“ฟ้าเป็อะไรทำไมวันนี้ใจลอยทั้งวัน เหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเลยบอกให้หยิบแผนการตลาดของปีนี้ให้พี่ ก็ไปเอาของปีที่แล้วมาบอกให้พิมพ์สรุปการประชุมที่ไปคุยกับลูกค้า ก็พิมพ์มาอ่านไม่รู้เื่ เธอเป็อะไร”รุ่งรัตน์บอกกับลูกน้องคนเก่งที่บัดนี้นั่งอยู่ที่หน้าโต๊ะของเธอ ใบหน้าเจื่อนจ๋อยด้วยความรู้สึกผิด
“ฟ้าขอโทษจริงๆ ค่ะพี่รุ่ง ฟ้าผิดเอง ที่ไม่ตรวจให้ดีก่อน”
“ฟ้ามีปัญหาอะไรอยู่หรือเปล่าบอกพี่ได้ไหม ปกติฟ้าไม่เคยเป็อย่างนี้นี่”
“คือ...เอ่อ...”ณ ฟ้าได้แต่อ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าจะบอกอะไร หรือจะเริ่มต้นเล่าอย่างไร
รุ่งรัตน์นั่งเคาะนิ้วมือลงบนโต๊ะอย่างใจเย็นรอฟังสิ่งที่ลูกน้องสาวจะพูด พร้อมกับนึกถึงเมื่อเช้าที่เธอเห็นพิเชษฐ์แวบ ๆที่หน้าบริษัท
“ฟ้ามีปัญหากับแฟนเหรอ”รุ่งรัตน์ตัดสินใจถาม เมื่อยังไม่ได้คำตอบให้คำถามของตัวเอง“คือพี่ก็ไม่ได้อยากยุ่งเื่ส่วนตัวของลูกน้องนะ แต่ว่าถ้ามันมีผลกระทบกับงานพี่ก็จำเป็” ผู้เป็เ้านายมองลูกน้องที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่หน้าโต๊ะแล้วต้องผ่อนลมหายใจยาว ๆ ก่อนจะพูดต่อ “เมื่อเช้าพี่เห็นพิเชษฐ์แวบ ๆอยู่ที่หน้าบริษัท ฟ้ามีปัญหากับเขาใช่ไหม?”
รุ่งรัตน์รู้จักพิเชษฐ์จากการแนะนำของณ ฟ้าเอง ครั้งหนึ่งที่แผนกจัดงานเลี้ยง เลิกดึก พิเชษฐ์เป็คนมารับ ณ ฟ้าที่งานลูกน้องสาวจึงได้แนะนำให้เธอรู้จัก และหลังจากนั้น ก็ยังมีโอกาสได้เจอกันอยู่บ้างจนกระทั่งเมื่อเช้า ที่เธอขับรถเลี้ยวเข้ามาที่บริษัท ก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งยืนคุยกับร.ป.ภ. อยู่ที่หน้าบริษัท ทว่าเธอเห็นเพียงด้านข้าง แต่ก็มั่นใจว่าเป็พิเชษฐ์
“ฟ้าเลิกกับเขาแล้วค่ะ”น้ำเสียงเอื่อยอ่อยหลุดรอดออกมาผ่านลำคอที่แห้งผากริมฝีปากคล้ายมีหินหนักถ่วงไว้จนยากที่จะเปิดออก ต่างจากกระบอกตาตอนนี้ที่ร้อนผ่าวพร้อมเปิดทางให้น้ำใส ๆ ไหลผ่านออกมาได้ตลอดเวลา จนเธอต้องใช้ความอดกลั้นอย่างมาก
ผู้จัดการฝ่ายการตลาดค่อนข้างใกับสิ่งที่ได้ยินเพราะก่อนหน้านี้เธอได้ยินว่าทั้งสองมีแผนจะแต่งงานกันด้วยซ้ำ แต่นั่นก็ทำให้ตอนนี้เข้าใจแล้วว่าอาการที่ลูกน้องคนเก่งของเธอเป็อยู่นั้น มีสาเหตุมาจากอะไรเธอลุกขึ้นเดินมาตบไหล่ ณ ฟ้าเบา ๆ อย่าง้าให้กำลังใจพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อยากให้พี่รับฟังไหม?”
