เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 7 ตอนที่ 185 ตีสุนัขที่ตกน้ำ

            กลุ่มทหารองครักษ์พยายามที่จะปกป้องบรรดาขุนนางแต่ประชาชนมีจำนวนมากเกินไปขวางคนนี้ก็กันอีกคนไม่ทัน บางครั้งไม่ทันระวัง หัวก็ถูกโยนหัวไชเท้าเน่าๆ ใส่ สุดท้ายก็ได้แต่วิ่งกุมหัวหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

            ในเรือนหลังของจวนอู่โฮ่วเจ้าเด็กอ้วนที่นอนหลับฝันหวานในอ้อมกอดของแม่นมกู่ก็ตื่นขึ้นมาในที่สุดท่าทางงัวเงียพร้อมกับขยี้ตาของเขา ทำให้แม่นมกู่แทบอยากจะควักหัวใจออกมาให้

            “อ๊ะคุณชายน้อยของบ่าว นอนหลับสบายดีจริงๆ หิวหรือไม่? บ่าวจะอุ้มท่านไปหยิบเตี่ยนซิน หิวน้ำหรือเปล่า ดื่มน้ำอุ่นสักนิดก่อนเถิด...”

            ตังกุยและคนอื่นๆที่โดนนางทำให้วิ่งวุ่นไปทั่วห้อง สุดท้ายก็ทำให้ติงเหว่ยหัวเราะและพูดว่า “แม่นมเจ้าเด็กอ้วนยังต้องฝึกฝนอีกมากถึงแม้ว่าท่านจะรักเขาขนาดไหนก็อย่าประคบประหงมมากจนเกินไป”

            แม่นมกู่ก็เป็นคนที่เคยศึกษาตำรามาก่อนและยังรับใช้เจ้านายในจวนอู่โฮ่วมาสามรุ่น ไม่มีทางที่นางจะไม่เข้าใจเหตุผลนี้เพียงแต่เมื่อเห็นเจ้าเด็กอ้วน นางก็มีความสุขเกินไปชั่วขณะเมื่อได้ยินติงเหว่ยพูดแบบนั้นก็ถอนหายใจ “บ่าวมีความสุขเกินไปหน่อย วันนี้อาจละเลยกฎไปบ้างแต่จะไม่ประคบประหงมอีกในภายหลัง”

            ในขณะพูดนางกลัวว่าติงเหว่ยจะห้ามอีก จึงยกสมุดบัญชีที่วางอยู่ส่งไปให้พลางพูดด้วยรอยยิ้มว่า “แม่นาง ท่านดูบัญชีของจวนเราไปก่อนเถิดบ่าวจะอุ้มคุณชายน้อยไปเดินเล่นข้างนอกและให้ทุกคนได้รู้จักหน้าตาของคุณชายน้อยด้วยจะได้ไม่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดในภายหลัง”

            หลังจากพูดจบนางก็อุ้มอันเกอเอ๋อร์ออกไปข้างนอกจริงๆ แล้วติงเหว่ยยังคงไม่ไว้ใจแม่นมผู้นี้เท่าไรนัก อย่างไรพวกนางเพิ่งจะรู้จักกันไม่ถึงวันแต่กลับต้องเอาลูกชายสุดที่รักไปฝากไว้กับนางไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ดูไม่น่าไว้วางใจ

            แต่พอนางคิดจะเรียกให้พวกอวิ๋นอิ่งตามไปดูแลกลับพบว่าบรรดาสาวใช้ที่เคยอยู่ข้างตัวเมื่อครู่หายไปหมดแล้วทำให้นางจำต้องปล่อยให้แม่นมกู่อุ้มลูกชายออกไปอวดโฉมต่อหน้าคนอื่นๆ

