เจียงตั่วมองหมิงจูที่ทำหน้าคาดหวังเมื่อคิดว่าเธออยู่บ้านไปก็ไม่มีอะไรให้ทำ จึงตอบตกลง
หมิงจูกินข้าวแล้วยิ้มน้อยๆอย่างมีความสุข “ดีจังเลย! จะได้เข้าเมืองอีกแล้ว!”
เมื่อเห็นเธอมีความสุขเหมือนเด็กๆเช่นนี้ เจียงตั่วก็คลี่ยิ้ม
เฉียวปินที่อยู่ข้างๆเห็นหมิงจูทำท่าทางแบบนั้นก็อดหัวเราะตามไม่ได้
ตั้งแต่ที่ได้เห็นหมิงจูจัดการสวีข่ายเมื่อบ่ายวันนี้เขาก็เปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับหมิงจูไปมาก
หัวหน้าเป็นคนไม่ค่อยพูดควรมีผู้หญิงที่พูดฉะฉานและไม่ยอมใครแบบนี้อยู่เคียงข้าง
ยิ่งกว่านั้น...หลายวันมานี้เขาก็สังเกตและแอบสืบเรื่องของหมิงจูมาบ้าง
หมิงจูไม่เคยออกจากหมู่บ้านเสี่ยวจิ่งตั้งแต่เกิดดังนั้นเรื่องน่าสงสัยเกี่ยวกับเธอ... อืมความเป็นไปได้ที่จะเป็นเป้าหมายมีน้อยมาก
แต่หัวหน้าเป็นคนรอบคอบมากการป้องกันไว้ก่อนย่อมไม่ใช่เรื่องเสียหาย
หากเธอเป็นผู้บริสุทธิ์จริงก็ปล่อยให้ใช้ชีวิตร่วมกันต่อไปได้ ทั้งสองคนเหมาะสมกันจริงๆ!
หลังจากกินข้าวเสร็จท้องฟ้าข้างนอกก็มืดแล้วเช่นกัน ก่อนออกไปเฉียวปินก็ยังไม่วายแกล้งพูดขึ้นว่า“คู่บ่าวสาวอย่างพวกคุณกำลังอยู่ในช่วงข้าวใหม่ปลามันผมไม่รบกวนคืนเข้าหอของพวกคุณแล้วครับ”
คืนเข้าหอ...หมิงจูได้ยินคำนี้ ภาพความไม่เหมาะสมก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง...
แต่ก็เป็นแค่ความคิดเท่านั้นเพราะเธอกับเจียงตั่วตกลงกันไว้ว่าจะยังไม่ทำเรื่องนั้นในตอนนี้
เช่นเดียวกับตอนกลางวันเจียงตั่วไปล้างจาน หมิงชุนนีก็กลับห้องไปพักผ่อนก่อนหมิงจูที่ร้อนจนทนไม่ไหวก็อาศัยจังหวะที่เจียงตั่วไม่อยู่ในห้องแอบเข้าไปในมิติเพื่ออาบน้ำเย็น และออกมานั่งรับลมที่ลานบ้าน และปล่อยให้ผมแห้ง
เมื่อกลับเข้ามาในห้องเธอสัมผัสเตียงอุ่นโดยไม่พูดอะไรแล้วนำผ้าห่มของตัวเองมาวางซ้อนกับของเจียงตั่วบนพื้น
เมื่อเจียงตั่วเข้ามาในห้องเห็นหญิงสาวกำลังจัดผ้าห่มบนพื้นเขาก็อดนึกถึงความร้อนและความทรมานเมื่อคืนไม่ได้...
หมิงจูเงยหน้ามองเจียงตั่วที่ยืนอยู่ตรงประตู“เตียงอุ่นยังร้อนมากอยู่เลยค่ะคืนนี้ฉันจะนอนบนพื้นกับคุณเหมือนเดิมนะคะ”
เจียงตั่วเห็นว่าเธอม้วนผ้าห่มแล้ววางไว้ตรงกลางเพื่อกั้นแบ่งสองฝั่ง
ดวงตาของเขาหรี่ลงชั่วครู่คิดว่าเธอคงไม่สบายใจที่จะนอนร่วมกับเขา จึงพูดขึ้นว่า“ฉันไปนอนข้างนอกดีกว่า”
หมิงจูถามกลับอย่างไม่ใส่ใจ“ไปข้างนอกทำไมคะ? ยุงเยอะขนาดนั้นคุณจะออกไปให้ยุงกัดเหรอ? ที่ฉันเอาผ้าห่มมาวางกั้นตรงกลางก็เพราะกลัวว่าตัวเองจะนอนไม่นิ่งแล้วไปรบกวนคุณอีก... ถ้าคุณกลัวว่าฉันจะกระโจนใส่อีกคุณก็จับฉันมัดไว้เลยก็ได้ค่ะ”
เจียงตั่วได้ยินดังนั้นก็รู้สึกสบายใจขึ้นเขาถอดรองเท้า นอนลงบนผ้าปูที่นอนแล้วพูดเสียงแผ่วเบาว่า“ไม่เป็นไร”
“หืม?” หมิงจูยิ้มและขยับเข้าไปใกล้เขาอีกนิดพูดอย่างเจ้าเล่ห์ว่า “อะไรคือไม่เป็นไรคะ? ผู้กองเจียง คุณคงไม่ได้กำลังรอให้ฉันกระโจนเข้าใส่คุณจริงๆ หรอกใช่ไหม?ไม่รู้เลยนะว่าคุณก็มีความคิดแบบนี้อยู่ด้วย!”
