หวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 90 ตอน เพลงกู่ฉิน 3

            ท่วงทำนองของเพลงนี้ฟังดูอ่อนโยนราวกับสายน้ำไหลจิตใจของชายชุดคลุมสีม่วงตกอยู่ในภวังค์ราวกับว่าเขาได้ย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่ได้พบเจอคุณหนูซูเป็นครั้งแรกที่เมืองฉินโจว

            นางดูไร้เดียงสาและมีรอยยิ้มที่สดใส

            “ให้ข้ายืมกระบี่ของท่านได้หรือไม่?”

            นางถามอย่างใสซื่อ

            ถึงแม้เขาจะอายุมากแล้ว แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธสาวน้อยที่ดูสดใสแบบนี้ได้

            เขาดึงกระบี่ออกจากฝักแล้วยื่นให้นาง

            เขาไม่ได้คาดคิดว่าสาวน้อยคนนี้จะเล่นซุกซนหลังจากรับกระบี่ไปนางก็หัวเราะคิกคักและวิ่งหนีไปพร้อมกับเด็กอีกสองคน

            เขาทั้งโกรธและขำในเวลาเดียวกันเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องไล่ตามเด็กสามคนไปจนกระทั่งเข้าไปในจวนของผู้ว่าการเมืองฉินโจวในเวลานั้น

            สาวน้อยวิ่งไปหาบิดาของนางจากนั้นก็ยิ้มและกล่าวว่า “ท่านพ่อ วันนี้ข้าได้เรียนรู้วิชากระบี่จากอาจารย์ ท่านดูนี่สิอาจารย์ของข้าก็อยู่ที่นี่ด้วย!”

            ก่อนที่เขาจะทันได้กล่าวอะไรนางก็กำกระบี่ในมือแน่นแล้วมองเขาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มราวกับจะบอกว่า ‘หากท่านปฏิเสธข้าจะไม่คืนกระบี่ให้ท่านแน่’

            การปฏิเสธนางจึงถือเป็นเรื่องยากมาก

            อย่างไรก็ตาม นี่ก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องรับศิษย์แล้ว

            เพราะฉะนั้นเหตุใดไม่ลองรับนางเป็นศิษย์ล่ะ?

            เขาครุ่นคิดอยู่สักครู่ก็พบว่ามีบทกวีหนึ่งที่เข้ากับเหตุการณ์ในครั้งนั้นนั่นคือ

            “รั้วนั้นเตี้ยและสร้างขึ้นอย่างลวกๆส่วนต้นไม้และดอกไม้ก็ยังเติบโตไม่เต็มที่

            เด็กๆ ไล่ตามผีเสื้อสีเหลืองแต่มันบินเข้าไปในดอกกะหล่ำ พวกเขาจึงหามันไม่พบ”

            ชายในชุดคลุมสีม่วงจ้องมองอวิ๋นจื่ออยู่นานเขารู้สึกเช่นเดียวกับตอนที่เขามาถึงเมืองฉินโจวเป็นครั้งแรก ราวกับว่าเขาเห็นภาพของเด็กสาวคนนั้นซ้อนทับกับเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้าเขากระซิบว่า “เจ้าชื่ออะไร?”

            อวิ๋นจื่อตอบว่า “อวิ๋นจื่อจื่อที่มาจากปี้จื่อ”

            ชายในชุดคลุมสีม่วงกล่าวอย่างเคร่งขรึม“เป็นเจ้านี่เอง! พวกเขารักษาคำสาบานไว้ได้จริงๆ แล้วตอนนี้ตัวตนของเจ้าคือผู้ใด?”

            อวิ๋นจื่อก้มหน้าและกล่าวว่า“ตอนนี้ข้าเป็นคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ก่อนหน้านี้ข้าเป็นคณิกาในหอจุ้ยฮวน”

            เสียงของนางเบาลงเรื่อยๆ

            ทันใดนั้นชายในชุดคลุมสีม่วงก็กล่าวคำทำนายออกมา“ตำหนักในเกิดความเปลี่ยนแปลง วังหลวงตกอยู่ในความระส่ำระสายหลีกหนีจากความวุ่นวายในโลก เก็บซ่อนปัญหาทั้งหมดไว้ในแขนเสื้อกลายเป็นคณิกาผู้มีชื่อเสียง ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นเพียงความว่างเปล่าเมื่อมองย้อนกลับไปจะเห็นว่าประตูเก้าชั้นงดงามจนน่าอัศจรรย์”

            จากนั้นเขาก็ถามว่า “นี่คือโชคชะตาของเจ้าใช่หรือไม่?”