            ทว่ายังอ่านบัญชีไม่ทันจบอวิ๋นอิ่งกับสาวใช้คนอื่นๆ ก็แอบย่องเข้ามาจากข้างนอก ไม่รู้เพราะเหตุใดสีหน้าดูมีความตื่นเต้นอย่างเห็นได้ชัดอวิ๋นหยาเองก็หน้าแดงและในแววตากลมโตก็เต็มไปด้วยความยินดีจนแทบจะระเบิดออกมา

            ท่าทางของสาวใช้เหล่านี้หากติงเหว่ยยังดูไม่ออกถึงความผิดปกติคงนับว่ามีดวงตาไปก็ไร้ประโยชน์แล้วจริงๆ

            นางรู้สึกสงสัยทันทีจึงปิดสมุดบัญชีแล้วถามขึ้นมา “พูดมาเถอะ พวกเจ้าไปก่อเรื่องอะไรมาอีก?”

            บรรดาสาวใช้พากันตกใจพวกนางต่างแอบมองหน้ากันด้วยความลนลานและก้มหน้าลงไม่ยอมตอบ

            ติงเหว่ยไม่มีทางเลือกจึงต้องข่มขู่อวิ๋นหยาที่ซื่อตรงที่สุด “อวิ๋นหยา เจ้าบอกความจริงมาเถอะพวกเจ้าไปทำอะไรมา ถ้าไม่พูดความจริง ระวังจะต้องเจอบทลงโทษของจวนเรา!”

            อวิ๋นหยากะพริบตาปริบๆแม้ไม่เคยได้ยินว่านายหญิงจะเคยลงโทษใครมาก่อน แต่ก็รู้ว่าคงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เป็นแน่ทำให้นางเกิดความกลัวขึ้นในใจและรีบพูดออกมา “แม่นางพวกเราไม่ได้ไปทำเรื่องไม่ดีอะไร อวิ๋นอิ่งพาพวกเราไปแก้แค้นแทนท่านต่างหาก!”

            นางพูดพลางนึกถึงความวุ่นวายหน้าประตูใหญ่เมื่อครู่ดวงตาที่ตื่นเต้นก็เปล่งประกายและเปิดปากเล่าอย่างรวดเร็ว

            “แม่นางท่านไม่เห็นหรือว่าบรรดาขุนนางพากันมาที่หน้าจวนของเราแต่กลับถูกชาวบ้านขว้างปาด้วยผักเน่าจนวิ่งหนีไปทั่วราวกับหนูบางคนยังพยายามจะหลบเข้ามาในจวนเรา แต่ข้ากับพี่ๆ ถือไข่ไก่ไปขว้างไล่กลับไปอีกให้มันรู้เสียบ้างว่ากล้าคิดร้ายกับพวกเราได้ยังไง ใครให้พวกเขามาดูถูกพวกเราล่ะ!ฮ่าๆ ช่างสนุกจริงๆ เลย!”

            อวิ๋นหยาพูดไปเรื่อยๆด้วยความตื่นเต้น มือไม้ก็กวัดแกว่งเล่าถึงการต่อสู้เมื่อครู่

            “พี่อวิ๋นอิ่งเก่งที่สุดนางขว้างโดนหมวกของขุนนางคนหนึ่งจนหลุดไปเลย! ส่วนพี่ตังกุยก็ไม่แพ้กัน ขว้างใส่หัวของขุนนางที่ขวางไม่ให้ท่านเข้าวังหลวงจนหัวปูดเลือดไหลออกมาเต็มเลย!”

             ‘ปัง!’ ติงเหว่ยตบโต๊ะอย่างแรงทำให้อวิ๋นหยาปิดปากทันที และในที่สุดก็นึกขึ้นได้ว่าตนกำลังสำนึกผิดไม่ใช่เล่านิทาน

            อวิ๋นอิ่งเห็นดังนั้นจึงถลึงตาใส่อวิ๋นหยาหนึ่งทีและรีบก้าวเข้ามาหวังจะพูดแก้ต่าง แต่ติงเหว่ยกลับตะโกนว่า “พวกเจ้ามันไร้หัวใจเรื่องสนุกแบบนี้ทำไมไม่เรียกข้าด้วย!”

