เหมยหลิน เห็นนาฟ ใจลอยเลยอดพูดไม่ได้ “พี่ชายนาฟ ข้าขอโทษนะ!
“เจ้าจะขอโทษข้าเรื่องอะไร “ข้าจำเป็นต้องปิดบังใบหน้าที่แท้จริง ความจริงแล้วข้าเกลียดใบหน้าของตัวเอง ที่พ่อแม่ของข้าตาย ก็เกิดจากใบหน้าข้าเป็นส่วนหนึ่ง หัวหน้าแคมป์อยากได้ตัวข้าแต่พ่อแม่ข้าไม่ยอม พวกเราเลยโดนไล่ออกจาก แคมป์ ให้เผชิญภัยพิบัติกันเอง จนพ่อแม่ข้าตาย
พวกเพื่อนๆ ข้าที่ถูกกลุ่มตระกูลใหญ่ จับตัวไว้ก็เพราะข้า จริงๆแล้วพวกกลุ่มตระกูลเหล่านั้นก็อยากได้ในตัวข้า
“เจ้าไม่ผิดหรอกใครทีประสบพบเจอเหตุการณ์แบบเจ้า ก็คงคิดไม่ต่างกัน
วันนี้เจ้าพักผ่อนให้เต็มที่ก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที
เช้าวันต่อมา นาฟ ออกไปหาซื้อ อาหาร เครื่องใช้สิ่งของหลายอย่างด้วยความเป็นผู้ชาย ไม่รู้ว่าผู้หญิงต้องใช้อะไรบ้างเลยซื้อมาทั้งหมด โดยหอบข้าวของต่างๆ ขึ้นมาที่พัก เห็น เหมยหลิน ออกมาเก็บกวาดเช็ดถู ทำความสะอาดภายในที่พักอยู่ “พี่ชายท่านแลกซื้ออะไรมามากมายค่ะ ไหนข้าขอดูหน่อย เหมยหลินหยิบหลายอย่างขึ้นมาดู “บางอย่างพี่ชายก็ไม่ต้องสิ้นเปลืองซื้อมาก็ได้ค่ะ “ข้าซื้อไม่ค่อยเป็น “วันหลังให้ข้าจัดการเองดีไหมพี่ชายอย่างน้อยข้าก็เข้ามาอยู่ อาณานิคมก่อนพี่ชายนะ ฮ่าๆ
นาฟเริ่มเห็นรอยยิ้มจากเด็กสาวข้างหน้า ก็เกิดความสุขขึ้นมาในใจนิดๆ
อยู่ ๆ เสียงดัง “ปี๊บ ๆๆ สัญญาณจากบัตรสมาชิกโคลิเซี่ยม “เดี๋ยวข้าขอตัวก่อน นาฟเดินเข้าห้องพักของตน กดเปิดสัญญาณ ปรากฏมีข้อความ ขอท้าทาย “น้ำตาเลือด”มีรายชื่อและประวัติปรากฏขึ้นมา ราวๆ 10 คน
นาฟดูรายชื่อกับประวัติของคนเหล่านี้ นาฟนึกบางอย่างได้กดพิมพ์ข้อความถามกลับไปยังโคลิเซี่ยม “ข้าไม่เคยลงทะเบียนรอรับการท้าทาย ทำไมคนเหล่านี้ ถึงส่งข้อความมาท้าทายข้าได้”
“ปี๊บๆ ๆ ไม่นานมีข้อความตอบกลับมา “นักสู้ที่ลงทะเบียน รอรับการท้าทายหมายถึง นักสู้ที่พร้อมต่อสู้ได้ทันที ส่วนนักสู้ทั่วไปนั้นสามารถส่งคำท้าทายหากันได้โดยตรง และสามารถปฏิเสธคำขอท้าทายได้ หรือนักสู้ผู้นั้นอาจอยู่ในที่ห่างไกล แต่ประสงค์ที่จะสู้ก็สามารถกำหนดวันเดินทางเข้ามาสู้กันได้” นาฟเริ่มเข้าใจในรายละเอียดเพิ่มขึ้น หลังจากดูรายชื่อทั้ง 10 คนอีกครั้ง นาฟกดส่งข้อความปฎิเสธไปหมดทุกคน