            อวิ๋นจื่อพยักหน้าและถามว่า“ท่านรู้ได้อย่างไร?”

            ชายในชุดคลุมสีม่วงยิ้มเจ้าเล่ห์“มารดาของเจ้าบอกข้า นั่นเป็นเหตุผลที่นางปลิดชีพตนเอง นางหวังว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้ใหญ่ได้เร็วขึ้น”

            หลังจากที่ชายในชุดคลุมสีม่วงกล่าวจบเขาก็เล่นเพลงอื่น

            “เวลาและขนบธรรมเนียมช่างเป็นสิ่งที่น่าเศร้านักข้ามุ่งมั่นที่จะเดินทางไกลอย่างไร้กังวล

            ทรัพยากรน้อยนิดและไร้ผู้สนับสนุนข้าจะบินขึ้นสู่ที่สูงได้อย่างไร?

            เมื่อพบเจอความทุกข์ ความขุ่นมัวความโสโครก และความอ้างว้าง ข้าจะเล่าให้ผู้ใดฟัง?

            กลางคืนนอนไม่หลับปกป้องวิญญาณอันอ้างว้างจนถึงรุ่งสาง

            นึกถึงสวรรค์และปฐพีอันไร้ขอบเขตคร่ำครวญถึงความพากเพียรอันยาวนานของชีวิต

            ตามอดีตไม่ทันจึงยากจะหยั่งรู้อนาคต

            ไม่รู้ผู้ใดเดินทางมาหรือจากไป

            เอนกายนอนแต่จิตฟุ้งใจซ่านรู้สึกเศร้าหมองโทมนัส

            ทันใดนั้นดวงวิญญาณก็โบยบินจากไปไม่หวนกลับเหลือเพียงร่างอันเหี่ยวเฉา

            สิ่งเดียวที่ต้องทำคือใคร่ครวญเพื่อแสวงหาแหล่งที่มาของความชอบธรรม

            ความสุขความสำราญอยู่ที่ใด? การไม่ทำอะไรเลยย่อมก่อให้เกิดความพึงพอใจ

            เคยได้ยินว่าต้นสนแดงดูสะอาดแต่วันนี้กลับเต็มไปด้วยฝุ่น 

            คุณธรรมของบุรุษผู้สูงศักดิ์เปรียบได้กับคุณงามความดีอันเป็นอมตะ

            การขึ้นสู่สวรรค์ด้วยการขี่ดวงดาวช่างน่าอัศจรรย์แม้กระทั่งสายลมก็ยังอิจฉาที่ได้เป็นอมตะ

            เปลี่ยนแปรหายไปมีผู้ใดพบเห็นนับวันชื่อเสียงยิ่งเลื่องลือ

            ผู้คนกล่าวว่าปรมาจารย์คือบุคคลสูงส่งและไม่ธรรมดาข้าหวังจะได้เรียนรู้จากเขา

            มองเห็นคุณค่าของคนที่กล่าวความจริงทั้งยังอิจฉาผู้คนยุคก่อนที่สามารถเป็นอมตะและอยู่เหนือความตาย

            แม้ร่างกายจะสูญสลายไป แต่ชื่อเสียงจะคงอยู่ตลอดกาล

            เวลาดูเหมือนจะจับต้องได้มันไหลผ่านไปด้วยความกระฉับกระเฉง

            เวลาดูเหมือนจะมองเห็นได้ในหมอกควันมันพลิกแพลงไปมาตามต้องการ

            ปราศจากธุลีความดีและบรรพบุรุษไม่มีวันหวนคืนสู่บ้านเกิด

            ปราศจากความกลัวและความทุกข์ปราศจากร่องรอยใดๆ

            ดวงอาทิตย์อันรุ่งโรจน์ลับขอบฟ้าไปทางทิศตะวันตก

            น้ำค้างก่อตัวเป็นน้ำแข็งไว้ทุกข์ให้กับหญ้าหอมที่เหี่ยวเฉาอยู่ภายใต้หิมะ

            แสร้งว่าตนเองเป็นอิสระแต่กลับถูกผูกมัด

            ใครจะกินหญ้าหอมและผ่อนคลายไปกับสายลมยามเช้ากับข้า

            ยุคของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อยู่ห่างไกลออกไปข้าจะเลียนแบบความสูงส่งของเขาได้อย่างไร?”