            นางโมโหจนเดินวนไปมาสองรอบก่อนจะพูดด้วยความหงุดหงิด “ตอนอยู่หน้าประตูวังหลวงข้าก็อยากจะยิงลูกธนูใส่พวกมันคนละดอก ไม่คิดเลยว่าจะมีโอกาสดีๆ แบบนี้อีก จริงๆเลย... ทำไมถึงไม่เรียกข้าสักคำ!”

            อวิ๋นอิ่งกับสาวใช้คนอื่นๆตกตะลึง อ้าปากค้างกันอยู่พักหนึ่งก่อนจะปิดปากลง มองหน้ากันแล้วหัวเราะออกมา

            “ไอ๊หยาแม่นาง พวกเราก็เกรงว่าท่านจะห้ามพวกเราไม่ใช่หรือ?”

            “ใช่แล้วท่านไม่รู้หรอกว่าขุนนางพวกนั้นน่ะ น่าอับอายขายขี้หน้าจริงๆเสื้อผ้าขาดวิ่นเป็นชิ้นๆ ดูยังไงก็ไม่ต่างจากขอทานเลย”

            “ข้ายังเห็นลุงจิ่งปีนขึ้นไปบนกำแพงราดน้ำสกปรกลงไปอีกด้วยฮ่าๆ ขุนนางขั้นสองคนหนึ่งโดนน้ำจนเปียกเหมือนลูกไก่ตกน้ำแต่ก็ไม่กล้าออกห่างจากกำแพงเพราะกลัวว่าจะถูกชาวบ้านฆ่าตาย”

            บรรดาสาวใช้พากันล้อมรอบติงเหว่ยและพูดคุยกันอย่างสนุกสนานทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงที่ประตูถามขึ้น “มีเรื่องอะไรกันถึงได้สนุกสนานขนาดนี้?”

            “เอ่อไม่มีอะไรหรอก แค่พวกสาวใช้เล่าเรื่องสนุกๆ ข้างนอกให้ฟังเท่านั้นเอง”

            จริงๆแล้ว เรื่องที่สาวใช้พวกนั้นฉวยโอกาสไปทำร้ายเหล่าขุนนางของทางการนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กแต่ก็ไม่ถึงกับใหญ่โตแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าภูมิใจนัก อย่างไรคงหนีไม่พ้นข้อหาก้าวล่วงผู้บังคับบัญชา

            ติงเหว่ยห่วงลูกน้องมากกลัวว่ากงจื้อหมิงจะตำหนิ จึงรีบหาเรื่องไล่สาวใช้พวกนั้นออกไปหลบมุมเสียก่อน

            กงจื้อหมิงหัวเราะเบาๆเมื่อเห็นสาวใช้พวกนั้นวิ่งหนีออกไปเหมือนกระต่าย จึงบอกว่า“เจ้าไม่ต้องปกป้องพวกนางขนาดนั้นก็ได้ เมื่อครู่คนในจวนไปมีส่วนร่วมทุกคน ไม่เว้นใครแม้สักคนเดียว”

            ติงเหว่ยยิ่งรู้สึกหงุดหงิด“แล้วทำไมไม่มีใครเรียกข้าสักคนล่ะ? ข้านี่แหละควรเป็นคนออกหน้ามากที่สุด!ตอนนี้ถ้าเราไปยังพอจะทันดูช่วงท้ายของความวุ่นวายหรือไม่?”