แต่นั่นเหมือนเป็การไปสะกิดทำนบที่กั้นน้ำตาเอาไว้ทั้งวันให้พังทลายลงณ ฟ้าปล่อยโฮออกมาอย่างอดไม่ได้ยื่นมือโอบกอดเอวของเ้านายที่เธอรักและเคารพเอาไว้ แล้วอาศัยเสื้อยี่ห้อดังของเ้านายเธอเป็ที่ซับน้ำตา
จากการที่ได้คุยกันทำให้รุ่งรัตน์ได้รู้สาเหตุที่ทำให้ ณ ฟ้า มีอาการไม่อยู่กับร่องกับรอยสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เ้านายผู้ปรารถนาดีกับลูกน้องจึงยินยอมให้เธอลาพักร้อนได้สองอาทิตย์เพราะหากไม่เช่นนั้น เกรงว่าเธอคงต้องเสียลูกน้องมือดีไป เพราะ ณฟ้าดันเกริ่นออกมาว่าจะขอลาออก ทำให้ผู้เป็เ้านายต้องรีบยื่นข้อเสนอลาพักร้อนให้แทน
ห้าโมงเย็นเป็เวลาเลิกงานของพนักงานบริษัทหลายคน รวมทั้ง ณ ฟ้าด้วยเช่นกัน ระหว่างที่หญิงสาวกำลังเก็บกระเป๋าเตรียมกลับบ้านด้วยอารมณ์เลื่อนลอยเสียงโทรศัพท์มือถือของเธอก็ดังขึ้น ใบหน้าสวยแต่ดูซีดเซียวหันไปมองที่หน้าจอสี่เหลี่ยมเธอมั่นใจว่าไม่ใช่พิเชษฐ์แน่ เพราะเธอบล็อกเบอร์เขาไปแล้วปรากฏว่าสายที่โทรมาคือพระพาย
“ฮัลโหลพายว่าไง”
(แกเป็ไงบ้างเลิกงานรึยัง ให้ฉันไปรับนะ จะได้กลับบ้านด้วยกัน)
“ไม่เป็ไรแกวันนี้ฉันจะกลับไปนอนที่คอนโดฯ น่ะ”
(จะดีเหรอแกจะไม่คิดฟุ้งซ่านไปกันใหญ่เหรอ อยู่คนเดียวน่ะ งั้นคืนนี้ให้ฉันไปนอนค้างเป็เพื่อนไหม?)
“ไม่ต้องหรอกฉันไม่อยากพรากคู่รัก เดี๋ยวผลกรรมจะยิ่งส่งให้ชาตินี้ฉันไม่สมหวังในความรักน่ะ”เสียงหัวเราะแห้ง ๆ ดังตามหลังประโยคล้อเล่นกับเพื่อนรัก ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกเจ็บจากประสบการณ์ด้านความรักของเธอที่ผ่านสามครั้งที่เธอทุ่มเทสุดท้ายก็ล้มเหลวลงทุกที
‘หรือว่าชาติก่อน เธอจะเคยไปพรากความรักของคู่ใครเขาไว้ชาตินี้ถึงทำให้เธอไม่ประสบความสำเร็จเื่ความรักเสียที’ นึกแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
(แก...)เสียงเรียกเพื่อนอ่อนอ่อยอย่างเห็นใจเป็ที่สุด ทำไมพระพายจะไม่รู้ว่าเพื่อนเธอต้องพยายามแค่ไหนที่จะแสดงความเข้มแข็งออกมาใน่เวลานี้
“แกไม่ต้องเป็ห่วงฉันนะพี่รุ่งให้ฉันลาพักร้อนได้ ฉันเลยว่าจะกลับไปเก็บเสื้อผ้าแล้วไปเที่ยวพักผ่อนซะหน่อย เมื่อเช้าได้ยินที่น้องฝนพูด แล้วมันก็น่าสนใจดีฉันควรไปเปลี่ยนบรรยากาศหน่อย แกว่าไหม?”
