ผู้จัดการร้านเหงื่อแตกพลั่ก เขารีบหันไปต่อว่าพนักงานเสิร์ฟเสียงดัง
"นี่เธอ! ทำอะไรของเธอเนี่ย! ไปขอโทษคุณลูกค้าเดี๋ยวนี้!"
พนักงานเสิร์ฟคนสวยถึงกลับน้ำตาคลอเบ้า พริมพิลาทนไม่ไหว เลยเดินเข้าไปช่วยเหลือ
"เฮอะ นึกว่าใคร ที่แท้ก็นิชา เพื่อนรักนี่เอง" เธอพูดด้วยน้ำเสียงหวานปนหยอกล้อ แต่แววตาแฝงไปด้วยความเ้าเล่ห์
นิรชา ถึงกับชะงักเมื่อเห็นพริมพิลา สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
"นี่คุณพริม คุณมายุ่งเกี่ยวอะไรด้วย มันใช่เื่ของคุณพริมซะหน่อย" นิรชาถามเสียงเข้ม พยายามรักษาฟอร์ม
พริมพิลาไม่รอช้า เธอรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดวิดีโอที่เธอถ่ายบรรยากาศภายในร้านไว้ เธอเลื่อนไปตอนที่ตอนที่นิชาก้มหน้าก้มตาเดินไปชนพนักงานเสิร์ฟ แล้วจงใจโวยวายเสียงดัง
"ฉันพึ่งรู้นะเนี่ย ว่าคนในตระกูล ปัญญธนกิจ นิสัยเป็แบบนี้" พริมพิลาพูดเสียงดัง แผนการร้ายของนิรชาถูกเปิดโปงต่อหน้าทุกคน
นิรชาหน้าซีดเผือด เธอไม่สามารถหาแก้ตัวได้ ทำได้เพียงยืนอ้ำอึ้ง พูดไม่ออก ความโกรธทำให้เธอกำหมัดแน่น
ถึงแม้จะอยากต่อว่าพริมพิลาใจแทบขาด แต่นิรชาก็ทำไม่ได้ ตระกูล รัตนวราวงศ์ เป็ลูกค้าชั้นดีของตระกูลเธอ เธอไม่อยากทำให้เกิดปัญหา
บรรยากาศในร้านอาหารหรูแห่งนั้นเงียบกริบ ทุกสายตาจับจ้องไปยังนิรชาที่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่กลางร้าน พริมพิลาแสยะยิ้มมุมปากอย่างผู้มีชัย เธอรู้ดีว่าเธอได้เปรียบในเกมนี้
"เอาล่ะนิชา ด้วยความเป็เพื่อนกันมาอย่างยาวนาน ฉันจะไม่บอกใครเื่นี้ แต่เธอเลิกหยุดสร้างความวุ่นวายให้คนอื่นได้แล้ว" พริมพิลาพูดเสียงเชือดนิ่ม
คำพูดของเธอเป็เหมือนคมมีดที่กรีดลึกลงไปในใจของนิรชา ใบหน้าของเธอซีดเผือดราวกับกระดาษ แผนการร้ายของเธอถูกเปิดโปงต่อหน้าธารกำนัล เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็ปลาที่กำลังดิ้นอยู่บนเขียง ริมฝีปากของเธอขยับแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา
‘งานนี้คงต้องหาทางเอาคืนยัยหมูอ้วนให้ได้’ นิชาคิดในใจ ‘แต่ตอนนี้ คงต้องรีบเผ่นก่อนที่จะขายหน้าไปมากกว่านี้’
"ขอบใจมากนะคุณพริม ที่เห็นกับความเป็เพื่อน"นิรชากัดฟันพูดก่อนจะสะบัดหน้าอย่างแรงแล้วเดินออกจากร้านไป ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและเสียงซุบซิบที่ดังขึ้นเบาๆ
หลังจากจัดการกับนางร้ายอย่างนิรชาเสร็จ พริมพิลาก็หมุนตัวกลับไปเผชิญหน้ากับผู้จัดการร้านราวกับนางพญา แต่คำพูดที่หลุดออกจากปากกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน
"คนเป็ผู้จัดการร้านจะต้องจัดการปัญหาของร้าน ไม่ใช่อะไรก็ฟังความแต่ลูกค้าข้างเดียว ยังไม่ทันได้ฟังพนักงานของตัวเองว่าทำถูกหรือผิด"
ผู้จัดการร้านถึงกับหน้าซีดเผือด เขาทำได้ก็ทำได้เพียงหันไปขอโทษพนักงานเสิร์ฟอย่างเสียไม่ได้
"คุณฟ้าผม... ผมขอโทษจริงๆ ครับ ผมไม่ได้ตั้งใจ..." เขาพูดตะกุกตะกักเสียงสั่นเครือ
อิงฟ้าเองก็ใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เธอไม่คิดว่าจะมีใครลุกขึ้นมาปกป้องเธอเช่นนี้
พริมพิลาไม่สนใจเสียงกระซิบกระซาบรอบข้าง เธอเดินตรงไปหาพนักงานเสิร์ฟที่ชื่อว่าฟ้า เธอยื่นมือออกไปจับมือเธอเบาๆ และพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง
"ไม่เป็ไรนะคะ คุณเองไม่ได้ทำอะไรผิด" เธอยิ้มให้พนักงานเสิร์ฟ "จำไว้นะคะว่าคุณมีค่า อย่าให้ใครมาทำให้คุณรู้สึกด้อยค่า"
อิงฟ้าน้ำตาคลอเบ้า เธอพยักหน้ารับคำพูดของพริมพิลาอย่างซาบซึ้งใจ
พริมพิลาหันกลับมามองผู้จัดการร้านอีกครั้ง คราวนี้สายตาของเธอเต็มไปด้วยความผิดหวัง
"หวังว่าเหตุการณ์เช่นนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก" เธอพูดเสียงเรียบ "โปรดจำไว้ว่าพนักงานของคุณก็เป็คน มีความรู้สึก มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่เครื่องมือที่คุณจะใช้ทำตามใจลูกค้าได้ทุกอย่าง
"ครับ..ขอบคุณคุณลูกค้าที่แนะนำครับ"เขากล่าวก่อนจะเดินจากไป
เมื่อผู้จัดการร้านเดินจากไป อิงฟ้าก็โค้งตัวขอบคุณลูกค้าสาวที่ช่วยเหลือเธอไว้อย่างสุดซึ้ง
"ขอบคุณนะคะ" เธอพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "ถ้าคุณไม่ช่วย ฉันคงแย่แน่ๆ ค่ะ"
พริมพิลาเพียงยิ้มให้เบาๆ ให้สาวสวยก่อนจะตอบ
"ไม่เป็ไรหรอกค่ะ ถ้าเป็คนอื่นเห็นเหตุการณ์ก็คงทำแบบเดียวกัน"
พนักงานเสิร์ฟยิ้มกว้างอย่างดีใจ เธอรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจของพริมพิลาอย่างมาก
"รอสักครู่นะคะ" เธอพูดอย่างกระตือรือร้น "เดี๋ยวฉันจะไปตามเชฟใหญ่มาทำอาหารให้คุณใหม่ คราวนี้รับรองว่าอาหารอร่อยถูกใจแน่นอนค่ะ"
พริมพิลาพยักหน้ารับ ก่อนจะทอดสายตาไปยังวิวทิวทัศน์นอกหน้าต่างร้านอาหารระหว่างรออาหาร
ไม่นานนัก พนักงานเสิร์ฟที่ชื่อฟ้าก็กลับมาพร้อมกับอาหารจานใหม่ที่ดูน่ารับประทานยิ่งกว่าเดิม "เชฟใหญ่ตั้งใจทำเป็พิเศษเลยนะคะ หวังว่าคุณลูกค้าจะชอบ" เธอพูดพร้อมกับวางจานอาหารลงตรงหน้าพริมพิลาอย่างระมัดระวัง
พริมพิลาสูดกลิ่นหอมกรุ่นของอาหาร ก่อนจะตักขึ้นมาลองชิมคำแรก "อร่อยมากค่ะ" เธอพูดด้วยรอยยิ้ม
"ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ช่วยนางฟ้าคนสวยไว้" เธอพูดต่อพลางขยิบตาให้สาวน้อยตรงหน้าอย่างขี้เล่น
พนักงานเสิร์ฟยิ้มตอบ "ด้วยความยินดีค่ะ ถ้ามีอะไรให้ช่วยอีก บอกได้เลยนะคะ" เธอพูดก่อนจะหันหลังเดินจากไป
หลังจากอิ่มหนำสำราญกับอาหารมื้อพิเศษ พริมพิลาก็เดินตรงไปยังแผนกเสื้อผ้าแบรนด์เนมในห้างสรรพสินค้าทันที
"วันนี้ฉันจะช้อปให้กระเป๋าฉีกเลยคอยดู!" พริมพิลาพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะสะบัดผมนุ่มสลวยของเธออย่างมั่นใจ แล้วสาวเท้าเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแบรนด์ดังใจกลางเมืองทันทีที่ประตูร้านเปิดออก เธอเริ่มต้นภารกิจช้อปปิ้งอย่างจริงจัง
ดวงตากลมโตของเธอเป็ประกายเมื่อมองไปรอบๆ ร้าน เสื้อผ้าสีสันสดใสหลากหลายสไตล์แขวนเรียงรายอยู่บนราว ราวกับกำลังเชื้อเชิญให้เธอมาลอง พริมพิลาเดินตรงไปยังโซนเสื้อผ้าสำหรับสาวอวบทันที เธอหยิบจับเสื้อผ้ามาลองทีละชุดสองชุดอย่างเพลิดเพลิน
"ชุดนี้ก็สวย ชุดนั้นก็น่ารัก" พริมพิลาพึมพำกับตัวเอง ขณะที่มองตัวเองในกระจกอย่างชื่นชม ชุดเดรสตัวนี้ทำให้เธอดูหวานละมุน พริมพิลายิ้มกว้างอย่างพอใจ
หลังจากลองเสื้อผ้าจนหนำใจ หญิงสาวก็เดินไปยังเคาน์เตอร์คิดเงินพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่เกือบยกตู้ เธอควักบัตรเครดิตสีทองออกมาจ่ายเงินโดยไม่ลังเล อิอิการเป็คนรวยมันดีอย่างนี้นี่เอง