            เมื่อเล่นจบเขาก็เล่นอีกเพลงต่อทันที

            “น้ำไม่ท่วมในฤดูใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วงดังนั้นพำนักอยู่บ้านเกิดให้นานขึ้นดีหรือไม่?

            จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตรัสว่ายิ่งสูงยิ่งหนาวไม่อบอุ่นเหมือนตอนเป็นองค์ชาย

            กลืนพลังแก่นแท้ทั้งหก ล้างด้วยพลังหยางของดวงอาทิตย์โอบรับแสงอรุณยามเช้า

            รักษาวิญญาณและจิตใจให้ใสสะอาดสูดเอาแก่นแท้และขจัดความขุ่นมัวออกไป

            ล่องไปตามลมใต้อันแผ่นเบาหยุดพักผ่อนข้างรังนก

            เมื่อข้าเห็นเขาอยู่ที่นี่ข้าก็ถามถึงความกลมกลืนของชีวิตและคุณธรรม

            เขากล่าวว่าเต๋าสามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจแต่ไม่สามารถส่งต่อผ่านปากเปล่า

            จะว่าเล็กมันก็พบได้ทุกที่จะว่าใหญ่มันก็ไร้ขอบเขต

            ปรากฏขึ้นตามธรรมชาติและไม่รบกวนจิตใจ

            ของเช่นนี้ต้องสัมผัสด้วยจิตวิญญาณ

            สิ่งแรกที่ต้องทำคือเฝ้ารอโดยไม่เร่งเร้า

            คนธรรมดาย่อมประสบความสำเร็จได้นี่คือหนทางแห่งการบรรลุเต๋า

            หลังจากได้ยินเช่นนั้นข้าก็รีบเร่งออกเดินทาง

            วิญญาณนกขมิ้นขึ้นสู่สวรรค์รังของมันอยู่ในดินแดนอมตะ

            สระผมในตอนเช้าปล่อยให้ลมเป่าแห้งในตอนเย็น

            อาบน้ำในน้ำพุและทะนุถนอมร่างกาย

            ใบหน้าสดใสชุ่มชื้นร่างกายแข็งแรงกระฉับกระเฉง

            ความนุ่มนวลและความงดงาม ปราศจากความยับยั้งชั่งใจโดยธรรมชาติ

            ชื่นชมข้อดีของอากาศร้อนในภาคใต้ดอกหอมหมื่นลี้ส่งกลิ่นหอมในฤดูหนาว

            ภูเขาแลดูรกร้าง อ้างว้างและไร้ผู้คน

            แบกวิญญาณตนขึ้นไปบนเมฆที่ลอยอยู่

            สั่งให้คนเฝ้าประตูเปิดประตูสวรรค์

            ถามเทพแห่งท้องฟ้าว่าวังไท่เว่ยอยู่ที่ใด

            สะสมพลังหยางเก้าชั้นเพื่อชมบัลลังก์ไท่ซาน

            รถม้าออกเดินทางตอนเช้าและถึงที่หมายในตอนเย็น

            รถม้าหลายพันคันวิ่งตามกัน

            นี่ดูราวกับมังกรที่คดเคี้ยว

            ธงหลากสีแสดงถึงความยิ่งใหญ่

            ธงโบกสะบัดไปมา รถม้าวิ่งไปด้วยความกระฉับกระเฉง

            รถม้าวิ่งพร้อมกันดูแล้วสับสนรถม้าวิ่งตามกันเป็นแถวยาว

            จับบังเหียนแล้วฟาดแส้ให้ตรงข้าจะไหว้เทพไม้แห่งทิศตะวันออก

            เมื่อผ่านภูเขาให้เลี้ยวขวา

            ดวงตะวันอันสุกใสยังไม่โผล่ขึ้นมาฉายแสงฝูงนกโบยบินไปทั่วท้องฟ้าและแผ่นดิน

            นกเฟิ่งหวงสยายปีกรับลมท่องไปในพายุทะเลเมฆ

            เส้นทางยาวไกล ฟาดแส้ใส่ม้า

            แม่ทัพติดตามทางซ้ายกุนซือติดตามทางขวา

            ก้ามข้าวโลกีย์วิสัย รู้สึกเบิกบานและสำราญจนหลงลืมบ้านเกิด

            ค้นหาคู่สนทนาแสวงหาความสงบสุข

            สัญจรไปทั่วทุกทิศ บ้านเดิมเต็มไปด้วยความเศร้าโศกคะนึงหา 

            แต่ข้าอยู่บนหลังอาชา ไม่อาจถอยกลับได้

            หวนนึกถึงอดีต ข้าสูดหายใจและซับน้ำตา