วันนั้นทั้งวันยังมีคนส่งข้อความท้าทายมาเป็นระยะ นาฟเริ่มอึดอัดใจคนเหล่านี้เหมือนจะรับรู้ว่าข้ายังอยู่ที่เมืองนี้ เลยลองส่งคำท้าทายมาดู บางส่วนก็คงอยากสู้ดูว่าเก่งจริงแค่ไหน บางส่วนก็อยากมีโอกาส ได้ขึ้นเป็นอันดับนักสู้
คงต้องหา อันดับนักสู้ ที่สูงกว่าอีกครั้งคนเหล่านี้จึงจะยอมรามือจากข้า
เหลืออีกยี่สิบกว่าวัน ข้าต้องไปแล้ว จะทำยังไงดีกับเหมยหลิน นาฟคิดถึงเรื่องราวเหล่านี้จนถึงตอนค่ำ จู่ ๆ ได้ยินเสียงเรียก
“ท่านพี่ ออกมาทานข้าวกันเถอะ ข้าจัดเตรียมไว้หมดแล้ว
นาฟและเหมยหลินได้ร่วมกินข้าวกันไปถึงช่วงค่ำ ตกดึกนาฟ ถือสุราขวดเล็กออกมานั่งดื่มตรงระเบียงที่เดิม ครุ่นคิดถึงผู้หญิงในดวงใจ “อีกไม่นานแล้วนะจะได้เจอกัน
นาฟได้ยินเสียงเปิดประตูห้องออกมา หญิงสาวเดินออกมานั่งอยู่ข้างๆ นาฟ “ข้าเห็นท่านพี่ออกมาดื่มสุรา ตรงนี้บ่อยๆ ท่านพี่มีความในใจสามารถระบายให้ข้าฟังได้นะ คิดซะว่ายังมีน้องสาวคนนี้อยู่
นาฟหันมายิ้มให้ “น้องสาวเชื่อหรือไม่ว่าข้าเป็นคนไม่มีความทรงจำ “เหมยหลินถึงกับชักสีหน้า “ข้าลืมตาตื่นขึ้นมาโดยที่ไม่รู้ว่าตนเองเป็นใครมีเพียงสร้อยคอเส้นเล็กๆ นี้ติดอยู่กับตัว “ข้าได้พบเจอกับคนมากมาย ได้เจอโลกที่แปลกตา เห็นความทุกข์ยาก ของเหล่ามนุษย์ แต่กลับไม่มีสิ่งไหนทำให้ข้าหวนนึกถึงเรื่องราว เก่าๆ ได้เลย ข้าเหมือนไม่มีจุดมุ่งหมายในชีวิต สิ่งเดียวที่รู้ว่าต้องทำคือตามหา “ความทรงจำ”
เหมยหลินได้ฟังถึงกับ น้ำตาไหลออกมา “ข้าอยากช่วยท่านพี่! เหมยหลินขยับตัวเข้าไปชิด เอียงหัวเข้าไปซบที่ไหล่ของนาฟ “ข้าอยากให้ท่านพี่มีความสุข ตั้งแต่ข้าเกิดมานอกจากพ่อแม่แล้ว ก็มีท่านพี่ ที่ข้าอยู่ด้วยแล้วมีความสุขที่สุดไม่อยากให้ช่วงเวลาเหล่านี้ห่างหาย ออกไปเลย
นาฟพอจะเข้าเจ้าใจความรู้สึกของเด็กสาวที่นั่งซบไหล่อยู่ข้างๆ ตน
อยู่ๆ เหมยหลินเอามือของนาฟ มาจับไว้ในอ้อมอก ไม่นานก็เผลอหลับไปนาฟมองหญิงสาว ที่ใบหน้าหมดจด ความสวยงามที่สมบูรณ์แบบแม้ยามหลับใหล หวนนึกถึงหญิงสาวอีกคนขึ้นมาแล้วหันไปมองท้องฟ้าทางทิศตะวันตก