การที่หมิงจูขยับเข้ามาใกล้กะทันหันทำให้เจียงตั่วถึงกับตัวแข็งทื่อไปชั่วขณะโดยเฉพาะเมื่อกลิ่นหอมเย้ายวนจากตัวเธอโชยมาอีกครั้ง ในหัวของเขาก็เริ่มคิด...
เจียงตั่วรีบเบนสายตาไปทางอื่นเก็บซ่อนความรู้สึกผิดในดวงตาเอาไว้
แม้แสงสลัวหมิงจูก็ยังสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของผู้ชายคนนี้ สงสัยคงจะเขินอาย
เธอเลยเกิดความคิดอยากจะแกล้งเขาอีกสักหน่อยนิ้วเรียวค่อยๆ จิ้มไปที่หน้าอกของเขา เสียงหวานนุ่มนวลราวกับน้ำผึ้ง“โธ่เอ๊ย ผู้กองเจียงของเราเขินแล้ว...”
ก่อนที่เธอจะพูดจบเจียงตั่วก็คว้าไหล่ทั้งสองข้างของเธอไว้แล้วกดเธอลงไปบนผ้าปูอย่างรวดเร็วราวสายฟ้าแลบ...
ทันใดนั้นหัวใจของหมิงจูเต้นระรัวเธอมองชายหนุ่มที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งเธอเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว
เขาคงไม่ได้อยากจะ...
แล้วเธอจะปฏิเสธหรือไม่ปฏิเสธดีล่ะ?
ดูเหมือนจะพูดอะไรไปก็ไม่ดีทั้งนั้น...ใจของเธอว้าวุ่น และเจียงตั่วเองก็ไม่ต่างกัน
เขาอดทนแล้วอดทนอีกสุดท้ายก็ระงับปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายไว้ได้ แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วเบา“หยุดเล่นได้แล้ว นอนเถอะ”
พูดจบเขาก็ปล่อยเธอแล้วกลับไปล้มตัวนอนทางฝั่งของตัวเอง
ตอนนี้ทั้งสองคนเงียบมากเงียบจนหมิงจูได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นระรัวของตัวเอง ดังตึกตักเหมือนรัวกลอง!
เงียบจนเสียงจิ้งหรีดนอกหน้าต่างดังราวกับขยายเสียงด้วยลำโพง!
หมิงจูอดไม่ได้ที่จะคลำตรวจชีพจรของตัวเอง...
ตลอดชีวิตที่ผ่านมาหัวใจของเธอไม่เคยเต้นเร็วขนาดนี้มาก่อนเลย!
นี่เป็น...เสน่ห์ของผู้ชายที่ทำให้หลงใหล จนเกือบตายเพราะหัวใจเต้นเร็วเกินไป...
การนอนไม่หลับเพียงช่วงสั้นๆก่อนนอนไม่ได้ส่งผลต่อท่านอนเบียดเบียนของหมิงจู เช้าวันรุ่งขึ้นเธอก็ตื่นขึ้นมาในอ้อมแขนของเจียงตั่วอีกครั้ง
แต่เช้านี้ดีกว่าเมื่อวานนิดหน่อยอย่างน้อยมือของเธอก็ไม่ได้ซุกซนไปจับในที่ที่ไม่ควรจับ เธอแค่หนุนแขนและกอดเอวของเขาไว้เท่านั้น
เจียงตั่วดูรู้สึกอึดอัดมากแต่ก็ยังไม่พูดอะไร
หมิงจูเห็นเขาไม่พูดอะไรเธอก็ไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนก่อน แล้วรีบวิ่งไปเข้าห้องน้ำทันที
เจียงตั่วถูนวดขมับแล้วเขาก็ถอนหายใจ การนอนเหนื่อยกว่าการรบเช่นนี้ได้อย่างไร?
ทั้งสองคนกินข้าวเช้าเสร็จหมิงจูก็เปลี่ยนมาใส่กระโปรงลายดอกไม้ที่เธอตัดเย็บเองกลุ่มผมด้านหลังศีรษะรวบเป็นเปียเล็กหลวมๆ ปลายผมที่เหลือก็ปล่อยสยายบนไหล่ดูเป็นหญิงสาวที่เรียบร้อย
เจียงตั่วถึงกับมองตาค้างจากนั้นก็หันกลับมา และแกล้งเร่งว่า “ได้เวลาไปแล้วเดี๋ยวไปช้าจะขึ้นรถไม่ทันนะ”
หมิงจูตอบรับแล้ววิ่งตามเขาไปอย่างรวดเร็ว
ทั้งสองนั่งรถหลายต่อมาถึงในเมืองแล้วหลังจากนั้นเจียงตั่วก็พาหมิงจูตรงไปยังสหกรณ์ร้านค้า...