(อืมแล้วแกจะไปไหน? จะกลับไปหาป้ารึเปล่า?) ป้าอารีย์ เป็ป้าที่เลี้ยงดู ณ ฟ้ามา ท่านอยู่ที่จังหวัดพังงาหากว่าเพื่อนของเธอกลับไปหาท่าน เธอก็คงจะเบาใจไปได้ แต่จากนิสัยแล้ว เพื่อนเธอก็คงไม่อยากกลับไปให้ป้าและน้องๆ (ลูกทั้งสองคนของป้า) รับรู้ว่าตัวเองกำลังเป็ทุกข์พระพายจึงได้แต่ภาวนาอยู่ในใจ
แต่การภาวนาของเธอกลับไม่เป็ผล
“ยังไม่รู้เลยอาจจะไปเหนือ หรือไม่ก็อีสานมั้ง ไปเรื่อย ๆ น่ะ คนโสดอย่างฉันจะไปไหนก็ได้นี่หว่า อิสระจะตาย”
(แต่อย่าลืมนะแกคนโสดอย่างแก ก็ยังมีเพื่อนอย่างฉันที่เป็ห่วง ยังมีป้ารีย์ของแกที่รอให้แกกลับไปหาเขาอยู่นะ)
“...อืม”เสียงจากปลายสายอึ้งไปสักพัก ก่อนจะส่งเสียงผ่านลำคอตอบกลับไป
(เอาเป็ว่าแกจะไปไหนฉันไม่ห้าม แต่แกต้องโทรบอกฉันตลอดนะ ว่าแกอยู่ที่ไหน ทำอะไร เป็ยังไงโทรศัพท์ก็ห้ามปิด อย่าหายไป...) พระพายถือโอกาสสั่งเพื่อนเป็ชุดแต่ยังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกแทรกขึ้นเสียก่อน
“รู้แล้วน่าแกนี่ยิ่งกว่าป้าฉันอีกนะ”
(เออรู้ก็ดี) พระพายได้ยินเสียงหัวเราะเบา ๆ ดังมาจากปลายสาย(ฟ้า...ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้เสมอนะ ยังไงแกก็ยังมีป้า ยังมีฉัน ยังมีคนดี ๆอยู่รอบตัวแกอีกเยอะแยะ ใครที่มันไม่ดีกับแก ก็ตัดมันออกไปแล้วเริ่มต้นใหม่นะฉันเชื่อว่าแกทำได้)
“ขอบใจแกมากนะพายฉันรักแกว่ะ”
(อืมนั่นฉันก็รู้)
“รู้ก็ดีเพราะงั้น วันอาทิตย์ที่แกจะแต่งงาน ฉันอาจไม่ได้ไปร่วม ก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะรักแกน้อยลงนะ”
(...อืมฉันเข้าใจแก) พระพายอึ้งไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับ ด้วยเข้าใจถึงสภาพจิตใจของเพื่อนหากให้มางานแต่ง่นี้ คงเป็การซ้ำเติมเพื่อนเสียมากกว่า (ถ้าอย่างนั้นฉันก็ขอของขวัญตอนนี้เลยละกันนะ โทษฐานที่แกไม่มางานสำคัญของฉัน เพราะฉะนั้นแกต้องให้ของขวัญที่ฉันขอ ห้ามมีเงื่อนไข ห้ามทำไม่ได้ ห้ามปฏิเสธใด ๆ ทั้งสิ้น)
“เห้ย...ถ้าแกขอให้ฉันไปแก้ผ้ารำอยู่กลางสี่แยกฉันไม่แย่เหรอ”