วันต่อมายังมีสัญญาณเตือนจากบัตรสมาชิก ดังอยู่เรื่อยๆ อยู่ๆ นาฟเห็นรายชื่อนักสู้คนหนึ่ง ปรากฏขึ้นมา “อันดับรายชื่อนักสู้ลำดับที่ 9”
นาฟรีบกดดูประวัติทันที จอแสดงภาพขยายออก เป็นคนสวมหน้ากากสีทองปิดบังใบหน้า ผมสั้นสีทอง ฉายา “หน้ากากทองคำ” พลังระดับ 2 ขั้นสูงสุด ประวัติการต่อสู้ ชนะ25 ครั้ง แพ้ 3ครั้ง
นาฟครุ่นคิดว่าถ้าได้สู้กับคนระดับสูงขึ้นคงทำให้พวกที่แฝงตัวอยากจะมีชื่อเสียงลดน้อยลง “ก็ดีเหมือนกันเพิ่มประสบการณ์ให้กับเราด้วย
นาฟใช้เวลาคิดไม่นานกดปุ่มตอบตกลงทันที
ค่ำวันนั้น โคลิเซี่ยมส่งข้อความมาว่า“เริ่มประลอง อีก 2 วัน คู่ที่ 1ช่วงเช้า “
เหมยหลิน ที่ได้ยินเสียงส่งสัญญาณอยู่บ่อยครั้ง อดพูดไม่ได้
“ท่านพี่ ท่านคือผู้ใช้พลัง!
“เจ้ารู้?
“แน่นอน! ข้าบอกท่านแล้วไง ข้ามาที่นี่ก่อนท่าน แล้วท่านยังเป็นนักสู้ของโคลิเซี่ยมด้วย
“เรื่องนี้เจ้าก็รู้?
“ ก็ที่อยู่ของพวกเรา อยู่แถวนั้น ผู้ใช้พลังอย่างพวกท่าน มาแถวนั้นทำไมกันล่ะ ฮ่าๆ ข้าเข้าไปทำความสะอาดห้องพี่ชายเห็นกริชกับโล่ไม้นั้นก็รู้แล้ว น้องสาวคนนี้ต้องรู้เรื่องของพี่ชายให้หมดทุกอย่าง ไม่อย่างนั้นจะช่วยพี่ชายได้ยังไง เหมยหลินพูดเสร็จ วิ่งเข้าไปกอดแขน นาฟ “ท่านพี่ ข้าอยากไปดูท่านแข่ง พาข้าไปดูด้วยนะ นะ นะ
นาฟหันมองเด็กสาวที่ทำตา ปริบๆ “อืม! เดี๋ยวข้าลองคิดหาวิธีดู “ไชโย!
“ข้ายังไม่รับปากเจ้าสักหน่อยว่าจะพาเจ้าไปได้ “ข้ารู้พี่ชายของข้าเก่งที่สุดย่อมหาทางได้ พร้อมเขย่าแขน ทำตา ปริบๆ
ค่ำคืนนั้น หนึ่งชาย หนึ่งหญิงก็นั่งดื่มสุราชมบรรยากาศ เมืองอาณานิคม ซึ่งเริ่มเป็นชีวิตประจำวันของคนทั้งคู่
วันต่อมา นาฟ หาชุดสตรีของชาวเมืองมาให้“เจ้าต้องฝึกท่วงท่า ของสตรี ชั้นสูงของเมืองนี้! “ข้าทำได้อยู่แล้วพี่ชายนี่ไงเหมยหลินเดินอย่างเชื่องช้า เลียนแบบสตรีทั่วๆ ไป
“ข้าว่ามันดูมากเกินไป ไม่เป็นธรรมชาติ ไหนลองอีกทีสิ!
“ของง่ายๆ พี่ชายดูนี่ “เหมยหลิน เดินเป็นธรรมชาติขึ้น เริ่มไม่ก้มหน้ามีการเชิดหน้ามองซ้าย ขวาเป็นบางครั้ง จน นาฟ อดมองว่านางเป็นผู้หญิงสูงศักดิ์ของอาณานิคมจริงๆ “เด็กสาวคนนี้เรียนรู้ไวจริง