            “ทุกคนแยกย้ายไปหมดแล้วแต่คาดว่าพรุ่งนี้พวกเขาคงจะกลับมาอีก”กงจื้อหมิงพูดพร้อมกับแววตาที่แฝงไปด้วยความสะใจ “บทเรียนในวันนี้คาดว่าคงไม่มีใครกล้าคิดอะไรชั่วร้ายอีกแล้ว”

            ติงเหว่ยขมวดคิ้วนางคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า“ข้าคิดว่าจะอยู่กับอันเกอเอ๋อร์ที่จวนอู่โฮ่วอีกสักพักรอจนท่านจัดการทุกอย่างในวังหลวงเสร็จเรียบร้อย พวกเราค่อยเข้าไป”

            “ได้สิ”กงจื้อหมิงคิดว่าตนเข้าใจความคิดของนางอยู่หลายส่วนแล้ว จึงพยักหน้าตกลงไป จริงๆแล้วเขาไม่รู้หรอกว่าใจของหญิงสาวนั้นซับซ้อนเหมือนเข็มในมหาสมุทรบางครั้งสิ่งที่พูดก็ไม่ใช่สิ่งที่อยู่ในใจ

            ในเวลานี้ติงเหว่ยยิ่งหวังว่าเขาจะใช้มือใหญ่ๆ ของเขาไล่องค์หญิงจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์กับใครก็ตามที่อาจคิดร้ายออกจากวังหลวงไปให้หมดแต่นางก็รู้ว่าในเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงอำนาจเช่นนี้ความมั่นคงต้องมาก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทำเช่นนั้น

            แต่ก็เพราะรู้เรื่องนี้ดีจึงทำให้ในใจของนางรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมายิ่งคิดว่ากงจื้อหมิงจะต้องถูกเจ้าหญิงจิ้งจอกนั่นคอยตามตื๊อเมื่อเข้าไปในวังหลวงนางก็ยิ่งแอบน้อยใจมากยิ่งขึ้น

            แต่น่าเสียดายที่กงจื้อหมิงยังไม่รู้เรื่องอะไรเลยเขายังคงหยอกล้อกับลูกชายที่เพิ่งเดินกลับมาจากการสำรวจรอบๆ จวน

            ไม่ต้องพูดถึงว่าในจวนอู่โฮ่วนั้นเป็นอย่างไรแค่พูดถึงเพียงในลานที่เรือนหลังของจวนอัครมหาเสนาบดีที่อยู่ห่างไปเพียงถนนเดียวบรรยากาศที่นั่นตอนนี้ก็คึกคักเป็นที่สุด

            ท่านอัครมหาเสนาบดีฟางกำลังต่อว่าบุตรชายผู้เกียจคร้านด้วยความโกรธ“ไอ้ลูกไม่รักดี! เจ้ายังรู้อีกหรือว่านี่คือบ้านของเจ้า? กองทัพใหญ่มาถึงนอกเมืองหลวงตั้งสามวันแล้ว แต่เจ้าก็ไม่เคยกลับมาที่บ้านเลยวันนี้อุตส่าห์เข้ามาในเมืองแล้ว เจ้ากลับไปที่จวนอู่โฮ่วเพื่อหาอะไรกินดื่ม!โชคดีที่ข้าตั้งใจรีบกลับมาที่นี่ เจ้าว่ามาสิ ตำราเซิ่งเซี่ยนซู [2]ที่เจ้าอ่านเหล่านั้นหายไปไหนหมด?”

            ฟางซิ่นแคะหูด้วยความรู้สึกเบื่อหน่ายเข่าทั้งสองขยับห่างจากท่านพ่อไปอีกสามส่วน แล้วจึงตอบว่า “อาหารในจวนเรานั้นไม่ถูกปากเหมือนของจวนอู่โฮ่วอีกอย่างท่านพ่อไม่ได้รีบกลับบ้านเพื่อกินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากันหรอกใช่หรือไม่ ตอนนี้ข้างนอกจวนอู่โฮ่วนั้นกำลังคึกคักอยู่เลยท่านพ่อ ท่านอย่าบอกว่าเรื่องนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับท่านล่ะ?”