หมิงจูไม่ได้รบเร้าให้เจียงตั่วไปแลกสินสมรสสามสิ่งหมุนหนึ่งสิ่งเสียงแต่กลับดึงเขาให้เดินเตร็ดเตร่ไปรอบๆ อยากจะดูว่าตอนนี้อะไรขายดีที่สุด
ในยุคนี้ผู้คนมีรายได้น้อย การกินอยู่เดินทางจึงต้องประหยัดให้มากที่สุดดังนั้นเงินก้อนแรกจึงมักจะใช้ไปกับอาหาร!
ขายอาหารแบบไหนดีนะ?
เธอทำขนมได้หลายอย่างแต่ที่นี่ไม่มีเตาอบ หลายอย่างจึงทำไม่ได้
จนกระทั่งไปเห็นเต้าหู้ที่วางอยู่ที่แผงข้างหน้า...
ดวงตาของหมิงจูเป็นประกายขึ้นมาบังเอิญอะไรอย่างนี้!
แม่ของเธอชอบค้นคว้าเกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพและมักจะทำเต้าหู้เพื่อสุขภาพกินเองที่บ้านทำให้เธอที่เป็นลูกสาวได้เรียนรู้เป็นฝีมือติดตัวมาด้วยประกอบกับตอนนี้เธอยังมีน้ำพุวิเศษอยู่ในมือ จึงมีข้อได้เปรียบเพิ่มขึ้น!
เอาอันนี้แหละ!
เธอเรียกเจียงตั่วแล้วซื้อถั่วเหลืองห้ากิโลกรัมกว่า
หมิงจูกลัวว่าเขาจะไม่ยอมรับที่เธออยากทำอาหารออกมาขายเลยชิงลงมือจ่ายไปก่อน หลังจากจ่ายเงินและคูปองไปแล้ว เธอก็กระซิบกับเขาว่า“ไม่ได้เอาไว้กินเองหรอกค่ะ ฉันอยากทำเต้าหู้ไปขาย”
เจียงตั่วชะงักไปครู่หนึ่งแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยนะ”
นั่นไงว่าแล้วว่าเขาต้องไม่เห็นด้วย
หมิงจูยิ้มหวาน“ยังไงซะ ถั่วก็ซื้อมาแล้ว คืนไม่ได้หรอกค่ะ ไม่ได้ก็ต้องได้”
เจียงตั่วอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่หมิงจูยัดห่อผ้าใส่ในมือเขา จากนั้นหันหลังเดินไปยังโซนขายเครื่องใช้แล้วเปลี่ยนเรื่องสนทนา “นอนพื้นนานๆไม่ดีต่อสุขภาพนะคะ ฉันอยากซื้อหม้อเพิ่มอีกใบ แล้วสร้างเตาแยกในลานบ้านไว้ทำอาหารคุณคิดว่าไงคะ?”
เรื่องนี้เจียงตั่วเห็นด้วย “ได้”
“งั้นเรามาสร้างครัวเล็กๆ ในลานบ้านเลยดีไหมคะ? หน้าร้อนใช้ทำอาหารหน้าหนาวใช้เก็บฟืน สร้างไว้ข้างๆ ห้องใต้ดินเก็บเสบียงเป็นไงคะ? จะได้ไม่บังแสงเข้าห้องนอนของคุณป้า แถมยังมีพื้นที่เหลือเฟือด้วย”
ส่วนลานบ้านอีกครึ่งหนึ่งของเธอเมื่อวานเพิ่งแบ่งไปปลูกผักถ้าสร้างครัวเล็กๆ ตรงนี้จะบังแสงไม่ให้เข้าห้องนอน
เจียงตั่วพยักหน้าตอบรับ“ได้”
หมิงจูถามอีกว่า“การทำครัวต้องปั้นอิฐดินดิบ คุณปั้นอิฐดินดิบเป็นไหมคะ?”
เจียงตั่ว“ฉันไม่เคยปั้นมาก่อน เดี๋ยวจะลองถามคนอื่นดูว่าทำยังไง”
เขาไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในชนบททำงานในไร่นาได้บ้าง แต่เรื่องการปั้นอิฐดินดิบนั้น เขารู้ไม่มาก แต่ก็เรียนรู้ได้
หมิงจูเห็นเจียงตั่วมีท่าทีตามใจเธอเช่นนี้เธอก็อดหัวเราะไม่ได้ เผลอคว้าแขนเขาไว้ แล้วหัวเราะเบาๆ“ผู้กองเจียง ทำไมคุณถึงได้ว่าง่ายขนาดนี้คะ? แล้วต่อไปฉันพูดอะไรทำอะไรคุณจะตกลงทุกอย่างเลยใช่ไหม หืม?”