(ไม่ต้องมาตลกกลบเกลื่อนเลยไอ้ฟ้าของขวัญที่ฉันจะขอคือ แกคนเดิม ฉันขอเพื่อนที่สดใสร่าเริงของฉันกลับมาหลังจากทริปนี้ของแกจบลงขอเป็ของขวัญวันแต่งงานให้ฉันกับคุณวัสนะ)
เนื่องจากวันนี้ไม่ได้ขับรถมาทำงานณ ฟ้าจึงต้องเดินออกมาเรียกรถแท็กซี่หน้าบริษัทซึ่งก็ทำให้เจอกับพิเชษฐ์ที่มาดักรอพบเธอเข้าจนได้หลังจากหลบหลีกรอบเช้ามาได้แล้วรอบหนึ่ง เพราะเธอรบกวนให้วัสสะที่ขับรถมาส่งเธอให้เข้าไปส่งถึงหน้าประตูออฟฟิศ และถึงแม้ว่าเขาจะโทรมาที่เบอร์ออฟฟิศหรือจะให้รปภ. ใช้เบอร์ภายในโทรเข้ามาขอให้เธอออกไปพบ เธอก็ไม่สนใจจะออกไปจนเธอคิดว่าเขากลับไปแล้วด้วยซ้ำ
แต่เธอคิดผิดเพราะเมื่อเธอเดินพ้นป้อมยามออกมา ก็เจอเข้ากับพิเชษฐ์ที่ยืนพิงกำแพงจ้องมองเธออยู่ด้วยใบหน้าทรุดโทรมและแววตาหม่นหมองราวกับว่าเขายืนจ้องมองที่หน้าประตูอยู่นานแล้ว
“ฟ้าเราต้องคุยกันนะ” พิเชษฐ์ปราดเข้ามาดักหน้า ณ ฟ้าเอาไว้อย่างรวดเร็ว สองมือใหญ่ฉวยมือเล็กๆ เอาไว้เป็ตัวประกัน “ขอโอกาสให้พี่สักครั้งนะ เราไปหาที่คุยกันพี่อยากอธิบายให้ฟ้าฟัง ฟ้าอยากรู้อะไรพี่จะบอกทุกอย่างเลย นะฟ้านะไปคุยกันก่อนนะ”
คำอ้อนวอนของพิเชษฐ์ดูเหมือนว่าจะไม่มีผลกับคนที่ตัดสินใจเด็ดขาดแล้วเช่นณ ฟ้า ไม่ใช่ว่าเธอจะไม่ให้โอกาสเขา หรือหลับหูหลับตาชวนเลิกอย่างไม่มีเหตุผลแต่ว่าก่อนที่จะมาถึงจุดนี้ เธอเช็กข้อมูลมาหมดแล้ว จะให้เธอไปทำลายครอบครัวเล็ก ๆที่สร้างกันมาเป็ปี ๆ แล้วได้อย่างไรจะให้เธอไปยื้อแย่งเอาความอบอุ่นมาจากเด็กตัวน้อย ๆที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ได้อย่างไรจะให้เธอไปทำลายความรักความศรัทธาที่ผู้หญิงคนนั้นมีต่อสามีของเธอได้อย่างไรและที่สำคัญจะให้เธอทำลายเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองได้อย่างไรเธอไม่ได้สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้นเสียหน่อย
หญิงสาวผู้มีมโนธรรมประจำใจพยายามเดินเบี่ยงไปให้พ้นเขาแต่ไม่ว่าจะไปทางใด คนที่พยายามตามตื้อก็ดักไปเสียทุกทาง พยายามเล้าหลือจนถึงที่สุดอีกทั้งยังพยายามจะจับเนื้อต้องตัวเธอ พาเธอไปขึ้นรถที่จอดอยู่ข้าง ๆ ฟุตพาทให้ได้