            ท่านเสนาบดีถูกลูกชายของตนพูดจาใส่จนโมโหหน้าดำหน้าแดงในใจอยากจะสั่งสอนเขาสักทีแต่ก็ทำไม่ลง อย่างไรทั้งสกุลฟางก็มีลูกเพียงคนเดียวอีกอย่างเขาออกไประหกระเหินอยู่ข้างนอกตั้งหลายเดือน

            แต่หากไม่ตีสักหน่อยก็เหมือนจะถูกท้าทายความน่าเกรงขามในฐานะบิดา ที่เห็นได้ว่ากำลังจะไม่เหลือแล้ว

            ในขณะที่กำลังลำบากใจนั้นสตรีวัยกลางคนที่นั่งเอนกายอยู่บนม้านั่งนุ่มข้างๆ ก็เปิดปากพูดขึ้นมา

            “พวกเจ้าสองพ่อลูกทำไมไม่นั่งลงคุยกันดีๆสักหน่อย? ท่านพี่ ท่านห่วงใยซิ่นเกอเอ๋อร์มาหลายเดือนแล้วทั้งกินไม่ได้และนอนไม่หลับ ตอนนี้เขากลับมาอย่างปลอดภัยซึ่งนี่ก็สำคัญกว่าสิ่งใด เหตุใดจะต้องลงโทษเขาด้วย?”

            หลังจากพูดจบนางก็หันไปหาฟางซิ่นซึ่งในที่สุดสายตาของเขาเริ่มมีความรู้สึกผิดเพิ่มขึ้นมาหลายส่วนนางถอนหายใจและพูดว่า “ซิ่นเกอเอ๋อร์ ไม่ใช่ว่าแม่จะตำหนิเจ้าเจ้าหายไปตั้งหลายเดือน เมื่อมาถึงนอกเมืองหลวงทำไมถึงไม่กลับบ้านคราวหน้าห้ามทำแบบนี้อีกนะ เจ้าเอาเนื้อกลับมาถ้วยหนึ่ง แม่ชิมไปแล้วสองชิ้นรสชาติอร่อยมากจริงๆ ถ้าเจ้าชอบกินก็ให้พ่อครัวของเราลองไปเรียนที่จวนอู่โฮ่วสักสองสามวันเชื่อว่าจวนอู่โฮ่วคงไม่หวงสูตรอาหารจนไม่กล้าบอกหรอก”

            ในแววตาของฟางซิ่นฉายแววแปลกใจครู่หนึ่งหลังจากลังเลอยู่สักพัก เขาก็กลับไปคุกเข่าอีกครั้งและคำนับแม่เลี้ยงด้วยความเคารพ จากนั้นจึงพูดเสียงเบา “ท่านแม่ลูกมีเรื่องอยากจะขอร้องท่านเรื่องหนึ่ง”

            สตรีวัยกลางคนผู้นั้นหรือก็คือฮูหยินเอกของท่านอัครมหาเสนาบดีฟางดูจะสงสัยไม่น้อยนางจึงยันม้านั่งและลุกขึ้นมา เมื่อแสงแดดจากด้านนอกหน้าต่างส่องเข้ามา ดูคล้ายจะทะลุผ่านใบหน้าของนางเผยให้เห็นผิวซีดขาวที่ดูไม่แข็งแรง ท่านอัครมหาเสนาบดีฟางรู้สึกสงสารมากจึงรีบเดินเข้าไปช่วยนางหาหมอนนุ่มๆ มาหนุนหลังและพูดตำหนิว่า “เจ้านอนฟังก็ได้จะลุกขึ้นมานั่งทำไมกัน?”

            “ท่านพี่พูดอะไรแบบนั้นตั้งแต่เด็กซิ่นเกอเอ๋อร์ก็ไม่เคยขออะไรจากข้ามาก่อน แต่วันนี้เขาเอ่ยปากขอร้องแน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญ ข้าต้องลุกขึ้นมาฟังสิ”

            “ตกลงที่เจ้าว่ามาก็มีเหตุผล เจ้าลองฟังดูก่อนแต่ถ้าเหนื่อยก็รีบนอนพักอีกหน่อยเถอะนะ”ท่านอัครมหาเสนาบดีฟางไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงได้แต่พูดกำชับ

