะดุ้งตื่นนี่ฉันยังไม่ตายอีกเหรอ” พิมพ์ลดาจับไปตามแขนขาพร้อมกับมองไปรอบๆ ห้อง
“นี่มันห้องของฉันสมัยมัธยมนี่นา” พิมพ์ลดาลุกขึ้นไปยืนส่องกระจก
“ขอบคุณ์ ขอบคุณๆๆ ที่ให้ฉันได้กลับมาเป็ลูกของคุณพ่อคุณแม่อีกครั้ง” พิมพ์ลดาพนมมือไว้
เธอนั่งทบทวนถึงอดีตที่ผ่านมา เธอกับปรีชารู้จักกันั้แ่เข้ามหาวิทยาลัยปีหนึ่ง เขาเข้ามาตีสนิทเธอตอนปลายเทอมหนึ่ง และขอเธอเป็แฟนตอนอยู่ปีสอง นี่ยังพอมีเวลาสินะตอนนี้เราเพิ่งอยู่ม.ปลายเอง ต่อไปนี้เธอจะขอเปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอใหม่ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็อะไร เธอจะไม่มีวันซ้ำรอยเดิม
เช้าวันนี้พิมพ์ลดาตื่นขึ้นมาอย่างหน้าตาสดใส เธอลงมาจากห้องแต่เช้าเพื่อมาใส่บาตร ที่บ้านของเธอ แม่บ้านจะต้องทำอาหารเตรียมไว้สำหรับตักบาตรทุกเช้า ไม่ว่าจะมีเ้านายคนใดลงมาตักบาตรหรือไม่ ถึงเธอคิดจะเปลี่ยนชีวิตของเธอทุกอย่าง แต่สิ่งหนึ่งที่เธอจะไม่เปลี่ยนคือการทำความดี เพราะต้องเป็ความดีที่เธอเคยทำเอาไว้แน่ๆ เธอถึงได้มีโอกาสกลับมาอีกครั้ง
“คุณพิมพ์ ทำไมวันนี้ตื่นลงมาแต่เช้าได้ละคะ” คุณแก้วพี่เลี้ยงของพิมพ์ลดา
พิมพ์ลดากอดคุณแก้ว “พิมพ์คิดถึงคุณแก้วจังเลยค่ะ”
คุณแก้วลูบศีรษะพิมพ์ลดา “คิดถึงอะไรกันคะ เราเพิ่งเจอกันครั้งสุดท้ายเมื่อคืนนี้เองนะคะ แก้วยังไปส่งคุณพิมพ์เข้านอนห่มผ้าให้คุณพิมพ์อยู่เลย”
“สำหรับพิมพ์มันนานนี่คะ เมื่อคืนที่ผ่านมาราวกับว่าพิมพ์ไม่ได้เจอคุณแก้วมาซักยี่สิบปีเลยค่ะ” พิมพ์ลดา
“คุณพิมพ์ก็พูดอะไรก็ไม่รู้ ไปค่ะไปรอพระคุณเ้าที่หน้าบ้านกันอีกสักครู่ท่านก็คงใกล้จะมาถึงแล้วค่ะ” คุณแก้ว
ในชาติก่อนของพิมพ์ลดาคุณแก้วเสียชีวิตเพราะป่วยหนัก ไม่รู้ว่าเป็ฝีมือของปรีชาด้วยรึเปล่า แต่ถึงอย่างไงชาตินี้คงต้องให้คุณแก้วไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลทุกปี เพื่อความสบายใจของเธอ คุณแก้วเปรียบเสมือนแม่คนที่สองของเธอ คุณแก้วอยู่เคียงข้างพิมพ์ลดาเสมอั้แ่เล็กจนแต่งงาน ชาตินี้เธอจะไม่ยอมให้คุณแก้วจากไปแบบชาติที่แล้วอีก
“คุณพิมพ์คิดอะไรอยู่คะ พระคุณเ้ามาถึงหน้าบ้านแล้วนะคะ” คุณแก้ว
“นิมนต์เ้าค่ะ พระคุณเ้า” พิมพ์ลดารีบกล่าว
พิมพ์ลดาใส่บาตรรับศีลรับพรเสร็จก็กลับเข้าบ้าน
“คุณแก้วคะ ตอนนี้พิมพ์อยู่ม.ปลายปีที่เท่าไหร่แล้วค่ะ” พิมพ์ลดา
“อะไรกันคะคุณพิมพ์อายุยังน้อยอยู่แท้ๆ ขี้หลงขี้ลืมไปได้ยังไงคะ” คุณแก้วกล่าวยิ้มๆ
“ก็พิมพ์แค่คิดอยากจะสอบเทียบค่ะ เลยลองถามคุณแก้วดูว่าพิมพ์จะไปสมัครสอบเทียบได้ไหม” พิมพ์ลดา
“ปีนี้คุณพิมพ์อยู่ม.ปลายชั้นปีที่ห้าค่ะ” คุณแก้ว
“แบบนี้ดีเลยค่ะ พิมพ์จะได้ไปสมัครสอบเทียบให้จบม.หกปีนี้เลย” พิมพ์ลดากล่าวอย่างมั่นใจ
“ถ้าจบม.ปลายแล้วพิมพ์จะขอคุณพ่อไปเรียนต่อประเทศที่คุณพ่อทำงานอยู่ คุณแก้วไปกับพิมพ์นะคะ” พิมพ์ลดาอ้อนคุณแก้ว
ลูกสาวขอเลือกเส้นทางชีวิตใหม่ค่ะ ดูซิว่าจะยังได้เจอกับโจทก์เก่าอยู่อีกหรือไม่ ช่วยกันเป็กำลังใจให้ลูกสาวด้วยนะคะ
ถ้าชอบนิยายเื่นี้ช่วยกันกดแชร์หน่อยนะจ๊ะ ชวนเพื่อนมาอ่านด้วยกัน
อ่านแล้วรู้สึกยังไงคอมเม้นท์บอกกันบ้างนะจ๊ะ ขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาอ่าน และกดหัวใจเพื่อเป็กำลังใจให้กันนะคะ
ยินดีรับฟังทุกคำวิจารณ์นะคะ ขอแค่กรุณาอย่าคอมเม้นท์หยาบคาย ขอบคุณค่ะ