            ทบทวนตนเอง ระงับความทะเยอทะยานและทำใจให้ผ่อนคลายไร้กังวล

            ชี้ไปที่เทพเจ้าแห่งไฟแล้วควบม้าข้าจะเดินทางไปทิศใต้ตรงเข้าภูเขาจิ่วอี๋

            เมื่อมองไปที่ความอ้างว้างและความเร่งรีบของโลกภายนอกทุกอย่างย่อมคลี่คลายไปเอง

            จูหรงรบเร้าให้ควบม้ากลับมารับพระสนม

            จางเซียนฉือ เฉิงอวิ๋นซีและลูกสาวคนที่สองอวี้จิ่วเฉาเกอขับร้องเพลงและดีดกู่ฉิน

            เทพเซียงสุ่ยดีดพิณ เทพธิดาแห่งท้องทะเลร่ายรำ

            มังกรดำเหยียดร่างออก

            สายรุ้งล้อมรอบด้วยแสงที่แลดูงดงามนกศักดิ์สิทธิ์ชิงหลวนโบยบินขึ้นสูง

            เสียงดนตรีดังขึ้นอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเช่นเดียวกับการพเนจร

            ตลอดเส้นทางอันคดเคี้ยวของเทพเจ้าแห่งลำน้ำทางเหนือข้ามองไปทั้งสวรรค์และปฐพี

            เรียกพระเจ้าแห่งการสร้างมาพบและปูทางให้ข้า

            เผชิญกับดินแดนรกร้างได้ท่องเที่ยวไปในสถานที่อันกว้างใหญ่ไพศาล

            ขึ้นไปถึงความสูงของสายฟ้ามองลงมาเห็นความลึกของหุบเขา

            อาณาจักรเบื้องล่างดูเหมือนจะปราศจากผู้คนท้องฟ้าเบื้องบนดูเหมือนจะปราศจากสวรรค์

            มองไม่เห็นสิ่งใดในภวังค์นอกเหนือจากความเฉื่อยชาและความเงียบสงบ 

            สัมผัสได้ถึงพลังแห่งสวรรค์และปฐพี”

            เพลงนี้ไม่ได้ฟังดูสดใสเหมือนเพลงก่อนหน้านี้ มันคล้ายกับเพลงสงครามแต่แฝงไปด้วยความโศกเศร้าอย่างสุดซึ้ง ดูเหมือนจะแสดงถึงความวิตกกังวลและความสับสนในขณะเดียวกันก็มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปสู่โลกกว้าง

            น่าจะเป็นเพลงที่ใครสักคนแต่งขึ้นจากใจ?

            อวิ๋นจื่อคิดเช่นนั้น

            นางมองเขาอย่างสงสัย

            ชายในชุดคลุมสีม่วงยิ้มและกล่าวว่า“นี่คือเพลงที่บิดาของเจ้าชอบเล่น ก่อนที่เขาจะตายเขามักต่อบทกวีเล่นกับข้า ดังนี้เพลงนี้ย่อมแสดงถึงความปรารถนาของเขา”

            อวิ๋นจื่อถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา“เกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น?เหตุใดบิดามารดาของข้าถึงต้องเผชิญกับความทุกข์ยากเช่นนี้?”

            ชายในชุดคลุมสีม่วงส่ายหน้าก่อนจะเล่นเพลงอีกครั้ง

            “ณ ชายแดนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือน้ำแข็งและหิมะละลาย 

            ทหารกลับจากการต้อนม้าในคืนจันทร์กระจ่าง 

            ทหารที่ด่านหน้าเป่าขลุ่ยเป็นเสียงอันไพเราะ

            เพลงเหมยฮวา[1]ที่เต็มไปด้วยความรักอยู่หนใด? 

            ดูเหมือนว่าจะร่วงหล่นไปตามสายลมและกระจายอยู่ทั่วภูเขา”

            หลังจากเล่นจบ ชายในชุดคลุมสีม่วงก็กล่าวว่า“เนื้อหาของเพลงนี้เหมือนกับเรื่องราวของบิดามารดาเจ้า”

             

            ------------------------

            [1] เหมยฮวาแปลว่า ดอกบ๊วย

    คล้ายกับเรื่องหวนคืนอีกครา พลิกชะตาแห่งคำทำนายเลือด (จบ) ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508