            ทั้งสองคนรักกันดีเช่นนี้แต่ในสายตาของฟางซิ่นมันกลับกลายเป็นความขมขื่นไปหมดคนอื่นต่างพูดว่าท่านเสนาบดีแห่งซีเฮ่ารักฮูหยินของตนอย่างลึกซึ้งเหมือนทะเลให้ความเคารพและเอาใจใส่นางตลอดหลายปีเหมือนกับวันแรกแต่มันกลับทำให้คนลืมไปว่ายังมีสตรีอีกคนที่เต็มใจให้กำเนิดเขาเพื่อสกุลฟางแล้วก็เอาแต่รอคอยจนสิ้นลมจากไป นั่นคือมารดาที่แท้จริงของเขา แม้คนอื่นจะลืม แต่เขาไม่มีวันลืม

            ฟางฮูหยินเป็นคนละเอียดอ่อนเมื่อเห็นลูกเลี้ยงของตนก้มหน้า สีหน้าก็เย็นชาขึ้นมากกว่าที่เคยนางก็เดาได้ทันทีว่าเพราะเหตุใด จึงรีบเปลี่ยนเรื่อง “ซิ่นเกอเอ๋อร์รีบลุกขึ้นเร็วๆ นั่งลงดื่มชาสักถ้วยก่อนค่อยว่ากัน”

            ท่านอัครมหาเสนาบดีฟางก็มีสีหน้าเข้มขึ้นแล้วตำหนิว่า“ยังไม่ลุกขึ้นมาอีก ปกติไม่เห็นเจ้าจะกตัญญูอะไรพอมีเรื่องขึ้นมาแล้วถึงจะนึกถึงพ่อแม่”

            ฟางซิ่นแอบกลอกตาขึ้นนานๆ ทีเขาจะไม่โต้ตอบกลับไป เขายืนขึ้นและไม่ได้กลับไปนั่ง แต่พูดตรงๆ ว่า“ท่านแม่ ตอนที่ลูกอยู่ข้างนอกได้รับน้องสาวบุญธรรมคนหนึ่ง ซึ่งก็คือแม่นางติงที่เพิ่งจะติดตามท่านแม่ทัพกลับมาเมืองหลวงและเป็นฮูหยินที่ท่านแม่ทัพใหญ่จะแต่งงานด้วยในอนาคตปกติแล้วลูกก็ได้รับการดูแลจากนางเป็นอย่างดีและนางก็เป็นหญิงสาวที่ดีอย่างหาได้ยากยิ่งดังนั้นข้าจึงอยากขอให้ท่านแม่รับนางเป็นลูกบุญธรรมของท่านแม่เพื่อจะได้ไม่ให้ขุนนางทั้งหลายในราชสำนักดูถูกนางเพียงเพราะนางมาจากครอบครัวชาวนา”

            -----------------------------------------

            [1] ตีสุนัขที่ตกน้ำ 痛打落水狗 หมายถึง กระหน่ำซ้ำเติมคนเลวที่ตกที่นั่งลำบากหรือพ่ายแพ้ไม่ให้ฟื้นตัวได้อีก

            [2] ตำราเซิ่งเซี่ยนซู 圣贤书 หมายถึง สี่ตำราและห้าคัมภีร์ในสมัยจีนโบราณ(四书五经) ซึ่งสี่ตำราประกอบด้วยคัมภีร์มหาบุรุษ(大学) คัมภีร์ทางสายกลาง(中庸) คัมภีร์วิจารณ์พจน์(论语) และคัมภีร์เมิ่งจื่อ(孟子) และห้าคัมภีร์ประกอบด้วยคัมภีร์โหราศาสตร์(易经) ตำราประวัติศาสตร์(尚書) คัมภีร์กวี(寺經) คัมภีร์พิธีกรรม(礼记) บันทึกพงศาวดารและปรากฏการณ์ธรรมชาติต่างๆ(春秋)

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663